เมื่อเวลาผ่านไป ของประมูลก็มีเ้าของไปถึงห้าชิ้นแล้ว ทว่าหลงเหยียนยังไม่เจอของชิ้นไหนที่ถูกใจเลย
หลงเหยียนจับหยกิญญาหนึ่งแสนชิ้นในถุงผ้าเฉียนคุนด้วยความรู้สึกขมขื่น ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะไม่ได้ร่วมประมูลเสียแล้ว แล้วหานอวี่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ล่ะ นางนำหยกิญญามามากพอแล้วหรือ?
ระหว่างกำลังสนทนาอยู่นั้น ของประมูลอีกชิ้นก็ถูกนำขึ้นมา
“ทุกท่าน ของชิ้นนี้เป็วิชายุทธ์ระดับสูงหนึ่งเล่ม นามว่า ‘หมัดพยัคฆ์คำราม’ มันเป็วิชายุทธ์ที่ช่วยเื่การรวบรวมพลัง เมื่อใช้วิชายุทธ์นี้ ผู้ฝึกยุทธ์จะแสดงพลังและความรวดเร็วดั่งพยัคฆ์ได้ ถือเป็วิชายุทธ์ที่มีพลังแข็งแกร่งมาก ระหว่างการต่อสู้ กระบวนท่านี้สามารถทำให้ผู้ใช้ข่มศัตรู และกลับจากแพ้ให้เป็ชนะได้ ถือเป็วิชายุทธ์ที่มีระดับสูงส่ง สามารถช่วยพัฒนาฝีมือขึ้นไปอีกขั้นเลยทีเดียว”
“วิชายุทธ์ระดับสูงอย่างนั้นหรือ?” หลงเหยียนตาเป็ประกาย เขาไม่เคยมีวิชายุทธ์ระดับสูงมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น ฟังจากชื่อแล้ว คาดว่าวิชายุทธ์นี้คงไม่เลงเลย ลองประมูลดูสักตั้งดีกว่า
“หมัดพยัคฆ์คำราม เริ่มต้นการประมูลที่สองหมื่นหยกิญญา ซึ่งจำนวนของหยกิญญาจะเพิ่มขึ้นทุกห้าร้อยหยกิญญาเมื่อมีผู้ร่วมประมูล”
“ข้าขอเพิ่มอีกหนึ่งหมื่น!”
หลงเหยียนพยักหน้าให้เ้าสิงโตน้อย
เ้าสิงโตน้อยลุกขึ้นยืนแล้วยกป้ายในมือขึ้น “พวกเราเป็คนจากตระกูลอู่ตี้ สำนักตงฟาง พี่ชายของข้ายินดีจะให้ราคาห้าหมื่นหยกิญญาสำหรับวิชายุทธ์นี้”
“ห้าหมื่น? ผู้ใดกัน ประมูลเป็หรือเปล่าเนี่ย ยกราคาขึ้นไปเป็ห้าหมื่นในครั้งแรกเลย?” เ้าสิงโตน้อยพูดจบก็ประกายรอยยิ้มออกมา แล้วกลับไปนั่งที่เดิม
หลงเหยียน หานอวี่ และเสี่ยวหลิงปรายตามองเขา
“เ้าสิงโตน้อย เ้าบ้าไปแล้วหรือ ในกระเป๋าของข้ามีแค่หนึ่งแสนหยกิญญาเท่านั้น เ้ากลับเสนอราคาตั้งห้าหมื่นในครั้งแรกเนี่ยนะ คิดจะฆ่ากันหรือไร?”
เ้าสิงโตน้อยยิ้มแห้ง
“อะไรกัน? เป็คนของตระกูลอู่ตี้อย่างนั้นหรือ ร่ำรวยกันจริงๆ ไม่ธรรมดาสมชื่อจริงๆ ตระกูลอู่ตี้เป็มหาอำนาจอันดับหนึ่งของเมืองอู่ตี้เชียวนะ มั่งคั่งกันเหลือเกิน”
ภายใต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ผู้คนมากมายต่างก็ตั้งตารอ อยากรู้ว่ามีใครที่ให้ราคาสูงกว่านี้อีกหรือไม่ ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปไม่มีทางเข้าชิงซึ่งอาจทำให้มีปัญหาขัดแข้งกันตระกูลอู่ตี้แน่
“ห้าหมื่นครั้งที่หนึ่ง ห้าหมื่นครั้งที่สอง!”
“ข้าให้ห้าหมื่นห้าร้อยหยกิญญา!” เสียงที่เต็มไปด้วยความผยองดังออกมาจากชั้นที่สี่ของร้าน ครั้งนี้ คนมากมายต่างก็แหงนหน้าขึ้นไปมองห้องส่วนตัวบนชั้นที่สี่ เมื่อชายคนหนึ่งเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ทุกคนต่างก็รู้ทันทีว่าเขาคือใคร ป้ายชื่อของเขาบ่งบอกว่าชายคนนี้คือคนจากสำนักเป่ยเยี่ยน ซึ่งเป็คนในตระกูลอู่ตี้เช่นกัน
หานอวี่เองก็สังเกตเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นเช่นกัน
“เหตุใดเขาถึงมาร่วมประมูลด้วยล่ะ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็เหล่ยอี่ ศิษย์เอกคนโตของใต้เท้าเป่ยจงแห่งสำนักเป่ยเยี่ยน!”
“เหล่ยอี่หรือ?” หลงเหยียนเองก็ใไม่ต่างกัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบกับเหล่ยอี่ซึ่งเป็ศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักเป่ยเยี่ยน และเป็คนจากตระกูลอู่ตี้เหมือนกันเช่นนี้
“หลงเหยียน ว่ากันว่าเหล่ยอี่ผู้นี้มีพลังระดับชีพธรณีขั้นต่ำแล้ว แต่ได้ข่าวว่า่เร็วๆ มานี้ พลังของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นสูง ซึ่งเป็ระดับเดียวกับเย่ซีหรานแล้ว ว่าแต่ เหตุใดหมอนี่ถึงอยากได้วิชายุทธ์ระดับสูงเล่มนั้นขนาดนี้ล่ะ? ไม่มีเหตุผลที่สำนักเป่ยเยี่ยนจะไม่มอบวิชายุทธ์ระดับสูงให้เขาเลยนี่ เพราะตอนนี้เขามีพลังอยู่ในระดับชีพธรณีขั้นสูงแล้ว”
หลงเหยียนพยักหน้า “ที่แท้ก็เป็เขานั่นเอง คิดไม่ถึงว่าเหล่ยอี่คนนี้จะมีพลังแข็งแกร่งปานนั้น?” หลงเหยียนส่ายหน้าเบาๆ ดูเหมือนว่าการประลองที่ใกล้จะถึงนี้ทำให้กลุ่มคนที่เคยเก็บตัวเงียบจนไม่เป็ที่จับตามองกลับมาเคลื่อนไหวกันอีกครั้งแล้วสินะ
“หานอวี่ เ้ารู้เื่เกี่ยวกับเหล่ยอี่คนนี้มากน้อยแค่ไหน เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ”
หานอวี่พูดขึ้น “ได้ข่าวว่าเหล่ยอี่เป็คนที่เืเย็นและอำมหิตนัก ทว่ากลับมีพร์ล้ำเลิศ ระหว่างที่ออกไปฝึกฝนนอกสำนักครั้งหนึ่ง เขาเคยสังหารยอดฝีมือระดับชีพธรณี ทั้งที่เขาในตอนนั้นมีพลังเพียงระดับชีพมนุษย์ขั้นต่ำเท่านั้น เื่ในครั้งนั้นทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่ว ต่อมา ใต้เท้าเป่ยจงจึงรับเขาเข้าไปเป็ศิษย์ คนผู้นี้เ้าเล่ห์และรอบคอบ ในเมื่อกลายเป็คู่ต่อสู้ของเขาแล้ว เ้าต้องระวังตัวให้มากล่ะ”
“สังหารคนที่มีพลังสูงกว่าถึงหนึ่งระดับอย่างนั้นหรือ?” หลงเหยียนคิดไม่ถึงเลยว่าเ้าหมอนี่จะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ ทั้งยังโเี้อำมหิตหนักหนา ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็คนเ้าเล่ห์จนน่ากลัว คนเช่นนี้ เกรงว่าคงจะรับมือด้วยยากกว่าเย่ซีหรานเสียอีก
ไม่นานหลงเหยียนก็หันไปพยักหน้ากับเ้าสิงโตน้อย “ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็จะชิงวิชายุทธ์ระดับสูงนี้มาให้ได้”
“พี่ชายข้าให้ราคาแปดหมื่นหยกิญญา!”
“แปด... แปดหมื่นหยกิญญา?” คนทั้งหลายอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง คนของตระกูลอู่ตี้ร่ำรวยกันจริงๆ ราคาที่เพิ่มขึ้นครั้งละหลายหมื่นทำหมื่นทำให้สายตาของคนทั้งหลายไปรวมกันที่เหล่ยอี่อีกครั้ง
เหล่ยอี่แสยะยิ้มเบาๆ ด้วยท่าทางผยองและจองหอง ราวกับรู้ว่าคนที่อยู่ชั้นสองคือใคร
“ข้าให้ราคาแปดหมื่นห้าร้อยหยกิญญา”
“แปดหมื่นห้าร้อย?” หลงเหยียนเริ่มตระหนักได้แล้วว่าเ้าหมอนี่จงใจจะกลั่นแกล้งตน เขามองผ่านฉากกั้นไปที่ร่างของเหล่ยอี่ ท่าทางจองหองและเย่อหยิ่งของอีกฝ่ายทำให้หลงเหยียนกำหมัดแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“หลงเหยียน ห้ามอาละวาดเด็ดขาดเลยนะ เ้าหมอนี่มีพลังที่แข็งแกร่งมากเกินไป อีกอย่างเขายังเป็สหายรักของเย่ซีหรานอีกด้วย หากมีเื่กับเขา เราจะยุ่งยากขึ้นมาก”
หลงเหยียนพยักหน้า “แต่ข้าอยากได้วิชายุทธ์ระดับสูงเล่มนี้จริงๆ นี่ เฮ้อ!”
“เ้าสิงโตน้อย มาทุ่มกันครั้งสุดท้ายเถิด! สู้ให้หมดตัวไปเลย” การประมูลนี้ช่างอันตรายเสียจริง หลงเหยียนเพิ่งจะเจอของที่สนใจก็มีคนมาแย่งเสียแล้ว รวมถึงอีกฝ่ายยังเป็เหล่ยอี่แห่งสำนักเป่ยเยี่ยนอีก ช่างน่าโมโหเสียจริง หลงเหยียนเองก็รู้ดีว่าเ้าหมอนี่ก็มีรายชื่อในการประลองของสำนักวิหคศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน
“พี่ชายข้าให้ราคาหนึ่งแสนหยกิญญา!” เมื่อสิ้นเสียงของเ้าสิงโตน้อย คนทั้งร้านก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นอย่างพร้อมเพรียง คิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าออกมาต่อต้านศิษย์เอกของท่านเป่ยจงแห่งสำนักเป่ยเยี่ยนซึ่งหน้าเช่นนี้ คนมากมายอยากรู้ใจจะขาดแล้วว่าผู้ที่อยู่หลังฉากกั้นคือใครกันแน่?
ไม่นานสายตาทุกคู่ก็เพ่งไปที่เหล่ยอี่ซึ่งนั่งอยู่บนชั้นสี่อีกครั้ง รอบด้านเหลือเพียงความเงียบสงัด ผู้คนทั้งหลายกำลังลุ้นว่าเหล่ยอี่คนนี้จะสู้ราคาต่อหรือไม่
ทว่าอีกฝ่ายกลับมีท่าทีได้ใจ เขาะโขึ้นโดยไร้ซึ่งความลังเล “ข้าให้ราคาหนึ่งแสนห้าร้อยหยกิญญา”
ในที่สุดเ้าสิงโตน้อยก็ข่มความโกรธเกรี้ยวในหัวใจเอาไว้ไม่ไหว เขาพุ่งออกไปข้างนอกแล้วชี้ไปที่เหล่ยอี่
“เ้าบัดซบอยากหาเื่กันใช่หรือไม่ ทุกครั้งที่พี่ชายข้าเสนอราคา เ้าก็เป็อันต้องให้ราคามากกว่าพี่ชายข้าห้าร้อยหยกิญญาเสียทุกครั้ง”
ในที่สุดคนทั้งหลายก็ตระหนักถึงเื่นี้เช่นกัน ดูเหมือนคนในตระกูลอู่ตี้ก็ไม่ได้ปรองดองกันอย่างที่คิด
ทว่าเพราะหวั่นเกรงใจพลังของเหล่ยอี่ จึงไม่มีใครกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา กระทั่งสตรีที่ประกาศสินค้าประมูลอยู่กลางเวทีก็ยังเงียบเสียงลง แล้วมองไปยังเหล่ยอี่อย่างสงบ
ฐานะของเขาทำให้ผู้ฝึกยุทธ์หลายสิบคนที่อยู่เบื้องล่างหวั่นเกรง เขาเป็ยอดฝีมือระดับชีพธรณีขั้นสูงเชียวนะ
การก่นด่าของเ้าสิงโตน้อยไม่ได้ทำให้เหล่ยอี่โกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย เขากลับมองมายังเ้าสิงโตน้อยอย่างท้าทายแทน
“ข้าให้ราคามากกว่าพวกเ้าห้าร้อยหยกิญญาแล้วทำไม หากไม่ใช่เพราะมีกฎว่าต้องเพิ่มราคาขั้นต่ำห้าร้อยหยกิญญาต่อครั้ง ข้าคงเพิ่มราคาแค่หนึ่งร้อยหยกิญญาเท่านั้น ฮ่าฮ่าฮ่า ต่อให้ข้าตั้งใจจะยั่วโมโหเ้าแล้วอย่างไร...”
เมื่อเหล่ยอี่พูดจบ สตรีบนเวทีด้านล่างก็ประกาศราคาขึ้นอีกครั้ง!
“หนึ่งแสนห้าร้อยหยกิญญาครั้งที่หนึ่ง หนึ่งแสนห้าร้อยหยกิญญาครั้งที่สอง”
“หนึ่งแสนแปดหมื่นหยกิญญา” ในตอนนั้นเองหานอวี่ก็ลุกขึ้นยืน นางเองก็เริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาแล้วเช่นกัน นางมองไปยังหลงเหยียนครู่หนึ่ง “ในเมื่อเ้าอยากได้ถึงเพียงนั้น พวกเราก็ทุ่มให้สุดตัวเลยแล้วกัน! ศักดิ์ศรีของผู้ชายถือเป็เื่สำคัญ ยังต้องให้ข้าสอนอีก?” พูดจบก็เปิดฉากกั้นเบื้องหน้าออก แล้วมองไปยังเหล่ยอี่ที่อยู่บนชั้นสี่
เมื่อหานอวี่ก้าวออกมาจากฉากกั้น คนทั้งหลายก็มองเห็นโฉมหน้าของนางได้อย่างชัดเจน เพราะบัดนี้ นางปลดผ้าปิดหน้าออกแล้ว เผยให้เห็นแววตาเย็นะเืคู่สวยที่ซ่อนอยู่ภายใน
“อะไรกัน? ยอดฝีมือระดับชีพธรณีหรือนี่ นางมีพลังระดับธรณีขั้นต่ำเชียวหรือ? หากดูไม่ผิด สตรีนางนี้เป็หลานสาวของใต้เท้าตงฟางสิแห่งสำนักตงฟางนะ?” ทันทีที่ฉากกั้นถูกเปิดออก ก็มีคนจำหานอวี่ได้อย่างรวดเร็ว
เหล่ยอี่มองไปยังหานอวี่ที่อยู่เบื้องล่าง พลันรอยยิ้มที่เคยแฝงไปด้วยความเย็นะเืและเ้าเล่ห์ก็ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง
“ฮึ! สาวน้อย ดูเหมือนว่าเ้าจะใจกว้างมากเลยนี่ หนึ่งแสนแปดหมื่นหยกิญญาเชียวหรือ ช่างใจกล้าเสียจริงที่พูดมันออกมา ก็ได้ เพื่อเย่ซีหนานสหายรักของข้า วันนี้ ข้าจะทำให้เ้าผิดหวังกลับไปเอง คงมีความสุขมากสินะที่ได้มาร่วมงานประมูลกับเ้าหนุ่มหน้าจืดนั่น อยากฝืนกำลังตัวเองเพื่อเ้าหมอนั่นอย่างนั้นหรือ เสียใจด้วย เพราะข้าไม่ปล่อยให้เ้าสมหวังหรอก”
เหล่ยอี่กัดฟันกรอด เขาหักใจะโขึ้น “ข้าให้ราคาหนึ่งแสนแปดหมื่นกับ... กับอีกห้าร้อยหยกิญญา”
--------------------
