รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนหมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับบ้านหลังเล็กของครอบครัวเว่ยแล้ว เช้านี้มีความพิเศษกว่าทุกวัน มันคือวันแรกที่พวกเขาจะลงมือสร้างอนาคตด้วยสองมือของตัวเอง
เจาหรงตื่นก่อนไก่โห่เสียอีก นางนอนฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของสามีและลูกๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด นางจัดการมัดผมยาวสลวยของตนให้เป็มวยสูงอย่างทะมัดทะแมง ใช้ผ้าฝ้ายผืนเก่ามาโพกศีรษะกันแดดและฝุ่น สวมเสื้อผ้าชุดที่เก่าที่สุดแต่ก็ทนทานที่สุด แล้วจึงตรงไปยังห้องครัว
นางไม่ได้ตั้งใจจะทำอาหารมื้อใหญ่โตอะไร เพียงแค่นึ่งหมั่นโถวที่ทำเตรียมไว้ั้แ่เมื่อคืนให้ร้อนกรุ่น และต้มน้ำสมุนไพรขับลมง่ายๆ ใส่ไว้ในกระบอกไม้ไไผ่เพื่อเป็เสบียงสำหรับมื้อพักระหว่างการทำงาน กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและไอน้ำอุ่นๆ ลอยอบอวลไปทั่วครัวเล็กๆ
เมื่อนางเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เว่ยหรานก็เดินงัวเงียเข้ามาในครัวพอดี เขาสวมเพียงกางเกงผ้าเนื้อหยาบตัวเดียว เผยให้เห็นแผงอกกว้างและท่อนแขนกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการทำงานหนัก ร่างกายสูงใหญ่ของเขาดูแข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอย่างแท้จริง
"เ้าตื่นเช้านักอาหรง" เขาทักทายเสียงแหบพร่า ดวงตาที่ยังปรับตัวกับแสงสว่างไม่เต็มที่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นนางในชุดที่พร้อมลุยงานเต็มที่ เขาก็ตื่นเต็มตาทันที "ข้าบอกแล้วว่าจะทำเอง เ้าพักผ่อนเถอะ"
"คนจะทำงานร่วมกัน จะให้ท่านพี่เหนื่อยอยู่คนเดียวได้อย่างไร" นางยิ้มแล้วยื่นหมั่นโถวร้อนๆ ให้เขาหนึ่งลูก "กินรองท้องก่อนเถอะ วันนี้เราต้องใช้แรงกันอีกเยอะ"
เว่ยหรานรับหมั่นโถวมาถือไว้ในมือใหญ่ๆ ของเขาอย่างงงๆ เขาก้มลงมองภรรยาที่บัดนี้ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นางไม่ได้มีท่าทีอ่อนแอหรือรังเกียจงานหนักอีกต่อไป แต่กลับดูมีพลังและกระตือรือร้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก เขาได้แต่พยักหน้ารับแล้วกัดหมั่นโถวเข้าปากอย่างว่าง่าย
ไม่นานนัก กองทัพเสริมที่สำคัญที่สุดก็ตื่นนอนตามมา เ้าสามแสบวิ่งออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพผมชี้ฟูไม่เป็ทรง แต่ดวงตากลมโตของทั้งสามคนกลับเป็ประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น
"ท่านพ่อ! ท่านแม่! วันนี้เราจะไปขุดดินกันใช่ไหมขอรับ!" เว่ยเฟยถามเสียงแจ้ว
"ข้าจะช่วยท่านพ่อขุดดินด้วย!" เว่ยหลงประกาศอย่างแข็งขัน
"ข้า... ข้าจะจับไส้เดือน!" เว่ยหู่พูดพลางเลียริมฝีปาก เหมือนว่าไส้เดือนเป็ของอร่อยอย่างหนึ่ง
เจาหรงมองภาพความกระตือรือร้นของลูกๆ แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ "ได้เลย แต่ก่อนอื่น ทุกคนต้องกินหมั่นโถวให้อิ่มก่อนนะ จะได้มีแรงทำงาน"
มื้อเช้าที่แสนจะเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยพลังใจผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นสมรภูมิรบแรกของครอบครัวเว่ยก็ได้เริ่มต้นขึ้นที่ลานดินหลังบ้าน
ผืนดินว่างเปล่าที่เคยถูกปกคลุมไปด้วยหญ้ารกบัดนี้กำลังจะถูกเปลี่ยนโฉมใหม่ เว่ยหรานหยิบจอบเก่าคู่ใจขึ้นมา จับด้ามจอบอย่างมั่นคง กล้ามเนื้อบนแผ่นหลังและท่อนแขนของเขานูนขึ้นเป็ลอนสวยยามที่ออกแรง
ฉับ!
คมจอบฝังลึกลงไปในดิน พลิกเอาหน้าดินสีเข้มและรากหญ้าที่พันกันยุ่งเหยิงขึ้นมา เขางัดมันขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับกำลังตักเต้าหู้ก้อนหนึ่ง จากนั้นก็สับลงไปอีกครั้งและอีกครั้งอย่างเป็จังหวะและหนักแน่น เหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนผิวสีทองแดงของเขา แต่แววตาของเขากลับมุ่งมั่นอย่างยิ่ง
ส่วนเจาหรงทำหน้าที่เป็คนวางแผน นางใช้กิ่งไม้ขีดเส้นแบ่งพื้นที่ที่้าจะพลิกดินในวันนี้ออกเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอเหมาะ จากนั้นก็คอยใช้เสียมอันเล็กๆ ขุดแซะหญ้าและวัชพืชตามขอบที่จอบอันใหญ่เข้าไม่ถึง แม้จะเป็งานที่เบากว่า แต่ก็ต้องก้มๆ เงยๆ ตลอดเวลา ไม่นานนักแก้มของนางก็แดงก่ำและมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม
และแล้วกองกำลังเสริมที่ทุกคนรอคอยก็ถูกปล่อยลงสู่สนามรบ
"ข้าจะช่วยท่านแม่ถอนหญ้า!" เว่ยเฟยประกาศกร้าว แล้วตรงเข้าไปดึงต้นหญ้าต้นหนึ่งอย่างสุดแรง แต่ด้วยความที่ยังเล็กนัก เขาจึงหงายหลังตึงลงไปก้นจ้ำเบ้ากับพื้นดิน เจาหรงต้องรีบเข้าไปพยุงและปลอบอยู่นานสองนาน
ส่วนเว่ยหู่ ผู้มีงานหลักคือการสำรวจสิ่งมีชีวิต ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ทุกครั้งที่จอบของบิดาพลิกดินขึ้นมาแล้วเจอไส้เดือนหรือแมลงตัวเล็กๆ เขาจะร้องออกมาอย่างตื่นเต้นแล้ววิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ พยายามจะจับมันใส่ไว้ในกระป๋องใบเล็กของตัวเอง ทำให้เว่ยหรานต้องคอยระวังไม่ให้จอบไปโดนลูกชายตัวน้อยอยู่ตลอดเวลา
"ท่านพ่อ! ดูสิขอรับ! ข้าเจอหนอนอ้วน!"
"ระวังนะลูก! ออกมาห่างๆ ก่อน!"
ด้านเว่ยหลง พี่คนโตผู้เงียบขรึม กลับหาวิธีช่วยงานในแบบของตัวเอง เขาไปหากิ่งไม้ขนาดพอดีมือมาหนึ่งอัน แล้วเริ่มทำท่าเลียนแบบบิดา เขาพยายามใช้กิ่งไม้ขุดลงไปในดินด้วยท่าทีที่จริงจังเกินวัย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือเศษดินที่กระเด็นไปโดนหน้าน้องชายทั้งสองคนจนเกิดาขนาดย่อมขึ้น
"พี่ใหญ่! ท่านทำดินเข้าตาข้า!"
"ข้าไม่ได้ตั้งใจ!"
เจาหรงมองภาพความโกลาหลตรงหน้าแล้วก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นางในชาติก่อนคงจะบันดาลโทสะไปแล้ว แต่เจาหรงคนใหม่กลับรู้สึกว่าภาพเหล่านี้มันช่างน่าเอ็นดูและมีชีวิตชีวาเหลือเกิน
นางเดินเข้าไปหาลูกๆ แล้วย่อตัวลงพูดกับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม "คนเก่งของแม่ ตอนนี้แม่มีงานที่สำคัญมากๆ อยากจะให้พวกเ้าช่วยทำ พวกเ้าอยากทำไหม"
"อยากขอรับ!" เด็กๆ ตอบรับเป็เสียงเดียวกัน
"ดีมาก" นางยื่นตะกร้าไม้ไผ่สานใบเล็กๆ ให้พวกเขาคนละใบ "งานที่สำคัญมากก็คือ... การเก็บก้อนหินออกจากแปลงผักของเรา ใครเก็บได้เยอะที่สุด ตอนเที่ยงแม่จะป้อนไข่เจียวคำโตๆ ให้เป็รางวัล"
"ไข่เจียว!"
เพียงเท่านั้น กองทัพจิ๋วก็เปลี่ยนเป้าหมายทันที พวกเขาก้มหน้าก้มตาเก็บก้อนหินใส่ตะกร้าของตัวเองอย่างขะมักเขม้น แข่งขันกันว่าใครจะได้เยอะกว่ากัน ทำให้สมรภูมิรบกลับสู่ความสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง เจาหรงกับเว่ยหรานสบตากันแล้วก็หลุดยิ้มออกมาพร้อมกัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แดดยามสายเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เว่ยหรานยังคงขุดดินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นหลังกำยำ ส่วนเจาหรงก็คอยใช้คราดอันเล็กๆ เกลี่ยดินและเก็บเศษหญ้าที่ขุดขึ้นมาออกไปกองรวมกัน
นางเหลือบมองสามีที่ทำงานอย่างหนักเพื่อครอบครัวแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งใจ นางจึงเดินเข้าไปในร่มไม้ หยิบกระบอกน้ำและผ้าชุบน้ำที่เตรียมไว้เดินตรงไปหาเขา
"ท่านพี่ พักดื่มน้ำก่อนเถอะ"
เว่ยหรานหยุดมือแล้วหันมายิ้มให้นาง รอยยิ้มของเขาดูเหนื่อยอ่อนแต่ก็เต็มไปด้วยความสุข "ขอบใจนะ"
เจาหรงยื่นกระบอกน้ำให้เขาดื่ม ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำค่อยๆ เช็ดเหงื่อตามใบหน้าและลำคอให้เขาอย่างแ่เบา การกระทำที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจของนางทำให้เว่ยหรานยืนนิ่งราวกับถูกสาป หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของภรรยาที่บัดนี้สะท้อนภาพของเขาอยู่เพียงผู้เดียว
"ข้า... ข้าเช็ดเองได้" เขาพูดเสียงตะกุกตะกัก ใบหูแดงก่ำ
"อยู่นิ่งๆ เถอะน่า" นางแกล้งทำเสียงดุ แต่ดวงตากลับเป็ประกายขบขัน "เดี๋ยวข้าเช็ดให้"
เป็่เวลาสั้นๆ ที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็ส่ำของคนสองคน หลังจากพักเหนื่อยจนมีแรงแล้ว ทั้งสองก็กลับมาทำงานต่อ โดยมีกองเชียร์ตัวน้อยคอยให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง
จนกระทั่งตะวันใกล้จะตรงศีรษะ ผืนดินที่เคยรกเรื้อหย่อมแรกก็ถูกพลิกหน้าดินขึ้นมาจนหมดจด มันกลายเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำตาลเข้มที่พร้อมสำหรับการเพาะปลูก
"เสร็จแล้ว!" เว่ยหรานปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
เจาหรงยืนมองผลงานที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาทั้งวันด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ มันอาจจะเป็เพียงแค่แปลงดินเล็กๆ แต่สำหรับนางแล้ว มันคือความสำเร็จก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
"ท่านพี่เก่งที่สุดเลย!" นางชมจากใจจริง
"เ้าก็เหมือนกัน" เขายิ้มตอบ "ถ้าไม่มีเ้าคอยช่วย ข้าคงทำได้ไม่ดีขนาดนี้"
"ข้าเก่งที่สุดต่างหาก! ข้าเก็บหินได้เยอะขนาดนี้เลยนะ!" เว่ยเฟยรีบวิ่งเข้ามาอวดผลงานในตะกร้าของตัวเอง ซึ่งมีก้อนหินอยู่ประมาณสิบกว่าก้อน
"ของข้าเยอะกว่า!" เว่ยหลงเถียงพลางชูตะกร้าของตัวเองขึ้นมา
"ของข้า... มีหนอนด้วย" เว่ยหู่เปิดตะกร้าให้ดู ซึ่งนอกจากก้อนหินแล้วยังมีไส้เดือนตัวอ้วนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อีกสองสามตัว
ภาพนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็อย่างดี เจาหรงเข้าไปกอดลูกๆ ทั้งสามคนพร้อมกัน "เก่งมากลูก เก่งทุกคนเลย แม่ภูมิใจในตัวพวกเ้าที่สุด เอาล่ะ ถึงเวลาสำหรับรางวัลของคนเก่งแล้ว เราไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะ!"
มื้อกลางวันในวันนั้นอร่อยเป็พิเศษ อาจจะเป็เพราะความเหนื่อยและความหิว หรืออาจจะเป็เพราะทุกคนรู้ว่าอาหารมื้อนี้แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง ข้าวสวยร้อนๆ กับไข่เจียวฟูๆ และแกงจืดหัวไชเท้าธรรมดาๆ แต่กลับไม่มีใครเจริญอาหารเท่าวันนี้มาก่อน
หลังจากกินข้าวเสร็จและส่งเ้าสามแสบที่หมดแรงเข้านอนกลางวันเรียบร้อยแล้ว เจาหรงก็รู้สึกถึงความเ็ปเมื่อยล้าที่แล่นไปทั่วร่างกาย นางไม่เคยทำงานหนักเช่นนี้มาก่อน กล้ามเนื้อทุกส่วนกำลังประท้วงอย่างหนัก
นางเดินออกมานั่งพักที่แคร่หน้าบ้าน พลางนวดแขนและบ่าของตัวเองเบาๆ
"ปวดมากรึ" เว่ยหรานที่เดินตามออกมาถามขึ้นเสียงเบา
"นิดหน่อยเ้าค่ะ ไม่ได้ทำงานแบบนี้นานแล้ว"
"มา... เดี๋ยวข้านวดให้"
ไม่ทันที่นางจะได้ปฏิเสธ เขาก็เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังแล้ววางมือใหญ่ๆ ลงบนบ่าของนางอย่างนุ่มนวล จากนั้นก็เริ่มออกแรงบีบนวดอย่างชำนาญ ฝ่ามือที่หยาบกร้านของเขากลับให้ััที่อบอุ่นและผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
"ท่านพี่ ท่านไปเรียนวิธีนวดมาจากไหนกัน" นางถามอย่างแปลกใจ
"ตอนที่ข้าไปทำงานก่อสร้างในเมือง บางทีพวกคนงานก็จะนวดให้กันแก้เมื่อยน่ะ ข้าจำๆ เขามา" เขาตอบเสียงเรียบ
เจาหรงหลับตาลง ซึมซับความรู้สึกสบายและความห่วงใยที่เขาส่งผ่านมาทางฝ่ามือ นางรู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้นางได้กลับมาอยู่เคียงข้างบุรุษผู้นี้อีกครั้ง
"ดีขึ้นหรือไม่" เขาถาม
"อืม ดีขึ้นมากเลย ขอบคุณเ้าค่ะ" นางเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้เขา
รอยยิ้มของนางบวกกับระยะห่างที่ใกล้ชิดกัน ทำให้เว่ยหรานรู้สึกเหมือนเืในกายสูบฉีดแรงขึ้น เขารีบผละมือออกแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง "ไม่เป็ไร เ้าพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวตอนบ่ายข้าจะไปหาซื้อปุ๋ยคอกมาเตรียมไว้"
เจาหรงมองตามแผ่นหลังกว้างที่รีบเดินหนีไปแล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ สามีคนซื่อของนางช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง
ตกเย็นวันนั้น หลังจากที่ทุกคนอาบน้ำอาบท่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครอบครัวเว่ยก็มายืนดูผลงานชิ้นแรกของพวกเขาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง แปลงดินสีน้ำตาลเข้มที่บัดนี้ถูกพรวนจนร่วนซุยนอนสงบนิ่งอยู่ใต้แสงสุดท้ายของวัน
เ้าสามแสบที่หมดฤทธิ์ไปแล้วถูกส่งเข้านอนแต่หัวค่ำ เหลือเพียงเจาหรงและเว่ยหรานที่ยังคงนั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน
นางรู้สึกได้ถึงความปวดเมื่อยที่ระบมไปทั้งตัว มันเป็ความเ็ปที่เกิดจากการทำงานหนัก แต่กลับไม่ทำให้นางรู้สึกทุกข์ทรมานเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือความเ็ปที่ทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่จริงๆ
นางมองแปลงดินผืนนั้นสลับกับมองใบหน้าของสามีที่อยู่เคียงข้าง แล้วเอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ของเขาไว้ "พรุ่งนี้... เรามาเริ่มลงเมล็ดพันธุ์กันนะ"
เว่ยหรานมองมือน้อยๆ ที่กุมมือของเขาอยู่แล้วพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "อืม"
คำตอบรับสั้นๆ แต่กลับมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่อ่อนโยนของสามีคือสิ่งเดียวที่เจาหรง้ามากที่สุด
นางเอนกายพิงไหล่กว้างของเขาอีกครั้งหนึ่ง ค่ำคืนนี้อาจจะปวดเมื่อยไปทั้งตัว แต่หัวใจของนางกลับพองฟูและเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความสุขที่เกิดจากการได้ลงแรงสร้างอนาคตไปพร้อมกับคนที่รัก
