ความเยือกเย็นที่น่าแปลกผ่าหลังของหวางเฉิงเทียนแล้ว
วินาทีนี้ เวลาราวกับหยุดเดินแล้ว
ตัวเขาราวกับเป็หุ่นไม้ที่เชือกขาด ตะลึงงันจนตาค้าง อ้าปากเล็กน้อย ในหัวว่างเปล่า
โฮวหลงที่อยู่ข้างๆ ล้วนไม่กล้าหายใจเสียงดัง แค่รู้สึกว่าความเย็นพุ่งขึ้นไปกลางหัว หัวใจดวงหนึ่งเหมือนก้อนหินจมลงมหาสมุทร ลึกจนไม่เห็นก้น
คุณหนูใหญ่ของตระกูลมู่หรง คิดไม่ถึงว่าจะมาที่ศาลาซวีสุ่ยหลานแล้ว?
นี่เป็ไปได้อย่างไร?!
ซูฮ่าวในฐานะคู่หมั้นของไป๋เหวินหลิงซีอีโอของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว ชื่อเสียงฉาวโฉ่ก็รู้กันทั่ว ลูกผู้ลากมากดีที่ไร้ประโยชน์อย่างนี้ ถึงกำลังดูแข็งแกร่ง แต่ก็เป็แค่คนอัปลักษณ์ที่ออกหน้าออกตาไม่ได้อย่างมาก
คนอย่างนี้ ก็ทำให้มู่หรงฉินเปลืองแรงมาถึงศาลาซวีสุ่ยหลานได้หรือ?
ทั้งห้องส่วนตัวเงียบสงบ จนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้นของผู้คน ดูสั่นเหมือนลูกนก
ซูฮ่าวโยนปืนพกให้หวางเฉิงเทียน เขาลนลานจนทำอะไรไม่ถูก จะรับก็ไม่ได้ ไม่รับก็ไม่ได้ บนใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ
“คุณซู คุณไม่เป็อะไรใช่ไหม?” สายตาของมู่หรงฉินอยู่ที่ซูฮ่าว มองกลับไปกลับมาหนึ่งรอบ ก็ถามอย่างเป็ห่วง
พอการเรียกนี้เรียกออกมา หวางเฉิงเทียนอกสั่นขวัญแขวนทันที ความเย็นสะท้านออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ตระกูลมู่หรงอยู่ในไห่เป่ยก็คือตระกูลสุดยอด ในฉวนโจวยิ่งใหญ่ดั่งมือข้างเดียวบดบังท้องฟ้า มีอำนาจสูงเสียดฟ้า
มู่หรงฉินมีสถานะสูงส่ง อยู่ในฉวนโจวเปรียบดั่งเ้าหญิง อุปนิสัยเ็า นอกจากคนที่มีพร์พิเศษหรือมีอำนาจยิ่งใหญ่คับฟ้าแล้ว คนอื่นๆ จริงๆ แล้วก็ยากที่จะเข้าสู่สายตาเธอ
ถึงเผชิญหน้ากับผู้ว่าเมืองไห่เป่ย เธอก็จะเรียกชื่อเขาโดยตรง อีกฝ่ายยังต้องเรียกคุณมู่หรงอย่างให้ความเคารพและพินอบพิเทา
คนที่ทำให้มู่หรงฉินเรียกว่าคุณ โดยเฉพาะโทรศัพท์แค่สายเดียวก็ยังทำให้เธอมาได้ ความสูงของสถานะ เกรงว่าผู้ว่าเมืองไห่เป่ยก็ล้วนยากที่จะได้รับ
ด้วยเหตุนี้จึงเห็นได้ว่า ตำแหน่งของซูฮ่าวที่อยู่ทางมู่หรงฉินมีความน่ากลัวแค่ไหน
“ยังดี หากไม่มีความสามารถ เมื่อครู่ผมก็คงจะไปพบพระเ้าแล้ว” ซูฮ่าวแบมือ และถอนหายใจ
เสียงดังมา ทั้งห้องส่วนตัวถูกความเยือกเย็นปกคลุมทันที
มู่หรงฉินเบนสายตาไปที่หวางเฉิงเทียน ใบหน้าค่อยๆ แปรเปลี่ยน ขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน ในดวงตาปลดปล่อยแสงอันเยือกเย็นที่แหลมคมเหมือนมีดหลายเล่ม
เธอก้าวเดินเข้าไปหาหวางเฉิงเทียนทีละก้าว ตามด้วยเสียงเท้า ผู้คนล้วนรู้สึกถึงความเยือกเย็นที่อยู่ในอากาศว่ายิ่งเข้มข้นขึ้นทุกที
หวางเฉิงเทียนตาตั้ง เหงื่อตก ทั้งใทั้งกลัว ขาทั้งคู่ก็สั่นอย่างไม่เชื่อฟัง
เขาก้มหน้าอย่างขี้ขลาด จริงๆ แล้วก็ไม่กล้ามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเมฆดำของมู่หรงฉิน
“คุณหนูใหญ่ ผม ผม ผม … ผมเพิ่งแค่ … ”
“ผัวะ!”
หวางเฉิงเทียนยังไม่ทันได้อธิบาย เสียงตบกลับดังออกมาจากบนใบหน้าของเขาก่อน
ทุกคนล้วนมองอย่างกดดัน การหายใจล้วนยากที่จะต่อเนื่องได้
“กล้าลงมือกับคุณซู หวางเฉิงเทียน หลายปีมานี้นายยิ่งกล้ามากนะ!” สายตาของมู่หรงฉินเย็นลงเรื่อยๆ ดวงตากะพริบดั่งเผาของอะไร
มุมปากของเธอฉีกยิ้มอย่างเยาะเย้ย ทำให้โฮวหลงที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะทำมือให้เงียบ เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าตอนที่คุณหนูใหญ่ของตระกูลมู่หรงโมโหจะน่ากลัวอย่างนี้
“ขอโทษครับคุณหนูใหญ่ ผม … ผมไม่รู้ว่าคุณซูกับคุณรู้จักกัน … ” หวางเฉิงเทียนเหงื่อท่วมตัว สั่นไปทั้งตัว เขาหวาดกลัว และลนลานจนทำอะไรไม่ถูก
เขากลัวแล้วจริงๆ โดยเฉพาะการแสยะยิ้มนั้นของมู่หรงฉิน กลืนกินใจเขาเหมือนปีศาจ ทำให้เขากลัวจนขนลุก และนั่งไม่ติด
เขาในเวลานี้ภายในใจเยือกเย็นมาก ราวกับบนหลังมีงูเลื้อยหนึ่งตัว
มู่หรงฉินเมินใส่ สายตาของบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ คนหนึ่งเ็าลง และตบลงมาทันที
“โอ๊ย!”
ตัวหวางเฉิงเทียนถูกสั่นะเืจนปลิวออกไป และชนกับผนังอย่างรุนแรง เืแดงฉานพุ่งออกมาจากในปากของเขา และย้อมพรมสีทองเป็สีแดงสด
“ซี้ด!” พวกโฮวหลงแทบจะสูดหายใจเข้าแล้ว หม่าปิงยิ่งมีสีหน้าหนักอึ้ง ดวงตาหดลง
พลังโดยทั่วไปแบ่งออกเป็สว่างกับมืดสองขั้น
พลังสว่างเรียกว่าพลังภายนอก คือสัญลักษณ์ของผู้บำเพ็ญพรแสวง ทำให้คนที่ไม่เคยฝึกกังฟูที่แท้จริงก็เกิดอานุภาพราวกับฝ่ามือเหล็กได้ หากร่วงลงบนอิฐหิน ก็ทำให้มันแหลกเป็จุณได้
พลังมืดเรียกว่าพลังภายใน คือสัญลักษณ์ของยอดฝีมือพรแสวง พลังภายในปล่อยออกมา ก็ทำร้ายคนผ่านอากาศ โดยเฉพาะผลลัพธ์ของการบรรลุพลัง จะทำลายอวัยวะภายในทั้งห้า แค่โจมตีภายนอกจะไม่เป็อะไร แต่ภายในร่างกายจะได้รับาเ็แล้ว ราวกับใช้มือกดแตงโม เปลือกไม่แตก แต่ด้านในเสียหมดแล้ว
ก่อนหน้านี้ฝ่ามือของบอดี้การ์ดของมู่หรงฉินตบลงไป ทำให้คนปลิวออกไปสามสี่เมตร กำลังระดับนี้ก็คือยอดฝีมือพรแสวงที่ควบคุมพลังมืดแล้ว
ซูฮ่าวก็สายตาจดจ่อ สีหน้าจริงจัง
แน่นอนว่าเขาก็เคยได้ยินว่ายอดฝีมือพรแสวงปล่อยพลังมืดออกมาได้ ฆ่าคนผ่านอากาศได้ เวลานี้ตอนที่เห็นสถานการณ์ที่แท้จริง ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก
แค่ยกมือตบทีเดียวก็ตบจนคนกลายเป็อย่างนี้ หากออกแรงเต็มที่ ก็ไม่ใช่ว่าจะตบคนจนไม่เหลือซากได้หรือ?
หลักการเดียวกัน ผู้บำเพ็ญพรแสวงอยู่ต่อหน้ายอดฝีมือพรแสวง เกรงว่าแม้แต่การโจมตีเดียวก็ล้วนรับมือไม่ไหว?
เวลานี้เขาเข้าใจแล้วว่า อยู่ในโลกนี้กำลังมีความสำคัญมากแค่ไหน
วินาทีนี้เขายกระดับแิด้านกำลังอย่างบ้าคลั่งอีก
มู่หรงฉินชำเลืองมองหวางเฉิงเทียนที่มีสายตาซึม และสีหน้าบิดเบี้ยว ในดวงตาไม่มีความสงสารและเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย สายตาเบนไปที่พวกโฮวหลง “ฉัน้ารู้เื่ราวทั้งหมด!”
พวกโฮวหลงก็ถูกสถานการณ์นี้ทำให้ใกลัวจนอกสั่นขวัญแขวน ฟังคำพูดนี้ของมู่หรงฉิน ก็กลัวจนใจสั่น จริงๆ แล้วก็ไม่กล้าลังเล และรีบเล่าต้นสายปลายเหตุของเื่ออกมาอย่างไม่ตกหล่นสักคำ
หลังจากที่ฟังเื่ราวทั้งหมดแล้ว ใบหน้าน้อยๆ ของมู่หรงฉินก็บูดบึ้งลง บรรยากาศโดยรอบล้วนเยือกเย็นเพราะเธอ
เธอฝืนความโกรธที่อยู่ในใจ และโค้งตัวให้ซูฮ่าวเล็กน้อย พลางพูดขอโทษ “คุณซู ทำให้คุณพบเื่ที่ไม่ดีเช่นนี้ก็ขอโทษจริงๆ ค่ะ หวางเฉิงเทียนคือคนของน้องชายฉัน พอนานๆ เข้าก็เคยชินกับการไม่เห็นใครอยู่ในสายตาแล้ว”
“แต่คุณวางใจ คนทำผิดก็ต้องลงโทษ ฉันก็จะไม่เห็นแก่น้องชาย หวางเฉิงเทียนยกให้คุณจัดการ จะฆ่าจะแกง ก็แล้วแต่คุณ”
คำพูดนี้พูดออกมาทำให้หวางเฉิงเทียนที่มีสีหน้าซึมยิ่งซีดเป็ไก่ต้มอีก
เขาในเวลานี้บนหน้าผากรวบรวมเหงื่อเม็ดใหญ่แล้ว ถึงแม้ร่างกายจะส่งความเ็ปที่ยิ่งใหญ่มาก แต่เขายังคงกัดฟัน ฝืนพุ่งไปตรงหน้าซูฮ่าว
“คุณซู ขอให้คุณปล่อยผม เื่วันนี้คือผมตาบอด ไม่รู้ถึงโฉมหน้าที่แท้จริงของคุณซู จึงทำเื่ที่โง่เขลาอย่างที่สุดนั้น”
“คุณซูคือผู้ใหญ่อย่าคิดเล็กคิดน้อยกับผู้น้อย ขอให้คุณอย่าคิดเล็กคิดน้อยกับผู้น้อยอย่างผม ขอโทษจริงๆ ครับ ขอให้คุณให้อภัยผม!”
หวางเฉิงเทียนพูดๆ อยู่ก็คุกเข่าลงตรงหน้าซูฮ่าวแล้ว เืตรงมุมปากไหลลงพื้น ย้อมพื้นเป็สีแดง ในขณะเดียวกันก็ย้อมจิตใจที่ขี้ขลาดของผู้คน
หวางเฉิงเทียนคือคนระดับไหน?
เ้าพ่อมาเฟียที่มีอำนาจน่าใ สุดยอดบุคคลที่ทำทั้งทางดำทางขาว ชื่อเสียงในฉวนโจวก็พูดได้ว่าเจริญรุ่งเรืองดุจพระอาทิตย์กลางท้องฟ้า แค่ออกคำสั่ง ลูกน้องนับไม่ถ้วนก็ถือมีดตามเขาไปลงสนามรบได้
แต่ถึงเป็บุคคลอย่างนี้ ใน่เวลานี้คิดไม่ถึงว่าจะมีจุดจบเป็การคุกเข่าขอร้อง
เหตุการณ์ที่ทำให้ตื่นใเช่นนี้ พูดได้ว่าคือฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ผ่าลงตรงใจของผู้คนอย่างรุนแรง ทำให้พวกเขาไม่มีทางกลับมาสงบนิ่งได้นานมาก
ซูฮ่าวจ้องหวางเฉิงเทียน ภายใต้สีหน้าที่กระสับกระส่ายของเขา ก็พูดเบาๆ ว่า “เพื่อการกระทำที่นายปล่อยเพื่อนและคู่หมั้นของฉันออกไป ฉันจะไม่คิดเล็กคิดน้อยเื่นี้ก็ได้”
“ขอบคุณคุณซู ขอบคุณสำหรับบุญคุณที่ไม่ฆ่า!” หวางเฉิงเทียนดีใจมากทันที และตื่นเต้นจนมุมปากมีเืเอ่อล้นออกมา แต่เขาไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย มีแค่ความรู้สึกที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่
มู่หรงฉินคือคนที่ทำอะไรพูดคำไหนคำนั้น พูดแล้วว่ามอบตนเองให้ซูฮ่าวจัดการ ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะอภัยให้ตนเอง หากเมื่อครู่คำพูดของซูฮ่าวมีความไม่พอใจตนเองแม้แต่น้อย เช่นนั้นบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ เธอ เกรงว่าจะลงมือฆ่าตนเองทันที
หวางเฉิงเทียนที่เฉียดความตายมาแล้ว ก็ถือว่ามีการสั่งสอนแล้ว วันเวลาในหลังจากนี้ อย่างไรเขาก็ล้วนจะต้องเจียมตัวสักหน่อย
มู่หรงฉินเห็นว่าซูฮ่าวไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเื่นี้ จริงๆ แล้วก็โล่งใจ พูดไปแล้วหวางเฉิงเทียนก็คือคนของน้องชายเธอ โดยเฉพาะช่วยมู่หรงฉินทำงานไม่น้อย ก็ถือว่าคือคนของตระกูลมู่หรงครึ่งหนึ่ง หากฆ่าเสียอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ค่อยดีจริงๆ
“ติงตัง ยินดีด้วยเ้านายโอ้อวดอย่างเผด็จการเป็อย่างยิ่ง ทำให้คนทั้งห้องส่วนตัวตื่นตระหนก รางวัลคือแต้มขี้อวดหนึ่งร้อยแต้ม ps : การโอ้อวดของเ้านายในครั้งนี้พูดได้ว่าสำแดงเหนือกว่าปกติ มองเ้านายโอ้อวดเสร็จแล้ว ฉันก็หยิบบุหรี่ที่เก็บสะสมมาหลายปีออกมาสูบสักหน่อย เดินไปที่ระเบียงอย่างช้าๆ มองค่ำคืนอันมืดมิด และพ่นควันออกมาแล้ว คว้าแฟนสาวที่ยับเยินที่อยู่ข้างๆ พลางะโว่า คือเวลาที่จะแสดงฝีมือที่แท้จริงแล้ว!”
ซูฮ่าว “ … ”
ระบบจริงจังหรือไม่เขาไม่รู้ แต่นักประพันธ์ต้องไม่จริงจังอย่างแน่นอน!
อีกด้านหนึ่ง มู่หรงฉินมองเวลา พลางพูดอย่างเกรงใจว่า “คุณซู ตอนนี้สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว บ้านฉันเตรียมงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ก็รอการมาเยือนของคุณ”
ซูฮ่าวฟังอย่างนี้แล้วก็ลูบหัวอย่างเกรงใจ “คุณมู่หรงก็เกรงใจเกินไปจริงๆ ผมก็ไม่กล้าน้อมรับ”
พูดจริงๆ คนที่มีสถานะระดับมู่หรงฉิน มาจัดการเื่เดือดร้อนให้ตนเองได้ ก็เห็นแก่หน้าพอแล้ว ตอนนี้ยังเชิญตนเองไปเป็แขกที่บ้าน ก็เห็นตนเองเป็บุคคลระดับวีไอพีจริงๆ
แน่นอนว่าเขาก็รู้ว่า การกระทำของมู่หรงฉินส่วนใหญ่ก็อยากเชิญตนเองไปรักษาโรคให้คุณปู่ของเธอเท่านั้น
“นี่คุณซูพูดอะไร คุณคือเทพทางการแพทย์ อีกเดี๋ยวยังจะรบกวนคุณรักษาคุณปู่ของฉัน เื่พวกนี้ล้วนคือเื่ที่ฉันควรทำ” มู่หรงฉินส่ายหน้า และเม้มปากหัวเราะ
รอยยิ้มนี้ของเธอ แค่ฉับพลันทำให้บรรยากาศที่เยือกเย็นของห้องส่วนตัวหายไป ยิ่งทำให้พวกโฮวหลงมองอย่างงงงัน
ธิดาน้ำแข็งคนนี้ พอยิ้มก็สวยมาก จริงๆ แล้วมองไปแล้วก็ละสายตาไม่ได้
“คุณมู่หรงชมเกินไปแล้ว” ซูฮ่าวหัวเราะ เขาเดินออกมาจากห้องส่วนตัวเทียนจื้อหลานโดยมีมู่หรงฉินเป็เพื่อน
หลังจากที่คนสองสามคนออกไปแล้ว ทั้งห้องส่วนตัวก็จมเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ในความเงียบนี้ กลับตลบอบอวลไปด้วยความหวาดกลัว
ในที่สุดหวางเฉิงเทียนก็วางใจแล้ว คิ้วที่ขมวดก็ค่อยๆ ผ่อนคลาย
“เสี่ยวหม่า ให้ยารักษาอาการาเ็กับฉันหนึ่งเม็ด!”
“ครับ!” ฟังคำพูดที่อ่อนแอของหวางเฉิงเทียน หม่าปิงก็ไม่ลังเล รีบหยิบยาเม็ดกลมใสออกมาจากด้านในเสื้อหนึ่งเม็ด และป้อนให้หวางเฉิงเทียน
ยารักษาอาการาเ็เม็ดนี้คือหวางเฉิงเทียนจ่ายไปไม่น้อยกว่าจะได้มาจากงานประมูล ผลลัพธ์ดีมาก หลังจากที่ทานไปแล้ว ก็ฟื้นฟูอาการาเ็ได้มาก และฟื้นฟูพลังชีวิต
ยาลงสู่ท้อง สีหน้าของหวางเฉิงเทียนเปลี่ยนจากขาวซีดเป็แดงระเรื่อทันที ตัวเขาดูแล้วก็ไม่อ่อนแออย่างนั้นแล้ว
“พี่เทียน ไม่เป็อะไรใช่ไหม?” โฮวหลงที่อยู่อีกด้านเข้ามาด้านหน้า และถามอย่างเป็ห่วง
ตอนนี้แผ่นหลังของเขายังเปียกอยู่ การพูดก็สั่นเทา เห็นได้ชัดว่ายังไม่เดินออกมาจากเหตุการณ์ในก่อนหน้า
“ไม่เป็ไร” หวางเฉิงเทียนโบกมือ และหยิบซิการ์ขึ้นมา บอกให้ผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มจุดไฟ
หวางเฉิงเทียนกลับไม่ตำหนิอีกฝ่าย แค่สูบบุหรี่อย่างเงียบๆ หลังจากที่สูบเสร็จแล้วก็เพิ่งจะปริปาก
“เหล่าโฮว หลังจากที่ซูฮ่าวกลับถึงบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวแล้ว นายไปหาถึงที่คิดหาทางขอโทษไป๋เหวินหลิง หากเธอไม่ให้อภัยนาย นายรู้ไหมว่าจะมีจุดจบอย่างไร”
“ยังมีอีก อีกสักครู่ส่งพนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวคนนั้นไปโรงพยาบาล ช่วยชีวิตเขา ไม่ว่าจะใช้วิธีการอะไรก็ตาม ก็ต้องรู้จากปากเขาให้ได้ว่าทำไมถึงมาแหย่นาย”
พนักงานที่มาส่งตราประทับบริษัทให้ไป๋เหวินหลิงคนหนึ่ง จะแหย่คนที่แค่ดูก็รู้ว่ามีสถานะไม่ธรรมดาอย่างโฮวหลงเองได้อย่างไร ในที่นี่จะต้องมีเงื่อนงำ เป็ไปได้มากที่จะมีคนแอบก่อเื่
“ครับ พี่วางใจเถอะพี่เทียน!” เสียงที่เ็าของหวางเฉิงเทียนทำให้โฮวหลงใจสั่น เขาพยักหน้าเหมือนลูกไก่จิกเม็ดข้าว
หวางเฉิงเทียนหรี่ตา และชำเลืองมองหม่าปิง พลางพูดด้วยเสียงหนักอึ้งว่า “เสี่ยวหม่า อีกเดี๋ยวไปสืบเื่ของซูฮ่าวสักหน่อย จำไว้ว่าอย่าก่อเื่โดยไม่จำเป็”
“ครับผม!” หม่าปิงโค้งตัวพลางพยักหน้า
ผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มที่อยู่ข้างๆ ราวกับคิดอะไรออกแล้ว เธอเข้ามาพูดข้างๆ หูหวางเฉิงเทียนว่า “พี่เทียน ได้ยินว่า่นี้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเกิดเื่เงินทุนถูกโจรกรรม พี่ว่าพวกเราควรจะช่วยไหม?”
“ช่วย สืบต้นสายปลายเหตุของเื่สักหน่อย” หวางเฉิงเทียนตาลุกวาว และพูดอีกว่า “่บ่ายตอนที่ทำงาน ให้ประธานของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินสองสามคนส่งเงินไปที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวหนึ่งก้อน อีกฝ่ายมีปัญหาด้านความร่วมมืออะไร ก็พยายามทุกวิถีทางแก้ไขให้อีกฝ่าย หากไป๋เหวินหลิง้าให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวกลายเป็กลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของฉวนโจว กลุ่มบริษัทเทียนเฉินก็ยกตำแหน่งให้ได้”
“พี่เทียน ต้องทำถึงขั้นนี้เลยหรือ?” ผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มใ ในสายตาเต็มไปด้วยอาการหวาดกลัว
้ากลายเป็กลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของฉวนโจว อำนาจก็ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะกำลังเงินและกำลังของที่ต้องใช้จ่ายก็มากมาย กลุ่มบริษัทเทียนเฉินก็สิ้นเปลืองไปสองปีเต็มๆ กว่าจะมั่นคงตำแหน่งของกลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของฉวนโจวได้
เพื่อซูฮ่าวคนเดียว ยอมมอบตำแหน่งกลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของฉวนโจวให้เขา ก็ทำเกินไปแล้ว
“เธอเข้าใจว่าอะไร?” หวางเฉิงเทียนมองผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มอย่างดุร้าย ทำให้เธอใกลัวจนก้มหน้าแล้ว
“การคุยกันของคุณหนูใหญ่กับซูฮ่าวในเมื่อครู่เธอไม่ได้ยินหรือ? ซูฮ่าวคือคนที่คุณหนูใหญ่เชิญไปรักษาผู้าุโมู่หรง ก็เห็นได้ชัดว่าต่อไปซูฮ่าวกับตระกูลมู่หรงก็สนิทกันไม่น้อย หากได้รับความรู้สึกดีจากซูฮ่าว ก็เท่ากับได้รับความรู้สึกดีจากตระกูลมู่หรง นี่สำหรับฉันแล้ว ก็คือผลดีที่ยิ่งใหญ่!”
ผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มฟังจบแล้วก็เข้าใจทันที
เมืองไห่เป่ยมีเขตใหญ่เจ็ดเขต ทุกๆ เขตล้วนมีเ้าพ่อมาเฟียอยู่หนึ่งท่าน ด้วยรากฐานใหญ่โตที่อยู่ในเมืองไห่เป่ยของตระกูลมู่หรง หากได้รับความโปรดปรานจากตระกูลมู่หรง หวางเฉิงเทียนก็จะมีปากมีเสียงและเื้ัที่ใหญ่กว่าเ้าพ่อมาเฟียอีกหกท่าน
ถึงเวลานั้น กิ่งก้านของกลุ่มบริษัทเทียนเฉินก็ล้วนยื่นไปในเขตอื่นๆ ได้ สักวันโดยเฉพาะอาจจะมั่นคงตำแหน่งกลุ่มบริษัทอันดับหนึ่งของเมืองไห่เป่ย
ไม่พูดไม่ได้ว่า ความทะเยอทะยานและเป้าหมายของหวางเฉิงเทียนก็ยาวไกลจริงๆ
หวางเฉิงเทียนดึงซิการ์ออกมาหนึ่งมวน ให้ผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มจุดไฟ
เขาสูดหายใจลึก และพ่นควันออกมา ตลบอบอวลอยู่ในห้องส่วนตัว
หากมองอย่างละเอียดก็จะพบว่า มือที่เขาคีบบุหรี่ข้างนั้น จนตอนนี้ก็ยังสั่นเล็กน้อยเพราะเหตุการณ์ในก่อนหน้านี้ …
