หนิงอ้ายครุ่นคิดถึงสูตรโอสถระดับเจ็ดที่เขาตั้งจะจะปรุงขึ้นหลังจากได้สมุนไพรครบถ้วน สมุนไพรระดับเซียนทั้งสองชนิดนี้มิใช้ว่าจะหาเจอได้โดยง่าย เพียงพบเจอชนิดหนึ่งก็นับว่าเป็วาสนาอย่างยิ่งแล้ว หลังจากที่หน่วยข่าวของตระกูลได้ข้อมูลมาว่าสมุนไพรระดับเซียนทั้งสองที่ หนิงอ้าย้าถือเป็หนึ่งในสิ่งของขึ้นประมูลในหอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์อีกไม่นานนี้
หอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์เป็หอประมูลที่ขึ้นชื่อของกลุ่มอิทธิพลหนึ่งที่ไม่ปรากฏเื้ั สิ่งของวิเศษล้ำค่าจากทั่วทั้งสารทิศล้วนหาประมูลได้จากที่แห่งนี้ทั้งสิ้น ด้วยอำนาจบารมีที่สมบูรณ์พร้อมจึงสามารถขึ้นเป็อันดับหนึ่งของหอประมูลขึ้นชื่อในยุทธภพ ทั้งยังมีผู้แกร่งกล้าไม่ด้อยกว่าราชทินนามเทพ์ิญญาต่างนั่งประจำการแต่ละสาขาเลยทีเดียว
สิ่งนี้นับเป็อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเลื่อนเวลากลับสำนักศึกษา สมุนไพรระดับเซียนต้องอาศัยเวลาดูดซับไม่น้อยกว่าร้อยปีจึงจะสามารถนำมาปรุงโอสถได้ ความยากเช่นนี้ไม่รู้ว่าอีกห้าหกปีจะพบเจอหรือไม่เพราะแต่ละครั้งล้วนพบเจอด้วยความบังเอิญทั้งสิ้น
ข่าวคราวของงานประมูลครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงสมุนไพรระดับเซียนสองชนิดนี้เท่านั้น ฟังว่ายังมีวิชายุทธ์ วิชาลมปราณ วัสดุหลอมสร้างหายากหรือแม้กระทั่งสมบัติวิเศษที่ถูกค้นเจอจากสถานที่โบราณเก่าแก่ในม่านมิติลึกลับอีกมากมายที่ต่างนำมาร่วมประมูลทั้งสิ้น
หนิงอ้ายในตอนนี้มีสมบัติวิเศษและโอสถวิเศษอยู่ไม่น้อย คาดว่าคงเพียงพอต่อการประมูลสมุนไพรระดับเซียนที่เขาหมายตาอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามกฎที่ไม่ได้ลงบันทึกไว้เป็ลายลักษณ์อักษร ต่อให้ในพื้นที่ของหอประมูลจะมีข้อห้ามต่อสู้ แต่หากออกนอกพื้นที่ไปแล้วก็นับว่าเป็อีกเื่หนึ่ง
ต่อให้จะทุ่มเทจนสามารถประมูลสิ่งของที่้ามาได้แล้วก็ใช่ว่าจะปลอดภัยไปเสียเมื่อไหร่ ยุทธภพแห่งนี้ล้วนยึดถือผู้ที่แข็งแกร่ง ปลาใหญ่กินปลาเล็กกล่าวว่าเป็เื่ปกติ ดังนั้นพื้นที่โดยรอบหอประมูลนั้นยังคงคับคั่งไปด้วยสุดยอดผู้แกร่งกล้าที่มีระดับพลังปราณไม่ธรรมดาสามัญคอยปะปนอยู่ทั่ว
“สมุนไพรระดับเซียนสองชนิดในงานประมูลครั้งนี้ เพียงแต่เหรียญทองหรือสมบัติวิเศษทั่วไปย่อมไม่อาจเพียงพอแน่...” หนิงอ้ายพึมพำพร้อมกับใช้ความคิด ความล้ำค่าของสมุนไพรระดับเซียนนั้นต่อให้ไม่ใช่นักปรุงโอสถล้วนกระจ่างแก่ใจกันทั้งสิ้น สมุนไพรเหล่านี้ต่างดูดซับปราณฟ้าดินจนอัดแน่นเข้มข้นบริสุทธิ์ทั้งยังมีความพิสดารอันเป็เฉพาะ
ญาณััอันลึกล้ำของหนิงอ้ายถูกปลดปล่อยออกมาตรวจสอบโดยรอบ สิ่งที่ปรากฎในการรับรู้นั่นคือผู้เข้าร่วมในงานประมูลครั้งนี้ล้วนมีระดับพลังปราณที่ไม่ธรรมดาสามัญทั้งสิ้น บ้างก็เป็เชื้อสายสัตว์อสูรระดับสูงที่แข็งแกร่ง บ้างก็เป็ตัวตนลึกลับที่ไม่อาจหยั่งถึง ถือได้ว่างานประมูลครั้งนี้เป็การรวบรวมสุดยอดผู้แกร่งกล้าจากทั่วทั้งสารทิศอย่างแท้จริง ทั้งหนิงอ้ายยังััได้ถึงกลิ่นอายของสมบัติวิเศษที่มีระดับไม่อ่อนด้อย รวมไปถึงบรรดาสมุนไพรวิเศษหายากต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งวิชายุทธ์พิฆาตที่น่าหวั่นเกรงก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
การปรากฏตัวของท่านหลงเป็ที่สนใจแก่บรรดาผู้ร่วมงานประมูลที่มาถึงก่อนหน้าทั้งสิ้น ฐานะของอีกฝ่ายที่เป็ถึงผู้ดูแลหอประมูลแห่งนี้แต่กลับเดินนำทางหนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี ไปยังหนึ่งในสามห้องประมูลที่ล้ำค่ามากที่สุด ชวนให้รู้สึกสงสัยว่าสองผู้มาเยือนนั้นควรค่าแก่การรองรับเช่นนี้หรือไม่ ทางฝั่งของหนิงอ้ายแม้จะััได้ถึงสายตาที่จับจ้องรวมไปถึงถ้อยคำที่กล่าวถึง แต่เพราะไม่อาจจับจิตสังหารได้หนิงอ้ายจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
“งานประมูลครั้งนี้มีสิ่งของล้ำค่าจำนวนมากกว่าทุกครั้ง ดังนั้นจึงมีผู้เข้าร่วมจากทุกสารทิศขอรับ...” ท่านหลงกล่าวขึ้นเล็กน้อยก่อนหยุดเพื่อปลดผนึกที่พันธนาการไว้พร้อมกับเปิดประตูไม้หอมเข้าไป
ภายในห้องประมูลต่างถูกบุด้วยผ้าไหมสีทองทอด้วยลวดลายดอกไม้อันวิจิตร บนผนังประดับด้วยภาพวาดธรรมชาติที่แผ่กลิ่นอายพลังปราณอ่อน ๆ ตรงพื้นห้องถูกปูด้วยหินอ่อนสีขาวขัดเงาที่สะท้อนแสงระยิบระยับจากโคมไฟเวทย์ขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดานสูงตระหง่าน บรรยากาศโดยรวมของห้องประมูลแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยความหรูหราสะท้อนถึงความมั่งคั่งอย่างแท้จริง
“ท่านหญิงกับคุณชายน้อย วันนี้้าเข้าร่วมประมูลหรือว่าเสนอสิ่งของประมูลขอรับ...” ท่านหลงเอ่ยถามด้วยท่าทางสุภาพ
“ทั้งสองอย่าง รบกวนท่านหลงด้วย...” เยว่ซินตอบกลับไป ท่านหลงผู้นี้พยักหน้ารับรู้ก่อนจะกระตุ้นป้ายหยกเวทย์ที่พกห้อยอยู่ ชั่วอึดใจหลังจากนั้นประตูไม้หอมก็ถูกเปิดออกด้วยชายชราผู้หนึ่งที่มีรอยยิ้มแต้มบนใบหน้าดูราวกับเป็ชายชราที่ใจดีทั่วไป
“คำนับท่านหญิงเยว่ซิน ส่วนท่านนี้คงเป็คุณชายน้อยหวังหนิงอ้ายกระมัง ข้าเป็นักประเมินแซ่หรูเป็เกียรติแล้วที่ได้อำนวยความสะดวกแก่ท่านในวันนี้” ชายชราแซ่หรู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี ก่อนจะลอบมองผู้สูงศักดิ์ทั้งสองตรงหน้าด้วยความสนใจ
หอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์นอกจากจะเปิดประมูลสิ่งของล้ำค่าแล้ว กล่าวได้ว่าสถานที่แห่งนี้ยังเป็แหล่งรวมรวมข่าวสารชั้นดีที่มีผู้ใช้บริการอย่างลับ ๆ ไม่เปิดเผย เป็ที่รู้กันเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
สำหรับท่านหญิงเยว่ซิน นางเป็บุตรีเพียงของคนเดียวของท่านประมุขหวังจิ่งหลงและฮูหยินเหมยฮวาซึ่งผู้คนในมหานครแห่งนี้ล้วนเคยได้พบเจอแล้วทั้งสิ้น ชื่อเสียงอันดีงามสมกับยอดพธูอันดับหนึ่งของแคว้น กล่าวได้ว่าท่านหญิงเยว่ซินถือเป็แบบอย่างของสตรีรุ่นหลังอยู่ไม่น้อย เพราะนางนั้นเชี่ยวชาญศาสตร์ทั้งสี่และยังเป็ผู้ฝึกตนสตรีที่แข็งแกร่งมากความสามารถอีกด้วย
ส่วนคุณชายน้อยหวังหนิงอ้ายผู้นี้กล่าวได้ว่ามีแต่ความลึกลับคงไม่เกินจริงไปนัก สายข่าวสืบทราบมาเพียงว่าอีกฝ่ายเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของท่านหญิงเยว่ซินและมีพี่ชายบุญธรรมอยู่หนึ่งคนและคุณชายท่านนี้พึ่งปรากฏตัวในตระกูลเพียง่หนึ่งเดือนมานี้
ทว่าศึกระหว่างตระกูลหวังและตระกูลฮั่นครั้งนั้นต่างมีเสียงร่ำคือว่าคุณชายท่านนี้เป็ส่วนสำคัญที่ส่งผลให้ตระกูลหวังสามารถพลิกกลับสถานการณ์เป็ฝ่ายชนะได้ในที่สุด ส่วนข้อมูลอื่นเกี่ยวกับความสามารถและระดับพลังปราณอยู่ในเขตขั้นใดยังไม่อาจล่วงรู้ได้
แต่จากการตรวจสอบด้วยจิตััอันละเอียดอ่อนในฐานะของนักประเมินที่อ่อนด้อยกว่าจิติญญานักโอสถเพียงไม่กี่ขั้นเขายังไม่อาจล่วงรู้และััสิ่งใดจากคุณชายน้อยผู้นี้ได้ทั้งสิ้น หากอีกฝ่ายไม่สมบัติป้องกันระดับสูงที่มีความพิสดารแล้ว อีกทางหนึ่งคืออีกฝ่ายมีจิตััที่ลึกล้ำละเอียดอ่อนยิ่งหรืออาจฐานะของนักปรุงโอสถระดับสูงก็เป็ไปได้เช่นกัน
“ผู้าุโหรู ข้า้านำของสองสิ่งนี้ร่วมลงประมูลขอรับ” หนิงอ้ายััได้ว่าเมื่อครู่จิตััของอีกฝ่ายได้ลอบตรวจสอบเขาแต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้หนิงอ้ายกังวลใจ ชายชราแซ่หรูผู้นี้ถือเป็นักประเมินระดับสูงที่มีจิตััละเอียดอ่อนเทียบเท่าได้กับนักปรุงโอสถระดับกลางเสียด้วยซ้ำ แต่หากเทียบกับเขาแล้วนับว่ายังไม่อาจเปรียบเทียบได้
เพียงตวัดมืออกเบื้องหน้าพลันปรากฏของสองสิ่งจากแหวนมิติที่หนิงอ้ายถือครองอยู่ สิ่งที่ถูกเก็บในหีบไม้นั้นส่งกลิ่นอายของสมุนไพรวิเศษลึกล้ำ ตรงด้านข้างนั้นเป็ขวดหยกที่สลักลวดลายงดงามพิสุทธิ์ย่อมคาดเดาว่าเป็โอสถวิเศษแน่ ด้วยประสบการณ์ในฐานะนักประเมินหลายสิบปีที่เคยพบเจอกับสมุนไพรวิเศษหายากและโอสถวิเศษมากมาย สีหน้าจึงรักษาความสงบได้เป็อย่างดี
ชายชราแซ่หรูได้ส่งสัญญาณบางประการแก่ท่านหลงที่ยืนอยู่ไม่ไกลตรงด้านข้าง จากนั้นม่านพลังเวทย์ปราการป้องกันอันแข็งแกร่งได้ปรากฎครอบทับไปทั่วทั้งห้องรับรอง พิจารณาจากความแข็งแกร่งแล้วต่อให้เป็วิชายุทธ์พิฆาตของผู้ฝึกตนราชทินนามเทพ์ิญญาขั้นสูงยังยากที่จะทำลายได้
เพียงกล่องไม้ถูกเปิดกลิ่นหอมของสมุนไพรพวยพุ่งทะยานออกมาฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ สิ่งที่ปรากฎอยู่ภายในนั้นเป็โสมโลหิตที่ทีรูปร่างคล้ายกับทารกเด็ก ไอปราณสีแดงเข้มเปลวเพลิงโหมลุกไหม้สว่างไสวทั้งยังปล่อยกลิ่นอายแปลกประหลาดพิสดาร กลิ่นอายของสมุนไพรระดับเซียนอายุไม่น้อยกว่าร้อยปีแน่ชัดในญาณัั แม้ว่าการประมูลในแต่ละครั้งจะปรากฎสมุนไพรระดับสูงไม่น้อย ทว่าสมุนไพรระดับเซียนที่มีอายุถึงห้าร้อยปีนี้ย่อมสร้างความตื่นตะลึงยิ่ง
“โสมทารกโลหิตนี้เป็สมุนไพรระดับเซียนอายุไม่น้อยกว่าห้าร้อยปี เป็หนึ่งในสมุนไพรหายากด้วยข้อจำกัดของพื้นที่เติบโตที่ต้องมีกระแสปราณธาตุไฟที่เข้มข้นคอยหล่อเลี้ยง สามารถนำไปปรุงโอสถระดับหกได้หลากหลาย แน่นอนว่าเหมาะสมยิ่งนักกับผู้ฝึกตนสังกัดปราณธาตุไฟเป็อย่างมาก...”
“ของแลกเปลี่ยนกับสมุนไพรนี้ ข้า้าเป็สมุนไพรระดับเซียนสังกัดปราณธาตุน้ำที่มีอายุไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยปีและสมุนไพรระดับสูงสังกัดปราณธาตุน้ำอีกสิบชนิด” หนิงอ้ายตั้งใจว่าจะปรุงโอสถระดับหกเม็ดหนึ่งให้แก่ลู่ซีเพื่อให้อีกฝ่ายดูดซับ ด้วยเพราะยามนี้อีกฝ่ายเป็เพียงราชทินนามราชันิญญาขั้นกลางเพียงเท่านั้น หากได้รับแรงหนุนจากโอสถเม็ดนี้คงจะสามารถบรรลุถึงเขตขั้นราชันิญญาขั้นสูงย่างก้าวได้อย่างไม่ยากนัก
สำหรับท่านตา ท่านแม่ ท่านปู่ทวดและท่านตารองรวมไปถึงผู้าุโท่านอื่นนั้นหนิงอ้ายได้ทำการแจกจ่ายโอสถวิเศษที่เหมาะสมให้แล้วทั้งสิ้น บางส่วนได้ทยอยเก็บตัวในม่านพิภพเพื่อดูดซับโอสถสำหรับเลื่อนระดับตัดผ่านในเขตขั้นถัดไปแล้ว
จากการปะทะกับมารเฒ่าระดับสูงทั้งสองในศึกตระกูลฮั่นครั้งนั้น ยิ่งเป็การตอกย้ำว่ายามนี้เผ่าพันธ์มารปีศาจได้เริ่มแผนการทำลายมหาพิภพแล้ว สิ่งที่เขาทำได้นั้นคือเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับครอบครัวและคนที่เขารักให้ได้มากที่สุด โลกของยุทธภพล้วนยอมรับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเท่านั้น ยิ่งแคว้นจูเชว่แห่งนี้เป็แคว้นส่วนหน้าที่มีอาณาเขตติดกับดินแดนพิภพระดับล่างอันเป็ที่อาศัยของเผ่าพันธ์มารปีศาจแล้ว ดังนั้นความแข็งแกร่งของพลังิญญาจึงมีความสำคัญเป็อย่างมากในการรับมือกับมหาศึกาที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนี้...
ชายชราแซ่หรูถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแ่เบา เพียงสิ่งของแรกที่คุณชายน้อย้าลงประมูลกล่าวได้ว่าเป็หนึ่งในสิ่งของล้ำค่าที่คู่ควรแก่การประมูลใน่ท้ายแล้ว ไม่รู้ว่าขวดหยกที่บรรจุโอสถที่ลอยอยู่ข้างกันนั้นจะลึกล้ำได้มากเพียงใดกัน
ทันทีที่ฝาบรรจุได้ถูกเปิดออก กลิ่นหอมพิสุทธิ์ของโอสถที่ไม่ธรรมดาสามัญแผ่ซ่านออกมาได้สร้างความตื่นตะลึงได้อย่างแท้จริง สีหน้าของชายชราและท่านหลงพลันแปรเปลี่ยน เพ่งพิจารณาประกายของเม็ดโอสถที่ล่องลอยเป็สีแดงประกายทองนั้นย่อมไม่ใช่เพียงโอสถทั่วไป จำเป็ต้องเชิญนักปรุงโอสถของหอประมูลเข้ามาตรวจสอบเสียแล้ว เพราะหากโอสถตรงหน้าไม่ได้เลิศล้ำตามที่คาดการณ์ไว้อาจทำให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมาเนิ่นนานของหอประมูลสิบเก้าแก้วดาราพิทักษ์เสียหายได้
เพียงไม่นานนักก็ปรากฏเงาร่างของผู้าุโสตรีท่านหนึ่งที่เดินทะลุม่านปราการเข้ามา รูปลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏดูคล้ายกับสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ดูอ่อนวัยอยู่ไม่น้อย ทว่าทั่วทั้งร่างกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสมุนไพรและโอสถอันเป็หนึ่งในข้อแตกต่างที่สามารถสังเกตุได้ง่าย
สตรีท่านนี้แต่งกายด้วยชุดคลุมสีเขียวเข้มและมีป้ายหยกห้อยอยู่ข้างเอว แม้ไม่รู้ว่ามีความหมายใดหรือไม่แต่กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาแม้จะปกปิดอำพรางไว้หนิงอ้ายััได้ว่าอีกฝ่ายเป็ถึงนักปรุงโอสถระดับหกขั้นสูงเลยทีเดียว
“โอสถเม็ดนี้คงเป็โอสถระดับห้าทั่วไปกระมัง...” นักปรุงโอสถสตรีผู้นี้ไม่แม้จะกล่าวแนะนำตัวแต่กลับเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งทะนงโดยเมินสายตาห้ามปรามกดดันที่ถูกมองมา สิ่งนี้ย่อมเป็หนึ่งในนิสัยที่แก้ไขได้ยากของนักปรุงโอสถระดับสูงที่พบเห็นทั่วไปคงไม่เกินจริงไปนัก
มือเรียวยาวของนางตวัดถือขวดหยกที่บรรจุโอสถด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย แม้ผู้มาเยือนทั้งสองนางจะทราบดีว่าเป็คนตระกูลหวังที่เป็ตระกูลปกครองดินแดนจูเชว่แห่งนี้ แล้วอย่างไรกันเล่า ด้วยฐานะของนักปรุงโอสถระดับหกขั้นสูงอันเป็ตัวตนที่สอดสายตาทั่วทั้งยุทธภพมีเพียงหนึ่งหยิบมือนั้นนางไม่จำเป็ต้องรักษามารยาทถึงเพียงนั้น ต่อให้เป็ท่านหลงหรือผู้ประเมินแซ่หรูยังต้องไว้หน้า หรือแม้กระทั่งผู้แกร่งกล้าในยุทธภพส่วนใหญ่ยังต้องกริ่งเกรงในบารมีหลายส่วนเช่นกัน
กล่าวจบลงนางได้เปิดฝาที่ผนึกไว้ออกก่อนจะเทโอสถลงบนฝ่ามือ ก่อนปรากฎเป็เม็ดโอสถสีแดงประกายทองที่มีเปลวเพลิงแห่งชีวิตลุกท่วม กลิ่นหอมเข้มข้นของโอสถทิพย์ระดับสูงฟุ้งกระจายไปทั่ว ดวงหน้าและสีตาของนางถึงกับเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง กลิ่นอายของเม็ดโอสถอันล้ำค่านี้ใช่ว่าจะปรากฏให้เห็นอย่างง่ายดายเสียเมื่อไหร่กัน
“โอสถทิพย์ระดับเจ็ด...” นักปรุงโอสถสตรีผู้นี้ถึงกับเผยแววตาตกตะลึงอย่างเสียอาการ โอสถตรงหน้านี้มีมูลค่ามหาศาลไม่อาจประเมิลเป็เงินตราได้
ลำพังเพียงโอสถระดับห้า โอสถระดับหกทั่วไปก็สามารถทำให้ผู้คนตาร้อนวาวไปด้วยความโลภแล้ว แต่กับโอสถทิพย์ระดับเจ็ดนี้สามารถกล่าวได้ว่ามีเพียงหนึ่งในห้าเสาหลักของวิหารแห่งโอสถเท่านั้นกระมังที่สามารถหลอมสร้างความบริสุทธิ์ถึงสิบส่วนเช่นนี้ได้
“โอสถหมื่นชีวันอนันต์มหรรณพเม็ดนี้กล่าวได้ว่าเป็โอสถแห่งชีวิตคงไม่เกินจริงไปนัก ผู้ที่ดูดซับไปแม้ว่าร่างกายจะแหลกเหลวจนเกือบดับสูญหรือเส้นชีพจรลมปราณถูกทำลายไปสิ้น โดยไม่จำเป็ว่าต้องเป็เพียงราชทินนามก่อเกิดิญญาเท่านั้น หรือหากผู้ที่ดูดซับมีเขตขั้นที่อ่อนด้อยกว่าราชทินนามเทพ์ิญญาก็สามารถเลื่อนระดับได้ถึงสองขั้นย่อยโดยไร้ซึ่งผลข้างเคียง...”
“ขอเพียงได้ดูดซับโอสถเม็ดนี้เข้าไปก็จะสามารถสรรสร้างสุดยอดกายเนื้ออันแข็งแกร่งขึ้นมาใหม่ทั้งยังปูเส้นทางการเพิ่มระดับพลังลมปราณด้วยเงื่อนไขที่ว่าพร์ของผู้ที่กลืนกินโอสถนั้นมีมากน้อยเพียงใด และด้วยคุณสมบัติวิเศษอันเป็เอกลักษณ์ของสมุนไพรระดับเซียนอายุไม่น้อยกว่าร้อยปีมากกว่าห้าชนิด รวมไปถึงสมุนไพรระดับสูงอีกนับพัน เช่นนั้นโอสถเม็ดนี้ย่อมส่งผลให้ผู้นั้นเป็สุดยอดฝีมือชั้นแนวหน้าได้อย่างไม่ยากเลยทีเดียว...” สดับฟังถ้อยคำที่กล่าวถึงความลึกล้ำพิเศษพิสดารของโอสถตรงหน้าสตรีนักปรุงโอสถจึงรู้สึกตกตะลึงคล้ายไม่อยากเชื่ออย่างตกตะลึงยิ่ง...
