เล่มที่ 9 บทที่ 265 อ๋องจิงซวี
ชั่วขณะที่หลินเฟยกับนักพรตเฮยซานตกลงกันได้แล้ว ทันใดนั้นรอบด้านก็มีลมพายุกระโชกแรงขึ้น ไอปีศาจเข้มข้นแพร่กระจายปกคลุมไปทั่ว เพียงครู่เดียวก็มีบางอย่างขนาดั์ร่วงลงมาจากท้องฟ้า ก่อนจะกระแทกกับพื้นเกิดเสียงดังสนั่น จากนั้นฟ้าดินก็สั่นะเื พายุที่เกิดเป็ไอปีศาจสีดำโหมซัดทุกอย่างในรัศมีหลายลี้กระทั่งพังราบเป็หน้ากลอง…
“ฮ่าๆ…”
หลังจากไอปีศาจสลายไป ก็พบว่ามีปีศาจที่หัวเป็ปลาตัวเป็คน สูงหลายจ้าง ทั่วทั้งตัวก็เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืรุนแรงกำลังย่างกรายเข้ามาช้าๆ ที่ปากของเ้าปีศาจก็มีหนวดสีทองยาวหลายจ้างงอกออกมา ชั่วขณะที่กำลังอ้าปากนั้น กลิ่นคาวเืรุนแรงก็คละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ เพียงดูก็รู้แล้วว่า มันจะต้องกลืนกินทำลายชีวิตผู้อื่นมานับไม่ถ้วน…
“นักพรตผู้นี้ ดูน่าสนใจมากทีเดียว รู้ว่ากำลังจะตาย ยังอุตส่าห์หาเสบียงมาเพิ่มอีก…” เ้าปีศาจจ้องมองหยางเลี่ยจากที่ไกลๆ ั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะเอ่ยออกมา
“เสียดายที่ร่างกายดูผอมไปเสียหน่อย แต่หากเอาไปทอด ก็น่าจะกรอบใช้ได้เลยทีเดียว ยังดีที่ข้าเอง ก็ยังพอมีน้ำมันตุนไว้อยู่บ้าง…”
ทว่าหลังจากที่มันพูดจบ ก็กลับต้องขมวดคิ้วแน่นทันที
“ตาแก่ อย่าบอกนะ ว่าเ้าเพิ่งถูกอสุรกายกุ่ยหวังที่อยู่ไม่ไกลนั่นสูบเืลมไป ไม่เช่นนั้น ทำไมเ้าถึงเืลมบกพร่องเช่นนี้ล่ะ แบบนี้ข้าเสียเปรียบนะ ตอนนี้น่ะ อย่างมากก็เป็เพียงผู้บำเพ็ญจิงตันแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แต่ก็ช่างเถอะ ครึ่งเดียวก็ยังถือว่าเป็ขั้นจิงตันอยู่ หลังจากข้าเขมือบพวกเ้าสองคนแล้ว จะต้องนอนหลับฝันดีเป็แน่ และจะไม่สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายอีกแล้วล่ะนะ…”
พูดจบเ้าปีศาจก็สาวเท้ายาวเข้ามาทันที
“ถึงจะเป็ขั้นจิงตันแค่ครึ่งเดียว แต่ก็เพียงพอที่จะเอาชนะเ้าแล้วล่ะ!” หยางเลี่ยโต้กลับอย่างไม่คิดยอมแพ้ ทว่าในใจกลับห่อเหี่ยวลงเรื่อยๆ เพราะปีศาจตนนี้แข็งแกร่งเป็อย่างมาก ดูท่าจะเป็ยอดปีศาจในท่ามกลางปีศาจขั้นเยาหวังด้วยกันเลย ต่อให้ตนเองมีตบะพลังเท่าเดิม และมีนักพรตเฮยซานช่วยเหลืออีกแรง ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะรับมือได้หรือไม่…”
เกรงว่าครั้งนี้จะเป็เคราะห์ร้ายมากกว่าเคราะห์ดีเสียแล้ว…
‘หลังจากถูกค่ายกลมารฟ้ากลืนตะวันกักขังอยู่หลายวัน หยางเลี่ยก็าเ็จนกระทบกระเทือนไปถึงรากฐาน ต่อให้ฟื้นตัวกลับเป็ขั้นจิงตันได้เหมือนเดิม แต่ชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่อาจพัฒนาได้อีกแล้ว จะตายก็ตายเถอะ เพียงแต่เสียดายเ้าหนุ่มสองคนนี้เท่านั้น คนหนึ่งก็เป็ความหวังของหุบเขาหมื่นอสูร ส่วนอีกคนก็เป็ผู้มีพระคุณ ไม่ว่าอย่างไรจะต้องรักษาชีวิตคนทั้งคู่เอาไว้ให้ได้…’
เมื่อคิดได้ดังนั้น ประกายไฟแห่งความหวังก็ลุกโชนขึ้นมาในดวงตาของหยางเลี่ยอีกครั้ง บัดนี้เขาพร้อมจะสู้ตายเต็มที่แล้ว
“ศิษย์พี่เฮยซาน เดี๋ยวข้าจะถ่วงเวลาเ้าปีศาจนั่นไว้เอง รบกวนพาพวกเขาสองคนหนีไปที…”
เมื่อพูดจบ หยางเลี่ยก็กัดฟันแน่น ไม่นานก็มีลำแสงสีขาวพุ่งออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะกลายเป็อสรพิษสีขาวตัวยาวหลายจ้าง
และนี่ก็คือฮวงหราน สัตว์อสูรคู่กายของหยางเลี่ยนั่นเอง
ได้ยินมาว่า ฮวงหรานได้สืบสายเืมาจากเซียนอสรพิษแห่งที่รกร้างแดนใต้ มีพลังสามารถบงการน้ำไฟได้ แต่น่าเสียดายที่หลายล้านปีก่อน ฟ้าดินดันเกิดภัยพิบัติขึ้น จากนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นฮวงหรานอีกเลย…
จะว่าไปฮวงหรานเอง ก็มีวาสนาร่วมกันกับหลินเฟยอยู่บ้าง
เพราะเมื่อชาติที่แล้ว อาจารย์ผู้เป็เ้าสำนักเวิ่นเจิ้นได้นำวารีลืมเลือนมาจากน้ำพุเหลืองใต้จิ่วโยว โดยหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยซ่อมแซมเส้นปราณที่บกพร่องของหลินเฟยได้ ทว่าน่าเสียดายที่แม้แต่วารีลืมเลือนซึ่งได้ชื่อว่าเป็สิ่งวิเศษที่สามารถฝืนชะตาลิขิต์ ก็ยังไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของหลินเฟยได้ สุดท้ายหลินเฟยและอาจารย์จึงจำต้องเก็บวารีลืมเลือนไว้ที่ขุมทรัพย์ลับที่สามของสำนักเวิ่นเจี้ยน และขณะที่ออกมานั้น หลินเฟยก็เจอเข้ากับไข่ฮวงหรานใบหนึ่งพอดี ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงขอร้องให้อาจารย์ใช้เคล็ดวิชาลับฟักฮวงหรานออกมา จากนั้นก็เลี้ยงเอาไว้ในถ้ำเสวียนปิง…
หลังจากนั้นหลินเฟยก็ถูกเ้าแห่งเหวทมิฬไล่ล่า ทำให้มีหลายครั้งที่ต้องหลบเข้าไปในถ้ำเสวียนปิง และก็รอดตายมาได้ ก็เพราะฮวงหรานนี่เอง…
ฮวงหรานนั้น ถือว่าเป็สัตว์อสูราที่แท้จริง ดูเหมือนว่าฮวงหรานของหยางเลี่ยจะมีขั้นบำเพ็ญสูงถึงเยาหวังแล้วด้วย คิดว่าน่าจะพอสูสีกับปีศาจหัวปลาตัวคนนั่นอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้หยางเลี่ยได้ถูกค่ายกลมารฟ้ากลืนตะวันสูบเอาเืลมไป จึงทำให้มีพลังถดถอยเหลือเพียงขั้นมิ่งหุนเคราะห์หก ดังนั้นตอนนี้เอง สัตว์อสูรคู่กายของเขา จึงพลอยรับผลกระทบไปด้วย แม้ภายนอกจะดูน่าเกรงขาม แต่นั่นก็เป็เพียงเปลือกนอกเท่านั้น…
ทว่าเวลานี้เอง หยางเลี่ยก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไปแล้ว หลังจากโคจรพลังขึ้นอีกครั้ง ฮวงหรานก็สำแดงพลังจนกลายเป็ฮวงหรานร่างจริงขึ้นมา บัดนี้หนึ่งคนหนึ่งอสรพิษได้ออกมายืนขวางอยู่เบื้องหน้าเ้าปีศาจหัวปลาตัวคนไว้แล้ว…
“พวกเ้ารีบหนีไปเร็ว ส่วนเ้า ข้าขอดูหน่อยแล้วกัน ว่าปีศาจขั้นเยาหวังอย่างเ้า จะมีความสามารถเท่าไหร่กันเชียว ถึงกับกล้ากินผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันได้!”
ทว่าหยางเลี่ยเพิ่งจะพูดจบได้ไม่นาน ก็มีลำแสงสายหนึ่งโฉบผ่านหน้าไป…
ปีศาจกระบี่!
จากเดิม ปีศาจกระบี่ก็มีความเร็วที่น่าตกตะลึงอยู่แล้ว แถมยังผ่านการหลอมด้วยเคล็ดหลอมห้าธาตุอู่ตุ้นอีก ความเร็วของปีศาจกระบี่ในตอนนี้ จึงถือว่ารวดเร็วเป็อย่างมาก ทันใดนั้นสายตาก็เห็นเพียงลำแสงสายหนึ่งวาบผ่านไป…
ไม่นานก็ได้ยินเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น…
“ฮ่าๆ ก็แค่อาวุธขั้นหยางฝู ไม่ระคายผิวอ๋องอย่างข้าหรอกนะ!” อ๋องจิงซวีเป็มารปีศาจที่เกิดในแม่น้ำหยิน ดังนั้นลำตัวของมันจึงแช่อยู่ในแม่น้ำมานับพันปี ร่างกายจึงแข็งแกร่งเทียบเท่าแร่โฮ่วเทียนเลยทีเดียว ต่อให้ปีศาจกระบี่จะมีความรวดเร็วเพียงใด แต่สุดท้ายก็ยังเป็แค่อาวุธหยางฝูอยู่ดี มีหรือจะทำอะไรอ๋องจิงซวีได้?
แต่ว่า…
อ๋องจิงซวีเพิ่งจะหัวเราะขึ้นได้ไม่นาน จู่ๆก็พบว่าหนวดสีทองของมันข้างหนึ่งได้ปลิดปลิวอยู่กลางอากาศเสียแล้ว ทันใดนั้นมันก็ชะงักลงทันที ก่อนจะเอามือลูบไปที่ปาก จากนั้นก็พบว่าอาวุธหยางฝูที่ตนดูแคลนว่าไม่อาจทำอันตรายได้นั้น ได้สะบั้นตัดหนวดทองที่ภูมิใจเป็หนักหนาของมัน ขาดไปเส้นหนึ่งเสียแล้ว…
โดยปกติ เ้าปีศาจมักชอบแทนตนเองว่าท่านอ๋องจิงซวี ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะหนวดทองอันเป็ที่รักทั้งสองข้างของมันนั่นเอง ทว่าบัดนี้กลับถูกตัดไปหนึ่งข้างแล้ว จึงเดาได้ไม่ยากเลยว่าอีกฝ่ายจะมีความโกรธเกรี้ยวมากขนาดไหน…
“กล้าตัดหนวดข้างั้นหรือ จงตายเสียเถอะ!”
อ๋องจิงซวีคำรามเสียงดังสนั่นด้วยโทสะรุนแรง ทันทีที่อ้าปากออกมา ก็มีลูกศรน้ำพุ่งทะยานออกมาอย่างรวดเร็ว ถึงกับมีความเร็วไม่ด้อยไปกว่าปีศาจกระบี่เลยทีเดียว เพียงครู่เดียวเท่านั้น ก็ไล่ตามปีศาจกระบี่ทันแล้ว
ปีศาจกระบี่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ หมายจะสลัดลูกศรน้ำนั่นทิ้งไป แต่คิดไม่ถึงว่า จู่ๆลูกศรน้ำจะะเิออก จากนั้นก็มีละอองน้ำของแม่น้ำหยินโปรยปรายไปทั่วบริเวณ ก่อนจะรวมตัวกัน กลายเป็คลื่นน้ำมหาศาลถาโถมไปทั่วรัศมีร้อยจ้าง
ปีศาจจิงซวีได้ถือกำเนิดในแม่น้ำหยิน ดังนั้นหลังจากมันเกิดสติปัญญาขึ้นมา มันก็เอาแต่บำเพ็ญในแม่น้ำหยินมาโดยตลอด เพียรสะสมทีละหยดมาเรื่อยๆ เป็เวลากว่าพันปี สุดท้ายก็บำเพ็ญจนเกิดเป็ลูกศรน้ำ เมื่อมันประมือกับคู่ต่อสู้ เพียงพ่นลูกศรน้ำนี้ออกไปเท่านั้น พริบตาเดียวก็จะแตกกระจายกลายเป็น้ำจากแม่น้ำหยินอันมหาศาล ต่อให้เป็ผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันเอง ก็ยังยากจะรับมือไหว…
บัดนี้ท่ามกลางมวลน้ำที่เอ่อท่วมไปทั่วบริเวณ ก็มีวังวนสีดำเกิดขึ้น เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น มันก็ดูดกลืนปีศาจกระบี่เข้าไปแล้ว ต่อให้ปีศาจกระบี่จะมีความรวดเร็วเพียงใด ก็ไม่อาจหนีรอดออกไปได้
ปีศาจอ๋องจิงซวีโกรธแค้นปีศาจกระบี่เป็อย่างมาก หลังจากกักขังไว้ได้แล้ว มันก็คำรามออกมาอีกครั้ง ก่อนจะพ่นลำแสงสีทองออกมาสองสาย ครู่เดียวลำแสงสีทองนั้น ก็รวมตัวกันจนเกิดเป็ค้อนจื่อจิงขนาดั์คู่หนึ่ง
“อ๋องอย่างข้าจะทุบเ้าให้ตายเลย คอยดู!”
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------