“เพราะท่านจากไปแล้วจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้าอีก เพราะต่อให้ท่านพิสูจน์เื่นี้แล้วจากไป ท่านก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้าอีก ในเมื่อพวกเราต้องกลายเป็คนแปลกหน้าต่อกันอยู่แล้ว เช่นนั้นก็ไม่มีความจำเป็ต้องทำเช่นนี้”
หลี่อันหรานพูดจบแล้วเดินกลับห้องตัวเองโดยไม่หันกลับไปมองอีก ทิ้งให้เจียงเฉิงยืนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง ทิ้งให้เขามองเงาหลังที่หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับความมืดไปแล้วของนางอย่างเหม่อลอย
เขาได้ยินเสียงเปิดประตูและปิดลง จากนั้นเห็นแสงตะเกียงสลัวภายในห้องหลี่อันหรานส่องสว่างเพียงไม่นานก็ดับลง เจียงเฉิงเพิ่งได้สติก็ตอนนี้เอง เขาเหมือนจะเข้าใจความหมายในคำพูดของหลี่อันหรานขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าตอนนี้เขาจะทำอะไรเพื่อหลี่อันหราน ไม่ว่าเขาจะดีต่อนางอย่างไร เมื่อเขาทำสิ่งเหล่านี้จบแล้วก็จะจากไป นับจากนั้นจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับพวกนางอีก ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปคนละเส้นทาง ด้วยเหตุนี้หลี่อันหรานจึงรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็ต้องทำเื่พวกนี้
เจียงเฉิงนึกถึงเื่ที่ตัวเองกลับไปแล้วจะถอนหมั้นกับหลี่อันหราน ต่อแต่นั้นจะลืมเลือนกันและกัน หรืออาจถึงขั้นไม่ไปมาหาสู่กันตลอดชีวิต ภายในใจเขารู้สึกเสียใจแปลกๆ เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ เขาบอกไม่ถูกว่านี่เป็ความรู้สึกอย่างไร แต่เขาเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเมื่อครู่หลี่อันหรานจึงสามารถแสดงความเศร้าออกมาพร้อมรอยยิ้มได้
เจียงเฉิงเดินกลับเข้าไปยังกระท่อมฟางอย่างเหม่อลอย
เขาหยิบหินขึ้นมาบดถั่วพวกนั้นต่อ มันเป็ความรู้สึกอย่างไรกันแน่นะ? เมื่อครู่หลี่อันหรานไม่มีท่าทีจะเปลี่ยนใจไม่ให้เขาไปจากที่นี่หลังจากตอบแทนบุญคุณเสร็จ นี่ทำให้เขารู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่อันหรานตื่นแต่เช้าและตรงไปที่กระท่อมฟางเป็อันดับแรก ตอนนี้นางนึกถึงแค่ถั่วกับน้ำพริกของตัวเอง พวกมันเป็ก้าวแรกสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ของนางเชียวนะ ย่อมต้องให้ความสำคัญเป็ธรรมดาอยู่แล้ว
ครั้นมาถึงกระท่อมฟาง นางพบว่าถั่วจำนวนมากพวกนั้นถูกเจียงเฉิงบดหมดแล้ว นอกจากนี้ยังทำได้ละเอียดมาก หลี่อันหรานจึงอดมองไปทางห้องของเจียงเฉิงไม่ได้
ประตูห้องของเขายังคงปิดสนิท นางคิดในใจว่าตัวเองแค่พูดไปอย่างนั้น เขาทำแค่นิดหน่อยก็พอแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะทำจนเสร็จทั้งหมด คงใช้เวลาทั้งคืนเป็แน่ หรือว่าเมื่อคืนเขาจะไม่ได้นอน?
ถึงแม้หลี่อันหรานจะบ่นเจียงเฉิงในใจว่าทึ่มแต่ก็รู้สึกซาบซึ้งใจ แต่นางไม่อยากให้ความรู้สึกของตัวเองต้องพานหดหู่เพราะเื่นี้อีกแล้ว นางต้องสลัดเื่พวกนี้ออกจากหัวให้หมด
เพราะนางมีเื่ที่สำคัญกว่านั้นต้องไปทำ จะให้อารมณ์นำพาอย่างเดียวไม่ได้ หลี่อันหรานคิดแล้วทำงานทันที
หลี่อันหรานทำเสื้อผ้าไม่เป็ นางมอบผ้าฝ้ายหยาบที่ซื้อจากในเมืองเมื่อวานให้กับเสิ่นอิ๋นหวนช่วยตัดกางเกงให้หลี่อันอันไปแล้ว ตอนนี้หลี่อันอันเริ่มโต เสื้อผ้าเก่าจึงเริ่มมีขนาดเล็กลงเป็ธรรมดา
นอกจากนี้ยังมีเื่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือเื่ที่หลี่อันหลินจะเข้าสำนักศึกษา การศึกษาเล่าเรียนจำต้องใช้เงินเยอะมาก หลี่อันหรานเตรียมเงินส่วนนี้ไว้ก่อนแล้ว
ตราบใดที่ยังมีเื่เหล่านี้ให้ต้องพะวง หลี่อันหรานก็ไม่มีกะจิตกะใจมาคิดเื่ความรัก
ภายใต้สถานการณ์ที่ความเป็อยู่ยังคงยากลำบาก ไม่คิดว่าการไล่ตามความรักดูไร้สาระเกินไปหน่อยหรือ? หลี่อันหรานเป็คนที่อยู่กับความเป็จริง นางพับแขนเสื้อแล้วเริ่มงานทันที
นางนำถั่วที่เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วมาทำให้เป็แบบที่ตัวเอง้า จากนั้นหันไปทำอย่างอื่นต่อ กว่าจะเห็นเจียงเฉิงออกมาจากห้องก็เป็เวลาที่ตะวันโด่งฟ้าแล้ว แต่วันนี้หลี่อันหรานสลัดคำพูดเมื่อวานกับอารมณ์ขุ่นมัวพวกนั้นทิ้งไปหมดแล้ว นางเป็ฝ่ายเดินเข้าไปทักทายเจียงเฉิงก่อน
“เกี่ยวกับเื่ที่พวกเราคุยกันเมื่อวาน ข้ารู้สึกว่าไม่มีความจำเป็ต้องขัดแย้งกันเพราะเื่นี้อีก แล้วก็เื่ที่ข้าบอกให้ท่านจากไปภายในวันนี้ด้วย ท่านทำตามที่ตัวเอง้าก็พอ ข้ารับรองว่าต่อไปนี้จะไม่ก้าวก่ายเื่ของท่านอีก”
เจียงเฉิงมองรอยยิ้มบนใบหน้าหลี่อันหราน เขารู้สึกได้ว่านางไม่ได้กำลังล้อเล่น แต่กำลังจริงจัง ในที่สุดเจียงเฉิงก็มีรอยยิ้มเช่นกัน เขาพยักหน้าตอบ “วันนี้มีงานอะไรต้องทำ ข้าช่วยได้นะ”
หลี่อันหรานหันกลับไปมองที่กระท่อมฟางอันเป็ที่ทำงานของตัวเอง “ข้าเตรียมงานส่วนใหญ่เสร็จหมดแล้ว ถัดจากนี้คือกระบวนการผลิต แต่นั่นเป็ขั้นตอนที่ท่านทำไม่เป็”
จังหวะนี้เอง เสิ่นอิ๋นหวนเดินออกจากครัว นางเห็นพวกเขาสองคนยืนคุยกันอย่างปรองดองก็มีรอยยิ้ม ส่วนหลี่อันหลินก็วิ่งกลับมาจากด้านนอก เหงื่อเขาโชกเต็มศีรษะ ่นี้เขาออกไปเล่นข้างนอกทุกวัน เด็กน้อยหยุดฝีเท้าทันทีที่เห็นหลี่อันหราน
แต่หลี่อันหรานกลับมองเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึง “คัดอักษรที่ข้าให้คัดเมื่อเช้าเสร็จแล้วหรือ? เหตุใดออกไปเที่ยวเล่นอีกแล้ว”
หลี่อันหลินเดินเข้ามาพูดกับหลี่อันหรานอย่างจริงจัง “ข้าทำเสร็จหมดแล้ว วางอยู่ที่โต๊ะ ไม่เชื่อท่านพี่ก็ไปดูสิ”
หลี่อันหรานชะงัก นางไม่เห็นตอนที่หลี่อันหลินคัดลายมือ นึกไม่ถึงว่าจะคัดเสร็จหมดแล้ว “ได้ พี่จะไปดู หากคัดไม่สวยต้องคัดใหม่อีกรอบ”
จากนั้นนางก็เข้าไปในห้องพร้อมกับหลี่อันหลินและเจียงเฉิง อักษรที่หลี่อันหลินคัดไว้วางอยู่บนโต๊ะจริงดังที่เขาพูด นอกจากนี้ยังคัดออกมาได้สวยงามเลยทีเดียว
หลี่อันหรานมองตัวอักษรพวกนี้แล้วเผยยิ้มทันที “ลายมือเ้าสวยกว่าพี่เสียอีก”
หลี่อันหลินถามกลับ “ท่านพี่ เมื่อก่อนนี้ท่านไม่รู้หนังสือมิใช่หรือขอรับ? เหตุใดอยู่ๆ จึงรู้ขึ้นมา ทั้งยังเขียนเป็ด้วย?”
หลี่อันหรานลูบศีรษะหลี่อันหลินด้วยััแ่เบา “พี่ต้องไปซื้อของในตัวเมืองบ่อยๆ ต้องพูดคุยติดต่อกับคนที่รู้หนังสือ ด้วยเหตุนี้จึงพอจะรู้อยู่บ้าง ตอนนี้แม้แต่เ้ายังเริ่มหัดเขียนอักษร แล้วเหตุใดพี่จะเรียนบ้างมิได้?”
เจียงเฉิงได้ยินดังนี้ก็หัวเราะเช่นกัน
หลี่อันหลินกล่าว “เช่นนั้นข้าคัดอักษรพวกนี้เสร็จแล้วออกไปเล่นได้ใช่หรือไม่ขอรับ”
“ย่อมได้อยู่แล้ว เ้าไปเถอะ แต่ระวังตัวด้วยละ ได้ยินหรือไม่”
หลี่อันหลินพยักหน้าแล้ววิ่งออกไป เจียงเฉิงก็อยากออกไปข้างนอกเช่นกัน เขาหันมาพูดกับหลี่อันหราน “เช่นนั้นข้าจะตามไปดูเขา จะได้ดูด้วยว่าข้างนอกมีผักป่าหรือผลไม้ป่าอะไรให้เก็บกลับมาหรือไม่”
หลี่อันหรานพยักหน้าโดยไม่ได้ขัดขวาง จากนั้นเจียงเฉิงกับหลี่อันหลินจึงออกไปพร้อมกัน ในเวลาเที่ยง ระหว่างที่หลี่อันหรานกับเสิ่นอิ๋นหวนกำลังเตรียมมื้อเที่ยงอยู่ในครัว เจียงเฉิงกับหลี่อันหลินก็กลับมา
หลี่อันหลินถือปลาสองตัวปรี่เข้ามาหาพวกนาง “พี่หญิง ท่านแม่ พวกท่านดูปลาที่ข้ากับพี่ชายฉางจับได้สิขอรับ เที่ยงนี้พวกเรามีเนื้อให้กินแล้ว”
หลี่อันอันมองปลาสองตัวนั้นพร้อมกับะโโลดเต้นรอบหลี่อันหลิน “ยอดไปเลย เที่ยงนี้มีปลากินแล้ว มีปลากินแล้ว”
หลี่อันหรานเห็นน้องๆ ทั้งสองคนมีท่าทีดีใจกันมาก นางรับปลาจากมือหลี่อันหลินก่อนว่า “เอาละ พวกเ้าสองคนออกไปรอข้างนอกก่อน พี่กับท่านแม่ทำกับข้าวเสร็จแล้วพวกเราค่อยมากินข้าวกัน”
หลี่อันหรานถือปลาเดินเข้าครัวหลังจากที่พวกเขาสองคนออกไป เจียงเฉิงคอยดูแลหลี่อันอันกับหลี่อันหลินอยู่ด้านข้าง เสิ่นอิ๋นหวนที่เห็นดังนั้นจึงอมยิ้มอยู่ตลอด นางมองหลี่อันหรานที่กำลังชำแหละปลาพร้อมกับกล่าวว่า “ดูเถิดว่าพวกเ้าสองคนคืนดีกันแล้วส่งผลดีเพียงใด ครอบครัวเรา้าบุรุษ เ้ากับแม่จะได้ไม่ต้องลำบากขนาดนั้น”
หลี่อันหรานก้มหน้าขอดเกล็ดปลาพลางเอ่ยตอบยิ้มๆ “ท่านแม่ ท่านเลิกคิดมากได้แล้ว เขาไม่มีทางอยู่ที่นี่ต่อแน่นอน”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่อยู่ต่อ”
“เขามีพ่อแม่ มีพี่น้องเช่นกัน อีกอย่างพวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็คนที่ใด จะให้เขาทิ้งพ่อแม่มาอยู่ที่นี่ก็คงไม่ใช่เื่”
เสิ่นอิ๋นหวนถอนหายใจเบาๆ เมื่อฟังจบ “น่าเสียดาย หากเขาไม่มีครอบครัวและอยู่ต่อได้ก็คงดี”
หลี่อันหรานไม่พูดเื่นี้ต่อ นางเพียงแต่หันไปมองเจียงเฉิงที่กำลังนั่งเล่นกับหลี่อันหลินกับหลี่อันอันอยู่ในลานบ้านแวบหนึ่ง
น้อยมากที่ในบ้านจะมีเนื้อสัตว์ให้กินแบบวันนี้
เสิ่นอิ๋นหวนคีบเนื้อปลาให้หลี่อันหลินกับหลี่อันอันเสร็จแล้วคีบเนื้อปลาชิ้นใหญ่ใส่ถ้วยของเจียงเฉิง
เจียงเฉิงใเล็กน้อย เขามองหลี่อันหรานที่เอาแต่กินผักกับตักน้ำแกงใส่ถ้วย ภายในใจรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมากะทันหัน เขาคีบเนื้อปลาชิ้นนั้นในถ้วยตัวเองไปใส่ในถ้วยนางบ้าง ส่งผลให้หลี่อันหรานผงะและเงยหน้ามองเขา
