"เช่นนั้นอยากมีสามีขี้เมาไหม ข้าเป็ให้ได้นะ?"
ประโยคที่เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำเอาจวีจื่อหลิงถึงกับไปต่อไม่ถูก นางควรต้องตอบกลับเขาเช่นไรดี อยากมีเ้าค่ะ บ้าไปแล้ว! นางยังไม่ได้หย่าขาดกับฉินเสวียนเป็เื่เป็ราวเลยด้วยซ้ำ ขืนนางไปยุ่งเกี่ยวกับบุรุษอื่น เกิดฉินเสวียนยกเอาเื่นี้มาเล่นงาน นางไม่บรรลัยยิ่งกว่าเดิมหรือ!
เซี่ยหลิงเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ แต่สตรีตรงหน้ากลับไม่ตกปากรับคำเสียที ซ้ำยังมองเขาด้วยแววตาไม่พอใจยิ่งขึ้น
นางกำลังโกรธเขาใช่หรือไม่?
"ว่าอย่างไร เ้าอยากมีสามีขี้เมาหรือไม่ ข้าเป็สามีขี้เมาให้เ้าได้นะ ก่อนหน้านี้น้องสาวข้าไม่รู้ความ เ้าไม่รับของตอบแทนนางก็ปล่อยเลยตามเลย แต่ข้าไม่ใช่ คนทำดีย่อมต้องได้รับสิ่งที่ดีตอบแทน ข้าจะใช้ร่างกายของข้าตอบแทนเ้า เป็เช่นไรพอใจหรือไม่ หากเ้ายังไม่พอใจ ก็พูดมาตามตรงได้เลยว่าอยากได้สิ่งใด ข้ามอบให้เ้าได้ทุกอย่าง หากเ้าตกปากรับคำข้าจะรับเ้าเข้าจวนวันนี้เลย"
จวีจื่อหลิงฟังจบก็ถึงกับแค่นเสียงในลำคอ นางมองเซี่ยหลิงราวกับมองคนบ้าคนหนึ่ง หญิงสาวยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วอย่างสุดจะทน เดิมทีนางเพียงช่วยคนเพราะความสงสาร แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนสติไม่ดีประเภทนี้เข้าเสียได้ เอาร่างกายตอบแทน ยื่นข้อเสนอเป็สามี เกิดมานางเพิ่งเคยพบเคยเจอผู้ชายบัดซบตัวพ่อเช่นนี้!
แคว้นจิ้นอันนี่มันศูนย์รวมผู้ชายเฮงซวยจริงๆ แต่ละคนที่นางพบเจอ ไม่ต่ำช้า หลงตนเองก็ตัณหากลับ ให้ตายเถอะ! ์นี่มันเื่บ้าอันใดกัน!
เซี่ยหลิงพูดเกี้ยวพาจนปากเปียกปากแฉะแต่สตรีตรงหน้าก็ยังไม่ตกปากรับคำเสียที เขาจึงเริ่มจะของขึ้นแล้ว แต่ไหนแต่ไรหญิงสาวทุกคนล้วนตอบรับเขาอย่างว่าง่าย เขาเองก็ไม่เคยบีบบังคับพวกนาง หากวันใดอยากไปจากจวนองค์ชายสามเขาย่อมไม่รั้งไว้
แต่สตรีนางนี้นอกจากจะไม่ตกปากรับคำแล้ว ยังมองเขาเหมือนมองคนบ้าอีกด้วย!
“น้องจือจือ นี่เป็เวลาแห่งโชคลาภเชียวนะ เ้าอย่าได้ตัดสินใจนาน”
โชคลาภบ้านมารดาท่านสิ!
จวีจื่อหลิงลอบก่นดาเซี่ยหลิงอยู่ในใจ นางลุกขึ้นยืนก่อนจะตอบเขาด้วยน้ำเสียงเ็า
"ขอบคุณคุณชายที่มีใจกว้างขวาง แต่ว่าข้าไม่้า ข้ามีสองมือสองเท้า มีสมอง ข้าสามารถหาเลี้ยงตนเองได้โดยไม่จำเป็ต้องมีสามีก็ได้ เชิญท่านไปยัดเยียดความเป็สามีให้กับสตรีคนอื่นเถอะ ข้าขอตัวก่อน"
จวีจื่อหลิงไม่มีเวลามาสนทนากับคนประสาทพรรค์นี้ จึงคิดจะจากไปทันที เซี่ยหลิงที่เห็นเช่นนั้นดวงตาก็ฉายแววเย็นเยียบ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้าเดินหนีเขามาก่อน แต่นางกลับขวัญกล้าเทียมฟ้า ไวกว่าความคิดเขารีบตรงเข้าไปคว้าข้อมือของนางเอาไว้ทันที จวีจื่อหลิงจึงหันกลับมามองเซี่ยหลิงด้วยแววตาขุ่นเคือง
"ปล่อย!"
"โกธรหรือ อย่าโกรธเลยน่าน้องจือจือ เ้ามีท่าทีเช่นนี้ทำให้พี่หลิงปวดใจยิ่งนัก ไหนเ้าลองเรียกชื่อข้าหน่อยสิ เรียกข้าว่าพี่หลิงให้ข้าชื่นใจสักครั้ง"
ไอ้เวรหลิง!
ท่าทียียวนกวนประสาทของเซี่ยหลิงทำเอาจวีจื่อหลิงเริ่มจะมีโทสะมากขึ้นกว่าเดิม นางถึงขนาดก่นด่าเขาในใจไม่หยุดและยังต้องพยายามข่มกลั้นจิตใจตนอย่างสุดกำลัง
"คุณชาย ข้าขอถามท่าน ที่ผ่านมาท่านก็ทำเช่นนี้กับผู้หญิงคนอื่นๆ แบบนี้หรือ พอใจก็เอาเงินฟาดหัว รับเข้าจวน เบื่อก็ทิ้ง ที่ผ่านมาท่านทำตัวเช่นนี้หรือ?"
"ถูกต้อง สตรีเ่าั้ล้วนเต็มใจทุกคน"
"เฮงซวยจริงๆ"
จวีจื่อหลิงสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเซี่ยหลิง ด้านเซี่ยหลิงที่ถูกด่าอย่างไม่ไว้หน้าก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เหตุใดคำด่าของนางจึงทำให้เขาใจเต้นได้ถึงเพียงนี้กันเล่า!
สตรีนางนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!
"น้องจือจือ เ้าด่าได้ดี มิสู้เรามานั่งดื่มชากันต่อดีกว่า ดื่มไปด่าไป ดีหรือไม่?"
“ประสาทหรือ! ข้าจะกลับแล้ว เชิญท่านดื่มไปคนเดียวเถอะ”
เซี่ยหลิงที่เห็นว่าไม่อาจจะรั้งตัวจวีจื่อหลิงเอาไว้ได้ก็รู้สึกไม่ยินยอมขึ้นมา จึงคว้าจับข้อมือของนางเอาไว้ คราวนี้จวีจื่อหลิงโมโหแล้ว นางจึงหันกลับไปก่อนจะง้างมือซัดหมัดเข้าใส่ใบหน้าด้านขวาของเขาอย่างเต็มแรง เหล่าองค์รักษ์ลับของเซี่ยหลิงเมื่อเห็นว่าเ้านายถูกทำร้ายก็หมายจะเข้ามาจัดการจวีจื่อหลิง แต่เซี่ยหลิงกลับใช้สายตาปรามพวกเขาเอาไว้ องค์รักษ์ลับจึงทำได้เพียงยั้งมือไว้ไมตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เซี่ยหลิงยกมือขึ้นจับใบหน้าด้านที่ถูกต่อยอย่างมึนงง เขารู้สึกได้ถึงรสชาติคาวเืที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก ชายหนุ่มถุยเืลงไปบนพื้น ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดเืที่มุมปากตนอย่างไม่ใส่ใจ แววตาที่มองจวีจื่อหลิงเป็ประกายวาววับมากขึ้นกว่าเดิม
ในชีวิตนี้มีสตรีเพียงคนเดียวที่กล้าลงไม้ลงมือกับเขา นั่นก็คือเสด็จแม่ของเขาเท่านั้น
แต่วันนี้กลับมีสตรีใจกล้าเพิ่มมาอีกคนหนึ่งแล้ว
"เยี่ยมไปเลย ยังไม่เคยมีสตรีคนใดกล้าต่อยข้ามาก่อน เ้าเป็คนแรกเลยนะ ฮ่าๆ มือหนักจริงเชียว"
จวีจื่อหลิงส่งเสียงหึอย่างเคืองๆ นี่คือคนบ้าชัดๆ โดนต่อยแล้วยังหัวเราะออกมาได้ นางจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่พอใจแล้วยื่นมือไปกระชากคอเสื้อของเซี่ยหลิงอย่างแรงจนเขาเซถลาเข้ามาหานาง ทำให้ยามนี้คนทั้งสองอยู่ใกล้กันเพียงฝ่ามือกั้นเท่านั้น
"เช่นนั้นท่านก็จำหมัดนี้เอาไว้ ต่อไปหากอยากเกี้ยวพาผู้หญิงก็ช่วยหาวิธีการที่มันดีกว่านี้หน่อย อย่าได้ใช้วิธีไร้ศีลธรรมเช่นนี้ ใช่ว่าสตรีทุกคนจะหลงใหลในสิ่งที่ท่านมี หากได้พบหน้ากันอีกแล้วท่านยังรุ่มร่ามไม่เลิก ข้าจะไม่ออมมืออย่างแน่นอน!"
กล่าวจบนางก็ผลักชายหนุ่มให้ออกห่างจากตัวอย่างรวดเร็ว เซี่ยหลิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
"ครั้งหน้าหรือ เมื่อใด เ้านัดวันมาเลย ข้าพร้อมมาเจอเ้าได้เสมอ คราวหน้าเปลี่ยนเป็ตบหน้าดีหรือไม่ ต่อยแบบนี้ข้าไม่ชอบเลย"
"ประสาท!"
จวีจื่อหลิงหมดคำจะด่าแล้ว นางจึงไม่สนใจเขาอีก รีบเดินจากไปทันที ครั้งนี้เซี่ยหลิงไม่คิดจะรั้งตัวนางเอาไว้ เขาเพียงมองดูนางเดินจากไปจนลับสายตา ก่อนจะถ่มเืในปากลงไปบนพื้น แล้วจึงหันไปส่งสายตาบอกใบ้ให้องค์รักษ์ลับลอบติดตามนางไป
บัดซบจริงๆ น้องสาวผู้นี้ช่างพยศเหลือร้าย น่าสนุกแล้วสิ หากสามารถพานางเข้าจวนได้ จะต้องครื้นเครงมากเป็แน่!
ด้านจวีจื่อหลิงเมื่อกลับมาถึงจวนตระกูลฉินก็รู้สึกว้าวุ่นใจไม่น้อย เมื่อครู่นางปล่อยให้ความโมโหครอบงำจิตใจจึงเผลอระบายโทสะใส่เซี่ยหลิง แต่เขาก็ยั่วโมโหนางจริงๆ นี่นาใครจะทนได้กัน
ค่ำวันนั้นเพราะจิตใจไม่สงบ จวีจื่อหลิงจึงกินมื้อเย็นไปเพียงไม่กี่คำและเข้านอนแต่หัววัน ไม่มีอารมณ์มานั่งรอหนังสือหย่าจากฉินเสวียนเหมือนเช่นทุกครั้ง
ด้านเซี่ยหลิงเมื่อกลับมาถึงจวนองค์ชายสามก็อารมณ์ดีเป็อย่างมาก เขาตบเข่าฉาดพลางหัวเราะชอบใจไม่หยุด ในขณะที่เขากำลังหัวเราะร่วนอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นว่ามีนางกำนัลน้อยผู้หนึ่งกำลังแอบมองเขาอยู่ เมื่อนางกำนัลน้อยเห็นว่าเซี่ยหลิงมองตอบด้วยสายตาเ็า ก็รีบลนลานคุกเข่าโขกศีรษะร้องขอชีวิตทันที
"องค์ชายสามโปรดไว้ชีวิตด้วยเพคะ!"
เหล่าข้ารับใช้ในเรือนต่างพากันก้มหน้างุด ไม่มีใครกล้าออกหน้าช่วยเหลือนางกำนัลน้อยผู้นั้นแม้แต่คนเดียว บรรยากาศภายในจวนกดดันจนถึงขีดสุด คาดว่าวันนี้จะต้องมีคนถูกลงโทษอีกเป็แน่
แต่จู่ๆ เซี่ยหลิงก็หัวเราะยินดีปรีดาขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"โธ่ๆ พวกเ้าดูนางสิ อยู่ดีดีมาคุกเข่าขอความเมตตาทำไมกัน ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลยด้วยซ้ำ รีบลุกขึ้นเถอะ พวกเ้ารีบช่วยกันประคองนางขึ้นมาเร็วเข้า เป็สาวเป็นางมาคุกเข่าส่งเดชเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน เอาละ วันนี้ข้าอารมณ์ดียิ่ง มีใครอยากมองหน้าข้าให้ชัดๆ อีกหรือไม่ มองได้เลยนะ วันนี้ข้าจะไม่ลงโทษ วันนี้ช่างเป็วันที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"
เหล่าข้ารับใช้ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างคนต่างคิดกันไปต่างๆ นานาว่าวันนี้องค์ชายสามน่าจะไปพบเจอเื่ใดที่ตื่นตาตื่นใจเข้าเป็แน่ จึงมีท่าทีผีเข้าผีออกเช่นนี้!
