“แต่ว่า... พี่สะใภ้ของฉันก็คือพี่สาวของเธอนะ! พวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน เดี๋ยวก็ได้สนิทกันเองแหละ!” ข่งหนียังคงพยายามดิ้นรนหาเหตุผลอย่างไม่ลดละ
“หนูแค่... ไม่อยากไปเดินเที่ยวกับเธอ และไม่อยากพาเธอไปที่บ้านหนูด้วย” ฮวาเจาประกาศกร้าว จบคำก็รีบจูงมือเย่เซินเดินหนีไปทันที เย่เซินก้าวตามเธอไปติดๆ พลางกุมมือเธอไว้แน่น
เย่ฟางเงยหน้าขึ้น มองสบตากับเย่ซูด้วยแววตาขบขัน ก่อนจะรีบเดินตามทั้งสองไป เย่ซูมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสามไป อยากจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก 'น้องสะใภ้คนนี้น่าสนุกจริงๆ เมื่อครู่ที่ทำท่าทางเอาแต่ใจนั้น เป็เพราะยังเด็กไม่ประสีประสา หรือว่าฉลาดเกินใครกันแน่?'
เหมียวหลานจือมองตามแผ่นหลังของฮวาเจาที่ลับหายไป แล้วหันมามองข่งหนี ทำทีเป็ปลอบใจว่า “อย่าไปใส่ใจเลยนะจ๊ะ เด็กคนนั้นน่ะ แค่พูดไม่ค่อยรู้เื่เท่านั้นเอง” 'เมื่อเทียบกับฮวาเจาแล้ว เธอรู้สึกไม่ชอบข่งหนีมากกว่าเป็ไหนๆ เื่ของลูกสาวไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ เธอย่อมรู้ดีว่าข่งหนีเป็น้องสามีที่ชอบสร้างปัญหา และเธอก็ไม่ชอบคนตระกูลข่งเลยแม้แต่น้อย'
'เมื่อตอนนั้น คนเดียวที่คัดค้านเื่การแต่งงานของเย่ซูก็คือเธอเอง แต่ลูกสาวก็ดื้อดึงจะแต่งให้ได้ ตอนนั้นเธอก็เห็นว่าข่งเจี๋ยดูเป็คนรู้จักคิด แสดงออกถึงความรักที่มีต่อลูกสาวเธอได้ดี ก็เลยคิดว่าลูกสาวจะแต่งออกไปทั้งที ก็ให้แต่งไปเถอะ แต่งออกไปแล้ว ฐานะของผู้ชายที่ต่ำกว่าตัวเธอ ก็คงจะดีกับเธอมากกว่าเป็แน่ ใครจะไปคิดว่า...'
“ใช่ไหมคะคุณป้า! คุณก็คิดว่าเธอพูดไม่รู้เื่ใช่ไหมล่ะคะ?” ข่งหนีมองไปยังเหมียวหลานจือ ราวกับเจอพวกพ้อง “เธอทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงกันคะ! ฉันเป็แขก แถมยังเป็ครั้งแรกที่มาบ้าน ทำไมถึงได้ไม่มีมารยาทแบบนี้ คุณป้ารีบเรียกเธอกลับมาอบรมสั่งสอนเธอหน่อยสิคะ!”
'เย่ซูถึงกับกลอกตาขึ้นฟ้า หล่อนรู้จักคำว่ามารยาทด้วยหรือนี่? แปลกจริง!' เพียงคำว่า "คุณป้า" คำเดียวนั้น ก็ทำให้เหมียวหลานจือรู้สึกขุ่นเคืองอย่างมาก เธอพยายามเก็บสีหน้าไม่พอใจ แล้วหันไปมองลูกสาว 'นี่เธอหาครอบครัวสามีได้ดีจริงๆ! เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที ลูกชายลูกสาวสามคน หาญาติเกี่ยวดองมาสามคน ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครทำให้เธอสบายใจได้เลยจริงๆ! เดิมทีมีบทเรียนจากสองครั้งก่อนหน้านี้แล้ว เื่การแต่งงานของเย่เซินครั้งนี้ เธอตั้งใจว่าจะเลือกเอง ต้องเลือกครอบครัวที่เรียบง่าย แต่ผลสุดท้าย ฝ่ายฮวาเจากลับดูซับซ้อนที่สุดเสียอย่างนั้น'
ฮวาเจาเดินมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว เธอคว้าแขนชายหนุ่มที่กำลังจูงเธอก้าวเดินอย่างรวดเร็วไว้ “เดินช้าๆ หน่อยสิคะ”
เย่เซินหยุดฝีเท้าทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “ขอโทษ ขอโทษ ผมลืมไป! เธอไม่เป็อะไรใช่ไหม?” เขาจ้องไปที่ท้องของเธอแล้วถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน 'เขาไม่เคยเดินบนถนนกับผู้หญิงมาก่อน ตอนนี้พอนึกขึ้นมาได้ ฮวาเจาเมื่อครู่วิ่งตามเขามาตลอดนี่นา จะทำให้ลูกในท้องเหนื่อยไหมเนี่ย?!'
ฮวาเจาลูบท้องเบาๆ แล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “ลูกบอกว่าไม่เป็ไรค่ะ” เย่เซินและเย่ฟางต่างก็หัวเราะออกมาทันที
ฮวาเจาชี้ไปที่ป้อมยามด้านข้าง “ตรงนั้นมีโทรศัพท์ใช่ไหมคะ?”
“มีครับ เธออยากโทรศัพท์เหรอ?” เย่เซินถาม
“ใช่ค่ะ” ฮวาเจายิ้มให้เขาอย่างมีเลศนัย “คุณเข้าไปหาเหตุผลอะไรก็ได้ แล้วโทรศัพท์เรียกพี่สาวออกมา พวกเราจะได้ไปเดินเที่ยวด้วยกัน” 'โดนเรียกตัวทางโทรศัพท์ ให้ออกไปทำธุระราชการ พวกที่น่ารำคาญก็คงตามมาไม่ได้แล้วใช่ไหมล่ะ?'
'เย่เซินมองเธอ เด็กคนนี้นี่มัน...ฉลาดจริงๆ!' เขายิ้มมุมปากแล้วเดินเข้าไปในป้อมยาม ให้ยามช่วยโทรศัพท์ไปที่บ้าน เย่ซูได้ยินว่าคุณปู่มีธุระจะเรียกเธอ ก็รีบร้อนออกมา แต่ก็พบว่าทั้งสามคนกำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตู
เย่ฟางยิ้มให้เธอ แล้วพูดว่า “เป็วิธีที่เสี่ยวฮวาคิดขึ้นมาน่ะจ้ะ จะชวนเธอไปเดินเที่ยว” เย่ซูกระพริบตาสองครั้งอย่างงุนงง ก่อนจะเข้าใจในทันที 'น้องสะใภ้คนนี้นี่...ฉลาดล้ำเกินไปแล้วจริงๆ' เธอหัวเราะออกมาดังลั่น แล้วเดินเข้าไปคล้องแขนฮวาเจา “ไปสิ! วันนี้อยากได้อะไรก็ซื้อเลย! พี่สาวจ่ายเอง!”
ฮวาเจาพบว่ายามที่เย่ซูมิได้ยิ้ม ใบหน้าของเธอก็ดูสวยงามธรรมดา แต่พอยิ้มขึ้นมาแล้ว กลับมีความสวยงามเป็พิเศษ รอยยิ้มนั้นร้อนแรงดุจแสงอาทิตย์ ส่องเข้าไปในหัวใจของคนมองได้โดยง่าย 'รอยยิ้มนี้ไม่รู้จะทำให้คนหลงใหลได้สักกี่คนกันหนอ เย่ฟางถอนหายใจในใจ เธอไม่ได้เห็นเย่ซูยิ้มแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วกันนะ? เด็กสาวที่เคยเปล่งประกายราวกับมีแสงสว่างอยู่รอบตัวเมื่อหลายปีก่อน ในเวลาไม่กี่ปีกลับหม่นแสงลงไป การแต่งงานครั้งนี้...ต้องหย่า!'
ทั้งสี่คนเดินเล่นเลือกซื้อของกันทั้งบ่าย ซื้อข้าวของมามากมาย ทั้งหม้อ ไห จานชาม ผ้าปูที่นอน ที่นอน ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ เย่ซูก็เลือกซื้อให้ครบชุด ทุกอย่างเธอเป็คนจ่ายเงินเองทั้งหมด ยอดรวมแล้วเป็เงินมากกว่าหนึ่งพันหยวน ซึ่งเทียบเท่ากับค่าแรงเฉลี่ยของคนถึงสองปีเลยทีเดียว!
'เธอมีเงินจริงๆ เงินเดือนของทหารกองหนุนนั้นค่อนข้างเยอะ แถมยังมีเงินรางวัลพิเศษอีก รวมๆ แล้วเดือนหนึ่งก็หลายร้อยหยวน หลายปีมานี้ ถึงแม้จะโดนครอบครัวข่งเอาเปรียบไปเยอะ แต่หลังจากที่เธอหมดใจแล้ว ก็ไม่ค่อยยอมให้แล้ว นี่ก็เป็หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่สามีตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ คุณย่าข่งหลายครั้งก็แสดงความประสงค์ว่าอยากจะให้เธอเอาเงินเดือนทั้งหมดมาให้ตนเองจัดการ แต่เธอไม่ยอม คุณย่าข่งก็เลยไปฟ้องลูกชาย ตอนแรกข่งเจี๋ยยังคงเกลี้ยกล่อมแม่ตัวเองได้ แต่พอโดนแม่ตัวเองตื๊อมากๆ เข้า ก็หันมาเกลี้ยกล่อมเย่ซูแทน ให้เห็นแก่เขา เอาเงินออกมา ให้เื่มันจบๆ ไปเสีย ยังไงแม่เขาก็ไม่เอาเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรอก ก็ต้องเก็บไว้ให้พวกเขาอยู่ดีนั่นแหละ ตอนนั้นเย่ซูก็ตอบเขาไปเพียงสองคำว่า “เหอะๆ” '
'ั้แ่คุณย่าข่งมาอยู่ที่บ้าน บ้านของเธอก็แทบไม่เหลืออะไรเลย! ของมีค่าทุกอย่างไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ ก็โดนคุณย่าเอาไปไว้ที่บ้านลูกชายในชนบทหมด ยังมาอธิบายให้เธอฟังอีกว่า พวกเขายากจน พวกเขาเป็พี่สะใภ้ก็ต้องดูแลกันหน่อย พี่น้องช่วยเหลือกันก็เป็เื่ที่ควรทำ หากไม่ช่วยเหลือกันก็เท่ากับเป็คนใจดำ ถ้าเอาเงินเดือนให้ไปหมดแล้ว ก็อย่าหวังจะได้คืนมาเลยเป็อันขาด' พอนึกถึงเื่ราวที่น่าปวดหัว เย่ซูยิ่งใช้เงินหนักมือ ราวกับอยากจะใช้เงินให้หมดไปในวันนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีใครมาอยากได้อีก!
หลังจากซื้อของกันไปชุดใหญ่ เย่ซูก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง นานแล้วที่เธอไม่ได้มีความสุขเช่นนี้ พอกลับมาถึงบ้านของเย่เซิน เห็นบ้านที่มีลานกว้างใหญ่ เธอก็ยิ่งรู้สึกดีขึ้นไปอีก
“ฉันก็อยากมีบ้านแบบมีลานกว้างๆ แบบนี้บ้างจัง จะได้อยู่คนเดียว อยากจะทำอะไรก็ทำ อยากตื่นกี่โมงก็ได้ อยากใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ได้ อยากกินอะไรก็ได้ ไม่ต้องล็อคตู้ ลิ้นชัก ไม่ต้องกลัวของหาย” เย่ซูยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งแ่ลง
เย่เซินขมวดคิ้วแน่น แล้วนั่งลงข้างๆ เธอ 'ไม่คิดว่าชีวิตของพี่สาวจะเป็เช่นนี้ไปได้เลย ข่งเจี๋ยคนนั้น ตอนแรกพูดกับเขาไว้ว่าอย่างไรนะ? เขาบอกว่าจะดูแลพี่สาวไปตลอดชีวิต จะไม่ทำให้เธอต้องลำบากแม้แต่น้อยเลย! เหมือนว่าจะมีโอกาสที่เขตทางใต้บางแห่งจะมาประชุมที่ปักกิ่งในเดือนนี้กระมัง?..'
“เธออยากได้บ้านใช่ไหม? เื่ง่ายๆ เลย อยากได้แบบไหนล่ะ? ฉันจะช่วยดูให้” เย่ฟางพูดพร้อมรอยยิ้ม “ไหนๆ เธอก็มีเงินเยอะแยะ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ก็ซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ไปเลยสิ”
'แต่ฮวาเจาไม่เห็นด้วย 'นี่มันทรัพย์สินของสามีภรรยา ถ้าซื้อไปตอนนี้ ในอนาคตหากข่งเจี๋ยตามมาเรียกร้อง ก็ต้องแบ่งให้เขาครึ่งหนึ่งอีก! สู้เอาเงินเก็บไว้เฉยๆ ดีกว่า หากเขายังมีความละอายอยู่บ้าง ก็คงไม่กล้ามาเอาเงินที่เย่ซูหามาได้หรอก ดังนั้น ซื้อบ้านได้ แต่ต้องรอให้หย่ากันเรียบร้อยเสียก่อน แต่จะพูดเื่นี้กับเย่ซูอย่างไรดีล่ะ?' เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เลือกที่จะพูดตรงๆ ออกไป
“พี่สาวคะ พี่จะหย่าจริงๆ เหรอคะ?” ฮวาเจาถาม ทุกคนมองหน้าฮวาเจาด้วยความตกตะลึง 'เธอรู้เื่นี้ได้อย่างไร? ความคิดเื่หย่า เย่ซูเพิ่งจะพูดออกมาในวันนี้เอง เธอไม่เชื่อว่าคุณป้าจะหันไปบอกฮวาเจาทันทีเช่นนั้น'
“หนูได้ยินเองค่ะ ตอนพวกพี่คุยกันในห้อง หนูได้ยิน” ฮวาเจาพูดอย่างเปิดเผย “หูหนูมันดีเป็พิเศษั้แ่เด็กแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้หนูเห็นสีหน้าของเย่เซินไม่ค่อยดี ก็เลยลองฟังดู...” เย่ซูหันไปมองน้องชาย เย่เซินละสายตาจากใบหน้าของฮวาเจา แล้วพยักหน้ายอมรับ “ผมได้ยินจริงๆ ครับ”
เย่ซูถอนหายใจยาวๆ 'แบบนี้ก็ดี ไม่ต้องปิดบังอะไรกันอีกต่อไปแล้ว'
