บ้านของเหยเซินเล็กและเรียบง่ายมาก
ในห้องมีเพียงหญิงสาวที่ถูกมัดอยู่ในนั้นนางนั่งขดตัวอยู่มุมห้อง แต่จ้องเขม่นผู้คนที่เดินเข้ามาจากด้านนอกราวกับไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อยตามหลักแล้วนางต้องกลัวถึงจะถูก เพราะไม่ว่าใครจะหาตัวนางเจอก็มีจุดจบแค่อย่างเดียวคือตาย
อันเจิงและจวงเฟยเฟยเดินเข้ามาพร้อมกันบ้านหลังนี้ถูกคนของจวงเฟยเฟยล้อมเอาไว้หมดแล้วจากตอนที่ฆ่าเหยเซินถึงตอนนี้ก็เป็เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง คนของซูเป่ยไม่มีทางออกมาตามหาแน่แต่เพื่อความปลอดภัย จวงเฟยเฟยก็ตัดสินใจพาตัวเสี่ยวเตี๋ยออกไปทันที
“ที่แท้ก็พักอยู่ในที่รันทดขนาดนี้นี่เอง”
จวงเฟยเฟยโบกมือ ลูกน้องของนางจึงเข้ามาพาตัวเสี่ยวเตี๋ยใส่ในกระสอบแล้วแบกออกไป
อันเจิงมองไปรอบ ๆ ดูสิ่งของภายในห้อง เห็นสมุดบันทึกวางอยู่บนโต๊ะเขาเดินไปเปิดมันออกจากนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น จวงเฟยเฟยเดินมายืนข้างอันเจิงและมองสมุดบันทึกในมือของเขาสมุดเล่มนี้ไม่ได้บันทึกการเงิน แต่ทว่าเป็สมุดบันทึกการตาย สมุดนี้บันทึกรายชื่อคนที่เหยเซินฆ่าทั้งหมดทุกเื่ทุกอย่างถูกบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเขาถึงมีนิสัยจดบันทึกเื่แบบนี้
จวงเฟยเฟยดึงสมุดบันทึกมาจากมืออันเจิง“เ้าไม่เหมาะจะดูของอะไรแบบนี้”
อันเจิงส่ายหน้า “เชื่อเถอะ ข้าเห็นมามากกว่าเ้า”
จวงเฟยเฟยยักไหล่ “ช่างเถอะ”
อันเจิงหยิบสมุดบันทึกกลับมา“มันอาจช่วยใครบางคนได้”
จวงเฟยเฟยมองอันเจิงราวกับเจอสัตว์ร้าย“คนพวกนั้นต่างก็ถูกเหยเซินฆ่า แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับเ้า?”
อันเจิงส่ายหน้า “หากมีเด็กกำพร้าหรือบิดามารดาที่เสียบุตรไปช่วยได้ก็ช่วยสักหน่อย”
จวงเฟยเฟยไม่เข้าใจความคิดของอันเจิง แต่ก็ไม่ได้แย่งสมุดบันทึกนั้นกับอันเจิงแล้ว“เราไปกันเถอะ ที่แบบนี้อยู่นานก็อาจสร้างปัญหาได้”
อันเจิงพยักหน้าแล้วเดินออกจากบ้านของเหยเซินพร้อมกับจวงเฟยเฟย
ที่โรงจวี้ฉ่าง
ในห้องลับหลังสวนบ้านเสี่ยวเตี๋ยที่ถูกแก้มัดแล้วนั่งอยู่บนพื้น นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆราวกับกำลังบอกจุดยืนของตนว่า นางไม่ได้กลัวหรือใส่ใจอะไรทั้งนั้น
จวงเฟยเฟยเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนเก้าอี้“ไม่ต้องแกล้งตบตาอีกแล้ว คนอย่างเ้าข้าเจอมามาก อย่าใช้ใบหน้าที่คล้ายจะไม่สนใจอะไรมากลบเกลื่อนความกลัวในใจเลยอีกอย่าง การที่เ้าทำเหมือนตัวเองไม่ได้กลัวนั่นไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเ้าแข็งแกร่ง ตรงกันข้าม ผู้ที่อ่อนแอต่อให้จิตใจจะแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็ไม่มีประโยชน์”
อันเจิงนั่งลงข้างนางจากนั้นก็มองไปที่เสี่ยวเตี๋ยและชายที่เป็ลูกน้องของจวงเฟยเฟย
ชายคนนั้นเอามือกุมหัว “ฮูหยิน ขอร้องล่ะท่านปล่อยข้าไปเถอะ เป็เพราะข้าโง่เองจึงถูกนางโลมคนนี้หลอก ฮูหยินโปรดให้โอกาสข้าอีกครั้งข้าสัญญาว่าจะไปดินแดนทางเหนือแล้วทำตัวดี ๆ จะไม่กลับมาที่นี่อีกตลอดกาลเป็เพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียว หากนางไม่มาหลอกข้า ข้าก็คงไม่ตกหลุมพรางของนาง ฮูหยินขอร้องล่ะ ให้โอกาสข้าอีกครั้งเถอะนะ”
เสี่ยวเตี๋ยก้มหัวลงเล็กน้อยจากนั้นก็มองชายคนที่นางเคยรักอย่างตกตะลึง
จวงเฟยเฟยยักไหล่อย่างเคยชิน“รู้สึกผิดหวังมากใช่หรือไม่? ผู้ชายที่เ้ารักที่แท้ก็เป็แค่ตัวไร้ประโยชน์เท่านั้น”
เสี่ยวเตี๋ยส่ายหน้า “ข้าแค่ไม่เข้าใจว่าไอ้คำพูดที่บอกว่ารักกันชั่วฟ้าดินสลาย ออกมาจากปากคนแบบนั้นได้อย่างไร”
จวงเฟยเฟยหยิบสมุดข้างตัวขึ้นมาเปิด“เสี่ยวเตี๋ย เป็คนในเมืองฟางกู้ สูญเสียบิดามารดาไปั้แ่เด็กตอนที่เ้าเดินเล่นอยู่ตามถนนก็ถูกคนของหงเยว่โหลวจับตัวไป จากนั้นก็ถูกเอาไปฝึกแต่เพราะวรยุทธ์ธรรมดาเกินไปจึงได้ทำงานในตำแหน่งล่างสุดั้แ่เล็กจนโตก็ไม่เคยทำเื่ชั่ว แน่นอนว่าการที่เ้าไม่เคยคิดทำเื่ชั่วก็ไม่เกี่ยวกับข้าอยู่แล้วข้าแค่ดูว่าเ้าทำอะไรที่ส่งผลกระทบต่อข้าบ้าง”
เสี่ยวเตี๋ยมองไปยังจวงเฟยเฟย“ข้าไม่เคยคิดอยากทำร้ายใคร ข้าแค่้าเงิน!”
จวงเฟยเฟยถาม “เ้าฆ่าคนโดยตรงกับทำให้คนอื่นต้องตายมันต่างกันหรือไม่? อย่าบอกว่าต่าง เพราะไม่ว่าอย่างไรคนก็ต้องตายเ้าเอาเื่ของโรงจวี้ฉ่างไปเป็ข้อแลกเปลี่ยนในการเรียกร้องเงินเ้าบีบให้ทุกคนในโรงจวี้ฉ่างถึงทางตัน ถึงตอนนั้นคนที่ตายก็คงไม่ใช่แค่คนหรือสองคน แต่มันเป็ร้อยคนหรืออาจนับพันคนหากเอาคนในโรงจวี้ฉ่างทุกที่มารวมกันก็มีจำนวนสี่พันกว่าคนเ้าบอกว่าตัวเองไม่เคยคิดทำร้ายใคร แต่เ้าอาจทำให้พวกข้าพบกับหายนะครั้งใหญ่ตอนนี้เ้ายังรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยคิดทำร้ายใครอีกหรือไม่?”
เสี่ยวเตี๋ยเบือนหน้าหนี นางไม่อยากพูดอะไรอีก
อันเจิงชี้ชายคนนั้นแล้วถามจวงเฟยเฟย“โรงจวี้ฉ่างใช้เวลานานเท่าไหร่ ในการฝึกคนแบบนี้มาทำงาน?”
จวงเฟยเฟยตอบกลับ “อย่างน้อยห้าปี”
“น่าเสียดาย”
จวงเฟยเฟยส่ายหน้า “ไม่น่าเสียดายแม้แต่น้อยเรามักจะฝึกและคัดเลือกคนที่ไม่เหมาะสมออกอยู่ตลอดคนที่เหลืออยู่ถึงเป็คนที่ไว้ใจได้จริง ๆ”
ชายคนนั้นเงยหน้า “ไม่ยุติธรรม!”
เขาไม่กุมหัวตัวเองอีกต่อไป แต่กลับลุกขึ้นมาแล้วชี้อันเจิงพลางพูดขึ้นอย่างโมโห“เพื่อเขาแค่คนเดียว ทำไมถึงต้องส่งเราไปดินแดนทางเหนือด้วย?ั้แ่นี้ไปก็อาจไม่ได้กลับมาอีก ทั้งยังไม่อาจได้เจอคนที่ตัวเองรักด้วยพวกข้าไม่ได้ทำอะไรผิดแต่กลับต้องไปใช้ชีวิตลำบากลำบนที่นั่น? ไม่ยุติธรรม?!”
จวงเฟยเฟยมองชายคนนั้นแล้วตอบ “งั้นข้าก็จะบอกเ้าแล้วกันว่าทำไมเ้าเข้ามาอยู่ในโรงจวี้ฉ่างั้แ่อายุสิบหก ตอนนั้นข้าถามเ้าว่าอะไร?”
ชายคนนั้นชะงักไปแล้วไม่ได้ตอบอะไร
จางอี้ฟูที่นั่งอยู่ด้านข้างพูดขึ้น“ทุกคนที่ถูกเลือกเข้ามาต่างก็ถูกถามคำถามเดียวกันพวกเ้าเตรียมพร้อมจะตายเพื่อรักษาความปลอดภัยของโรงจวี้ฉ่างหรือยัง?หากพวกเ้าเตรียมใจมาแล้ว งั้นก็ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่พวกเ้าอยู่ที่นี่จะมีชีวิตที่ดีกว่าและได้เงินเดือนที่มากกว่าเงินที่พวกเ้าได้รับมากกว่าที่อื่นตั้งสามเท่า ครอบครัวพวกเ้าก็จะได้รับการดูแลจากโรงจวี้ฉ่างอย่างดีแบบนี้ใช่หรือไม่?”
ชายคนนั้นมองไปที่จางอี้ฟูด้วยแววตาที่ดุร้าย แต่กลับไม่พูดอะไร
จางอี้ฟูถอนหายใจยาว“ตอนนี้เ้ากลับมาถามว่าทำไมเ้าต้องเป็คนเสียสละ นี่ก็เพราะเ้ายินยอมั้แ่แรกเองตอนที่ฮูหยินถูกหยามศักดิ์ศรี พวกเ้าที่เป็คนของโรงจวี้ฉ่างทำไมไม่ออกตัวปกป้องฮูหยินเล่า?ทำไมถึงเป็คุณชายอันที่ออกมาปกป้องแทน? เ้าเคยคิดบ้างหรือไม่?”
เขาก้มหน้ามองดูสมุดในมือ“เมื่อเจ็ดปีก่อน บิดาเ้าป่วยหนัก โรงจวี้ฉ่างมอบโอสถบำรุงให้เพื่อยื้อชีวิตเขาไว้สำหรับผู้ฝึกพลังวัตรโอสถบำรุงนี้ไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่สำหรับคนทั่วไปแล้วโอสถบำรุงเป็เหมือนยาชี้เป็ชี้ตายก็ว่าได้ ในตอนนั้นเ้าปฏิญาณว่าชีวิตนี้เ้าจะมอบให้โรงจวี้ฉ่างเ้ายังจำมันได้หรือไม่?”
“โรงจวี้ฉ่างไม่เคยบังคับให้ใครมาตายแทนเราจะบอกพวกเ้าอย่างละเอียดว่าอยู่โรงจวี้ฉ่างจะมีอันตรายอย่างไรและบอกว่าพวกเ้าอาจตายได้ ตอนนั้นพวกเ้าต่างก็ลงชื่อยอมรับความเสี่ยงนั้นแล้วด้วยโรงจวี้ฉ่างไม่เคยใจอ่อนกับศัตรู หลายปีมานี้มีกี่คนที่จบชีวิตในมือโรงจวี้ฉ่างแต่โรงจวี้ฉ่างไม่เคยลงมือโหดร้ายกับคนของตัวเอง ฉะนั้นหลังจากเกิดเื่สิ่งแรกที่เราเลือกก็คือส่งพวกเ้าไปอยู่ดินแดนทางเหนือสามถึงห้าปีเมื่อเื่จางลงแล้วเราจะไปรับพวกเ้ากลับมา”
ชายคนนั้นคร่ำครวญออกมา“ก็ข้าไม่อยากไปดินแดนบ้า ๆ แบบนั้น!”
จางอี้ฟูส่ายหน้า “ฉะนั้นเ้าคิดผิดแล้วเดิมทีเื่นี้จะไม่มีใครต้องตาย แต่เ้ากลับทำให้เื่นี้ใหญ่เอง”
ชายคนนั้นคุกเข่าลงทันที “ข้า...ไม่อยากตาย!”
จวงเฟยเฟยพูดด้วยเสียงที่ราบเรียบ“ไม่อยากตายและไม่อยากลำบาก ไม่อยากรับผิดชอบอะไรเลยสักอย่างแล้วข้าจะให้เงินเดือนสูงขนาดนี้กับเ้าไปทำไม? ยังจะต้องดูแลเ้าตั้งมากมายไปทำไม?”
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น เขาอ้าปากแต่กลับไม่รู้จะพูดอะไร
เสี่ยวเตี๋ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเื “ตายก็ตาย ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่จะทำให้ตัวเองขายหน้าทำไม? ข้าไม่เสียใจที่เคยรักเ้ายังเคยคิดว่าหากตายก็ขอให้ได้ฝังไว้ข้างกัน แต่ตอนนี้ข้าไม่คิดแบบนั้นแล้ว”
นางมองไปที่จวงเฟยเฟย “หลังจากฆ่าข้าแล้วอย่าฝังไว้ที่เดียวกันกับเขานะ”
จวงเฟยเฟยส่ายหน้า“เดิมทีเ้าต้องตายอย่างไม่มีข้อสงสัย แต่กลับมีคนไม่อยากให้เ้าตาย”
เสี่ยวเตี๋ยชะงักไป “ใคร?”
จวงเฟยเฟยมองไปยังอันเจิง “เขา”
เสี่ยวเตี๋ยมองไปที่อันเจิงจากนั้นก็ถามขึ้นอย่างตกตะลึง “เ้า...เพราะอะไร?”
อันเจิงพูดขึ้น “เ้าตอบคำถามข้าก่อนั้แ่ตอนที่เราเข้าไปในบ้านของเหยเซิน เพราะอะไรเ้าถึงไม่โวยวาย?”
เสี่ยวเตี๋ยตอบกลับ“หากโวยวายไปก็ถูกซ้อมเปล่า ๆ อย่างไรก็ต้องตายแล้วจะหาเื่เจ็บตัวทำไม?”
อันเจิงพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้น“ข้าอยากถามเ้าอีกหนึ่งคำถาม วิธีที่มาเรียกเงินจากโรงจวี้ฉ่างและตระกูลซูเป็ความคิดของใคร?”
เสี่ยวเตี๋ยตอบกลับ“ไม่ใช่ความคิดของใครทั้งนั้น เขาเป็คนเสนอ ข้าก็เห็นด้วยนี่เป็ความคิดของเราทั้งสองคน”
อันเจิงพยักหน้าอีกครั้ง“หากเ้าไม่ชอบเขา เ้าจะเห็นด้วยหรือไม่?”
ตอนนี้เสี่ยวเตี๋ยไม่รู้จะตอบอะไร นางนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก
อันเจิงมองไปที่จวงเฟยเฟย“ข้ารู้สึกว่าผู้หญิงที่เฉยชาแต่กลับศรัทธาในความรัก ยังแข็งแกร่งกว่าผู้ชายคนนั้นเสียอีกในเมื่อเ้าสามารถส่งคนที่ไม่มีหัวจิตหัวใจไปดินแดนทางเหนือได้ งั้นการส่งนางไปอีกคนก็คงไม่ใช่เื่ยากสินะเอาไปฝึกสักระยะหนึ่ง ไม่แน่ในอนาคตนางอาจช่วยเ้าได้”
สีหน้าของเสี่ยวเตี๋ยราวกับกำลังตกตะลึง“พวกเ้า...จะไม่ฆ่าข้าจริง ๆ หรือ?”
ชายคนนั้นราวกับมีความหวังขึ้นมาเขาหมอบบนพื้นแล้วคารวะ “ขอบคุณฮูหยิน ๆ”
เขายื่นมือไปลากกระโปรงของเสี่ยวเตี๋ย“ยังไม่รีบคุกเข่าอีก?”
เสี่ยวเตี๋ยหลบไปด้านข้างในแววตาส่องประกายไปด้วยความเกลียดชัง
อันเจิงพูดขึ้น“เื่นี้เกิดขึ้นเพราะข้า เป็ปัญหาที่ข้าก่อให้โรงจวี้ฉ่างฉะนั้นหายนะของเขาทั้งสองก็มาจากข้า เอาอย่างนี้ดีกว่า ให้ข้าเป็คนตัดสินใจ...เห็นแก่ที่พวกเขาเพิ่งทำผิดครั้งแรกคนหนึ่งก็ทำเพราะความรัก ฉะนั้นก็ลงโทษเบาหน่อย”
ชายหนุ่มคารวะอย่างดีใจ “ขอบคุณคุณชายอันบุญคุณใหญ่หลวงของท่าน ชาตินี้หรือชาติไหน ๆ ข้าจะไม่มีวันลืม ท่านก็เปรียบเป็ผู้มีพระคุณอีกคนของข้า!”
อันเจิงโบกมือ “อย่ารีบขอบคุณข้าเลยเราต้องพูดให้ชัดเจนก่อน การลงโทษเบา ๆ สำหรับนางต้องส่งไปที่ดินแดนทางเหนือหากต่อไปมีโอกาสทำงานให้โรงจวี้ฉ่างได้ ชีวิตนางก็ถือว่ามั่นคงแล้ว ส่วนเ้า...การไม่ลงโทษหนักคือให้เ้าไม่ต้องตายอย่างอนาถข้าคิดว่าให้เ้าตายอย่างครบสามสิบสองส่วนน่ะดีมากแล้ว”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังหวาดกลัวอยู่นั้นจวงเฟยเฟยก็โบกมือ “เอาตัวมันไป เห็นแล้วอยากจะอ้วก”
ชายกำยำสองคนเข้ามาจับตัวเขา เอาผ้าอุดปากไว้จากนั้นก็ลากออกไป
เสี่ยวเตี๋ยจ้องไปที่ชายคนนั้นเป็ระยะเห็นได้ชัดว่านางก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกัน นางอ้าปากราวกับอยากจะขอให้ไว้ชีวิตแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมาเพราะว่านางเป็คนเฉยชามากจริง ๆ และก็รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี
“ขอบ...”
นางหันไปที่อันเจิงและกำลังจะกล่าวขอบคุณแต่กลับถูกอันเจิงห้าม
“ไม่ต้องขอบคุณข้าถึงแม้ข้าจะพูดไปแบบนั้น แต่หากโรงจวี้ฉ่างไม่ปล่อยเ้าไปข้าก็ช่วยไม่ได้ฉะนั้นเื่นี้ก็ยังต้องขอบคุณฮูหยินอยู่ดี และเ้าก็ต้องจำไว้ด้วยว่า ที่เ้าคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำร้ายใครแต่ความคิดที่เ้ามีในชั่วขณะนั้น ชีวิตคนหลายพันคนก็แขวนเอาไว้ที่เ้าแล้วไปดินแดนทางเหนือเถอะ ต่อจากนี้ทุกการเคลื่อนไหวของเ้าจะถูกโรงจวี้ฉ่างจับตาดูหากผ่านไปหลายปีแล้วเื่เงียบลง เ้าอยากจะไปจักรวรรดิต้าซีก็ได้ที่นั่นน่าอยู่กว่าดินแดนทางเหนือไม่น้อย”
“ไม่” เสี่ยวเตี๋ยคุกเข่าลงจากนั้นก็คารวะให้จวงเฟยเฟย “รับข้าไว้เถอะ”
จวงเฟยเฟยถามขึ้น “เพราะอะไร?”
เสี่ยวเตี๋ยเงยหน้าขึ้นแล้วตอบ“ข้าไม่อยากตาย”
จวงเฟยเฟยนิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พยักหน้า“เหตุผลนี้เพียงพอแล้ว ส่งนางไปโรงจวี้ฉ่างของเราที่ดินแดนทางเหนือหลังจากนี้สามปีห้ามเปิดหน้าให้ใครเห็นเด็ดขาดและอยู่เรียนรู้ที่นั่นหลังจากสามปีหากเ้ายังฝึกไม่ได้ เ้าต้องตายหรือไม่ก็ไสหัวไปตายที่อื่น”
นางชี้ไปที่อันเจิง “ข้าไม่ใช่เขาไม่ได้มีจิตใจเป็เ้าแม่กวนอิมแบบนั้น แต่ข้าก็เป็คนมีสัจจะในเมื่อรับปากจะไม่ฆ่าเ้าก็คือไม่ฆ่า แต่เ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวังข้ามอบโอกาสให้เ้าแล้ว ทีนี้ก็ต้องดูว่าเ้ารักษามันไว้ได้หรือไม่แล้วล่ะ”
อันเจิงหัวเราะแห้ง ๆ“ข้าไม่เหมือนเ้าแม่กวนอิมนะ”
จวงเฟยเฟยมองอันเจิงจากนั้นก็พูดอย่างจริงจัง “เ้าไม่ใช่เ้าแม่กวนอิม เ้าแม่กวนอิมไม่ฆ่าคนเ้าเป็ตัวอะไรข้าก็ไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่าเ้าน่ากลัว”
อันเจิงยืนขึ้นแล้วเดินไปด้านนอก“ข้าเป็เพียงคนธรรมดา ธรรมดามาก ๆ”
เสี่ยวเตี๋ยอดใจไม่ได้จึงถามออกมา“เขา...เป็ใครกันแน่?”
จวงเฟยเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ“เป็คนที่...เป็คนที่อ่านไม่ออก”
