หลังจากเื่ที่เกิดขึ้นกับตระกูลเศรษฐีม่าย เมื่อพยานอย่างม่ายจิ่นเม่ยให้การกับใต้เท้ากวน และลูกน้องทั้งสองของท่านหมอซัง ยอมสารภาพทุกอย่างต่อใต้เท้ากวน เพราะพวกเขาถูกดวงิญญาหญิงสาว ตามมาคอยหลอกหลอนจนนอนไม่หลับ ไหนจะความเ็ปจากยาพิษของอวี้จิ่น ทำให้พวกเขาอยากตายเพื่อหลุดพ้นความทรมาน
เมื่อมีทั้งพยานที่ยังรอดชีวิตและคำสารภาพ จากคนเป็ลูกน้องของซังปินจีทั้งสองคน โทษปะาชีวิตย่อมเกิดขึ้นแน่นอน เพียงแค่ก่อนจะลงดาบปะานั้น ใต้เท้ากวนได้ให้ทั้งสามคนได้รู้ซึ้งถึงความทรมาน ของหญิงสาวที่ตกตายด้วยน้ำมือของพวกเขาเสียก่อน ด้วยการให้เ้าหน้าที่ทำการแขวนคอนักโทษ พอใกล้จะขาดใจก็หย่อนเชือกให้หายใจต่อ ทำเช่นนั้นอยู่ถึงสามครั้งถึงจะนำตัวไปตัดหัว
“เ้าหมอชั่วจงตกนรกอย่าได้กลับมาเกิดเป็คนอีกเลย”
“ถ้าพวกเ้ากลับมาเกิดขอให้เป็สัตว์เดรัจฉาน ที่เป็เหยื่อให้สัตว์ใหญ่ไล่ล่ากินเนื้อพวกเ้า”
“สงสารหญิงสาวที่ต้องตายเพราะคนชั่วจริง ๆ ขอให้พวกเ้าไปสู่สุขคติด้วยเถิด”
ในวันปะาชีวิตมีชาวบ้านไม่น้อยมามุงดู หนึ่งในนั้นย่อมเป็ครอบครัวตระกูลม่าย ที่ได้รับความเป็ธรรมและยังมีชีวิตอยู่ต่อไป
ก่อนครอบครัวตระกูลม่ายจะกลับเมืองอันชิง ยังได้แวะบอกลาอวี้จิ่นที่ตำหนักทำนายดวงชะตานอกเมือง ซึ่งม่ายจิ่นโซ่วยังคงยืนยันว่าไม่ลืมคำสัญญา ที่เขานั้นได้กล่าวไว้กับอวี้จิ่นอย่างแน่นอน โดยคนในครอบครัวก็ยินดีสนับสนุนการกระทำของบุตรชาย นอกจากนี้พวกเขายังได้รับยันต์แปดทิศติดตัวกลับไปทุกคน
“ขอบคุณท่านเทพธิดาที่ช่วยชีวิตข้าไว้ หากไม่ได้ท่านแล้วล่ะก็ ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณบิดามารดาแน่ ๆ เ้าค่ะ” ม่ายจิ่นเม่ยรู้สึกได้ว่านางเหมือนคนตายแล้วเกิดใหม่ ตอนนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่า นางจะกลับมาทำสิ่งต่าง ๆ กับครอบครัวได้อีกครั้ง
“ใช่แล้วขอรับท่านเทพธิดา และคำสัญญาของข้ายังคงเป็เช่นนั้น ท่านเทพธิดาโปรดวางใจได้ ข้าจะไม่ทำให้ตระกูลเดือดร้อน จะคิดอ่านให้รอบคอบเสมอขอรับ” ม่ายจิ่นโซ่วยึดถืออวี้จิ่นเป็แบบอย่างการใช้ชีวิต
“นั่นเป็เื่ที่ข้าสมควรทำแล้วล่ะ จากนี้ไปพวกท่านก็ใช้ชีวิตให้มีความสุข ข้าขออวยพรให้กิจการของพวกท่านเจริญรุ่งเรือง นี่เป็ยันต์แปดทิศช่วยปัดเป่าเื่ร้าย ๆ ขอมอบให้พวกท่านพกติดตัวไว้นะเ้าคะ” เมื่อมีคนทำตามแนวทางของตนย่อมเป็สิ่งที่ดี ผู้คนจะได้เห็นใจผู้อื่นมากขึ้น แต่ไม่ใช่เห็นใจจนยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือ
“ขอบคุณท่านเทพธิดา ข้ากับครอบครัวจะพกติดตัวไว้แน่นอนขอรับ นี่ก็ไม่เช้าแล้วพวกข้าคงต้องขอตัวออกเดินทางแล้วขอรับ”
“เ้าค่ะ เดินทางปลอดภัยนะเ้าคะ”
อวี้จิ่นยืนส่งครอบครัวตระกูลม่ายเพียงชั่วครู่ จากนั้นจึงกลับไปทำหน้าที่ของตนเช่นทุกวัน ตอนนี้ไม่มีเื่แปลกใหม่อันใดมากนัก อวี้จิ่นถึงได้มีท่าทีผ่อนคลายมากกว่าทุกวัน
แต่ด้านในท้องพระโรงกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม เมื่อฟู่หลงเหยียนรายงานภารกิจที่ได้รับ เพื่อตรวจสอบการทำงานของเ้าเมืองซุยโจว เนื่องจากมีขุนนางในราชสำนักแห่งนี้ ช่วยปกปิดและร่วมมือกับโจรป่า ด้วยส่วนแบ่งจากเงินภาษีที่เก็บเพิ่มจากราษฎร
“ยังมีใคร้ารายงานเื่อื่นอีกหรือไม่ หากไม่มีเจิ้นจะได้เลิกประชุมให้พวกท่านไปพักผ่อนได้”
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าา กระหม่อมหัวหน้าสำนักตรวจการ มีเื่้าทูลถวายรายงานภารกิจลับ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองซุยโจวพ่ะย่ะค่ะ” ฟู่หลงเหยียนก้าวออกไปเมื่อฮ่องเต้เปิดช่องโหว่นี้ให้กับตน
“หืม แล้วผลเป็อย่างไรเล่าใต้เท้าฟู่ สาเหตุที่เมืองซุยโจวไม่ยอมส่งรายงาน ทั้งเื่ปัญหาของราษฎรหรือการนำส่งภาษี เกิดอันใดขึ้นกับเมืองซุยโจวงั้นรึ?” ฮ่องเต้ทรงทำเหมือนกับว่าเป็เื่ที่น่ากังวล
“ทูลฝ่าา เื่ที่พระองค์ตรัสมาเกิดจากฝีมือของ ‘หยางเสวียน’ อดีตหัวหน้าโจรป่าที่หนีรอดไปได้ และกลับมาแก้แค้นราชสำนักพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านว่าอะไรนะ!! ใต้เท้าฟู่ท่านแน่ใจหรือว่านั่นคือโจรหยางเสวียน มิใช่คนอื่นหลอมตัวเป็โจรป่า เพื่อปล้นสิ่งของมีค่าของผู้คนหรอกกระมัง” ฮ่องเต้แม้จะทรงทราบว่าภารกิจสำเร็จ แต่ไม่คิดว่าจะกลายเป็โจรหยางเสวียน ที่เคยส่งมือปราบไปจัดการเมื่อสิบปีก่อน
“กระหม่อมแน่ใจพ่ะย่ะค่ะ เนื่องจากใบหน้าของหยางเสวียน ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักมีเพียงอายุที่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาเกือบหนึ่งปีไม่มีฎีกาจากเมืองซุยโจว เป็เพราะหยางเสวียนจับเ้าเมืองตัวจริง นำไปขังคุกไว้ใช้งานยามต้องเขียนกฎเกณฑ์ใหม่เท่านั้น พ่ะย่ะค่ะ”
“ปัง!! บัดซบ! ในยามนั้นมือปราบตั้งมากมาย ใยถึงได้รายงานว่าหยางเสวียนถูกสังหารไปแล้ว นี่มันหมายความอย่างไรกัน” ฮ่องเต้ทรงกริ้วขึ้นมาอีกครั้ง
“ฝ่าา กระหม่อมคิดว่าเื่นี้มีบางอย่างผิดปกติ ต้องมีคนในคอยส่งข่าวให้หยางเสวียน มิเช่นนั้นพวกโจรป่า จะหาทางหลบหนีไปได้หรือพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีจางได้ฟังก็เกิดข้อสงสัยเช่นกัน
“ถึงแม้จะตัดหัวพวกโจรชั่วไปได้ คืนชีวิตความเป็อยู่ให้ราษฎรแล้ว แต่เื่นี้ต้องสืบไปถึงคนที่มีส่วนร่วมให้ได้ สืบได้ความจริงเมื่อใดลงโทษปะาทันทีไม่มีข้อยกเว้น” ฮ่องเต้ยามนี้รู้สึกว่าพระองค์ หย่อนยานการสอดส่องขุนนางในราชสำนักเสียแล้ว
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” ฟู่หลงเหยียนรับกระแสรับส่ง
หลังจากฟู่หลงเหยียนถวายรายงานเื่นี้จบ มีบางคนในกลุ่มขุนนางเริ่มตื่นตระหนก และคิดหาวิธีทำลายหลักฐานที่มี เพื่อไม่ให้ฟู่หลงเหยียนสืบสาวมาถึงตนได้
ในเมื่อมีข่าวะเืราชสำนักเื่โจรหยางเสวียน ยามที่ฮ่องเต้กำลังจะตรัสถึงเื่งานเลี้ยงบุปผา มีทหารส่งเสียงว่ามีรายงานมาจากชายแดนเสียก่อน
ตึก ตึก ตึก
“ฝ่าา มีทหารนำความจากชายแดนมารายงานพ่ะย่ะค่ะ”
“ให้เข้ามาได้”
“ตุบ ถวายบังคมฝ่าา มีข่าวจากชายแดนกองทัพแคว้นจ้าว สังหารองค์ชายสามและแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าเหลียน จนกองทัพศัตรูแตกพ่ายแคว้นจ้าวได้รับชัยชนะแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“จริงรึ!! ดี! เป็ข่าวดีสำหรับทุกคนในแคว้นจ้าว ผู้ใดเป็คนสังหารแม่ทัพใหญ่ของต้าเหลียนรึ” ฮ่องเต้ทรงคิดว่าต้องเป็ฝีมือแม่ทัพใหญ่เจียง
“ทูลฝ่าา ผู้ที่ตัดหัวแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าเหลียนได้ คือแม่ทัพเจียงหยวนและซีอ๋องคือผู้สังหารองค์ชายสาม ที่กำลังคิดจะหลบหนีเอาตัวรอดกลับแคว้นพ่ะย่ะค่ะ เมื่อกองทัพไร้ผู้นำเหล่าทหารต่างหนีทัพ บางคนวางอาวุธยอมแพ้เพื่อแลกชีวิตของตนพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮ่า ๆ ๆ สมกับเป็บุตรชายแม่ทัพใหญ่ ดีมาก! ประกาศข่าวดีนี้ให้ทั่ว เมื่อกองทัพเดินทางมาถึงเมืองหลวง เจิ้นจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับ และตกรางวัลให้ทหารทุกนายอย่างเท่าเทียม” ฮ่องเต้ทรงผิดคาดแต่ยังทรงดีพระทัยเช่นเดิม
“เจิ้นมีอีกเื่ที่เกือบจะลืมบอกพวกท่าน อีกเจ็ดวันหลังจากนี้ฮองเฮาจะจัดงานเลี้ยงบุปผา งานจะถูกจัดขึ้นในอุทยานหลวง บอกกล่าวบุตรหลานที่เข้าร่วมงานให้ดี อย่าคิดสร้างความเสื่อมเสียในวังหลวงเด็ดขาด หากเจิ้นรู้ว่าเป็บุตรหลายตระกูลใด พวกเ้าเตรียมรับโทษทั้งตระกูลทันที..เลิกประชุมได้!”
“น้อมส่งเสด็จฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อฮ่องเต้เสด็จออกจากท้องพระโรง คนที่มีชนักติดหลังจึงรีบเดินออกไปเป็คนแรก แต่การกระทำนี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาคม จากหัวหน้าสำนักตรวจการอย่างฟู่หลงเหยียนไปได้ แม้แต่บิดาของเขายังแปลกใจ ที่บุตรชายของตนมองตามหลังใต้เท้าเลี่ยวผู้นั้นไม่วางตา
“อาเหยียนมีอันใดหรือเ้าเอาแต่จ้องมองใต้เท้าเลี่ยว ั้แ่ยามที่อยู่ในท้องพระโรงแล้ว” ฟู่กั๋วกงเอ่ยถามบุตรชายเพื่อความกระจ่าง
“ข้ากำลังสงสัยหัวหน้าสำนักมือปราบ ที่ถูกส่งไปจัดการหยางเสวียนเมื่อสิบปีก่อน ด้วยฝีมือในยามนั้นจะสังหารโจรร้ายมิใช่เื่ยาก แต่เหตุใดโจรกลุ่มหนึ่งพร้อมหัวหน้าถึงหนีรอดไปได้เล่า หึ”
“อืม ที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผลไม่น้อย เมื่อได้เห็นทรัพย์สมบัติมากมาย จากการปล้นฆ่าของหยางเสวียน เลี่ยวหลวนเฉินจะเกิดความโลภใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้” ฟู่กั๋วกงก็คิดว่ามีความเป็ไปได้อยู่มาก ที่ใต้เท้าเลี่ยวจะสร้างหลักฐานเท็จรายงานต่อฮ่องเต้
“คนของเรารายงานว่าเลี่ยวหลวนคุน ้าเป็ราชบุตรเขยของฝ่าา ด้วยการอ้างความดีความชอบ เพื่อทูลขอสมรสพระราชทานกับองค์หญิงใหญ่ขอรับ” เื่นี้ฟู่หลงเหยียนได้ส่งคนไปสืบอย่างลับ ๆ มิได้บอกกับบิดาให้ทราบมาก่อน
“แต่องค์หญิงใหญ่ทรงตรัสกับฝ่าาแล้ว ว่าจะทรงเลือกราชบุตรเขยด้วยตนเอง เื่นี้จะเป็ไปได้หรืออาเหยียน?”
“ท่านพ่ออย่าลืมว่าตอนนี้บุตรหลานขุนนาง ที่เข้ารับราชการในราชสำนักมีไม่กี่คน แต่คนที่ดูมีโอกาสมากที่สุดย่อมเป็ตระกูลเจียง เพราะเจียงหยวนเป็ขุนนางขั้นสาม ในขณะที่เลี่ยวหลวนคุนอยู่เพียงขั้นห้า ไหนจะเื่ที่องค์หญิงทรงหายไปสองปี ท่านพ่อเชื่อหรือว่าจะไม่มีคนคิดด้านไม่ดีเกี่ยวกับองค์หญิงใหญ่” แม้จะให้นางข้าหลวงตรวจความบริสุทธิ์ แต่เื่เสื่อมเสียอื่น ๆ ย่อมมีคนแต่งเื่มาพูดได้เสมอ
“อืม เื่นี้คงจะปล่อยผ่านไม่ได้จริง ๆ ตระกูลเลี่ยวคิดจะเพิ่มอำนาจ โดยการใช้องค์หญิงใหญ่เป็สะพานสินะ แสร้งทำตัวเป็สุภาพบุรุษช่วยรักษาชื่อเสียงองค์หญิงใหญ่ ฉลาดไม่เบา”
“ข้าส่งคนแฝงตัวเข้าไปในจวนตระกูลเลี่ยวแล้วขอรับ หากมีความเคลื่อนไหวคนของเราจะรีบส่งข่าวออกมาทันที แต่เื่ของเลี่ยวหลวนคุนนั้น ข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากจิ่นเอ๋อร์ จะได้รู้แผนการล่วงหน้าและเตรียมแผนรับมือได้ทันขอรับ” ฟู่หลงเหยียนไม่กังวลเื่คนเป็พ่อ แต่เลี่ยวหลวนคุนจะปล่อยผ่านไม่ได้
“เช่นนั้นเ้าก็ไปพบคุณหนูเจียงเถิด ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ พ่อจะรอฟังแผนการอยู่ที่จวนก็แล้วกัน”
“ขอรับท่านพ่อ”
ฟู่หลงเหยียนเปลี่ยนจากนั่งรถม้า มาขี่เ้าเสี่ยวเฟิงไปพบอวี้จิ่นที่นอกเมืองแทน เนื่องจากไม่้าเสียเวลาเดินทางนานเกินไป แค่หนึ่งจิบชาก็มาถึงหน้าตำหนัก ซึ่งโชคดีที่วันนี้ชาวบ้านไม่เยอะเท่าใดนัก
“คารวะใต้เท้าฟู่ขอรับ”
“จิ่นเอ๋อร์ยุ่งอยู่หรือไม่?” ฟู่หลงเหยียนถามลูกจ้างที่อวี้จิ่นจ้างไว้ เพื่อดูแลต้อนรับชาวบ้าน
“คุณหนูเจียงเพิ่งทำนายดวงให้ชาวบ้านเสร็จขอรับ เชิญใต้เท้าฟู่ที่ชั้นสองได้เลยคุณหนูเจียงได้สั่งเอาไว้แล้วขอรับ”
“อืม ขอบใจมาก” ฟู่หลงเหยียนพูดจบและเดินต่อ แต่เขาพยักหน้าให้เฉินอู่เล็กน้อย เพื่อให้คนสนิทมอบรางวัลให้ลูกจ้างคนนี้
้าชั้นสองหน้าห้องทำนายของอวี้จิ่น ตงลู่ยังคงทำหน้าที่ของตนเช่นทุกวัน พอเห็นว่าเป็ผู้ใดที่เดินขึ้นมาจึงรีบทำความเคารพ ทำให้คนที่อยู่ในห้องรู้ว่ามีแขกมาพบตนให้แล้ว
“คารวะนายน้อยขอรับ คุณหนูเจียงอยู่ด้านในกำลังพักผ่อนขอรับ”
“หึ รู้หน้าที่ดีเกินไปกระมังตงลู่”
“แหะ ๆ ๆ บ่าวมิกล้า ๆ เพราะคุณหนูเจียงคือคนเดียว ที่นายน้อยอยากพบเป็พิเศษมิใช่หรือขอรับ” ตงลู่ยิ้วแหย ๆ พอทำตัวรู้ทันเ้านาย
ยังไม่ทันจะตอบกลับตงลู่ เสียงของอวี้จิ่นเอ่ยเรียกฟู่หลงเหยียนเสียก่อน เขาจึงต้องรีบเดินไปด้านในห้องทันที
“พี่ชายฟู่เ้าคะ เชิญมานั่งดื่มน้ำชาด้วยกันด้านเถิดเ้าค่ะ”
“พี่จะเข้าไปเดี๋ยวนี้”
ฟู่หลงเหยียนเดินเข้ามาถึงโต๊ะรับแขกในห้อง พบว่าอวี้จิ่นรินน้ำชาไว้รอเรียบร้อยแล้ว
“เชิญนั่งเ้าค่ะ เพิ่งมาถึงอย่าได้รีบร้อนนัก ดื่มน้ำชาทานของว่างให้ผ่อนคลายเสียก่อน ค่อยมาพูดคุยกันนะเ้าคะ”
“หึ เก่งจริงนะเ้ารู้หรือว่าพี่มาหาเพราะอะไร”
“หืม ไม่รู้เ้าค่ะ รอให้พี่ชายฟู่เล่าให้ฟังถึงจะรู้ คิ คิ คิ”
“อืม นอกจากมาอยู่เป็เพื่อจิ่นเอ๋อร์แล้ว พี่มีเื่อยากให้เ้าช่วยเล็กน้อยน่ะ” สีหน้าของฟู่หลงเหยียนเปลี่ยนไปหลังพูดจบ
“พี่ชายฟู่บอกมาเถิดว่าคือเื่เกี่ยวกับอะไร ถ้าช่วยให้งานของท่านสำเร็จข้าต้องช่วยอยู่แล้วเ้าค่ะ”
“เกี่ยวกับบุตรชายตระกูลเลี่ยว ยามนี้เป็ขุนนางขั้นห้าอยู่ในกรมพิธีการ สายของพี่รายงานว่าคุณชายเลี่ยว หวังตำแหน่งราชบุตรเขยของฮ่องเต้ คิดจะให้บิดาทูลขอสมรสพระราชทานกับองค์หญิงใหญ่..”
“ปัง! ข้าไม่ยอม! และไม่อนุญาตให้ผู้ใดมายุ่งกับว่าที่พี่สะใภ้เด็ดขาด เ้าคุณชายเลี่ยวผู้นี้กล้าดีอย่างไร ถึงคิดจะมาแย่งว่าที่พี่สะใภ้ไปจากข้า พี่ชายฟู่ท่าน้าทำสิ่งใดโปรดบอกมาเถิดเ้าค่ะ” อวี้จิ่นจับจองคนไว้แล้วตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ตระกูลเจียง ต้องเป็ขององค์หญิงใหญ่และพี่ชายของนางเท่านั้น
“พี่อยากรู้ว่าคุณชายเลี่ยวจะใช้แผนการใด เพื่ออ้างเื่ขอสมรสพระราชทาน นอกจากผลงานในตำแหน่งขุนนาง”
“อืมมมม เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เ้าคะ พวกเราใช้วิธีลักลอบเข้าจวนเลี่ยว เหมือนที่ทำกับเซี่ยเยว่เสี่ยงเป็อย่างไร รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งนะเ้าคะ”
“หึ ๆ ๆ ในเมื่อจิ่นเอ๋อร์อยากใช้วิธีนี้ พี่ย่อมเห็นด้วยอยู่แล้ว ว่าแต่เ้าพร้อมจะลงมือเมื่อใดเล่า”
“คืนนี้เลยเ้าค่ะ ให้น้าตงลู่กับน้าเฉินอู่วางยานอนหลับ เมื่อทุกคนในจวนหลับลึกไม่รู้สึกตัว พวกเราก็ลงมือได้อย่างสะดวก” อวี้จิ่นเลือกยานอนหลับมากกว่ายาสลบ อย่างน้อยยานอนหลับไม่ทำให้มึนงง ยามรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
“ตกลง คืนนี้ปลายยามห้ายพี่จะไปรับเ้าที่จวน ส่วนพวกเ้าสองคนได้ยินที่จิ่นเอ๋อร์พูดแล้วใช่หรือไม่”
“ได้ยินแล้วขอรับนายน้อย ข้ากับตงลู่จะวางยานอนหลับในสำรับอาการมื้อเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัยของใต้เท้าเลี่ยวขอรับ” เฉินอู่ตอบเ้านายทันทีที่คำถามจบลง
“ถ้าเช่นนั้นอาหารมื้อกลางวันก็ทานด้วยกันที่นี่นะเ้าคะ ข้าจะเข้าครัวทำอาหารให้ทานเองเ้าค่ะ เพราะด้านหลังมีห้องครัวสำรองไว้ ส่วนผักต่าง ๆ ก็เก็บมาจากสวนหลังจวนข้าเองเ้าค่ะ” อวี้จิ่นให้นายช่างเซี่ยงทำห้องครัวเล็ก ๆ ไว้ที่นี่ เผื่อนางอยากทำอาหารทานเอง
“ได้สิ ประเดี๋ยวพี่จะเป็ผู้ช่วยให้จิ่นเอ๋อร์เองดีหรือไม่” มีโอกาสได้ทำอาหารร่วมกันทั้งที ฟู่หลงเหยียนจะพลาดไปได้อย่างไร
“ดีมากเ้าค่ะ งั้นไปที่ห้องครัวกันเลยนะเ้าคะ”
อวี้จิ่นแอบเขินอายเล็กน้อย กับสายตาที่เป็ประกายแห่งความสุข ไหนจะร้อยยิ้มอันอบอุ่นที่ส่งมาให้นั่นอีก ทำเอาอวี้จิ่นใจเต้นรัวให้กับรอยยิ้มนี้ จึงรีบลุกขึ้นชวนคนพี่ไปทำอาหารแก้เขินแทน
และสำรับอาหารมื้อกลางวัน ก็มาจากฝีมือเ้านายทั้งสอง ผู้ติดตามทั้งสามคนรู้สึกว่า วันนี้พวกเขามีความสุขเป็พิเศษ ที่ได้เห็นฟู่หลงเหยียนเข้าครัวทำอาหาร หากเล่าให้ใครฟังคงไม่มีใครเชื่อเป็แน่
เมื่อถึงเวลากลับจวนยังคงเป็ฟู่หลงเหยียน ที่ขี่ม้าไปส่งอวี้จิ่นก่อนที่ตนเองจะกลับมาพบบิดา เพื่อบอกเล่าสิ่งที่เขากับอวี้จิ่นจะทำในคืนนี้ ซึ่งฟู่กั๋วกงย่อมเห็นด้วยกับวิธีของอวี้จิ่น เพราะความสามารถของนาง ช่วยกำจัดขุนนางชั่วให้พ้นราชสำนักได้จริง
ทางด้านอวี้จิ่นเองก็ได้เล่าสิ่งที่นางต้องทำ ให้มารดาได้รับรู้เช่นกัน และมารดาของนางยังบอกเื่ชัยชนะของกองทัพ อีกไม่นานบิดาและพี่ชายของนางก็เดินทางกลับเมืองหลวงแล้ว จากนั้นพอถึงยามห้ายฟู่หลงเหยียนมารอรับอวี้จิ่น อยู่หน้าจวนตามเวลานัดหมาย ซึ่งมีอู๋จิ้งติดตามเพียงหนึ่งคน อวี้จิ่นก็มีเพียงเฟยอินคนเดียว เนื่องจากเฉินอู่กับตงลู่ล่วงหน้าไปวางยานอนหลับที่จวนเลี่ยวแล้ว
“พวกเรารีบไปที่ตระกูลเลี่ยวเถิด ภารกิจจะได้ไม่ดึกมากนัก”
“เ้าค่ะพี่ชายฟู่”
“พี่คงต้องล่วงเกินจิ่นเอ๋อร์แล้ว พวกเราต้องใช้วิชาตัวเบาเพื่อไปที่นั่น หากเดินหรือวิ่งเกรงว่าเ้าจะเหนื่อยเอาเสียก่อน”
“ไม่มีปัญหาเ้าค่ะ ขอแค่ท่านไม่ทำข้าร่วงกลางทางก็พอ” อวี้จิ่นรู้สึกว่าการมีวิชาตัวเบาเป็เื่ที่สนุกไม่น้อย
ฟู่หลงเหยียนใช้วิชาตัวเบา พาอวี้จิ่นทะยานผ่านหลังคาและยอดไม้ ไปยังจวนตระกูลเลี่ยว ที่ตั้งอยู่ในอีกฝั่งหนึ่งของเมืองหลวง ความเร็วของเขานั้นราวกับสายลมพัดผ่าน สายลมเย็นเฉียบที่ปะทะกับใบหน้า ทำให้อวี้จิ่นไม่รู้สึกง่วงอีกเลย
เมื่อถึงจวนตระกูลเลี่ยว ฟู่หลงเหยียนวางลงเท้าอย่างแ่เบา และไร้เสียงลงบนพื้นหญ้าด้านในกำแพงสูง เขาเหลียวมองไปรอบๆ เพื่อมองหาเฉินอู่และตงลู่ที่รออยู่ก่อนแล้ว
“นายน้อยตอนนี้ทุกคนในจวนเลี่ยว ต่างนอนหลับเป็ตายทุกคนขอรับ และยังมีสายของเราที่รอรายงานกับนายน้อย เกี่ยวกับหลักฐานที่ท่าน้าเช่นเดียวกันขอรับ” เฉินอู่บอกสิ่งที่ได้ทำกับเ้านาย
“อืม ลงมือกันเถิดประเดี๋ยวจะดึกมากไปกว่านี้” ฟู่หลงเหยียนพูดเบาๆ พลางพยักหน้าให้อวี้จิ่น
เฉินอู่และตงลู่นำทางมายังเรือนของเลี่ยวหลวนคุน ที่ตอนนี้เขาพักอยู่กับฮูหยินโดยทั้งคู่กำลังหลับสนิท จึงไม่อาจรู้ว่าเรือนของตนมีผู้บุกรุกเข้ามาสืบเื่บางอย่าง
หลังจากเดินเข้ามายังห้องนอน อวี้จิ่นหยุดยืนอยู่ข้างเตียงของเลี่ยวหลวนคุน ซึ่งมีฟู่หลงเหยียนคอยยืนอารักขาอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง อวี้จิ่นหันไปมององครักษ์ส่วนตัวของจริง จึงได้รับสัญญาณอนุญาตคือการพยักหน้าจากเขา
ปลายนิ้วเรียวงดงามแตะลงบนหน้าผาก เพื่อมองดูทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา จนถึงเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ความคิดในหัวของเลี่ยวหยวนคุนจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
“แผนของเลี่ยวหยวนคุนที่คิดเอาไว้ คือการสร้างสถานการณ์ให้ได้แต่งงานกับองค์หญิงใหญ่ โดยที่องค์หญิงใหญ่ไม่สามารถปฏิเสธได้…” อวี้จิ่นค่อย ๆ วิเคราะห์ความคิดเ่าั้ที่เริ่มชัดเจนขึ้น
“เขาจะทำให้ดูเหมือนว่าองค์หญิงใหญ่ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสื่อมเสียเกียรติต่อหน้าขุนนาง และคนที่มาร่วมงาน เพื่อบีบให้องค์หญิงใหญ่ยอมแต่งงานโดยไม่มีทางเลือก”
“เป็สถานการณ์เช่นไรหรือจิ่นเอ๋อร์ เ้าพอจะบอกรายละเอียดได้หรือไม่” เป็อย่างที่ฟู่หลงเหยียนคิดไว้ไม่มีผิด ว่าคนอย่างเลี่ยวหลวนคุน มักใหญ่ใฝ่สูงยิ่งกว่าบิดาของตนเสียอีก จึงได้ถามกับอวี้จิ่นเกี่ยวกับแผนการ ที่เลี่ยวหลวนคุนคิดจะใช้กับองค์หญิงใหญ่
อวี้จิ่นยิ่งสืบค้นลึกลงไป ก็ยิ่งเห็นความคิดที่แยบยลและน่ากลัวของเลี่ยวหยวนคุน เขาตั้งใจจะใช้แผนที่แยบยลนี้ ดึงองค์หญิงใหญ่เข้ามาเพื่อเสริมบารมีของตระกูล โดยใช้เื่การแต่งงานเป็เครื่องมือให้กับเลี่ยวหยวนคุน ในการไต่เต้าเพื่ออำนาจในราชสำนัก จนถึงขั้นคิดหลอกใช้ความไว้วางใจจากฮ่องเต้ ทำการขยายอำนาจของตระกูลเลี่ยวไปทุกเมือง
"เขาวางแผนจะทำเช่นนี้ในงานเลี้ยงใหญ่ที่จะมาถึง ด้วยการใช้บุตรสาวของขุนนางที่เป็พรรคพวก แสร้งเดินชนองค์หญิงใหญ่จนตกสระน้ำ จากนั้นเลี่ยวหลวนคุนคือบุรุษผู้ช่วยสาวงามขึ้นจากน้ำ เพียงเท่านี้พยานที่เห็นเหตุการณ์จะไม่เรียกร้องให้ฮ่องเต้ ประทานสมรสพระราชทานได้อย่างไรเ้าคะ ข้าว่ารีบหาทางป้องกันองค์หญิงใหญ่ ให้พ้นจากกับดักนี้โดยเร็วจะดีกว่าเ้าค่ะ" อวี้จิ่นพูดออกมาเบา ๆ พลางหันไปมองฟู่หลงเหยียนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
“ไม่พ้นเื่อำนาจในราชสำนักจริง ๆ สินะ ไม่รู้จักสร้างผลงานเพื่อเลื่อนขั้น แต่คิดใช้วิธีลัดชั่ว ๆ ทำลายชื่อเสียงองค์หญิงใหญ่” ฟู่หลงเหยียนคาดเดาได้แม่นยำมากในครั้งนี้
แต่คำพูดของอวี้จิ่นที่พูดออกมา ทำเอาบุรุษทั้งสี่ที่อยู่รวมกันถึงกับเลื่อนมือมาบังน้องชายของตนอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะถ้อยคำของนางนั้นฟังดูโเี้จริง ๆ
“เหอะ เ้าบุรุษชั่วช้าแค่นี้ก็มีเมียนับสิบคนแล้ว ตัณหาราคะมักมากไม่มีใครเกิน มันน่าจับมาตอนแล้วสับเป็ชิ้น ๆ โยนให้เป็ดกินเสียจริง นั่นคือว่าที่พี่สะใภ้ของข้าเชียวนะ ใครหน้าไหนก็ห้ามแย่งเด็ดขาด”
พรึ่บ! พรึ่บ!พรึ่บ!พรึ่บ!
“เอ่อ คุณหนูมีวิธีสั่งสอนคุณชายเลี่ยวหรือไม่ขอรับ” ตงลู่ที่ยังใช้มือกุ้มเป้าด้านล่างของตนอยู่ ลองถามหยั่งเชิงกับอวี้จิ่น
“ขอข้าใช้ความสักประเดียวนะเ้าคะ”
‘เฉินหนงมีคนคิดจะแย่งว่าที่พี่สะใภ้ข้า’
‘นายหญิง้ายาพิษประเภทใดหรือขอรับ’
‘ขอยาพิษที่ทำให้เครื่องเพศฟ่อลง และยาพิษที่มีความ้าเสพสมที่สูงขึ้น’
‘อ่อ ทำให้รู้สึก้ามาก ๆ แต่ถึงเวลากลับไม่สามารถทำได้ แค่คิดก็คงทรมานน่าดูขายขี้หน้าชาวเมืองด้วยสินะขอรับ’
‘อื้ม เ้าช่วยส่งออกไปให้ข้าทีนะเฉินหนง’
‘ทราบแล้วขอรับนายหญิงท่านรอรับยาได้เลย’
วูบบ!!
“ข้านึกวิธีสำหรับใช้สั่งสอนได้แล้วเ้าค่ะ น้าตงลู่ป้อนยาพิษสองเม็ดนี้ให้คุณชายเลี่ยวกินเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
“มันคือยาพิษอันใดหรือจิ่นเอ๋อร์?”
“หึ มันคือยาพิษที่ทำให้ความ้าของบุรุษเพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเครื่องเพศของเขาจะไม่มีเรี่ยวแรง มีหญิงงามอยู่ตรงหน้าแต่กลับหลับนอนกับพวกนางไม่ได้ เฮ้อออ คงจะทรมานน่าดูเลยนะเ้าคะ พวกท่านคิดเหมือนข้าหรือไม่” อวี้จิ่นหันไปถามความเห็นกับทุกคน แต่พวกเขายังอึ้งกับยาพิษที่นางพูดถึงไม่หาย
“เอ่อ อะ แฮ่ม ๆ พี่ว่าพวกเรากลับออกไปกันเถิด ในเมื่อได้รู้แผนการของคุณชายเลี่ยวแล้ว ยังเหลือข่าวจากคนของพี่ ที่รออยู่ด้านนอกอีกหนึ่งคนซึ่งเกี่ยวกับจวนเลี่ยวแห่งนี้เช่นกัน” ฟู่หลงเหยียนได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ เมื่อได้สติถึงได้ชวนอวี้จิ่นออกจากเรือนแห่งนี้
“โอ้ จริงด้วยเ้าค่ะ รีบไปกันเถิดอย่าให้พวกเขารอนานเ้าค่ะ”
เมื่อมายืนอยู่นอกเรือนหลังใหญ่ สายของฟู่หลงเหยียนได้เข้ามารายงาน พร้อมยื่นสมุดบัญชีเกี่ยวกับส่วนแบ่ง ที่ได้รับจากหัวหน้าโจรหยางเสวียน ที่ใต้เท้าเลี่ยวจดบันทึกเอาไว้อย่างละเอียด ซึ่งมันมีจำนวนมากทีเดียว โดยสายของเขาเล่าให้ฟังว่า หลังกลับจากการประชุมในท้องพระโรง ใต้เท้าเลี่ยวนำห่อผ้าไปขุดหลุมฝังมันไว้ที่หลังจวน จากนั้นรอให้ทุกคนเผลอ เขาถึงแอบไปขุดขึ้นมาเปิดดูถึงได้รู้ว่า สมุดบัญชีนี้คือหลักฐานสำคัญ จึงเก็บเอาไว้มอบให้ฟู่หลงเหยียน พอได้รู้เช่นนี้ฟู่หลงเหยียนได้วางแผนไว้ในใจแล้วว่า จะจัดการสองพ่อลูกตระกูลเลี่ยว ในงานเลี้ยงบุปผาที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน
