“นี่เบอร์เรานะ^_^”
พรึบ
“เธอมีโทรศัพท์แล้วเหรอ?”ฉันเอ่ยถามไบรท์ไปอย่างงงๆที่เขาขอยืมโทรศัพท์ของฉัน แล้วฉันก็ให้และเขาก็จิ้มๆนิ้วลงไปในหน้าจอโทรศัพท์ฉันแป๊บหนึ่งและส่งโทรศัพท์กลับคืนมาให้ฉันพร้อมกับเอ่ยบอกว่าเบอร์เขา ฉันก็ก้มหน้าลงไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ขึ้นโชว์เบอร์พร้อมชื่อของไบรท์อยู่ที่หน้าจอ
พรึบ
“ใช่….พอดีเราเก็บเงินพอแล้วน่ะ^_^”ไบรท์ว่าพลางยกสมาร์ทโฟนสีดำหน้าจอััขึ้นมาโชว์ฉัน ฉันก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เขามีโทรศัพท์เหมือนคนอื่นสักทีหนึ่ง
“ต่อไปนี้เราก็จะได้ติดต่อกันง่ายขึ้นแล้วเนอะ^_^”
“อื้ออ^_^”ฉันยิ้มให้ไบรท์และในจังหวะนั้นแท็กซี่ก็เปิดไฟเลี้ยวเพราะถึงบ้านฉันแล้ว
“ถึงแล้วเหรอ?”ไบรท์ถามฉันอย่างตื่นเต้นปนเสียใจนิดๆ เขาชะโงกหน้าออกไปดูที่ข้างกระจกก็พบกับรั้วสีขาวที่สูงสง่าเป็รั้วของบ้านฉันเองล่ะ
“อื้อ^_^”ฉันพยักหน้าตอบไบรท์ไป
“บ้านเธอใหญ่จังเลยอ่ะอบเชย!”ไบรท์ว่าเสียงใและตื่นเต้นแต่ทำไมสีหน้าของเขาดูวิตกกังวลนิดๆนะ
“บ้านคุณพ่อ…ไม่ใช่บ้านเรา”ฉันว่าเสียงอ่อยทำให้ไบรท์ต้องหันกลับมามองหน้าฉัน
พรึบ
“ตั้งสติให้ดีอย่าเอาอารมณ์มาตัดสินอะไรหลายๆอย่าง…ที่มันอาจจะทำให้เธอเสียใจไปทั้งชีวิต”
“เอาสติให้อยู่เหนืออารมณ์นะ”ไบรท์ว่าเสียงนุ่มเขาคลี่ยิ้มบางๆให้ฉันเหมือนให้กำลังใจฉัน ฉันมองต่ำไปที่มือของเขาที่จับมือฉันไปกุมไว้ที่ตักของเขา
“อื้อ….แต่เราอยากเรียนในสิ่งที่เราอยากเรียน”
“คุณพ่อของเธอท่านคงอยากให้เธอมีอนาคตที่ดีนะ…ท่านหวังดีกับเธอมากนะ”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิ^\^”
“เธอโชคดีนะที่ยังมีคุณพ่อ…ยังมีคุณพ่อที่รักเธอ”น้ำเสียงของไบรท์ช่างแ่เบาจนฉันรับรู้ได้ถึงอารมณ์เหงาและน้อยใจในชีวิตของตัวเองของเขา ฉันจึงเปลี่ยนมือไปกุมมือเขาแทนพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างให้เขา
“วันนี้อาจจะเป็วันที่แย่…แต่วันข้างหน้าอาจจะดีกว่านี้ก็ได้…อะไรที่เธอคิดอาจจะไม่เป็อย่างที่เธอคิดก็ได้”ฉันเอ่ยบอกไบรท์ไปซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดประโยคนี้ออกไปให้เขาฟังแต่ฉันเชื่อว่า พ่อแม่ของไบรท์เองท่านก็คงจะรักไบรท์เหมือนที่ไบรท์บอกฉันว่าคุณพ่อฉันรักฉันมากเหมือนกันนั้นแหละ
“ขอบใจนะ…อบเชย…เธอเป็เหมือนแสงสว่างในชีวิตที่ไม่มีใครของเราเลย…ั้แ่เธอเข้ามา…เธอก็ทำให้เรารู้…ว่าชีวิตของเราจะอยู่ต่อไปเพื่อใคร^_^”คำพูดและสีหน้าที่ลึกซึ้งของไบรท์กำลังทำให้ฉันใจเต้นรัวแรงใบหน้าร้อนฉ่า ริมฝีปากเม้มกันเป็เส้นตรง แววตาและหน้าตาหล่อๆของเขาทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆเหมือนผู้หญิงที่อยู่ใกล้ผู้ชายรู้สึกว่าริมฝีปากสีแดงๆของไบรท์ที่ขยับไปมาตามคำพูดเขาทำให้ฉันคิดอะไรที่น่าอายขึ้นมา นั้นคือ….ฉันอยากััริมฝีปากของเขาเหรอ?-\\\-
“นี่น้อง!…ถึงแล้วจะจีบกันอีกนานไหม?”เสียงของพี่คนขับแท็กซี่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าทีเล่นทีจริงทำให้ฉันกับไบรท์ต้องละสายตาจากกันและหันไปมองหน้าพี่เขาอย่างรู้สึกผิด
“ขอโทษค่ะ”
“ขอโทษครับ”
พรึบ
“เดี๋ยวเราจ่ายเอง^_^”ไบรท์เอ่ยขึ้นในขณะที่ฉันกำลังจะหยิบเงินมาจ่ายค่าแท็กซี่
“แต่…”
“ไม่ต้องแต่หรอก…เธอช่วยเรามาเยอะแล้ววันนี้”
“งั้นก็ได้”ฉันว่าและเอื้อมมือไปเปิดประตูรถด้านข้างเพื่อจะลงจากรถ
“เดี๋ยวเราลงไปส่ง^_^”ฉันพยักหน้าเเทนคำตอบ ไบรท์จึงเปิดประตูรถฝั่งเขาและลงไปยืนรอฉันที่หน้าฟุตบาทหน้าบ้านฉัน ฉันก็ลงจากรถและเดินไปหาเขา
“พี่ครับ…เดี๋ยวรอผมแป๊บหนึ่งนะครับ”ไบรท์วิ่งกลับไปหาพี่แท็กซี่พร้อมเอ่ยคุยกับพี่แท็กซี่
“เค…อย่านานล่ะ”
“ครับพี่..ขอบคุณครับ^_^”ไบรท์ยกมือไหว้พี่คนขับแท็กซี่และเดินมาหยุดลงตรงหน้าฉันพร้อมกับทรุดตัวนั่งยองๆลงตรงหน้าฉัน
พรึบ
“เธอจะทำอะไรอ่ะไบรท์!”ฉันถามไบรท์เสียงหลงพลางถอยหลังหนีเขาอย่างใไบรท์ก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉัน
“เราจะให้ของขวัญวันเกิดเธอไง^_^”
“แล้วทำไมต้องนั่งลงแบบนี้ด้วยล่ะ?”ฉันถามไบรท์ไปอย่างสงสัยและไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหาเขา
พรึบ
“เพราะของที่เราจะให้เธอมันคือไอ้นี่ไง^_^”ไบรท์ว่าพลางชูสร้อยสีเงินที่มีรูปจี้เด็กผู้ชายนั่งอยู่บนเสี้ยวแหว่งของรูปครึ่งหนึ่งของรูปหัวใจออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา
“สวยจัง^_^”ฉันเอ่ยออกไปอย่างกับคนที่โดนมนต์สะกดเดินเข้าไปหาไบรท์อย่างไม่รู้ตัว
“ชอบไหม?”
“ชอบค่ะ….ชอบมากค่ะ^_^”
“งั้นเราใส่ให้เธอเลยนะ^\^”
“มันเป็สร้อยข้อเท้าน่ะ^\^”ไบรท์ตอบคำถามที่ฉันสงสัยแต่ไม่ได้ถามเขาออกไป เขาคงมองจากสีหน้าของฉันสิน่ะถึงรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่
“เราขออนุญาตนะ”ไบรท์เอ่ยขออนุญาตจากฉัน ฉันก็ยิ้มให้เขาและพยักหน้าให้เขาเป็คำตอบ ไบรท์ก็ยิ้มอย่างดีใจให้ฉัน ฉันจึงยื่นขาซ้ายออกไปด้านหน้านึดนึงเพื่อให้ไบรท์ใส่สร้อยที่ข้อเท้าของฉันได้ง่ายขึ้น
พรึบ
“สวยมากเลยเวลาอยู่ที่ข้อเท้าของเธอ^_^”เขาว่าพลางจัดจี้ให้เข้าที่เข้าทางหลังจากที่เขาติดสร้อยเสร็จแล้ว
“อื้อ…แต่ทำไมถึงซื้อสร้อยข้อเท้าให้เราล่ะ?”ฉันเอ่ยถามไบรท์ไปในขณะที่เขายืนขึ้นมาประจันหน้ากับฉันแล้ว
“เพื่อล็อคขาเธอไว้…ไม่ให้เธอเดินไปจากเราไง^\^”ไบรท์ว่าพลางทำท่าเขินอายฉันเห็นแก้มและใบหูของเขาแดงก่ำด้วย อมยิ้มนั่นอีกโอ้ยฉันใจละลายไม่เหลือแล้วนะ^///^
พรึบ
“และนี้เป็ของเรา^\^”ไบรท์ว่าพลางหยิบสร้อยเงินออกมาจากเสื้อยืดสีดำของเขาและชูให้ฉันดูมันคือจี้รูปเดียวกับจี้ข้อเท้าของฉันแต่มันน่าจะเป็รูปจี้รอยต่อจากของฉันมากกว่าเพราะของไบรท์เป็เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่เสี้ยวของครึ่งหัวใจนั้น
“ถึงมันจะไม่มีค่าอะไร…แต่กว่าเราจะได้มา…มันก็ไม่ได้ง่ายเลย…เราอยากจะให้เธอเก็บรักษาสร้อยที่เราให้เอาไว้….”
“ได้สิ….เราจะเก็บเอาไว้อย่างดีเลย^_^”
“ขอบคุณเธอนะ….เธอคือแสงสว่างนำทางชีวิตของเรา…อบเชย^_^”
“จ้า…^_^”และเราสองคนก็ยืนยิ้มให้กันพลางบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย
“น้องไปได้ยังเนี่ย!!”พี่แท็กซี่ะโมาเสียงดังทำให้เราสองคนสะดุ้งโหยงใ จึงหันไปมองพี่เขาทันที
“ขอโทษค่ะพี่”ฉันยกมือไหว้ขอโทษพี่เขาอย่างรู้สึกผิด
“งั้นเราไปก่อน…เดี๋ยวโทรหานะครับ^\^”
“ค่ะ…บ๊ายบายค่ะ^_^”ฉันยกมือขึ้นมาโบกมือบ๊ายบายไบรท์
“บ๊ายบายครับ^_^”ไบรท์เองก็ยกมือขึ้นมาบ๊ายบายฉันและเขาก็เดินไปขึ้นรถแท็กซี่คันนั้นโดยที่เขามองฉันอยู่ตลอดเวลา ฉันรอให้รถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไปก่อนถึงค่อยจะเดินเข้าไปในบ้านที่พอสแกนคีย์การ์ดปุปประตูก็จะเปิดออกต้อนรับฉันทันที ฉันเดินไปขึ้นรถกอล์ฟที่มีคนขับรออยู่แล้ว
แอดดดดด
“อบเชย”เสียงแ่เบาเอ่ยเรียกฉันในขณะที่ฉันเดินเข้ามาในตัวของบ้านหลังใหญ่แล้ว ฉันหันไปตามเสียงของคุณพ่อที่เอ่ยเรียกฉัน ท่านที่นั่งรออยู่ที่โซฟาห้องรับแขกก็เดินมาหาฉัน
“พ่อจะไม่บังคับให้ลูกเรียนในสิ่งที่ลูกไม่ชอบ…พ่อจะไม่บังคับจิตใจของลูกอีกแล้ว”
“คุณพ่อ”ฉันเอ่ยเรียกท่านไปด้วยน้ำเสียงแ่เบาน้ำตาเริ่มเอ่อคลอทั้งสองข้าง
“พ่อเคยเสียแม่ของลูกไปคนหนึ่งแล้ว…ต่อไปพ่อจะไม่บงการชีวิตของลูกอีกนะอบเชย…พ่อขอโทษ”
พรึบ
“คุณพ่อ…อึกหนูขอโทษนะคะ”ฉันโผเข้ากอดร่างของคุณพ่อที่สวมชุดนอนอยู่อย่างรู้สึกผิดและร้องไห้ออกมา
“ไม่เป็ไรลูก…พ่อเข้าใจหนู”คุณพ่อยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของฉันอย่างแ่เบา จริงอย่างที่ไบรท์พูด ฉันควรจะใช้สติมากกว่าอารมณ์ในการแก้ไขปัญหาและรับฟังปัญหา
“อึกๆ”ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของคุณพ่อโดยที่มีท่านคอยลูบศรีษะของฉันอย่างแ่เบาด้วยความรักของท่านอยู่
“พ่อไม่เคยมีเวลาให้ลูกเลย…เลยคิดเองว่าลูกชอบชีวิตที่พ่อให้…โดยที่ไม่เคยถามลูกเลยสักครั้ง”
พรึบ
“ไม่เป็ไรเลยค่ะคุณพ่อ…แค่คุณพ่อไม่โกรธหนูที่เถียงคุณพ่อ…หนูก็ดีใจมากแล้ว”
“หนูขอโทษนะคะ”ฉันยกมือไปที่หน้าอกของคุณพ่อ คุณพ่อก็กอดฉันและลูบแผ่นหลังของฉันอย่างปลอบโยน
“ไม่เป็ไรลูก…ต่อไปเรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ…”
“ชีวิตเป็ของลูก…ไม่ใช่ของพ่อ..”
“คุณพ่อ”
“ไม่เป็ไรลูก…ไม่ต้องร้องนะ^_^”คุณพ่อว่าพลางยื่นมือมาตรงหน้าของฉันและใช้นิ้วหัวแม่โป้งเช็ดน้ำตาให้ฉันอย่างแ่เบาท่านยิ้มอย่างใจดีและอบอุ่นให้ฉัน ฉันจึงเลิกร้องไห้และยิ้มให้ท่านบ้าง เรามีกันอยู่แค่สองคนพ่อลูก ฉันจะไม่ทำให้คุณพ่อต้องเสียใจอีกแล้ว ฉันจะไม่คิดน้อยใจชีวิตของตัวเองอีกแล้ว เพราะฉันยังมีคุณพ่อที่รักฉันอยู่ข้างๆฉันในวันนี้เหมือนที่ไบรท์บอก แต่ไบรท์น่ะสิเขาไม่มีใครเลย ฉันสงสารเขาจัง
“พ่อรักหนู…ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อทำก็เพื่อลูกสาวคนเดียวของพ่อนะ”
“ค่ะ..หนูก็รักคุณพ่อนะคะ…หนูจะไม่เถียงคุณพ่ออีกแล้วค่ะ”
“จ้า….ทานอะไรมารึยัง?”
“หิวไหม?”
“ทานมาแล้วค่ะ…ไม่หิวเลยค่ะ^_^”
“งั้นลูกไปพักผ่อนเถอะ…มันดึกแล้ว^_^”
“ค่ะ”
“ฝันดีลูกรัก…..จุ๊ฟ”คุณพ่อพูดจบพลางยื่นหน้าลงมาจุมพิตที่หน้าผากฉันอย่างแ่เบา
“ค่ะ…ฝันดีเช่นกันค่ะคุณพ่อ….ฟอดดดด….ฟอดดดด”ฉันว่าเสร็จก็ยื่นหน้าขึ้นไปหอมแก้มท่านและเราสองคนพ่อลูกก็กอดเอวกันขึ้นลิฟต์ไปยังห้องนอนของเราทั้งคู่ที่มีคุณพ่อเดินมาส่งฉันถึงหน้าห้องนอนของฉัน เมื่อฉันเข้าห้องมาฉันก็เดินไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอนทันที
ติ๊ดดดดดดด
“ใครโทรมานะ?”ฉันว่าพลางหันไปมองนาฬิกาดิจิตอลที่หัวเตียงที่บ่งบอกเวลาล่วงเลยมาถึงตีสามแล้ว ฉันจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือมาดู
‘ไบรท์’
“ไบรท์^_^”ฉันเอ่ยออกมาอย่างดีใจหัวใจพองโตเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามา ฉันจึงกดรับสายอย่างไว
(ฮัลโหล…อบเชย….นอนยังครับ?)
“กำลังจะนอนจ๊ะ”
(เรากวนเธอรึเปล่า?)
“ไม่เลยคุยได้!”ฉันเผลอพูดแทรกไบรท์ออกด้วยน้ำเสียงไม่งาม เธอกลัวเขาไม่รู้รึไงอบเชยว่าอยากคุยกับเขาจนตัวสั่นน่ะ!
(อ๋อเหรอ…งั้นเธอทำอะไรอยู่เหรอ?)
“กำลังจะเดินไปนอนบนเตียงน่ะ…แล้วเธอล่ะ..ทำอะไรอยู่?”
(เพิ่งถึงบ้านของโฟมน่ะ…กำลังจะไปอาบน้ำ)
“งั้นเธอไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะ”
(เอางั้นเหรอ…งั้นเธออย่าเพิ่งวางน่ะ…พอดีเบอร์เราได้โปรโมชั่นโทรฟรีน่ะ)
“ก็ได้จ๊ะ…เดี๋ยวเราจะรอเธอนะ^_^”
(ครับ^_^)และฉันก็รอไบรท์จนเผลอหลับไป อย่างไม่รู้ตัวตื่นเช้าขึ้นมาก็พบว่าฉันยังไม่ได้วางสายจาก
เขาเลย ฉันจึงอารมณ์ดีั้แ่ตื่นนอน เรานอนหลับไปพร้อมๆกันเหมือนเราอยู่ใกล้กันเลยเนอะ…มีความสุขจัง^_^
