แม้ไม่มีเงินติดตัว ถังหว่านก็ต้องหาทางให้พ่อได้รักษาตัวให้ได้ โชคดีที่เธอแอบตุน 'เสบียง' เงินสดไว้ไม่น้อย
เงินในกระเป๋าหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนที่เคยอุ่นใจ พริบตาเดียวก็ปลิวหายไปกับค่าตรวจ ค่าห้องพัก และค่ายาฉีด จนเหลือเพียงเจ็ดสิบหยวน นี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้น ผลการรักษาจะเป็ยังไงต่อ ก็ต้องลุ้นกันยาวๆ
จางเหวินไฉ ผู้เป็พ่อ อาบน้ำชำระล้างคราบไคลในโรงอาบน้ำของโรงพยาบาล ก่อนจะเปลี่ยนมาสวมชุดผู้ป่วยสีขาวสะอาด
ในยุคนั้น โรงพยาบาลเหมืองแร่ถือว่าหรูหราทันสมัยสุดๆ พื้นทางเดินปูด้วยไม้เนื้อแข็งขัดเงาวับ ลมพัดผ่านหน้าต่างบานเก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็จังหวะ เหล่าพยาบาลสาวในชุดขาวเดินขวักไขว่ด้วยความกระฉับกระเฉง แววตาฉายความภาคภูมิใจในวิชาชีพ
“บอกแล้วไงว่าไม่อยากแอดมิท ลูกก็ไม่ฟัง” จางเหวินไฉบ่นอุบอิบ นอนกระสับกระส่ายบนเตียงคนไข้ขาวสะอาด มือไม้เกะกะไม่รู้จะวางตรงไหน เพราะไม่คุ้นชินกับความสบาย
เขาคาใจเื่เงินที่ลูกสาวเอามาจ่าย แต่พอถูกถังหว่านตัดบทไม่ยอมเล่า เขาก็เลือกที่จะเงียบ ไม่เซ้าซี้ต่อ
ได้แต่ปฏิญาณกับตัวเองในใจ... ถ้าหายดีเมื่อไหร่ พ่อคนนี้จะเลี้ยงดูลูกสาวให้สุขสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่... จะเลี้ยงยังไงล่ะ? สังขารแบบนี้ คงได้แค่เก็บขยะขายกระมัง?
แค่คิด หัวใจคนเป็พ่อก็เจ็บแปลบ
พอถังหว่านเดินกลับเข้ามา เขาก็อ้าปากจะพูดเื่นี้ แต่ลูกสาวตัวดีรู้ทัน ชิงพูดดักคอขึ้นมาก่อน “พ่อเลิกคิดจะไล่หนูกลับไปบ้านตระกูลถังได้เลยนะ ขืนกลับไป หนูโดนพวกมันจับขายแน่ ถ้าพ่อไล่หนูอีก หนูจะเชือดคอให้ดูเดี๋ยวนี้แหละ”
“โธ่... ลูกเอ๊ย” จางเหวินไฉถอนหายใจยาว ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นของลูกสาว เอาวะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด
เขาพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลห้าวันเต็ม อาการกระเตื้องขึ้นตามลำดับ ระหว่างที่พ่อหลับ ถังหว่านก็แอบแว้บออกไปทำธุระ แลกเงินเป็คูปองผ้า ซื้อผ้าเนื้อดีจากสหกรณ์มาตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พ่อ รวมถึงชุดสูทจงซานสุดเท่เตรียมไว้ใส่กลับบ้าน
ชีวิตที่ผ่านมาของจางเหวินไฉคือความอัตคัดขัดสน บ้านช่องห้องหับว่างเปล่าไม่มีแม้แต่หม้อข้าวหม้อแกง ที่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะเพื่อนบ้านเวทนาเจือจานให้
ของใช้ในบ้านแทบไม่มีเหลือ หรือต่อให้มี เธอก็ไม่กล้าหยิบมาใช้ สภาพมันเน่าเกินทน
ดังนั้น ขากลับบ้านรอบนี้ ถังหว่านจึงต้องกว้านซื้อของใช้จำเป็ยกชุด ทั้งฟืน ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมัน เกลือ สารพัดเครื่องปรุง
โชคยังเข้าข้างที่เป็ฤดูร้อน เลยประหยัดงบค่าผ้านวมหนาๆ ไปได้หน่อย แต่เื่เสื้อผ้านี่ประหยัดไม่ได้จริงๆ เพราะตอนหนีออกมา เธอมีแต่ตัวเปล่าๆ
หลังหักลบค่าข้าวของเครื่องใช้และค่ารักษาพยาบาล เงินก้อนโตในกระเป๋าก็หดเหลือแค่ยี่สิบกว่าหยวน
เมื่อกลับถึงบ้านภารกิจ 'บิ๊กคลีนนิ่ง' ก็เริ่มขึ้น
สนามหญ้ารกชัฏยังกะป่าดงดิบ ห้องครัวสภาพร้างเหมือนบ้านผีสิง ผนังดำเมี่ยมด้วยคราบเขม่าฝังแน่น แหงนมองคานบ้านก็ดำปิ๊ดปี๋ ไม่รู้ว่าพ่อทนอยู่ในสภาพนี้มาได้ยังไง
มุมเตาไฟทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเขรอะไปด้วยฝุ่นและหยากไย่หนาเตอะ ตู้กับข้าวไม้เก่าคร่ำคร่า ขาหักไปข้างจนเอียงกะเท่เร่ สภาพดูไม่ได้
สิ่งเดียวที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้ในบ้านหลังนี้ คือบ่อน้ำที่ยังมีน้ำใสสะอาด
ถังหว่านตักน้ำ ล้างขัดถูสารพัดสิ่งง่วนอยู่ค่อนวัน กวาดขยะกองมหึมาออกมาได้กองเท่าูเาเลากา น้ำที่ใช้ถูพื้นดำปี๋เหม็นหืนจนแทบอ้วก
“ลูกเอ๊ย... ให้พ่อช่วยเถอะ” จางเหวินไฉมองลูกสาวด้วยความละอายใจ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แค่จะประคองชีวิตให้รอดไปวันๆ ยังยาก เื่ความสะอาดเลยกลายเป็เื่ไกลตัว
ถังหว่านรีบปรี่เข้าไปประคองพ่อให้นั่งลงทันที “ไม่ต้องเลยพ่อ นั่งเฉยๆ หนูทำเองได้ สบายมาก รอพ่อหายดีก่อนเถอะ ค่อยว่ากัน ถึงตอนนั้นพ่ออยากจะทำอะไร หนูไม่ห้ามเลยเอ้า”
“พ่อ... พ่อมันตัวภาระชัดๆ”
“พ่อไม่ใช่ภาระ” เธอเถียงเสียงแข็ง “พ่อไม่รู้หรอกว่าหนูดีใจแค่ไหนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่”
เพราะพ่อยังอยู่... เธอถึงมีข้ออ้างหลุดพ้นจากนรกตระกูลถัง เพราะพ่อยังอยู่... ชีวิตเธอถึงยังมีความหวัง
“ไว้พ่อหายดี... พ่อจะไปติดต่อเพื่อนเก่า เื่จดหมายตอบรับของลูก...”
“ไม่เอาค่ะ ไม่ต้องหรอก” ถังหว่านส่ายหน้าดิก ตอนนี้ถึงมีโอกาสได้ไปเรียน เธอก็ไปไม่ลงหรอก ทิ้งพ่อป่วยๆ กับพี่รองสติไม่ดีไว้ข้างหลังไม่ได้เด็ดขาด ต้องจัดการชีวิตตรงนี้ให้ลงตัวก่อน
จางเหวินไฉหน้าเสีย “ลูกกลัวไม่มีเงินค่าเทอมใช่มั้ย? ไม่เป็ไรนะ ขายบ้านหลังนี้ทิ้งซะ เอาเงินส่งลูกเรียน พ่ออยู่ไหนก็ได้”
หัวใจถังหว่านอุ่นวาบ... “ไม่ขายค่ะพ่อ บ้านขายไม่ได้หรอก เื่เรียนช่างมันเถอะ เหมือนนิทานเื่ตาแก่เสียม้านั่นแหละ ใครจะรู้ว่าโชคร้ายวันนี้ อาจกลายเป็โชคดีในวันหน้าก็ได้”
จางเหวินไฉเงียบไป ในใจหมายมั่นปั้นมือบางอย่าง โดยไม่ฟังคำทัดทานของลูกสาว
กว่าจะเก็บกวาดเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยง ถังหว่านทนหิวได้ แต่คนป่วยโรคกระเพาะอย่างพ่อทนไม่ได้ หมอกำชับนักหนาว่าต้องกินให้ตรงเวลาและบำรุงเยอะๆ
ยังไม่ทันจะได้ลงมือทำกับข้าว เสียงแปดหลอดแสบแก้วหูก็ดังแว่วมาจากรั้วบ้าน
“นังลูกเนรคุณ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ”
รอยยิ้มของสองพ่อลูกจางหายไปทันที
เถียนจ้าวตี้ แม่เลี้ยงใจั์นำขบวนชาวบ้านบุกมาถึงถิ่น ความอับอายขายขี้หน้าในวันนั้นดูจะถูกลืมไปจนหมดสิ้น เมื่อนางเห็นสภาพบ้านที่เริ่มดูดีขึ้น แถมมีผ้าปูที่นอนกับเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมตากโชว์หรา แววตาอิจฉาก็ลุกโชน
ถังหว่านยืนกอดอกจ้องเขม็ง “มาทำไม?”
“ดูสิคะ ดูมันพูด นี่หรือคำพูดที่ลูกสาวใช้กับแม่” เถียนจ้าวตี้หันไปฟ้องไทยมุง พยายามเรียกคะแนนความเห็นใจ แต่หารู้ไม่ว่าชาวบ้านเขากำลังซุบซิบสมเพชนางอยู่ต่างหาก
“วันนั้นฉันพูดชัดเจนไปแล้วนี่” ถังหว่านเสียงเย็น
“นังเด็กเวร อย่าคิดว่าไอ้แก่ง่อยเปลี้ยเสียขานั่นจะคุ้มกะลาหัวแกได้นะ อีกไม่กี่วันมันก็ตายแล้ว พอถึงตอนนั้น อย่าซมซานกลับมาให้ฉันเลี้ยงล่ะ”
ที่บ้านตระกูลถังวางแผนกันเสร็จสรรพ กะว่าพอนังเด็กนี่ซมซานกลับไป จะจับใส่ตะกร้าล้างน้ำส่งไปแต่งงานขัดดอกกับตาแก่หื่นกามรุ่นลุง แลกสินสอดก้อนโต
แต่ผิดคาด... นังเด็กนี่ดันพาพ่อแท้ๆ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แถมใช้เงินมือเติบจนชาวบ้านลือกันแซ่ด
นังเด็กนี่มันไปเอาเงินมาจากไหน?
“ฉันจะบอกให้นะ แกขโมยเงินฉันหนีตามผู้ชายไปใช่มั้ย เอาเงินมาคืนฉันเดี๋ยวนี้นะ แล้วกราบตีนขอขมาฉันซะ ไม่งั้นอย่าหวังจะได้กลับบ้าน”
“เห่าพอรึยัง?” ถังหว่านแคะหูทำท่ารำคาญ “เห่าพอแล้วก็ไสหัวกลับไปซะ”
เถียนจ้าวตี้เต้นผาง “นังสารเลว แกกล้าดียังไง”
“เงินฉัน พ่อจางเขาเก็บหอมรอมริบไว้ส่งฉันเรียนมหาวิทยาลัยต่างหาก ฉันจะไปขโมยเงินบ้านแกได้ยังไง? ขนาดเงินเดือนผัว แกยังไม่เคยได้แตะเลยไม่ใช่เหรอ ยัยแม่ผัวตัวดีริบไปหมด แกเคยเห็นแบงก์ร้อยสักใบมั้ยถามจริง?”
เื่ฝีปาก ถังหว่านไม่เคยเป็รองใคร
เถียนจ้าวตี้หน้าดำหน้าแดง เพราะเป็ความจริงที่รู้กันทั้งบางว่านางเป็แค่เบี้ยล่างของแม่ผัว
“นังบ้า วันนี้ฉันจะตบแกให้เืกบปาก” นางง้างมือทำท่าจะพุ่งเข้ามา
จางเหวินไฉไอโขลกด้วยความใ
ถังหว่านวิ่งปราดเข้าครัว คว้ามีดอีโต้เล่มใหม่คมกริบวิ่งออกมา “แน่จริงก็เข้ามา ถ้าไม่กลัวไส้ไหลก็ลองดู”
ชาวบ้านเห็นท่าไม่ดี รีบฉุดกระชากลากถูเถียนจ้าวตี้กลับไป
เมื่อความสงบกลับคืนมา ถังหว่านทิ้งตัวลงนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือที่กำด้ามมีดสั่นระริก... เห็นปากเก่งแบบนี้ จริงๆ แล้วเธอก็แค่ข่มความกลัวไว้เท่านั้นเอง
าประสาทกับบ้านตระกูลถังเพิ่งจะเริ่ม... จากนี้คงต้องเจอเื่ปวดหัวอีกเพียบ แค่รอดไปได้อีกวันก็ถือว่ากำไรแล้ว
