“ประตู?”
เมื่อโอเลเกร์หันไปมองตามสายตาของซุนเฟยก็เข้าใจในทันที จึงรีบตอบกลับไปว่า “รายงานฝ่าา เรือนจำไม่ใช่ทั้งหมดของเขาวงกตใต้ดิน หลังบานประตูนั่นไปยังมีเส้นทางไปสู่ชั้นใต้ดินลึก ไม่มีใครทราบว่าเส้นทางนั้นจะนำไปที่ไหน ก่อนหน้านี้มีคนเคยเข้าไปสำรวจเส้นทางนั้น แต่ก็ไม่มีใครได้กลับออกมา มันอันตรายมาก บางคนบอกว่าด้านหลังเป็เขาวงกตที่ยื่นออกไปในทุกทิศทาง บางคนก็บอกว่ามีปีศาจร้ายใต้ดินที่กินคนเป็อาหารซ่อนอยู่ในนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ทุกๆ วันจะมี่เวลาหนึ่งที่จะมีเสียงร้องและคำรามที่น่ากลัวลอยออกมาจากด้านใน เส้นทางนั้นมีแรงดึงดูดบางอย่างที่นำให้คนเป็เข้าไป...ต่อมา เพื่อปกป้องมนุษย์ องค์าารุ่นก่อนๆ จึงส่งคนมาสร้างประตูเหล็กที่นี่เพื่อปิดตายเส้นทางนี้ ทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปขอรับ”
โอเลเกร์พูดพลางมองไปที่ประตูเหล็กสีดำด้วยท่าทางเกรงกลัว
ซุนเฟยพยักหน้าไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกอย่างมาก ตามที่โอเลเกร์พูด เรือนจำขนาดใหญ่หลังนี้อาจเป็เพียงส่วนหนึ่งของเขาวงกตใต้ดินก็ได้ เผลอๆ อาจจะเป็ส่วนเล็กๆ เสียด้วยซ้ำ
ความจริงเื่นี้ทำให้รู้สึกใมาก เขาวงกตใต้ดินนี้ใครเป็คนสร้างขึ้นมากันแน่? ซุนเฟยคิดว่าเขาวงกตขนาดใหญ่ที่น่าทึ่งแห่งนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้างของเมืองแซมบอร์ดอย่างแน่นอน อยู่ๆ ความคิดนี้ก็ปรากฏขึ้นมาในใจของเขา เป็ไปได้ว่าคนที่สร้างอาคารบ้านเรือนเมืองแซมบอร์ดกับคนที่สร้างเขาวงกตใต้ดินน่าจะเป็คนๆ เดียวกัน?
ซุนเฟยมีความรู้สึกคลุมเครือว่า เมืองแซมบอร์ดและเขาวงกตใต้ดินแห่งนี้จะเหมือนกัน นี่อาจเป็เพียงเสี้ยวเล็กๆ ที่เปิดเผยออกมา เหมือนเป็สมบัติลึกลับขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครรู้จัก ยังมีสถานที่มหัศจรรย์ลึกลับมากมายที่จมอยู่ในคลื่นประวัติศาสตร์อย่างเงียบๆ เพียงแต่ยังไม่ถูกค้นพบในตอนนี้เท่านั้น รอก่อนเถอะ เขาจะเป็คนไปสำรวจขุดคุ้ยด้วยตัวเอง
เวลานี้ ความสงสัยภายในใจของซุนเฟยกำลังถูกดึงดูดอย่างบ้าคลั่ง
เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะหาเวลาเข้าไปสำรวจด้านในของประตูเหล็กั์นั่น เพื่อค้นหาสิ่งลึกลับที่ซ่อนอยู่ในเขาวงกตใต้ดินลึกลับแห่งนี้
ในขณะที่พูดคุย โอเลเกร์ก็นำซุนเฟยขึ้นไปที่ห้องกว้างห้องหนึ่งในชั้นที่หนึ่ง ด้านในมีเครื่องใช้ทุกชนิดและมีแสงสว่างนำความอบอุ่นมาให้เล็กน้อย ซุนเฟยเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้หินที่ปูด้วยหนังสัตว์นุ่มๆ สีดำ ด้านหน้าเก้าอี้มีโต๊ะไม้หนานมู่สีดำตั้งอยู่ ในใจเขายังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับปัญหาที่เขาละเลยไปก่อนหน้านี้
ทันใดนั้น ด้านนอกก็ได้ยินเสียงเหล็กกระทบกับดัง “ครึ่กๆ” และยังมีเสียงโซ่ลากบนพื้นอีกด้วย ในที่สุดบรู๊คก็กลับมาแล้ว ด้านหลังเขามีใครบางคนเดินตามเข้ามาด้วย
“ฝ่าา ข้านำตัวแปเตอร์ แช็คมาแล้วขอรับ” บรู๊คโค้งกายอย่างนอบน้อมขณะที่พูด
ซุนเฟยกวาดสายตามองอดีตผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ที่บรู๊คให้ความเคารพนับถือเป็อย่างมาก รูปร่างของเขาสูงใหญ่ สูงเกินหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ เสื้อผ้าบนร่างเขาขาดรุ่งริ่ง เดินเท้าเปล่า บางทีอาจถูกขังคุกเป็เวลานาน ผมบนหัวจึงกระเซอะกระเซิงเหมือนไม้ถูพื้นที่สกปรก ร่างกายเขาผอมเล็กน้อย สองมือสองเท้าก็ถูกโซ่คล้องไว้ จุดที่ถูกโซ่คล้องไว้มีรอยถลอกลึก ดูสภาพน่าเวทนาอย่างมาก ราวกับขอทานก็ไม่ปาน
แต่ชายที่อยู่ในสภาพน่าสังเวชคนนี้ แต่ภายใต้ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงกลับมีดวงตาที่ทำให้ซุนเฟยตกตะลึงอยู่ในใจ ดวงตาคู่นี้เป็ประกายแปลกๆ ลูกตาสีน้ำตาลกลับส่องแสงแวววับอย่างน่าประหลาด ทำให้คนรู้สึกเหมือนเทพักำลังจำศีลอยู่ในเทือกเขาหรือเสือร้ายที่กำลังนอนตะแคงอยู่เฉยๆ ใต้แสงอาทิตย์ หากใครได้มองเข้าไปในดวงตาคู่นี้ เกรงว่าไม่มีใครคิดว่าชายคนนี้เป็นักโทษคดีอุกฉกรรจ์อย่างแน่นอน
“ข้าแปเตอร์ แช็ค เข้าเฝ้าาา!”
เมื่อได้เข้ามาในห้อง สายตาของแช็คก็สำรวจมองทุกคน ก่อนที่สายตาจะตกไปที่ร่างของซุนเฟยแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก เขาคุกเข่าลงกับพื้นโดยมีเสียงโซ่บนร่างเขาดังแกร่กๆ ตามการเคลื่อนไหวในขณะที่เคารพซุนเฟย
“รีบลุกขึ้นเถอะ! เ้ารีบไปปลดล็อกโซ่บนร่างแช็คแล้วยกเก้าอี้เข้ามาที”
ซุนเฟยพูดก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากหลังโต๊ะ เขาใช้สองมือของตัวเองประคองแช็คที่คุกเข่าบนพื้นตรงหน้าให้ลุกขึ้น พัศดีโอเลเกร์ที่อยู่ข้างๆ เห็นสถานการณ์เป็แบบนี้ก็ทราบแล้วว่า อดีตผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์คนนี้กำลังจะกลับมามีอำนาจใหม่อีกครั้ง อย่าได้เห็นว่าเื้ัเป็เพียงนักโทษฏเลยเชียว ข้อหานี้ไม่ใช่ว่าสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียวของาาหรอกหรือ? พัศดีโอเลเกร์สังเกตจากสีหน้าและคำพูดของเ้านายก็รีบไปยกเก้าอี้ที่ปูด้วยหนังสัตว์เข้ามาด้วยตัวเอง จากนั้นก็หยิบกุญแจจากผู้คุมมาไขโซ่ที่มือและเท้าของแช็คด้วยตัวเองอีกด้วย
ซุนเฟยยกโต๊ะสีดำไปวางตรงหน้าแช็คด้วยพลังมหาศาลของคนเถื่อนเลเวล 16 แสดงให้เห็นถึงพลังที่เหลือเฟือ เขาชี้ไปที่อาหารเลิศรสบนโต๊ะที่โอเลเกร์จัดเตรียมไว้ให้แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แปเตอร์ เ้าทานอาหารรองท้องก่อนเถอะ กินอิ่มแล้วพวกเราค่อยมาพูดเื่อื่นกัน”
ในดวงตาของแช็คเผยแววตาประหลาดใจออกมา เขามองซุนเฟยอย่างลึกซึ้งแล้วไม่เกรงใจ สองมือของเขาคว้าขาหลังหมูย่างมากินอย่างมูมมาม บางครั้งก็เทเหล้าชั้นดีดื่ม กินอย่างเอร็ดอร่อยราวกับว่าอาหารตรงหน้าเป็อาหารที่รสเลิศมากที่สุดในโลก ไม่ช้า อาหารที่ผู้ชายสี่ถึงห้าคนสามารถกินจนอิ่มก็ถูกเขากวาดลงท้องจนเรียบ ตบท้ายด้วยการกรอกเหล้าในกาสีเงินลงคอก่อนจะเรอออกมาจากนั้นจึงหันไปคุกเข่าตรงหน้าซุนเฟยพลางก้มหัวแล้วเอ่ยคำสาบานออกมาเสียงดัง “ข้าแปเตอร์ แช็ค ขอสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อฝ่าา จะอุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อฝ่าารวมถึงชีวิตของข้าด้วยขอรับ!”
ซุนเฟยตะลึง คาดไม่ถึงว่าหลังจากที่แช็คกินจนอิ่มก็ไม่พูดไม่จาอะไร มาเอ่ยคำสาบานจงรักภักดีทันที คำพูดโน้มน้าวใจมากมายที่เตรียมไว้ไม่ทันจะได้เอ่ยออกมาสักคำ...เมื่อได้สติ เขาก็คิดอย่างรอบคอบ หรือว่าข้าจะมีกลิ่นอายของวีรบุรุษที่มองไม่เห็นอยู่กันนะ?
แต่ซุนเฟยไม่รู้ว่า หลังจากที่ซุนเฟยกลับมาเป็คนปกติเมื่อสองวันก่อนแล้วเข้าร่วมการต่อสู้อย่างดุเดือดบนสนามรบ ต่อมายังมีเื่เล่าว่าได้บั่นคออัศวินจากราชอาณาจักรเซนิทในงานเลี้ยงฉลอง เื่ราวพวกนี้กระจายไปทั่วในเมืองแซมบอร์ดอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งในเวลาว่างๆ เหล่าผู้คุมยังเล่าเื่นี้ด้วยท่าทางหน้าบานเป็จานกระด้ง ไม่ช้าเื่เหล่านี้ก็ลอยเข้าหูของแช็ค อีกทั้งบรู๊คยังพูดย้ำเตือนแช็คมาตลอดทางซ้ำแล้วซ้ำอีก อดีตผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์เป็คนฉลาด เขารู้ว่าโอกาสอันดีของตัวเองมาถึงแล้ว และองค์าาที่กลับมาเป็ปกติก็มีค่าคู่ควรที่ให้ตัวเองรับใช้ จึงได้กล่าวสาบานจงรักภักดีออกไปทันที
“ดี เยี่ยมมาก! แปเตอร์ ตอนนี้ความอยุติธรรมของเ้าข้าจะจัดการ...บรู๊ค ถ่ายทอดคำสั่งข้าทันที ป่าวประกาศไปทั่วเมือง หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดของาา อดีตผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์แปเตอร์ แช็คไม่ใช่ฏ แต่เป็เลขานุการคนก่อนบาร์เซิลใส่ร้ายเขา นับจากวันนี้ไปเ้าไร้มลทินแล้ว เรียกตัวกลับไปทำหน้าที่ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ต่อ!”
บรู๊คดีใจเป็อย่างมาก เขาคาดไม่ถึงว่าเื่ราวมันจะง่ายขนาดนี้ จึงรีบดึงแช็คให้คุกเข่าขอบคุณในน้ำใจของาา
พัศดีโอเลเกร์ก็แสดงความยินดีกับแช็คด้วย จากนักโทษกลายเป็ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ในเวลาสั้นๆ แช็คก็เหมือนลอยทะยานสู่ท้องฟ้า กลับเข้าไปในศูนย์กลางของอำนาจอาณาจักรอีกครั้ง แม้ว่าเ้าภูติตูดม้าอาจจะไม่ใช่ไก่ชนที่ดีอะไร แต่เป็คนที่มีสัญชาตญาณในการสังเกตจากสีหน้าและคำพูดที่ดี เขาเห็นได้ชัดว่าองค์าาให้ความสำคัญแก่แช็คเป็อย่างมาก แช็คถูกวางตัวเป็บุคคลสำคัญแล้ว
เมื่อแช็คขอบคุณซุนเฟยเสร็จก็หันหลังกลับไปพูดขอบคุณพัศดีโอเลเกร์อย่างคาดไม่ถึง “ขอบคุณสำหรับความทุ่มเทในการดูแลข้ามาตลอด ทำให้ข้าไม่ถูกทรมานจนตายอยู่ในเรือนจำที่มืดมิดนี้ เ้าช่วยชีวิตข้า ข้าแปเตอร์ แช็คจะไม่ลืมบุญคุณเ้า!”
ฉากนี้ทำให้ซุนเฟยและบรู๊คมองหน้ากัน
โดยเฉพาะในตอนนี้บรู๊คที่เป็หนึ่งในสองหัวหอกกองทัพของเมืองแซมบอร์ด เขารู้จักนิสัยของแช็คดี ก่อนหน้านี้แช็คมักจะดูถูกเหยียดหยามพวกประจบสอพลออย่างโอเลเกร์ คาดไม่ถึงว่าจะไปก้มหัวขอบคุณ ในใจก็รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนซุนเฟยก็รู้สึกสงสัยอยู่ในใจ เขากวาดสายตามองเ้าภูติตูดม้าโอเลเกร์หลายรอบ เหมือนได้พบสิ่งมหัศจรรย์บนแผ่นดินก็ไม่ปาน
แช็คขอบคุณเสร็จก็เหมือนจะรับรู้ถึงสายตาแปลกๆ ของทุกคน เขาจึงอธิบายให้ฟังว่า หลังจากที่ตัวเองถูกส่งเข้ามาในเรือนจำ เลขานุการคนก่อนบาร์เซิลก็เกิดกังวลใจ กลัวมีปัญหาแทรกซ้อนเข้ามา เขาไม่้ารอให้แช็คถูกสั่งปะาท่ามกลางสาธารณชน เขาอยากทรมานแช็คให้ตายในเรือนจำ ในเรือนจำที่มืดมิด หาก้าให้นักโทษตายก็มีวิธีจัดการได้มากมาย บาร์เซิลจึงสั่งการพัศดีโอเลเกร์โดยตรงให้จัดการเช็กซะ แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเส้นประสาทสมองเสื่อมหรือเปล่า จู่ๆ โอเลเกร์ก็เกิดความเมตตาขึ้นมา และนั่นเป็ครั้งแรกที่เขาขัดคำสั่งของบาร์เซิล เขาไม่ทรมานแช็คจนตาย กลับกันยังคอยดูแลอีกต่างหาก ทำให้ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ผู้นี้มีชีวิตรอดอยู่รอวันที่จะได้ล้างมลทิน ไม่อย่างนั้นตอนนี้แช็คคงกลายเป็ศพไปนานแล้ว
นี่เป็เื่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แต่คนที่แปลกใจยิ่งกว่าซุนเฟยและบรู๊คคือโอเลเกร์ คาดว่านี่เป็สิ่งที่หาได้ยากที่ได้รับการขอบคุณเป็ครั้งแรกจาก ‘บุคคลที่ได้รับการยอมรับจากคนอื่น’ อย่างแช็ค จนตอนนี้เ้าภูติตูดม้าเองก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย ได้แต่เกาหัวโล้นๆ ของตัวเองพลางหัวเราะอย่างโง่งม
ซุนเฟยเห็นว่าเป็เื่ที่น่าสนใจจึงหัวเราะออกมา
จากนั้นจึงให้บรู๊คนำแช็คออกไปจากเรือนจำก่อน แม้ว่าผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์จะหลีกเลี่ยงการทรมานในเรือนจำนี้มาได้ แต่เมื่อต้องอยู่ในสภาพการเป็อยู่ที่แย่แบบนี้นานๆ ร่างกายก็อ่อนแอลงมาก หากไม่ใช่ว่าได้พลังนักรบสองดาวคอยสนับสนุนคงล้มหมอนนอนเสื่อไปนานแล้ว ดังนั้น หากรีบออกไปเจอแสงแดดบ้างก็เป็เื่ดี
ซุนเฟยคิดจะอยู่ในเรือนจำอีกสักพัก
“โอเลเกร์ ในเรือนจำหากมีนักโทษที่ป่วยตายกะทันหันหรือถูกปะาชีวิตตามกฎหมายแล้ว ศพของพวกเขาจะจัดการอย่างไร” ซุนเฟยนั่งลงบนเก้าอี้ ขณะที่กำลังครุ่นคิดบางอย่าง ความคิดนี้ก็แล่นขึ้นมา เขาจึงเอ่ยปากถาม
“ตามประเพณีดั้งเดิมควรจะเผาขอรับ แต่จะเผาในเรือนจำใต้ดินจะส่งผลให้อากาศไม่ดี ดังนั้น หลังจากปะาชีวิตนักโทษแล้ว หากไม่มีญาติมารับไป ปกติก็จะถูกโยนลงไปในแม่น้ำใต้ดิน ถูกแม่น้ำพัดหายไป” พัศดีโอเลเกร์ไม่รู้ว่าทำไมองค์าาถามแบบนี้ แต่ก็ยังโค้งกายตอบอย่างรอบคอบ
“อ้อ...” ซุนเฟยผิดหวังเล็กน้อยแล้วถามอีกว่า “ตอนนี้ในเรือนจำยังมีศพที่ต้องถูกจัดการไหม?”
โอเลเกร์รู้สึกแปลกใจ ไม่รู้ว่าองค์าาถามแบบนั้นทำไม แต่ก็ยังคงตอบกลับไปอย่างระมัดระวังว่า “รายงานฝ่าา เมื่อ่เช้าท่านบรู๊คได้บอกว่าท่านจะมาที่เรือนจำด้วยตัวเอง ดังนั้น...ดังนั้น ข้าเลยให้ผู้คุมจัดการโยนศพทิ้งไปแล้วขอรับ”
“เอ๊ะ? แย่จริง แล้วยังมีนักโทษอุจกรรฉ์ที่จะต้องโดนปะาเร็วๆ นี้ไหม?”
ได้ยินประโยคนี้ โอเลเกร์ก็พอจะเข้าใจความหมายขององค์าา เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาจะเป็ประกาย แล้วตอบกลับว่า “รายงานฝ่าา เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีทหารรับจ้างพเนจรสามนายที่ถูกท่านบรู๊คจับกุมส่งมาที่เรือนจำเพราะได้สังหารคนในเมือง แต่ยังไม่ตาย ตอนนี้เพียงถูกขังไว้ในเรือนจำ นอกจากนี้ยังมีศพชายหน้ากากเงินที่พระองค์นำกลับมาเมื่อวันก่อน ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่เช่นกันขอรับ”
ซุนเฟยพลันดีใจ
“เยี่ยมมาก เ้ารีบส่งคนไปนำทหารรับจ้างสามคนนั้นเข้ามา...เอ่อ รวมทั้งศพของชายหน้ากากเงินด้วย และเตรียมห้องปิดตายให้ข้าหนึ่งห้องด้วย...อืม ใช่แล้ว นักเวทชุดดำคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ไหม? แล้วมันเป็อย่างไรบ้าง?”
“รายงานฝ่าา ตามรับสั่งของท่านก่อนหน้านี้ หากนักเวทคนนั้นฟื้นคืนสติขึ้น ผู้คุมก็จะรีบหักกระดูกเขาทันทีให้เขาสลบไป ตอนนี้ชายคนนั้นยังคงสลบอยู่ในห้องสำหรับนักโทษอุจฉกรรจ์ขอรับ!” โอเลเกร์นึกถึงคำสั่งที่เหี้ยมโหดก็รู้สึกตัวสั่นเล็กน้อย
“ฮ่าๆๆ ดีมาก เ้าส่งคนไปนำนักเวทคนนั้นมาให้ข้าที่ห้องปิดตายด้วย ข้ามีเื่สำคัญต้องทำ”
โอเลเกร์ได้ยินก็รีบหมุนกายออกไปนำนักโทษด้วยตัวเองแล้วจัดเตรียมห้องปิดตาย
สิบนาทีต่อมา โอเลเกร์ก็กลับมานำทางซุนเฟยขึ้นไปยังห้องกว้างห้องหนึ่งในชั้นที่หก ด้านขวามือของห้องหินนี้ถูกขุดเจาะเป็ห้องเล็กๆ ซ่อนอยู่ กว้างประมาณยี่สิบตารางเมตร เป็ห้องปิดตายชั้นยอด ศพชายหน้ากากเงินและทหารรับจ้างสามนายที่ถูกโทษปะาต่างถูกนำมาไว้ในนี้ ส่วนนักเวทสี่ดาวก็กำลังถูกลากเข้ามาในห้องปิดตายด้วยสภาพเหมือนหมา
“เ้าและผู้คุมไปเฝ้าด้านนอก อย่าให้ใครเข้ามา...จำไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเข้ามา!” ซุนเฟยหันไปสั่งเสียงเข้ม
“รับพระบัญชา ฝ่าา!”
โอเลเกร์แม้จะสงสัยแต่ก็เดินนำผู้คุมหลายสิบคนออกไปแล้วยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างเคร่งครัด แม้ว่าเรือนจำจะปลอดภัยมาก แต่โอเลเกร์ก็ยังคงเฝ้าระวังอย่างรอบคอบ เขามองเห็นได้จากการแสดงออกของาา บางทีพระองค์กำลังจะทำเื่บางอย่างที่สำคัญมากอยู่
------------------
