ด้านนอกม่านพลังสีดำ คังห่าวนั่งพิงเสาไม้แกะสลักภายในห้องรับแขกอย่างสงบนิ่ง สีหน้าของเขาดูอ่อนล้าราวกับยังได้รับาเ็อยู่ แต่ภายในแววตากลับเยือกเย็น เขารับรู้ทุกถ้อยคำที่เกิดขึ้นด้านในอย่างชัดเจน เพราะจางเหวินได้แอบแทรกแซงพลัง ทำให้การสนทนาทั้งหมดของหลิวหลงและกัวหนิงไม่อาจรอดพ้นจากการรับรู้ของเขาไปได้
คังห่าวถอนหายใจอย่างแ่เบา ภายในใจกลับเกิดความชื่นชมหลิวหลงขึ้นมาเล็กน้อย บุรุษผู้นั้นไม่ได้เพียงภักดีต่อกัวหนิง แต่ยังกล้าตัดสินใจในสิ่งที่โหดร้ายเพื่อนาง ซึ่งสำหรับโลกที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งอำนาจ ความภักดีแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ จะทำได้
แต่สิ่งที่ทำให้คังห่าวรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าคือพลังของจางเหวิน เขาััได้ชัดเจนว่าจางเหวินไม่ได้อยู่ใกล้พื้นที่นี้เลย ทว่ากลับสามารถเจาะม่านพลังของาานักบุญผ่านเพียงเศษพลังที่ส่งผ่านแหวนมิติได้เท่านั้น ระดับพลังเช่นนี้ทำให้หัวใจของคังห่าวเต้นช้าลงโดยไม่รู้ตัว
ม่านพลังสีดำด้านหน้าสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ แยกออกอย่างเงียบงัน
ภายในห้อง หลิวหลงยืนอยู่ข้างโต๊ะหิน ใบหน้าของเขากลับคืนสู่ความเ็าเช่นเดิม ขณะที่ร่างของกัวหนิงถูกจัดให้นอนพักอยู่บนโซฟาด้านข้างอย่างเรียบร้อย
ในจังหวะนั้นเอง เฉินเหยาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ลมหายใจของนางหนักหน่วง ใบหน้าซีดขาวจากการฝืนชำระล้างพิษ
“เกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวกัวหนิง...”
เสียงของนางแ่เบาแต่เต็มไปด้วยความกังวล
หลิวหลงหันไปมอง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“นางเพียงแค่สลบไปเพราะความโกรธเท่านั้น อีกไม่นานก็คงจะฟื้น”
เฉินเหยาพยักหน้าเล็กน้อย คล้ายจะพูดอะไรต่อ แต่พลังในร่างกลับอ่อนแรงลงอีกครั้ง ดวงตาของนางปิดลงช้า ๆ ก่อนสติจะดับวูบและสลบไป
หลิวหลงเขาไปตรวจสอบอาการของนางเล็กน้อยก่อนจะพบว่านางไม่เป็อะไรมากหลังจากนั้นเขาหันกลับมามองคังห่าว
“เอาล่ะ ท่านเ้าเมือง ท่านมีแผนอย่างไรต่อไป”
คังห่าวที่ก่อนหน้านี้ทำทีเหมือนกำลังรักษาอาการาเ็ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น อย่างเป็ธรรมชาติ
“จากข้อมูลกองกำลังของหอการค้าเมฆา ตอนนี้พวกมันน่าจะมีาานักบุญสี่คน และนักบุญอีกสิบคน นั่นน่าจะเป็กำลังทั้งหมดแล้ว และข้ามั่นใจว่าไม่มีใครเหนือระดับจักรพรรดินักบุญอยู่ที่นี่”
หลิวหลงขมวดคิ้ว
“ท่านมั่นใจได้อย่างไร”
คังห่าวพยักหน้าเบาๆ
“ถ้าพวกมันมีคนระดับนั้นจริง พวกมันคงไม่เสียเวลามานั่งสร้างเื่ทั้งหมดแล้วขายโอสถหรอก มันคงใช้กำลังยึดอำนาจจวนเ้าเมืองไปแล้ว และผลประโยชน์ที่ได้ก็จะมากกว่านี้หลายเท่า”
หลิวหลงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
“นั่นก็เป็เพียงการคาดเดา”
คังห่าวยกมือขึ้น ก่อนผลึกข้อมูลสีเงินจะลอยออกมาจากแหวนมิติ
“ไม่ใช่การคาดเดา ข้าแอบไปหอการค้าเมฆามาแล้ว และได้แอบทำให้สมาชิกบางคนสลบแล้วนำมาตรวจสอบความทรงจำ”
“ข้ารู้ว่าผู้ติดตามของหวังเฉียงมีทั้งหมดสิบสี่คน พวกมันถูกส่งมาคุ้มกันเขาโดยตรงจากพ่อของเขา ตอนแรกข้าได้มาแค่หน้าตาภายนอกเท่านั้น แต่หลังจากเอารูปหน้าตาไปตรวจสอบที่สมาคมหนูท่อ ข้าก็ได้ชื่อ ระดับพลัง และข้อมูลทั้งหมดของพวกมันมา”
ผลึกข้อมูลลอยไปหยุดตรงหน้าหลิวหลง
หลิวหลงยื่นมือออกไปรับ ก่อนใช้จิตััตรวจสอบ ภาพเงาของบุรุษและสตรีหลายคนปรากฏขึ้นภายในจิตของเขา
ไม่นานนัก ดวงตาของเขาก็หรี่ลง
“ข้าจำบางคนได้ ข้อมูลของท่านน่าจะถูกต้อง… แต่ท่านทำอะไรกับคนของหอการค้าเมฆาที่ท่านแอบตรวจสอบความทรงจำกัน”
คังห่าวพูดขึ้นอย่างไม่ลังเลใดๆ
“ข้าฆ่าไปแล้ว…”
หลิวหลงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
“แต่กำลังรบของพวกเรายังไม่พอ หากเกิดการปะทะขึ้น นอกจากข้าที่มีการบ่มเพาะระดับาานักบุญ และท่านที่ระดับนักบุญ ร่วมกับทางหอการค้านกยูงเจ็ดสีที่มีผู้าุโระดับนักบุญอีกห้าคน ดูแล้วยังไม่น่าเพียงพอ คนจากจวนเ้าเมืองของท่านยังสู้ไหวหรือไม่”
คังห่าวพยักหน้า
“ทั้งสิบคนยังสู้ไหวแต่ 1 คนยังมีพิษอยู่ในร่างเนื่องจากกินโอสถเข้าไป เขาจึงไม่สามารถปรากฏตัวอย่างเปิดเผยได้ เพราะฝั่งนั้นน่าจะควบคุมพิษได้อยู่แล้ว”
หลิวหลงเงียบไปอีกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดพร้อมพูดขึ้น
“แค่นี้ยังไม่พอ”
คังห่าวพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ข้าจะไปหอการค้าอีกแปดอันดับแรก เพื่อดึงพวกเขามาเป็พันธมิตรในเวลานี้”
หลิวหลงหยุดคิดเพียงชั่วอึดใจ
“แล้วตัวท่านกับผู้ติดตามคนอื่นๆ ไม่ได้โดนพิษเข้าไปแล้วงั้นเหรอ…”
คังห่าวสบตากับหลิวหลง
“ข้าและอีก 9 คนโดนพิษเข้าไปในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไรต่อร่างกายมากนัก”
หลิวหลงพยักหน้าเล็กน้อย
“งั้นข้าจะไปกับท่าน เพื่อทำให้การพูดคุยเป็ไปได้ง่ายขึ้น”
คังห่าวยิ้มออกมาอย่างจริงใจ
“ขอบคุณเ้ามาก”
หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ทั้งสองคนเตรียมพร้อมสำหรับออกเดินทาง
หลิวหลงหันกลับไปมอง หลิวชิง กัวหนิง และเฉินเหยาที่นอนจมกองเืของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดแหวนมิติ พลังสีดำเข้มไหลเวียนออกมารอบห้องอย่างรวดเร็ว
ม่านพลังระดับสูงก่อตัวขึ้นทันที
มันปิดกั้นห้องทั้งห้องจากโลกภายนอก ไม่มีใครสามารถบุกเข้ามาได้ มีเพียงผู้ที่อยู่ด้านในเท่านั้นที่สามารถออกไปได้
หลังจากตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อย หลิวหลงหันกลับมาหาคังห่าว
ทั้งสองสบตากันเพียงชั่วขณะ
ฟึ่บ!
ร่างของทั้งคู่บิดเบี้ยวกลางอากาศ ก่อนจะหายไปจากห้องทันที
…..
…..
เวลาไม่นานนักหลังจากนั้น หอการค้าเมฆาก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากคลื่นมนุษย์ เสียงโหวกเหวกดังระงมไปทั่วถนนด้านหน้า ผู้คนเบียดเสียดกันอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโกรธ ที่ไม่อาจปิดบังได้
“หลบไปซะ! หลีกทางให้ข้า!”
หญิงสาวคนหนึ่งะโสุดเสียง ร่างของนางถูกชนจนเกือบล้ม แต่ก็ยังฝืนดันฝูงชนไปข้างหน้า
“ถอยไป! ข้า้าโอสถแก้พิษไปให้ลูกชายข้า!”
เสียงร้องไห้ เสียงด่าทอ และเสียงขอร้องดังปะปนกันเป็ระลอก ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังจมลงสู่ความบ้าคลั่ง ผู้คนแย่งชิงเส้นทางรอดของตนเองโดยไม่สนใจว่าใครจะล้ม ใครจะตาย
ภายในหอการค้า เสียงเคาน์เตอร์กระแทก เสียงขวดโอสถกระทบกัน และเสียงหินิญญาจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่คลังดังไม่หยุด ราวกับฝนแห่งความมั่งคั่งกำลังเทลงมาไม่รู้จบ
ขณะเดียวกัน ภายในห้องทำงานของหวังเฉียง ิหยวนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้หรู สีหน้าสงบนิ่งราวกับไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเขา พู่กันในมือขยับอย่างมั่นคง ไล่ตัวเลขบัญชีที่เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น อีกาสีดำสนิทตัวหนึ่งก็บินเข้ามาเกาะบนขอบหน้าต่าง ดวงตาสีแดงของมันจ้องมองิหยวนก่อนจะส่งเสียงต่ำ
“แผนการขั้นถัดไป… กำลังจะเริ่มแล้วขอรับ”
ิหยวนไม่ตอบ เพียงดีดนิ้วเบา ๆ
หยดน้ำหนึ่งหยดลอยออกมาจากอากาศ มันแตกกระจายเป็ม่านบาง ๆ แล้วซึมเข้าสู่ร่างของเขา รูปร่าง หน้าตา กลิ่นอาย ระดับพลัง ออร่า ล้วนแปรเปลี่ยนในพริบตา
ิหยวน… กลายเป็หวังเฉียงอย่างสมบูรณ์แบบในพริบตาเดียว
ในเวลาเดียวกัน ภายนอกหอการค้า เสียงการต่อสู้ปะทุขึ้น
“เอาโอสถมา! ไม่งั้นข้าจะฆ่าเ้า!”
ผู้ฝึกตนชราคนหนึ่งคำราม ดวงตาแดงฉาน ขณะที่เขาไล่ตามชายวัยกลางคนที่กำลังหนีตายอย่างสุดแรง
“ไม่! ข้าให้เ้าไม่ได้! ภรรยาของข้ายังรอคอยโอสถอยู่!”
ความโกรธบิดเบี้ยวใบหน้าของชายชรา เขาพุ่งตัวขึ้น เตรียมสังหารชายผู้นั้นโดยไม่ลังเล
ตูมมมมมมมม!!!
แรงกดดันมหาศาลถล่มลงมาจากท้องฟ้าในเสี้ยววินาทีเดียว ออร่าของนักบุญจำนวนมากปะทุขึ้นพร้อมกัน ราวกับูเาหลายสิบลูกกดทับลงบนหัวผู้คน
นักบุญยี่สิบแปดตน… และาานักบุญอีกสองตน… ลอยเรียงรายอยู่บนฟากฟ้า
ทุกการเคลื่อนไหวหยุดชะงักทันที
เสียงของคังห่าวดังขึ้นอย่างหนักแน่นและดุดันจนสั่นะเืจิติญญา
“โปรดให้ชาวเมืองทั้งหมดอยู่ในความสงบ!”
ทันใดนั้น ประตูใหญ่ของหอการค้าเมฆาก็เปิดออก
หวังเฉียงลอยออกมาพร้อมชายชุดดำสิบสี่คน ออร่าของแต่ละคนเย็นเฉียบและคมกริบราวกับคมมีด
หวังเฉียงยิ้มบาง เอียงคอมองคังห่าว
“พบกันอีกแล้วท่านเ้าเมือง… แต่ครั้งนี้ ดูเหมือนท่านจะมาด้วยเจตนาไม่ดีอีกแล้วสินะ”
สายตาของเขาเหลือบมองไปด้านหลังคังห่าว
ที่นั่น… คือผู้แทนจากหอการค้าเก้าอันดับแรกของเมืองดาบ์แทบทั้งหมด
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
คังห่าวสีหน้าเรียบสงบ ดวงตานิ่งลึก
“มีอะไรจะพูดหรือไม่”
หวังเฉียงตอบสั้น ๆ
“ไม่มี”
ในจังหวะเดียวกัน เสียงหนึ่งดังขึ้นในจิตใจของคังห่าว และมันมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยิน
ทุกอย่างเงียบงัน
ทั้งเมืองหยุดนิ่ง
และในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนเผลอ…
ฟึ่บ!!!
ร่างของคังห่าวพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุด พลังะเิออกจากใต้ฝ่าเท้า เขาโผล่ไปถึงตรงหน้าหวังเฉียงในพริบตา มือใหญ่คว้าไปที่ลำคอทันที
ฉึกกก!!!
แสงดาบสายหนึ่งวาบผ่านอากาศ แขนของคังห่าวถูกตัดขาดในเสี้ยววินาทีเดียว เืสาดกระจายกลางอากาศ
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ดาบอีกสิบสามเล่มพุ่งแทงเข้าใส่ร่างของเขาพร้อมกัน!
เสียงอุทานดังขึ้นรอบทิศ หลิวหลงเบิกตากว้างด้วยความใ เพราะในตอนที่วางแผนกันไม่มีอะไรแบบนี้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมา… ทำให้ทุกคนขนลุก
เมื่อแขนที่ถูกตัดขาดของคังห่าวกลับไม่ร่วงลงสู่พื้น มันเริ่มที่จะขยับเอง ก่อนที่มันคว้าคอของหวังเฉียงไว้แทนพร้อมที่จะเหวี่ยงร่างของหวังเฉียงไปสุดแรงจนแม้แต่าานักบุญทั้ง 4 คนก็ไม่ทันได้รู้ตัว
ตูม!
ร่างของหวังเฉียงพุ่งกลับไปทางหลิวหลงราวกับก้อนหินที่ถูกขว้างออกจากเครื่องยิง
คังห่าวที่ร่างถูกแทงทะลุยืนกลางอากาศ เืไหลอาบร่าง แต่ดวงตายังคงเยือกเย็น เขาหันไปมองหลิวหลง ก่อนจะพูดขึ้นอย่างแ่เบาแต่หนักแน่น
“ข้า… ข้าขอฝากที่เหลือไว้กับเ้า… ช่วยปกป้องเมืองแห่งนี้แทนข้าต่อที…”
