ซุนเฟยถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกโกรธหรือตำหนิตัวเองดี
เขายกมือลูบหัวเด็กหนุ่มคนนั้นเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่อ่อนเยาว์และเข้มแข็งของเด็กคนนี้ ในใจของซุนเฟยก็พลันมีความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเอ่อล้นออกมา คำพูดของลูก้าเหมือนตบหน้าซุนเฟยฉาดใหญ่ และทิ้งรอยฝ่ามือที่โหดร้ายไว้บนหน้าของซุนเฟย ก่อนหน้านี้ซุนเฟยคิดว่าตัวเองเป็าาที่ยอดเยี่ยมมากคนหนึ่ง ทำให้ในใจลึกๆ รู้สึกหลงระเริง...แต่ใครจะรู้ว่า ความจริงแล้วยังมี ‘ประชาชน’ อีกเป็จำนวนมากของเขาที่กำลังถูกกดขี่และถูกทารุณอยู่ในอาณาจักรของศัตรู พวกเขากำลังดิ้นรนและมีชีวิตอยู่ระหว่างความเป็ความตาย พวกเขากำลังดิ้นรนมีชีวิตรอดเพื่อรอให้ ‘าาผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่’ มาช่วยตัวเอง
ทันใดนั้น เหงื่อที่เย็นเฉียบก็ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ซุนเฟยค้นพบว่าตัวเองเป็าาที่โคตรจะล้มเหลว คำพูดของลูก้าได้กระทบเข้าไปถึงจิตใจส่วนลึกของซุนเฟย
“เฮ้ พวกเ้าเป็ใครกัน? ข้าว่าพวกเ้าอย่ามาแส่เื่นี้ดีกว่า...ส่งไอ้เด็กเหลือขอสมควรตายนั่นมาให้ข้า แล้ววันนี้ข้าร็อบบี้จะยอมปล่อยพวกเ้าไป...” คำพูดของหัวหน้าทหารคนนั้นอ่อนลงเป็อย่างมาก ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะจัดการได้ง่ายๆ ทหารแบล็กสโตนหลายคนก็เริ่มมองเห็นกองทัพม้าที่เต็มไปด้วยอาวุธครบมือซึ่งอยู่ห่างออกไป เห็นได้ชัดว่าสถานะของคนทั้งเจ็ดคนที่อยู่ตรงหน้าต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ในใจลึกๆ ก็แอบอิจฉาอยู่บ้าง
“ท่านลุง พวกท่านรีบหนีไปเถอะ ไม่ต้องสนใจข้า คนพวกนี้เป็ปีศาจร้ายที่น่ากลัว พวกเขาจะฆ่าท่านจริงๆ...” ดวงตาของลูก้าเต็มไปด้วยความกังวล ทุกคำพูดที่เอ่ยออกมาไม่มีคำไหนเลยที่จะห่วงความปลอดภัยของตัวเอง เขาผลักซุนเฟยและคนอื่นๆ ให้รีบหนีไป “พวกท่านรีบหนีไปเถอะ องค์าาแห่งเมืองแซมบอร์ดจะแก้แค้นแทนพวกข้าอย่างแน่นอน!”
“ลูก้า เ้ากล้าหาญมาก กล้าหาญจริงๆ!”
ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ กับการกระทำเพื่อปกป้องพวกเขาของลูก้า แผ่นหลังกว้างของเขาเหมือนูเาขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านสูงชัน คอยคุ้มครองเด็กชายคนนี้ หลังจากนั้น สายตาของซุนเฟยก็เหลือบมองไปที่ใบหน้าแดงก่ำเพราะความโมโหของแลมพาร์ด ดร็อกบา โอเลเกร์และคนอื่นๆ ดวงตาของพวกเขาเหมือนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ซุนเฟยพยักหน้าเบาๆ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเ็าว่า...
“ฆ่า!”
คำเดียวสั้นๆ ที่เป็สัญญาณเตือนว่าเทพแห่งความตายกำลังจะมาเยือนแล้ว
ราวกับว่ามีคนเปิดกล่องแพนโดร่าขึ้นมา เหล่าปีศาจต่างก็พากันทะยานออกมาเพื่อสร้างความวอดวายให้แก่ป้อมปราการแบล็กสโตน
ในบรรดายอดฝีมือทั้งหกคน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือแฟรงก์ แลมพาร์ด
ทันใดนั้น แสงสว่างสีขาวก็เจิดจ้าขึ้นที่หมัดของเขา ราวกับบอลสายฟ้าที่ถูกบีบอัดจนมีขนาดเล็ก ชั่วพริบตาที่ปล่อยหมัดออกมา มันเหมือนดอกไม้ไฟที่กำลังะเิอยู่บนท้องฟ้าจนเกิดแสงสว่างเต็มท้องฟ้า ในตอนนี้เอง ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างพากันหลับตาลงเพราะทนแสงสว่างที่เจิดจ้าเกินไปนั่นไม่ได้ และในขณะเดียวกันพวกเขาทุกคนก็ได้ยินเสียงหมัดชกไปที่อาวุธ ชุดเกราะ และหัวกะโหลก!
หมัดสายฟ้า!
หมัดที่ไวดุจสายฟ้าและเร็วเหมือนความเร็วแสง มันเกินกว่าที่คนธรรมดาจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ได้ทัน
ในบรรดาคนทั้งหมด มีเพียงซุนเฟยเท่านั้นที่มองเห็นท่าหมัดและวิถีของหมัดอย่างชัดเจน ผ่านไปไม่กี่วินาที แต่อดีตยอดฝีมืออันดับหนึ่งเมืองแซมบอร์ดได้ปล่อยหมัดออกไปมากกว่าร้อยหมัด! และหมัดแต่ละหมัดก็จะแฝงไปด้วยพลังการโจมตีของนักรบระดับสี่ดาวระยะต้น
นี่คือความน่ากลัวของ 'หมัดสายฟ้า'
ที่ไม่ได้มีแค่เร็วอย่างเดียว แต่ยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย!
นอกจากซุนเฟยแล้วก็ยังมียอดฝีมืออันดับสามอย่างแปเตอร์ แช็คที่เห็นเพียงเงาหมัดลางๆ กำลังกระหน่ำอัดไปที่ร่างของผู้โชคร้าย ในขณะที่พัศดีโอเลเกร์ 'สองอสูรกาย' และตอร์เรสไม่อาจมองการเคลื่อนไหวหรือแม้กระทั้งเงาหมัดของแลมพาร์ดได้ เนื่องจากความแข็งแกร่งค่อนข้างห่างกันเกินไป ซุนเฟยใช้เส้นทางการไหลเวียนของชี่แท้ใน 'โหมดมือสังหาร' ในการบุกเบิกสร้างเส้นทางคลื่นพลังใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ละเส้นทางต่างแฝงไปด้วยพลังลึกลับ และจุดที่พิเศษที่สุดของเส้นทางคลื่นพลังของ 'หมัดสายฟ้า' ก็คือ ความเร็วและความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีกระแสไฟฟ้าที่น่ากลัวที่สามารถช็อตร่างของศัตรู และทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองและความเร็วของพวกเขาลดลง
ปึงๆๆๆ!
เสียงดังสนั่นดังติดต่อกัน พริบตาเดียวร่างของทั้งสี่คนก็พลันะเิออกมา เืสาดกระจาย ทั้งสี่คนนี้เป็เพียงทหารธรรมดาๆ เมื่อถูกแลมพาร์ดปล่อยหมัดใส่ร่างจำนวนนับไม่ถ้วน ร่างกายจึงะเิออกมา ไม่ว่าจะเป็เืเนื้อหรือแม้แต่กระดูกทั้งหมดต่างถูกบดขยี้จนเป็ผุยผง ฝนเืค่อยๆ โปรยปรายลงมา ช่างเป็ฉากที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด!
พัศดีโอเลเกร์และ 'สองอสูรกาย' ที่ก้าวออกไปเพียงครึ่งก้าว ศัตรูที่อยู่ด้านหน้าก็ตายหมดแล้ว ทั้งสามคนหันมาสบสายตากันอย่างจนปัญญา แค่แลมพาร์ดลงมือ พวกเขาก็ ‘อดสนุก’ ทันที
ลูก้า เด็กหนุ่มร่างผอมบางที่อยู่ด้านหลังของซุนเฟยยืดหัวออกมาดูฉากตรงหน้า ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
พวกปีศาจทั้งสี่คนตายแล้ว?
เด็กหนุ่มแทบไม่เชื่อในสายตาตัวเอง
“ทุกคนไปที่จัตุรัส จัดรูปขบวนทัพ...ป้องกัน!”
ซุนเฟยะโบอกเสียงดังพลางคว้าร่างของเด็กหนุ่มที่ยังคงมึนงงไปด้วย ร่างของพวกเขากลายเป็เงาเลือนรางวูบวาบจนเมื่อซุนเฟยะโขึ้นมา เด็กคนนั้นถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว ยอดฝีมือทั้งหกคนที่ได้รับคำสั่งก็รีบกลับไปที่กองทัพม้าแล้วนำกำลังพลไปที่จัตุรัสเล็กๆ ส่วนเทศกิจหนึ่งร้อยคนและอัศวินบรอนซ์เซนต์ห้าสิบคนที่เหลือก็พากันล้อมรอบรถม้าเวทมนตร์และทรัพยากรเป็ชั้นๆ พวกเขายกโล่ขึ้นมาก่อเป็กำแพงเหล็กชั่วคราว
“หนุ่มน้อย พาข้าไปหาท่านลุงโซล่าที่เ้าพูดถึงได้ไหม”
ซุนเฟยหันไปพูดกับลูก้าด้วยน้ำเสียงปกติ ทว่าแฝงความโกรธเกรี้ยวเล็กน้อย เด็กหนุ่มมองตาค้าง ทิวทัศน์ที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ก็พลันถอยหลังวูบไปอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มไม่นึกไม่ฝันเลยว่าตัวเองจะบินอยู่ในอากาศได้ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังใกับความแข็งแกร่งที่ซุนเฟยได้แสดงออกมา เมื่อได้ยินคำถามของซุนเฟยนิ้วน้อยๆ สั่นๆ ก็ชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
“ใครกล้ามาก่อเื่วุ่นวายที่นี่?”
ทหารเมืองแบล็กสโตนที่อยู่ด้านล่างเห็นว่ามีใครบางคนกำลังะโลอยข้ามหัวตัวเองไปก็พลันะโถามขึ้นมา
ซุนเฟยไม่สนใจ ร่างของเขาะโไปตามทิศทางที่ลูก้าชี้
“นี่เป็พื้นที่ห้ามเข้าของป้อมปราการ จหยุดเสีย...”
“ถอยกลับไปนะ ไม่อย่างนั้นเราจะยิงธนู!”
เมื่อเห็นร่างผู้บุกรุกลึกลับยังคงดึงดันจะเข้ามาแบบไม่แยแสต่อคำเตือน พวกทหารแบล็กสโตนก็พลันหน้าเสีย หัวหน้าทหารจึงสั่งการให้ระดมยิงผู้บุกรุก ลูกธนูพุ่งเข้ามาทางผู้บุกรุกทั้งสองคนประหนึ่งห่าฝน
“ไสหัวไป!”
ดวงตาของซุนเฟยแข็งกร้าว ความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะลักออกจากร่างประหนึ่งเขื่อนแตก เขาเปลี่ยนเป็ 'โหมดคนเถื่อน' ก่อนจะกระหน่ำหมัดออกมาจนเกิดเสียงดังสนั่นเป็ชุด ‘ตูมๆๆ’ อากาศในบริเวณใกล้เคียงถูกแรงะเิพลังของหมัดที่น่ากลัวกว่าหนึ่งแสนจิน (ห้าหมื่นกิโลกรัม) ทำให้สั่นะเืเป็วงกว้าง พลังของหมัดที่กระหน่ำออกมาเหมือนลูกะุปืนใหญ่ชกไปที่กำแพงหินด้านล่างจนะเิออกแล้วทรุดตัว ลงเหล่าทหารที่อยู่้าพลันร้องโหยหวนในขณะที่ร่วงลงมา...
เมื่อเห็นฉากนี้ เหล่าทหารเมืองแบล็กสโตนก็ใจนอ้าปากค้าง
ความแข็งแกร่งแบบนี้มันเหนือกว่าที่พวกเขารู้จักซะอีกมือที่กำอาวุธไว้ก็เริ่มสั่นสะท้านนาทีนี้ไม่มีใครก็ยิงลูกธนูอีกต่อไปพวกเขาต่างกลัวว่าจะทำให้ยอดฝีมือคนนี้โมโหเชื่อเลยว่าเพียงแค่หมัดเดียวร่างของเขาคงแตกกระจายหาดีไม่ได้อย่างแน่นอน
วูว!
แตรรบในเมืองดังขึ้น ทหารเมืองแบล็กสโตนทุกนายต่างหน้าถอดสี ความหมายของเสียงแตรนี้คือ ศัตรูได้บุกเข้าไปในเมืองแล้ว ทหารทั้งหมดต่างพากันรวมพล ทุกคนรีบคว้าอาวุธ สวมชุดเกราะ เตรียมความพร้อมสำหรับการต่อสู้
ในเวลาเดียวกัน
ห้องหินในถ้ำลึกลับที่อีกฝากหนึ่งของป้อมปราการ าาแบล็กสโตนที่กำลังดื่มเหล้าพลางถกเถียงบางอย่างกับชายลึกลับคนหนึ่งอยู่ ทันทีที่เขาได้ยินเสียงแตร สีหน้าก็กลายเป็มืดครึ้ม เขารีบเดินไปยังหน้าต่างของห้องหินแล้วมองลงไป ประจวบเหมาะที่ได้เห็นฉากกำแพงและป้อมปราการบางส่วนถูกซุนเฟยทำลายลงในพริบตา
เพล้ง!
แก้วเหล้าในมือก็ถูกเขวี้ยงลงพื้นจนแตกกระจายทันที ร่างของาาแบล็กสโตนสั่นเทิ้ม “รังแกกันเกินไปแล้ว าาแซมบอร์ด!!!”
……
เพียงพริบตาเดียว
ด้วยการนำทางของลูก้า ในที่สุดซุนเฟยก็มาถึงด้านหลังของป้อมปราการแบล็กสโตนที่เป็ผาสูชัน
ด้านล่างของผาสูงชันมีหลุมขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดหนึ่งร้อยเมตรที่ถูกขุดขึ้นมาด้วยฝีมือของมนุษย์ ในหลุมมีกลิ่นเหม็นเน่าลอยขึ้นมา เมื่อก้มลงไปดูในหลุมก็จะพบว่า มีศพมากกว่าหมื่นศพถูกโยนลงไปซ้อนทับกันจนกลายเป็เนินเขาเล็กๆ
ส่วนใหญ่น่าจะเป็ศพที่เพิ่งตายไปไม่กี่วัน ที่ผ่านมาบนร่างของพวกเขามีร่องรอยการถูกทรมานและเืเต็มไปหมด อีกทั้งร่างกายยังผอมแห้งจนน่าสังเวช ด้านล่างๆ น่าจะเป็ศพที่ตายไปแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งเดือนหรือหนึ่งเดือนขึ้นไป แม้ว่าอุณหภูมิในฤดูใบไม้ร่วงจะต่ำมาก แต่มีหลายๆ ศพที่เน่าเปื่อยแล้วและมีน้ำหนองจำนวนมากไหลออกมาจากศพจนเกิดกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่ว และยังมีหนอนสีขาวคอยชอนไชอยู่ในร่างของศพ มองไกลๆ จะเห็นเพียงอะไรบางอย่างสีขาวๆ ที่กำลังคืบคลานไปมา นี่คือนรก!
“นั่น ท่านลุงโซล่าอยู่ตรงนั้น ท่านรีบไปช่วยเขาเร็ว!” ลูก้าชี้ไปร่างผอมๆ ที่ดูเหมือนซากศพกำลังร้องครวญครางอย่างแ่เบาอยู่บนกองศพ
ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดดรูอิด' ก่อนจะอัญเชิญอีกาั์ออกมา เสียงร้องมันดังก้อง ก่อนจะโผบินทะยานไปคว้า ‘ซากศพ’ ที่อยู่ใต้หลุมขึ้นมา ซุนเฟยจับร่างลูก้าแน่น ก่อนจะะโขึ้นไปตามผาชันเพื่อขึ้นปีนขึ้นไปบนยอดผา
บนนี้มีลมคอยระบายอากาศ ทำให้ไม่ค่อยมีกลิ่นเน่าเหม็นของศพที่ฉุนจัดเหมือนที่เดิม
ซุนเฟยตรวจสอบร่างของชายชราที่ชื่อว่าโซล่าที่แทบจะเหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย หัวใจของเขาเต้นช้าลงจนแทบตรวจสอบไม่ได้ กระดูกั้แ่ส่วนหัวเข่าลงไปถูกทุบจนแตกละเอียด ลิ้นก็ถูกตัด ดวงตาข้างหนึ่งถูกควักออกมา แถมมือก็ยังถูกตัดไปอีกข้างหนึ่ง สภาพร่างกายแย่มาก เห็นได้ชัดว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน
“ท่านลุง ได้โปรด ท่านผู้มีพระคุณ ช่วย ช่วยท่านลุงที ฮือ....” ลูก้าที่เห็นสภาพของชายชราก็พลันร้องไห้ออกมา ขณะที่สวมกอดร่างผอมบางของชายชราคนนั้น
“อา...เจ็บ...อึก ลูก้าน้อย? เหลือเพียงเ้าแล้วสินะ เด็กน้อย อย่าร้องไห้เลย...ลูกผู้ชายจากเมืองแซมบอร์ดล้วนกล้าหาญ ห้ามร้องเด็ดขาด!”
อาจจะเป็เพียงเฮือกสุดท้ายก่อนตาย ชายชราจึงมีสติกลับคืนมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดวงตาอีกข้างที่เหลืออยู่มองไปยังร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้า มือผอมแห้งยกขึ้นลูบที่หัวของลูก้าเบาๆ ดวงตาแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและเงียบสงบในเวลาเดียวกัน ลิ้นที่ถูกตัดออกไปครึ่งหนึ่งค่อยๆ พูดออกมาอย่างช้าๆ ว่า “เด็กดี จำไว้...จำที่ลุงพูดไว้...ต้อง...เข้มแข็งและมีชีวิตอยู่ต่อไป...สักวันหนึ่ง องค์าาแซมบอร์ดจะยกทัพมาพาพวกเรา...ออกจากความทรมานที่นี่...บอกพระองค์ให้ฝ่าา...แก้แค้นแทนแทนพวกเราที่ตายไปด้วย!”
“ท่านลุงโซล่า ข้าพาคนมาช่วยท่านแล้ว เขาเป็คนดี เป็คนดี ฮึก...” ใบหน้าของเด็กหนุ่มน้ำตานองหน้า ก่อนจะหันไปคุกเข่าให้ซุนเฟยพลางร้องไห้อ้อนวอน “ท่านลุง ฮึก ท่านลุง ได้โปรดช่วยท่านลุงโซล่าด้วย!”
ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดพาลาดิน' ฉับพลัน วงแหวนสีทองก็ปรากฏออกมา ก่อนจะเข้าสู่ร่างของชายชราคนนี้
แสงสว่างสีทองเปล่งประกายออกมาจากร่างของชายชราตรงหน้า าแก็เริ่มสมานกัน ทว่าชายชราคนนี้าเ็หนักเกินไป แขนขาด ขาหัก บวกกับไม่ได้กินอะไรมานาน ทำให้อวัยวะบางอย่างในร่างกายล้มเหลว แม้แต่ทักษะ 'ภาวนา' ของพาลาดินยังช่วยได้แค่บางส่วนเท่านั้น ซุนเฟยครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะหยิบ 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' ขวดใหญ่ที่เหลือเพียงครึ่งขวดออกมา แล้วรินใส่ปากชายชราทั้งหมด
ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น
าแบนร่างของชายชราสมานกันเร็วขึ้นจนมองเห็นได้ พริบตาเดียวมือที่ถูกตัดก็เริ่มงอกออกมาใหม่อีกครั้ง ดวงตาข้างที่ถูกควักไปจนหนังตาฟีบก็เริ่มนูนขึ้นมา แม้กระทั่งขาที่ถูกทุบจนกระดูกหักละเอียดก็เริ่มฟื้นคืนสภาพเดิม...เพียงไม่กี่ลมหายใจ ในโลก Diablo นั้น 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' เป็น้ำยาวิเศษระดับสูงที่มีประโยชน์หลากหลายมาก สามารถรักษาชายชราที่อ่อนแรงตรงหน้าให้ฟื้นกลับเป็ปกติได้อย่างง่ายดาย
สายลมอันหนาวเย็นพัดผ่าน ร่างชายชราปลุกให้ชายชราได้สติขึ้นมา
เขาก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตน แล้วยกมือขึ้นมาลูบดวงตาข้างที่ถูกควักและขาทั้งสองข้าง เขาแทบไม่กล้าเชื่อความรู้สึกของตัวเอง มันเป็ไปได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้เขาเกือบจะตายไปแล้ว...เขาหันไปสบตากับลูก้าที่นั่งนิ่งอึ้งอยู่ไม่ไกล ต่างคนต่างตะลึงจนพูดไม่ออก ก่อนจะเบนสายตาไปมองชายหนุ่มที่ท่าทางองอาจที่ยืนอยู่ข้างๆ ดวงตาพลันสว่างวาบ เหมือนจะเข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว
ชายหนุ่มที่ไม่ธรรมดาคนนี้เป็คนช่วยชีวิตเขา
ปาฏิหาริย์จริงๆ!
ไม่อยากจะเชื่อเลย!!!
“ขอบคุณนายท่านสำหรับความช่วยเหลือ!” ชายชราไม่ลังเลที่จะคุกเข่าโขกหัว “ไม่ทราบว่านายท่านมีนามว่าอะไรหรือขอรับ? ข้าชาวเมืองแซมบอร์ดจะจดจำบุญคุณของนายท่านไปจนตาย...”
“ท่านผู้เฒ่ารีบลุกขึ้นเถอะ ข้า...ข้าเป็...” ใบหน้าของซุนเฟยเผยร่องรอยความรู้สึกละอายใจ เขาไม่กล้าสบตากับชายชราตรงหน้าเลย หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ก็ตอบกลับไปเสียงแ่เบาว่า “นามข้าคืออเล็กซานเดอร์ าาองค์ใหม่ของเมืองแซมบอร์ด!”
-----------------------
