เมื่อชายชราเคราขาวนำคนกลุ่มหนึ่งปิดกั้นทางออก ทั้งยังเล็งปืนจำนวนมากมายังพวกเขา เย่เฟิงก็ตระหนักได้ทันทีว่าผิดพลาดแล้ว
“ไป”
ซูเฟยหยิ่งไร้ซึ่งความลังเล รีบดึงเส้นไหมเงาหิมะที่ยืดขยายกลับมาทันที ซากศพจำนวนมากตกพื้นอย่างแรง
เธอคว้าแขนของเย่เฟิง ก่อนก้าวเท้าแ่เบา ดวงตาจ้องดวงตาของซากศพหานจืออู่ที่โค้งงออยู่ตรงหน้าเพื่อกำบังห่าะุในทันที
ก่อนหานจืออู่จะเสียชีวิต เขารวบรวมพลังภายในไว้ทั่วร่าง ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าหลายเท่า แม้ไม่สามารถต้านทานดวงดาวร่วงหล่นของซูเฟยหยิ่ง แต่ก็ป้องกันปืนลำแสงสีน้ำเงิน ปืนปิดกั้นชีพจร และอื่นๆ ได้
“ต้องฝ่าออกไป”
ซูเฟยหยิ่งเงยหน้ามองเส้นทางที่สวีเซียวหยู่ยืนอยู่
หญิงสาวชอบกระทำอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม เธอมาที่ซากโบราณสถานส่วนนี้เพื่อสังหารหยางเสินแปลงกายของราชันหั่วยวินเยา ตอนนี้เธอทำสำเร็จแล้ว แต่ราชันหั่วยวินเยากลับอยู่อีกทางหนึ่งของซากโบราณสถาน แม้แต่จุดวาร์ปก็ไม่อยู่ในเส้นทางที่จะสามารถเดินไปถึงได้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ซูเฟยหยิ่งต้องฝ่าออกไปเท่านั้น มิฉะนั้นจะหาตำแหน่งของราชันหั่วยวินเยาและจุดวาร์ปเจอได้อย่างไร?
“รับไปครับ”
เย่เฟิงรีบโยนเม็ดยารักษาาแให้อาจารย์
ซูเฟยหยิ่งมอบแหวนมิติให้เขาแล้ว เธอต้องไม่มีอะไรติดตัวแน่นอน แม้เม็ดยารักษาจะรักษาพิษอัคนีไม่ได้ แต่ก็น่าจะได้ผลกับาแจากหมัดของหานจืออู่อยู่บ้าง
จากนั้นเย่เฟิงก็ไม่รีรอ เขาคว้าแขนขาวเนียนของซูเฟยหยิ่ง ต่อเป็ไปเวลาที่เขาจะออกโรงบ้าง!
แม้ความสามารถของซูเฟยหยิ่งจะสามารถฝ่าออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่ในสถานการณ์ที่เธอได้รับาเ็จนพลังชี่เกิดปัญหา ซึ่งจะทำให้าเ็มากกว่าเดิม และนี่ไม่ใช่สิ่งที่เย่เฟิง้าเห็น หากเจอราชันหั่วยวินเยาแล้วจะยังสามารถจัดการมันได้หรือ? และเห็นได้ชัดว่าท่านอาจารย์เข้าใจสถานการณ์ตัวเองอย่างดี แต่เธอยังมีข้อสงสัยว่าเย่เฟิงจะพาตนออกไปจากที่นี่ได้หรือไม่ เมื่อถึงเวลาจริงๆ เธออาจจำเป็ต้องออกโรงช่วยเขา
เย่เฟิงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาคว้าซูเฟยหยิ่งมาไว้ในอ้อมแขนและก้าวเท้าพาเธอออกไปด้วยย่างก้าวไร้เงาขั้นสอง ความเร็วที่ะเิออกมาพุ่งไปยังทางเดินทันที
เขาคว้าร่างเหล็กกล้าของหานจืออู่มาด้วยและรู้สึกว่าหมอนี่มีประโยชน์ที่จะใช้เป็เกราะป้องกัน น่าเสียดายที่มันตายไปแล้ว ร่างกายจึงอ่อนนุ่มลงเรื่อยๆ เกรงว่าในไม่ช้าก็ไม่อาจปัดป้องห่าะุได้อีกต่อไป
ปืนตาข่าย!
เส้นใยตาข่ายพุ่งปกคลุมบริเวณที่เย่เฟิงอยู่ แต่ลำแสงสีเขียวเข้มสว่างวาบขึ้นและตาข่ายถูกตัดขาด แม้เส้นใยตาข่ายเหล่านี้จะแข็งแรงมาก แม้กระทั่งอาวุธแหลมคมก็ยากจะตัดมันขาด แต่กระบี่เจินชี่ของเย่เฟิงแข็งแกร่งกว่าอาวุธแหลมคมนัก จึงเป็ธรรมดาที่ไม่อาจหยุดเขาได้
“ตาเฒ่า ถ้าไม่อยากตายก็ถอยไปซะ!”
เย่เฟิงะโ ไม่อยากเสวนากับตาเฒ่าเ้าเล่ห์อย่างสวีเซียวหยู่ หากเขาโง่เหมือนหานจืออู่จะดีแค่ไหนกันนะ? มันคงไม่มีปัญหามากขนาดนี้แน่นอน
“เย่เฟิง แกคิดจะฝ่าออกไปจากที่นี่ แต่มันจะไม่เกิดเื่แบบนั้นขึ้นแน่นอน!”
เวลานี้สวีเซียวหยู่ก็เริ่มไม่พอใจเช่นกัน สีหน้าของตาเฒ่าจริงจังอย่างมาก การตายของหานจืออู่เป็การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่สำหรับสำนักหมัดเทวา เพราะอาจทำให้สถานะของสำนักหมัดเทวาในเจียงหูถดถอยลง หากการสูญเสียเช่นนี้ไม่ได้รับการทวงคืน สำนักหมัดเทวาต้องอยู่ในภาวะตกต่ำแน่นอน อีกทั้งถูกลดทอนการมีอยู่เช่นเดียวกับสำนักอิ่นเซียนที่เย่เฟิงกวาดล้างไป เพียงจับกุมเทพธิดาแห่งทะเลตะวันออกตรงหน้าได้ก็อาจชดเชยการการตายของหานจืออู่ ดังนั้นสวีเซียวหยู่ในเวลานี้ไม่อาจถอยได้แล้ว
จากการสนทนาระหว่างเย่เฟิงและซูเฟยหยิ่งเมื่อครู่ สวีเซียวหยู่ก็เข้าใจทุกอย่างในทันที และยิ่งไม่อาจปล่อยซูเฟยหยิ่งไปได้
ท่านอาจารย์ของเย่เฟิงก็คือเทพธิดาแห่งทะเลตะวันออก!
ไม่แปลกใจเลยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเจียงหูได้เร็วขนาดนี้ และยังสามารถต่อสู้กับหลงโม่หราน ถังเยว่ ถังซินที่แข็งแกร่งได้ นั่นเป็เพราะมีเทพธิดาแห่งทะเลตะวันออกสอนสั่ง แบบนี้สวีเซียวหยู่จะยอมทิ้งโอกาสในการจับกุมซูเฟยหยิ่งได้อย่างไร?
แต่ความฝันก็คือความฝัน ความจริงมักโหดร้ายเสมอ
วูบ! วูบ!
หลังจากได้เสียงแปลกๆ ก็ปรากฏเงาสองร่างขึ้นในกลุ่มของเซียวสวีหยู่ หอกกระดูกมวลพิษอันแล้วอันเล่าจากทุกทิศเคลื่อนไหวอย่างโกลาหล จ้าวอี้เปยและหลิงเฉินที่ซ่อนกายอยู่เริ่มลงมือลอบโจมตี
“นั่นใคร!”
การโจมตีกะทันหันนี้ทำให้กลุ่มคนของสวีเซียวหยู่สับสนยุ่งเหยิง ไม่กล้าใช้ปืนที่อยู่ในมืออีก พวกเขารีบหลบหลีกออกไป ทว่ายังมีบางคนถูกโจมตีด้วยหอกกระดูกมวลพิษ
สองหมัดสวีเซียวหยู่ดังพรึบ พุ่งเข้าใส่เงาร่างของจ้าวอี้เปยและหลิงเฉิน แต่เมื่อร่างเงาทั้งสองถูกกำปั้นกลับสลายเป็ทราย และหายไปดั่งควันสีดำ สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของสวีเซียวหยู่มืดคล้ำลงทันที นี่มันอะไรกัน ทำไมมันแปลกประหลาดขนาดนี้?
เมื่อจ้าวอี้เปยและหลิงเฉินสร้างความวุ่นวายท่ามกลางฝูงชน เย่เฟิงก็อุ้มซูเฟยหยิ่งออกไปอย่างรวดเร็วแล้ว
“วิชาเซียนโล่ดาวประกายพรึก!”
เย่เฟิงลอบเอ่ยออกมาพร้อมผายมือออก โล่พลังชี่สีน้ำเงินแผ่ขยายปกคลุมร่างของเขาและซูเฟยหยิ่ง จากนั้นชายหนุ่มก็โยนร่างของหานจืออู่ใส่สวีเซียวหยู่อย่างแรง ชั่วพริบตานั้นสวีเซียวหยู่ใลนลาน รับร่างของหานจืออู่และค่อยๆ วางลงอย่างเบามือ
“ฉันจะไว้ชีวิตแกไปก่อน”
เย่เฟิงวิ่งผ่านสวีเซียวหยู่อย่างรวดเร็ว ก่อนหัวเราะเสียงแ่ขณะวิ่งฝ่าฝูงชน มุ่งหน้าไปยังทางเดินเพื่อออกไป
สวีเซียวหยู่ที่มีระดับพลังแปดสิบปี ในสายตาของเย่เฟิงนั้นไม่น่ากลัวอะไร แต่ตอนนี้เป้าหมายหลักของเขาไม่ใช่จัดการกับสวีเซียวหยู่ แต่คือการพาซูเฟยหยิ่งออกจากที่แห่งนี้
“หยุดเดี๋ยวนี้ เ้าเด็กน้อย!”
สวีเซียวหยู่โกรธมากและปล่อยหมัดต่อยหลังของเย่เฟิง แต่หมัดรุนแรงกลับกระแทกโล่ดาวประกายพรึกแทน แม้เขาจะทำลายโล่พลังชี่ได้ แต่ก็ไม่อาจทำให้เย่เฟิงาเ็เลย กลุ่มคนที่เขาพามาก็ไม่กล้าหยุดเย่เฟิงที่ดูโหดร้ายดั่งปีศาจ และหลีกทางให้เขาออกไปอย่างสบาย
แม้แต่หานจืออู่ยังถึงขั้นถูกสังหาร พวกเขาจะกล้าเผชิญหน้ากับเย่เฟิงตรงๆ ได้อย่างไร?
“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้ลูกสุนัข”
เย่เฟิงยิ้มเยาะ คว้าเอวซูเฟยหยิ่งขณะก้าวเท้าไป ชั่วพริบตาก็วิ่งออกจากตำหนักจนไม่เห็นแม้แต่เงา
ซูเฟยหยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นของเย่เฟิงที่อุ้มเธอวิ่ง จู่ๆ เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยจึงกวาดจิตหยั่งรู้ออกไปและพบผู้ฝึกิญญาสองตนอยู่ด้านหลังเย่เฟิง นั่นทำให้เธอตกตะลึง หญิงสาวไม่คิดมาก่อนว่าใน่เวลาสั้นๆ จะสามารถบ่มเพาะผู้ฝึกิญญาได้ถึงสองตน
เมื่อครั้งที่เย่เฟิงไปตามหาเธอที่ทะเลตะวันออก เคยพูดถึงจ้าวอี้เปยและหลิงเฉิน ซูเฟยหยิ่งจึงไม่คาดคิดว่าทั้งสองคนที่เคยอยู่บนเกาะตอนนั้นจะกลายเป็ผู้ฝึกิญญาระดับพลังสิบปีได้เร็วขนาดนี้ แม้สมบัติ์จะมีเพียงพอ แต่ทั้งสองคนก็จำเป็ต้องฝึกฝนิญญาให้แข็งแกร่งขึ้นทั้งวันทั้งคืน มิฉะนั้นขีดจำกัดของระดับพลังจะเพิ่มเป็สิบปีภายในสองเดือนได้อย่างไร?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซูเฟยหยิ่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ผู้ฝึกิญญาทั้งสองตนนี้ พวกเขาจะมีประโยชน์อย่างมากในโลกเทวะ พลังของเธอต้องเก็บไว้จัดการราชันหั่วยวินเยา! ไม่รู้ว่าจุดวาร์ปที่อยู่ในซากโบราณสถานนี้จะพังไปแล้วหรือยัง?
