หลงเหยียนรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาเชื่อว่าเมื่อลั่วซางและคนอื่นๆ กลับมา อย่างน้อยก็เป็ระยะเวลาหนึ่ง หากซูจื่อมั่วเข้ามาเห็นภาพนี้ คาดว่าเขาต้องตกตะลึงมากแน่
อย่าว่าแต่เขาเลย เกรงว่าในเมืองอู่ตี้ นอกจากใต้เท้าผู้นำเว่ยเวยซึ่งเป็มารดาของหลงเหยียนแล้ว คงไม่มีใครเห็นตอนหลงเหยียนใช้พลังโลหิตนี้
…
ณ จวนเ้าเมือง ทุกคนรวมตัวกันในห้องอาหาร
หยุนเชียนซินนั่งอยู่ตรงกลาง ลั่วซางและซือถูหม่านั่งอยู่คนละข้าง รอบๆ คือผู้าุโและคนในตระกูล ตอนแรกซูจื่อมั่วก็ไม่อยากมาเหมือนกัน ทว่าเพราะถูกหลงเหยียนกล่อมจึงยอมมา หลงเหยียนบอกเขาว่าอยากอยู่เพียงลำพัง
“ใต้เท้า เมื่อครู่ ชายหนุ่มที่ชื่อว่าหลงเหยียน เหตุใดถึงมีพลังเพียงระดับชีพัขั้นที่แปด หรือการคัดเลือกของตระกูลอู่ตี้ในปีนี้ พลังขั้นที่แปดก็เข้าร่วมได้แล้วหรือ?”
ลั่วซางหยุดคีบอาหารแล้วหันมามองหยุนเชียนซิน
“ความจริงแล้วเ้าหมอนี่ไม่ธรรมดา ดูเหมือนมีพลังแค่ขั้นที่แปด ทว่าเขาคือผู้ฝึกยุทธ์อสูร พูดกันตามตรง การคัดเลือกเข้าตระกูลอู่ตี้ในครั้งนี้ เดิมทีน้องชายข้ามีพลังระดับชีพัขั้นที่เก้าสูงสุด กลับถูกเ้าหมอนี่ทำร้ายาเ็หนัก ท่านต้องนึกไม่ถึงแน่ เขามีพลังเพียงขั้นที่แปดกลับสามารถใช้วิชาการต่อสู้ระดับมายา”
“อะไรนะ? การต่อสู้ระดับกลางหรือ?” หยุนเชียนซินนั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนด้วยความใ ทำให้ผู้น้อยในตระกูลทั้งหลายหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ
“เ้าหมอนั่นทำร้ายน้องชายท่านหรือ ทั้งยังใช้วิชาระดับมายา เ้านั่นเหนืุ์เกินไปแล้ว อัจฉริยะจริงๆ ไม่แปลกที่เข้าเมืองอู่ตี้ได้”
หยุนเชียนซินกลอกตาแล้วยกแก้วสุราขึ้น “ใต้เท้า ดูออกว่าท่านไม่ชอบเ้านี่มากใช่ไหม”
เมื่อพูดถึงหลงเหยียน ความแค้นที่อยู่ในใจลั่วซางก็ปะทุ ซึ่งไม่สามารถเปรียบเป็คำพูดได้ ที่เนินดารา เขาหยามศักดิ์ศรีลุงสองต่อหน้าผู้คนมากมาย ทั้งยังทำร้ายน้องชายตนปางตาย ความแค้นในใจพุ่งทวีคูณ
หากไม่ใช่เพราะหยุนเชียนซินที่ยื้อเขาไว้ที่นี่ ไม่แน่ตอนนี้เขาอาจฆ่าหลงเหยียนในหุบเขาชูหยุนไปแล้วก็ได้
เวลานี้เอง ซือถูหม่าลุกขึ้นยืน “เกรงว่าเ้าหลงเหยียนนั่นก็รู้ว่าตัวเขาไม่ควรโผล่มาในโต๊ะอาหารนี้กระมัง จึงซ่อนอยู่ในห้องไม่กล้าออกมา ความแค้นที่ข้ามีต่อเขาไม่น้อยไปกว่าลั่วซางเลยสักนิด ข้าเป็ถึงหัวหน้า ทว่าเพราะเ้าหมอนี่เลยถูกลดฐานะลงมา”
หยุนเชียนซินส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “เฮ้อ! ต่อให้เป็เด็กอัจฉริยะก็มีวันที่ร่วงโรย น่าเสียดายที่เ้าหมอนั่นไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ผ่านเื่ของศพอสูรในวันนี้ ข้าสามารถเดาอนาคตของเขาได้เลย”
ขณะที่พูด เ้าเมืองหยุนก็ดื่มสุราที่เหลือในแก้วจนหมด เขารู้สึกปวดร้าวแทนหลงเหยียน
ซูจื่อมั่วลุกขึ้นยืน ดื่มคำนับพวกเขาทั้งสาม ในใจรู้สึกเสียดายถึงเหตุการณ์เมื่อ่เช้า ทั้งที่รู้ว่าศพปีศาจอสูรพวกนั้นไม่มีประโยชน์ ก็ยังรั้นจะเก็บเอาไว้… ยังโชคดีที่เขาอดกลั้นไว้ เพราะเขารู้ดีว่าใกล้ออกเดินทางแล้ว
บิดาสอนเขาว่าต้องรู้จักแยกแยะ การเสียเปรียบบางทีก็คือความสุข! เป็เหตุผลเดียวกับโลภมากลาภหาย หลงเหยียนไม่เข้าใจแม้กระทั่งเื่เล็กๆ เช่นนี้ ดูเหมือนพร์ที่เขามีคงถูกคนในตระกูลตามใจจนเคยตัวแล้ว
ตอนนี้หลงเหยียนต้องเสียใจมากแน่ ที่ไม่ได้ออกมาก็เป็เื่ธรรมดา
ลั่วซางชูแก้วสุราขึ้น “ช่างเถิด เราไม่ต้องมาพูดถึงคนใกล้ตายดีกว่า เรามาดื่มกันเถอะ” สำหรับเขาแล้ว เป้าหมายหลักในการมาครั้งนี้คือสังหารหลงเหยียน เพื่อล้างความโกรธเกลียดในใจ หลงเหยียนก็เป็เหมือนลูกไก่ในกำมือเขา
หากเป็ไปตามที่คาด คืนนี้หลงเหยียนต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือลั่วซาง
“ไอ้หนุ่ม หากถึงตอนนั้น ดูสิเ้าจะยังผยองอยู่อีกไหม!”
แววตาลั่วซางประกายความเหี้ยมโหด จากนั้นก็เงยหน้าซดสุราในแก้วจนหมด
…
ภายในห้อง หลงเหยียนดูดโลหิตของหมาป่าร่างใหญ่จนหมด ไม่นานก็หลอมโลหิตเ่าั้กลายเป็พลังปราณ ร่างกายหลงเหยียนขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าโลหิตของปีศาจอสูรระดับมายาจะบริสุทธิ์เพียงนี้ อีกทั้งปริมาณโลหิตที่มากจะช่วยให้พลังของหลงเหยียนเลื่อนขึ้น นอกจากพอใช้แล้ว เขายังเหลือเก็บไว้อีกมาก หากมีพลังปราณที่มหาศาลเป็กำลังหนุน หลงเหยียนก็มีโอกาสในสนามรบมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ในตอนที่สู้กับพยัคฆ์ร้ายจูเก๋อ เพราะเขามีโลหิตสำรองในปริมาณมาก หลอมมันกลายเป็พลังปราณ ถึงทำให้เขามีกำลังในการต่อสู้
ต่อให้ตอนนี้ไม่มีกระบี่สังหารั หลงเหยียนก็หาได้กังวลไม่
เมื่อพลังปราณของเขาเพิ่มปริมาณมากขึ้น ระดับชีพัขั้นที่แปดเริ่มพุ่งขึ้นไปถึงเส้นพลังที่เก้า
แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทางด้านระดับพลัง หลงอี บิดาของเขามีพลังระดับชีพัขั้นที่แปดนานหลายปี พลังไม่อาจพุ่งสูงขึ้นกว่านี้ ในที่สุดตอนนี้หลงเหยียนก็เข้าใจแล้วว่าการทำลายเส้นพลังที่เก้านั้นยากเพียงใด
“พุ่งทำลายเดี๋ยวนี้”
“แกรก แกรก!” กระดูกในร่างกายเขาเกิดการเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือการเปลี่ยนรูปจากพลังขั้นที่แปดเลื่อนขึ้น พลังปราณที่มหาศาลพุ่งเข้าหาเส้นพลังที่เก้าอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาผลักดัน หลงเหยียนกัดฟันทนความเ็ปของการพุ่งทำลาย
รอยต่อพลังขั้นที่แปดกำลังถูกเปิดออก พลังปราณที่มหาศาลพุ่งเข้าสู่เส้นพลังที่เก้า คล้ายมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ ขยายเส้นพลังหลงเหยียนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเติมเต็มเส้นพลังขั้นที่เก้าของเขา
เมื่อพุ่งเข้าสู่เส้นพลังที่เก้าสำเร็จ นับเป็จุดสูงสุดเลยก็ว่าได้ นับั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป หลงเหยียนผสานเส้นพลังทั้งเก้าเข้าด้วยกันแล้ว เส้นพลังทั้งเก้าเปิดเชื่อมถึงกันทั้งหมด แล้วความเ็ปก่อนหน้านี้ก็สลายไป
จากนั้นก็ตามมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างถึงที่สุด เติมเต็มจุดรวมปราณ พลังปราณที่มหาศาลหล่อเลี้ยงร่างกาย
ดูเหมือนิญญาัในตัวหลงเหยียนจะตื่นเต้นมาก เขาเบิกตาโพลง พลังปราณกระจายไปทั่ว ทันใดนั้น แววตาเขามีลำแสงสีทองพุ่งออกมาสองระลอก
นั่นคือการปลดปล่อยของพลังปราณที่มหาศาล…
“อ๊าก!” หลงเหยียนไม่อาจกดทับความตื่นเต้นในตัว ปล่อยเสียงคำรามออกมา
พลังปราณยังคงไหลเวียนไปทั่วไม่หยุด หลงเหยียนกำหมัดแน่น หยุดพลังปราณเ่าั้ไว้ในจุดรวมปราณ ให้จุดรวมปราณเต็มเหมือนถุงลม ก่อนเก็บพลังปราณมหาศาลที่เหลือไว้ในหินวิเศษ
หลงเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลังผสานจิตที่แข็งแกร่งนี้ช่วยหลงเหยียนได้มาก แน่นอนว่ายังมีหินวิเศษที่เป็ถึงของขวัญที่ดีที่สุดของหลงหลิง
เมื่อนึกถึงสตรีนางนั้น หลงเหยียนััได้ถึงความยิ่งใหญ่ของนางจนเขาต้องเงยหน้าขึ้น
“เสี่ยวหลิง เ้าอยู่ที่ใด ข้าคิดถึงเ้า คิดถึงเ้ามาก”
หลงเหยียนมองสิงโตน้อย พูดพึมพำเบาๆ หากไม่มีสิงโตน้อย ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกเดียวดายมากเพียงใด ไม่มีมัน เขาคงตายไปสองครั้งแล้ว
“น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้ายังแกร่งไม่พอ เสี่ยวหลิง ข้าเชื่อว่าเวลาที่เราจะได้เจอกันสั้นลงเรื่อยๆ แล้ว ตอนนี้เ้ากำลังรอข้าอยู่ที่ใดที่หนึ่งใช่หรือไม่”
เมื่อนึกถึง่เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับหลงหลิงบนเทือกเขาหยุนหลัว หลงเหยียนไม่อาจลืมเลือนมันไปได้แม้แต่วินาทีเดียว ไม่อาจลืมสตรีที่เป็ดั่งเซียนบนชั้นฟ้า
หลงเหยียนหันไปมองสิงโตน้อย แววตาเปลี่ยนเป็ร้อนแรง เขาประกายรอยยิ้มอย่างมั่นคง
“สิงโตน้อย ข้าทำสำเร็จแล้ว ในที่สุดพลังข้าก็เลื่อนขั้นแล้ว ตอนนี้ข้ามีพลังระดับชีพัขั้นที่เก้า”
สิงโตน้อยคำราม เขารู้สึกดีใจแทนหลงเหยียน
หลงเหยียนกำหมัดแน่น ััพลังอันพลุ่งพล่านในตัว เกรงว่าวันนี้ เพียงหมัดเดียวของเขาก็คงทำลายหินหนักหมื่นต้นได้แล้วกระมัง
ขณะที่พูด หลงเหยียนก็ชกออกไปกลางอากาศ ใช้ััความร้อนแรงของพลัง!
“โฮก!” เสียงัคำราม เสียงที่บ้าคลั่งดังมาจากตัวหลงเหยียน แม้กระทั่งห้วงอากาศยังสั่นะเื
หลงเหยียนพูดด้วยความชื่นมื่น “นี่น่ะหรือพลังระดับชีพัขั้นที่เก้า? พลังปราณมหาศาลที่ข้าััได้ถึงมัน พลังข้ามาถึงตรงกลางขั้นที่เก้าแล้ว หากข้าฝึกฝนอีกไม่กี่ครั้ง พลังข้าคงเลื่อนไปถึงขั้นที่เก้าสูงสุดแล้วละ”
--------------------
