ความรู้สึกน่าเกรงขามที่ทำให้ไม่อาจเข้าใกล้กับระดับพลังที่ลึกลับของชายคนนี้บอกกับหลงเหยียนว่า แม้ชายตรงหน้าจะดูกะล่อนหรือลามกเพียงใด ก็ไม่ใช่คนที่ตนสามารถมีเื่ด้วยได้อยู่ดี
“ดี ไม่เลวเลย สมแล้วที่เป็ยอดอัจฉริยะของตระกูลชั้นนอก ถึงอย่างไรก็เป็ได้แค่ศิษย์ของตระกูลชั้นนอกเท่านั้น ข้ากับผู้นำเว่ยของพวกเ้าสนิทกันไม่น้อย ข้าเชื่อว่าด้วยพร์ที่เ้ามี หากตั้งใจมากกว่านี้อีกหน่อย ต้องได้เข้าไปเป็สมาชิกของตระกูลอู่ตี้ชั้นในอย่างแน่นอน คนที่มีพร์มากเช่นเ้า ไม่แน่อาจจะถูกคัดเข้าไปเป็ศิษย์ชั้นในโดยตรงเลยก็ได้”
เมื่อพูดจบก็มองหลี่เมิ่งเหยาอย่างพิจารณาและประกายรอยยิ้มบางๆ ออกมา
นอกจากหลงเหยียนจะไม่ตายแล้ว เขายังช่วยวัยเยาว์นับพันคนที่ด้านหลังเอาไว้อีก สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขาจริงๆ ผิดกับเว่ยเวยที่รู้สึกผิดเหลือเกินที่ตนมาช้า ความจริงพวกเขามาถึงตั้งนานแล้ว ทว่ากลับหาที่ตั้งของแท่นบูชาไม่เจอเสียที เพราะบนเขามิวายชนม์มีถ้ำอยู่เยอะเหลือเกิน
เบื้องหน้ามีศพของศิษย์แห่งสำนักมารนอนเกลื่อนอยู่นับร้อย ถือเป็ภาพที่น่าสะพรึงไม่น้อย นอกจากหลงเหยียนแล้ว เกรงว่าคงไม่มีใครในที่แห่งนี้ที่แข็งแกร่งพอจะสังหารผู้คนมากมายพร้อมๆ กันได้
ระหว่างนั้น วัยเยาว์หนุ่มสาวยังคงทำงานกันอย่างขะมักเขม้น พวกเขาช่วยกันขนศพในบริเวณโดยรอบไปทิ้งลงในบ่อโลหิตขนาดใหญ่เพื่อเก็บกวาดกันต่อไป
เว่ยเวยสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่อย่างตกตะลึง เพราะนางรู้ดีว่าทั้งหมดนี้เป็ฝีมือของหลงเหยียนนั่นเอง ลูกชายคนนี้ของนางกำลังเก็บซ่อนความลับที่นางไม่อาจล่วงรู้บางอย่างเอาไว้ นางไม่รู้ว่าเขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร
“แล้วศพของเ้าสำนักแห่งสำนักมารล่ะ?”
หลงเหยียนกวาดสายตามองไปรอบๆ “เขาถูกข้าบดขยี้จนกลายเป็ผุยผง เถ้าธุลีของเขาคงจะลอยอยู่ในห้วงอากาศรอบๆ นี้”
“แล้ว... แล้วดวงิญญาของเขาเล่า?”
หลงเหยียนนำกริชทลายจิตออกมา “ถูกกำจัดด้วยกริชทลายจิตแล้ว”
เว่ยเวยมีน้ำตาเอ่อคลอ ทว่าไม่นานนางก็ข่มความรู้สึกเ่าั้เอาไว้ “เด็กน้อย ลำบากเ้าแล้ว!”
หลงเหยียนแสดงความสามารถอย่างเหนือความคาดหมายมาโดยตลอด ั้แ่ตอนที่อยู่ในเมืองั เขาก็เป็เช่นนี้แล้ว เขาสังหารเซียวหยุนเหว่ย สังหารเซียวกงเป้า สังหารพยัคฆ์ร้ายจูเก๋อ และค่อยๆ พัฒนาตัวเองมาโดยตลอด กระทั่งเข้ามาในเมืองอู่ตี้ เขาเอาชนะลั่วเฉิง เอาชนะลั่วซาง เอาชนะเทียนหลาง มาตอนนี้ยังทำลายสำนักมารจนม้วยมอด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เขาสังหารผู้นำแห่งสำนักมารที่มีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นต่ำด้วยพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงเท่านั้น
เขามีความสามารถมากจนน่าเหลือเชื่อ แข็งแกร่งกว่าตนในอดีตไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ในตอนแรก นางพยายามทดสอบมาโดยตลอดว่าหลงเหยียนมีพลังและความมุ่งมั่นที่มากเท่าใด กระทั่งวันนี้ ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น กระทั่งเย่ซีหนานกับเย่ซีหรานเองก็ได้แต่มองหลงเหยียนด้วยความตกตะลึง
“เหยียนเอ๋อ เ้าเลื่อนพลังอีกแล้วหรือ”
หลงเหยียนประกายรอยยิ้มบางๆ พลางพยักหน้าตอบ
เย่ซีหรานเห็นดังนั้นกลับแสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจออกมา เพราะตอนที่เพิ่งมาถึง เขาเห็นว่าหลงเหยียนกำลังโอบเอวของหลี่เมิ่งเหยาอยู่นั่นเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาโมโหเป็อย่างมาก
เย่ซีหรานแอบนึกโมโห เขาส่ายหน้าเบาๆ พลางขยับเข้าไปใกล้หลงเหยียน “เ้าก็คือหลงเหยียนสินะ คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ผู้นำแห่งสำนักมารก็ถูกเ้าฆ่า ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่ธรรมดาจริงๆ อย่างน้อยคนแบบเ้าก็คงมีผู้หญิงมาปลาบปลื้มไม่น้อยสินะ”
หลงเหยียนหรือจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร เขาหัวเราะเบาๆ “มันแน่นอนอยู่แล้ว ข้าหล่อเหลา ทั้งยังวางตัวได้อย่างสง่างามและเหมาะสม นอกจากนี้ยังสังหารผู้นำแห่งสำนักมารแล้วช่วยคนนับพันเอาไว้ ต่อไปต้องมีผู้หญิงตามชอบข้าเป็พันๆ คนแน่” นอกจากจะไม่ถ่อมตัวแล้ว หลงเหยียนยังมองไปยังหลี่เมิ่งเหยาขณะพูดอีกด้วย
ท่าทีของเขาในตอนนี้มันเป็การประกาศากับเย่ซีหรานชัดๆ!
“อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นก็ยินดีด้วย หวังว่าเ้าจะคึกคะนองและมีความสุขเช่นนี้ให้ได้ทุกคืนนะ... จะว่าไปแล้ว ดูเหมือนผู้นำแห่งสำนักมารก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย ถึงถูกเ้าที่มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์สังหารเช่นนี้”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันทำให้หลงเหยียนรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก เ้าหมอนี่หน้าตาดี ทั้งยังมีภาพลักษณ์ที่สุภาพและมีมารยาทมาโดยตลอด ทว่าเหตุใดหลงเหยียนถึงมีความรู้สึกว่าคนตรงหน้าเป็สุภาพบุรุษจอมปลอมเท่านั้น
หลงเหยียนไม่คิดจะเถียงกับเขาให้เสียเวลา เพราะเย่ซีหนานที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็กำลังมองมาที่ตนด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความแค้นเคืองเช่นกัน
“เมิ่งเหยา เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่ เป็ความผิดของข้าเองที่มาช้าเกินไป เ้า... เ้าคงไม่โกรธข้าใช่หรือไม่”
หลี่เมิ่งเหยาประกายรอยยิ้มออกมา นางปรายตามองหลงเหยียนครู่หนึ่ง พลันรอยยิ้มก็ดูเฝื่อนลงเล็กน้อย “จะเป็ไปได้อย่างไร ตอนนี้ข้าก็ปลอดภัยดีนี่ และที่เป็เช่นนี้ก็เพราะหลงเหยียนมาช่วยเอาไว้ หากไม่มีเขา ข้าคงกลายเป็เครื่องบูชายัญไปแล้ว”
เว่ยเวยพูดแทรกขึ้น “หยุดพูดกันก่อนเถิด หลงเหยียน ยังไม่รีบทำความเคารพคุณชายตงฟางอีก เขาคือตงฟางเทียนหนานแห่งตระกูลเทพเต่า!”
‘อ้อ? ตงฟางเทียนหนาน หรือว่าจะเป็คนตระกูลเดียวกับตงฟางเยียนหราน’
หลงเหยียนคิดเช่นนั้นในใจพลางกล่าวทักทายอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม เมื่อคิดถึงตงฟางเยียนหราน สตรีนางนั้นเห็นว่าตัวเองแข็งแกร่งจึงไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับเลยว่านางเป็สตรีที่เย้ายวนและมีเสน่ห์มากคนหนึ่ง นางเป็สตรีที่เ้าสิงโตน้อยอยากจะพิชิตกายมาโดยตลอดเชียวนะ
ท่านแม่มาที่นี่พร้อมกับตงฟางเทียนหนาน เย่ซีหรานชอบหลี่เมิ่งเหยา ส่วนตงฟางเยียนหรานก็ชอบเย่ซีหรานอีกที ความสัมพันธ์นี้มันอะไรกัน?
“ถูกต้อง หลงเหยียน คุณชายตงฟางเทียนหนานก็คือพี่ชายของตงฟางเยียนหราน”
หลงเหยียนพยักหน้าเบาๆ ‘สายตาที่เ้าหมอนี่มองไปยังหลี่เมิ่งเหยาดูไม่ธรรมดาเลย เขาคงกำลังคิดบางสิ่งอยู่สินะ เื่นี้ชักจะน่าสนุกขึ้นไปทุกทีแล้ว’
ยามนี้ พวกเขาต่างก็มองว่าหลงเหยียนชอบหลี่เมิ่งเหยา ส่วนหลี่เมิ่งเหยาก็ชอบหลงเหยียนอย่างแท้จริง น่าเสียดายที่สตรีที่หลงเหยียนคะนึงหาคือหลงหลิงต่างหาก
อีกด้านหนึ่ง ตงฟางเทียนหนานยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “เ้าก็คือหลี่เมิ่งเหยาสินะ น้องสาวของข้าเคยเล่าเื่ของเ้าให้ฟังอยู่บ่อยๆ”
หลี่เมิ่งเหยาพูดอย่างนอบน้อม “เมิ่งเหยาทำความเคารพคุณชายเทียนหนาน”
“อืม ไม่ต้องมากพิธีหรอก ไม่เป็ไร ข้าเป็คนสบายๆ และชอบความเป็กันเองมากกว่า!”
ตงฟางเทียนหนานมองไปยังเว่ยเวยพลางพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้นำเว่ย ดูไม่ออกเลยว่าท่านจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่งดงามเช่นนี้ด้วย ไม่รู้ว่าท่านจะปล่อยตัวนางให้เป็อิสระเพื่อให้นางเข้าร่วมกับตระกูลซวนอู่ของเราแทนได้หรือไม่?”
ตระกูลซวนอู่เป็หนึ่งในสี่ตระกูลมหาอำนาจแห่งเมืองอู่ตี้เลยก็ว่าได้ การได้เข้าร่วมกับตระกูลซวนอู่นั้นถือเป็เื่ที่หลายต่อหลายคนใฝ่ฝัน
หลงเหยียนคิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะแย่งคนไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ อีกด้านหนึ่ง ทันทีที่ตงฟางเทียนหนานพูดจบ เย่ซีหรานก็มีสีหน้าบูดบึ้งทันที
ทว่าเพราะคนตรงหน้าเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่ามาก เขาจึงไม่กล้าพูดท้วงอะไร
“น่าสนใจจริงๆ!”
หลงเหยียนคิดในใจ... ‘เพื่อความสุขของน้องสาว เ้าหมอนี่ก็เลยมาแย่งผู้หญิงของว่าที่น้องเขยอยย่างนั้นหรือ ฮ่าฮ่า น่าสนใจจริงๆ’
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าผู้ที่จะเข้าไปเป็สมาชิกชั้นในของตระกูลได้โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบนั้นต้องเป็ผู้ที่มหาอำนาจในตระกูลให้ความสำคัญและ้าจะซื้อใจนั่นเอง หรือไม่ก็มีอีกทางเดียวก็คือต้องเข้าร่วมตระกูลในฐานะสตรีของตงฟางเทียนหนาน
นี่ถือเป็เื่ที่ดีมากจริงๆ!
“ไม่ทราบว่าเมิ่งเหยาคิดเห็นอย่างไรบ้าง?” ตงฟางเทียนหนานมองไปยังหลี่เมิ่งเหยา
เื่นี้อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคน กระทั่งหลี่เมิ่งเหยาก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย
หลี่เมิ่งเหยาก้มหน้าลงต่ำ นางไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี เว่ยเวยจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เทียนหนาน เอาเช่นนี้เถิด เื่นี้ค่อยว่ากันอีกทีในตอนที่กลับไปแล้วก็ได้ เมิ่งเหยาเพิ่งรอดพ้นจากอันตราย ยังตื่นตระหนกไม่หาย นี่ถือเป็ข่าวดีอย่างเหลือล้น นางคงตั้งตัวไม่ทัน ก็เลยไม่รู้ว่าจะตัดสินใจเช่นไร”
--------------------
