ฟังจากน้ำเสียงของเธอแล้ว คงอยากจะ 'ฮุบ' ลูกหมูป่าตัวนี้อีกแล้วสินะ
ฮึ!
เธอไม่ใช่ร่างเดิมที่คลั่งรักจนเสียสติสักหน่อย จะยอมให้หล่อนมาเอาเปรียบง่ายๆ ได้ยังไงกัน
"ลูกหมูป่าตัวนี้เหรอ ฉันเจอตอนขึ้นเขาน่ะค่ะ ฉันตกลงไปในหลุมดักสัตว์ มันก็ตกลงไปด้วย อดอยากมาหลายวัน มันเลยไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเท่าไหร่ แต่ตอนปีนขึ้นมาฉันก็แทบแย่ ขึ้นมาไม่ได้เกือบจะตายอยู่ในนั้น" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูด
ป้าเฮ่อยกเขย่งปลายเท้าขึ้น เธอมองลูกหมูป่าตาเป็มัน น้ำลายแทบไหลออกมา
"ไอ๊หยา แม่หนูนี่โชคดีจริงๆ! หมูป่าตัวนี้ถ้าเลี้ยงโตขึ้นมาหน่อย เนื้ออร่อยมากเลยนะ อร่อยกว่าหมูบ้านเสียอีก เจี้ยนิลูกชายป้าชอบกินเนื้อหมูป่าที่สุดเลย แต่ที่บ้านฐานะไม่ค่อยดี เลยไม่เคยมีโอกาสซื้อให้เขาสักครั้ง" ป้าเฮ่อพูดพลางทำหน้าเสียดาย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "จริงเหรอคะ? ถ้าป้าเฮ่อชอบ ฉันขายลูกหมูป่าตัวนี้ให้ป้าก็ได้นะคะ"
ขาย?
ไม่ใช่ยกให้งั้นเหรอ?
นี่มันไม่ถูกแล้ว!
ที่ผ่านมา ขอแค่พูดว่าเฮ่อเจี้ยนิชอบ ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จะรีบหามาประเคนให้ทันที
อ้อ! เธอเข้าใจแล้ว! คงเป็เพราะแถวนี้มีคนอยู่เยอะ เกรงว่าจะมีข่าวลือ เลยไม่กล้าให้กันซึ่งๆ หน้าสินะ
ถึงบอกไปว่าซื้อ แต่จริงๆ แค่ให้เงินไม่กี่หยวน ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็คงจะยกให้เธอแล้ว
ป้าเฮ่อเข้าใจทันที พยักหน้าหงึกๆ และพูดว่า "ใช่แล้ว ฉันอยากเลี้ยงสักตัวพอดี ถ้าคุณไม่อยากเลี้ยง ก็ขายให้ฉันเอาไว้เลี้ยงเถอะ สักไปห้าหยวนเป็ไง?"
ห้าหยวน? กล้าพูดออกมาได้อย่างไรกัน
ลูกหมูป่าตัวนี้ตัวไม่เล็กแล้วนะ! ถ้าจะขายก็ต้องได้สักเจ็ดหรือแปดสิบหยวน
หรือขายถูกสุดก็ต้องได้อย่างน้อยห้าสิบหยวน!
ห้าหยวนนี่มันต่างอะไรกับยกให้เปล่าๆ กัน?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกระตุกยิ้ม แล้วพูดว่า "ห้าหยวน? ป้าคิดว่าฉันเป็ขอทานเหรอคะ?ลูกหมูป่าตัวโตขนาดนี้ แค่ค่าแรงแบกมันลงมาจากเขาก็ไม่ใช่แค่ห้าหยวนแล้ว! ตลกชะมัด ถ้าป้าไม่เอา ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ!"
พูดจบ ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หันไปทางป้าๆ ที่กำลังทำงานอยู่ในทุ่ง เธอะโขึ้นว่า "ป้าๆ น้าๆ บ้านไหนอยากเลี้ยงหมูบ้างคะ? ฉันเจอลูกหมูป่าตัวหนึ่ง แต่ฉันไม่อยากเลี้ยง ถ้าใครอยากเลี้ยง ฉันขายให้ถูกๆ แค่ห้าสิบหยวนค่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวะโออกไปแบบนี้ พวกป้าๆ หลายคนก็รีบวิ่งเข้ามาทันที
เมื่อเห็นว่าลูกหมูป่าตัวโตและยังอยู่ในสภาพดี ป้าคนหนึ่งก็รีบควักเงินห้าสิบหยวนให้ต่งเสี่ยวเสี่ยว เพื่อซื้อมันไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรับเงินมา จากนั้นก็ส่งลูกหมูป่าให้ป้าคนนั้น ส่วนคนอื่นๆ ที่ซื้อไม่ทัน ต่างก็รู้สึกเสียดาย
ป้าคนหนึ่งเห็นว่าในตะกร้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวยังมีไก่ป่าอยู่อีกตัว อดไม่ได้ที่จะถามว่า "สหายต่ง เธอจับไก่ป่ามาด้วยนี่! ขายไก่ป่าตัวนี้ให้ฉันหน่อยได้ไหม! ฉันให้สิบห้าหยวนเลย!"
"ไก่ป่าตัวอ้วนขนาดนี้ สิบห้าหยวนน้อยเกินไปแล้ว! ขายยี่สิบหยวนยังได้เลย! ฉันให้ยี่สิบหยวน! สหายต่ง ขายให้ฉันเถอะนะ!" ป้าอีกคนพูดแทรกขึ้นมา
แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับยิ้มออกมา ก่อนจะพูดว่า "คงไม่ได้หรอกค่ะ ไก่ป่าตัวนี้ฉันจะเอาไปตุ๋นน้ำแกงให้ฉินซู่กับลูกๆ ทั้งสองคนกินบำรุงร่างกาย พวกเขาไม่ได้กินอะไรดีๆ มานานแล้ว"
พูดจบ ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เก็บเงิน สะพายตะกร้า แล้วก็เดินจากไป
พอเธอเดินจากไปแล้ว ป้าเฮ่อที่อยู่ด้านหลังก็โกรธจนหน้าเขียว กัดริมฝีปากแน่น!
ต่งเสี่ยวเสี่ยว คิดจะทำอะไรกันแน่!
ไม่ให้หมูป่าก็ช่าง แต่ไก่ป่าก็ไม่ให้อีกงั้นเหรอ? แล้วยังบอกว่าจะเอาไปบำรุงร่างกายให้ไอ้คนพิการนั่นอีก? นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?
หรือว่าลูกชายของเธอไปทำให้หล่อนโกรธเข้า หล่อนถึงจงใจวางท่าใส่เธอ? คงต้องกลับไปถามลูกชายดูเสียแล้ว!
ป้าเฮ่อจึงเดินกระฟัดกระเฟียดกลับบ้านไป
ทางด้านงต่งเสี่ยวเสี่ยว เธอก็หอบหิ้วสมุนไพรและไก่ป่ากลับมาถึงบ้านจนได้
เธอเอาสมุนไพรและเห็ดหูหนูไปตากบนกระด้งก่อน จากนั้นก็เดินเข้าไปในครัว หุงข้าว ต้มน้ำ และคว้ามีดเชือดคอไก่ป่าตัวนั้นทันที
เอาเืออก ลวกขน ถอนขน จากนั้นก็ผ่าท้อง ล้างเครื่องใน ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำงานได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว
หลังจากล้างไก่ป่าจนสะอาดแล้ว ก็ใส่ลงไปในหม้อทั้งตัว ต้มด้วยไฟแรงจนเดือด จากนั้นก็เปลี่ยนเป็ไฟอ่อน แล้วเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ใส่สมุนไพรที่เก็บมาได้จากบนเขาเมื่อสักครู่นี้ลงไปตุ๋นด้วยกัน ไม่นาน กลิ่นหอมๆ ก็อบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว
ผักในแปลงหน้าบ้าน ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งจะรดน้ำไปเมื่อเช้าอีกรอบ แต่ก็ยังไม่มีผักอะไรที่พอจะเก็บมากินได้เลย
โชคดีที่ตอนลงจากเขาเมื่อสักครู่นี้ เธอเด็ดผักป่ามาได้กำมือหนึ่ง ตอนนี้เอามาต้มกับน้ำแกงไก่ ทำเป็ผักลวกน้ำแกง รสชาติก็ถือว่าอร่อยใช้ได้
หลังจากที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวหุงข้าวเสร็จแล้ว เธอก็ตักข้าวให้ลูกๆ ทั้งสองคนคนละชาม ให้น่องไก่คนละน่อง และตักน้ำแกงใส่ชามพักไว้ให้เย็น
"พวกลูกสองคนกินไปก่อนนะ แม่จะเอาไปให้พ่อ เขาไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน คงจะหิวแล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวหยิบกล่องข้าวออกมา ตักน้ำแกงไก่ใส่ไปเกือบเต็ม แล้วยังใส่ไก่ไปอีกครึ่งตัว ตามด้วยผักป่าเล็กน้อยโปะไว้บนข้าว จากนั้นก็เดินออกจากบ้านไป
เด็กสองคนเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่ได้กินอะไร แต่เอาข้าวไปส่งให้ฉินซู่กินก่อน ต่างก็เริ่มเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเธอทีละน้อย
โดยเฉพาะฉินไห่เยว่ กินน่องไก่คำหนึ่ง ก็อร่อยจนแทบเลียนิ้ว น้ำเสียงเล็กๆ อ่อนหวาน พูดขึ้นมาว่า "พี่คะ! น่องไก่อร่อยมากเลย ถ้ามีน่องไก่ให้กินทุกวันก็คงจะดีสิ!"
สีหน้าของฉินไห่หยางเคร่งขรึมลง ก่อนจะพูดว่า "สองวันมานี้ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นมีท่าทางแปลกๆ เธอคิดจะทำอะไรกันแน่? ทำไมถึงทำดีกับพวกเราขนาดนี้? ถึงกับยอมให้พวกเรากินน่องไก่ด้วย? หรือว่าเธออยากจะหลอกให้พวกเราเชื่อใจ แล้วขายพวกเราให้พวกค้ามนุษย์กัน?"
ฉินไห่เยว่ได้ยินแบบนั้นก็เม้มปาก น้ำตาคลอเบ้าทันที
"หนูไม่อยากกินน่องไก่แล้ว หนูไม่อยากไปไหนไกลๆ จากพ่อ ไม่อยากถูกขายให้พวกค้ามนุษย์ ฮือๆๆ!"
เมื่อเห็นว่าตัวเองทำให้ฉินไห่เยว่ร้องไห้ ฉินไห่หยางก็ใ และรีบพูดว่า "พอแล้วๆ อย่าร้องไห้เลยนะ รีบกินเถอะ ได้กินน่องไก่ทั้งที อีกอย่างพี่ฉลาดขนาดนี้ ไม่ยอมให้เธอถูกขายแน่นอน"
ฉินไห่เยว่เหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะกัดน่องไก่คำใหญ่อีกคำ
ทางด้านต่งเสี่ยวเสี่ยว เธอหิ้วกล่องข้าวมาถึงโรงไม้ในหมู่บ้าน ยังไม่ทันได้เข้าไป ก็ได้ยินเสียงที่ไม่พอใจดังออกมาจากข้างในว่า "ฉินซู่เอ๊ย ไม่ใช่ว่าพี่คนนี้อยากจะว่านายหรอกนะ แต่เมียนายนี่มันไม่ได้เื่จริงๆ!"
"ฉันได้ยินมาว่า เมียนายบอกว่าที่บ้านไม่มีข้าวกิน ต้องขึ้นเขาไปเก็บผักป่ากิน! ปกตินายทำงานหนักทุกวันขนาดนี้ จะไม่มีข้าวกินได้ยังไง! เงินนายไปไหนหมด! หรือว่าจริงอย่างที่เขาพูดกัน เงินในบ้านถูกเมียนายขโมยไปเลี้ยงผู้ชายหมดแล้วงั้นเหรอ?"
"ไอ้น้องชาย! นายอาจจะมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แต่ก็ยังมีมือมีเท้า แถมยังมีฝีมือ ขยันขนาดนี้! นายหย่ากับเธอแล้วมันจะเป็อะไรไป? เมื่อก่อนนายบอกว่าลูกยังเล็ก ต้องมีคนดูแล! ตอนนี้ลูกก็โตพอที่จะอยู่บ้านกันเองได้แล้ว! นายจะทนอยู่กับเธอไปทำไมกัน!"
"ยัยยุวชนต่งนั่นไม่ใช่คนที่เหมาะจะใช้ชีวิตด้วยหรอก! ถึงเธอจะสวย แต่การหาเมีย ดูแค่หน้าตาอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ! ถ้าจะพูดเื่หน้าตา หน้าตานายก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรสักหน่อย ฉันเห็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้านเอาแต่มองนายอยู่ทุกวัน! ถ้านายหย่าเมื่อไหร่ นายก็แต่งงานกับเธอได้ทันที! แล้วนายยังจะกลัวอะไรอีก!"
