เสี่ยวอวี้ที่ใรีบตอบ “เปล่า ข้าสวดมนต์อยู่ต่างหาก!”
อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่เชื่อ หยิบกุญแจออกมาไขประตู เมื่อเสี่ยวอวี้เห็นดังนั้น จึงรีบกระซิบเร่งให้ทั้งสองคนจากไป “มีคนมา! รีบไปเร็ว!”
“ไม่! จะไปก็ต้องไปด้วยกัน!” เสี่ยวไฉยังคงดื้อรั้น
เสี่ยวอวี้รู้จักนิสัยน้องชายดี รู้ว่าตัวเองขัดเขาไม่ได้ จึงเปลี่ยนไปขอความช่วยเหลือจากลู่เต้าแทน “เฮยเจิ้ง ฝากเ้าดูแลเสี่ยวไฉด้วย”
ลู่เต้าเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงพยักหน้า นำบานหน้าต่างไม้ที่หลุดออกไปใส่กลับเข้าที่เดิม แล้วพาเสี่ยวไฉจากไปอย่างรวดเร็ว
แกร๊ก เสียงประตูถูกผลักเปิดออก
สตรีวัยกลางคนปรากฏตัวอยู่หลังประตูด้วยสีหน้าฉงนสงสัย หลังจากก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาแล้ว สิ่งแรกที่นางทำคือตรวจสอบไปทั่วห้อง ส่วนเสี่ยวอวี้ก็แสร้งทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือถือคัมภีร์เซียนเล่มใหม่เอี่ยมพลิกดูอย่างละเอียด
“เ้าเป็อะไรหรือ” เสี่ยวอวี้แสร้งทำเป็สงบนิ่ง
สตรีวัยกลางคนค้นหาทั่วห้องแล้วแต่ก็ไม่พบสิ่งใด จึงได้แต่ล้มเลิกความตั้งใจ แล้วพึมพำกับตัวเอง “แปลก...หรือข้าได้ยินผิดไป”
เมื่อเห็นว่าเื่ไม่แดงขึ้นมา เสี่ยวอวี้ที่ใจหายวาบก็วางใจลงได้ในที่สุด นางเผชิญหน้ากับสตรีวัยกลางคนด้วยท่าทีสงบนิ่ง
อีกฝ่ายถามอย่างสงสัย “เมื่อครู่เ้าไม่ได้คุยกับใครหรือ”
เสี่ยวอวี้อมยิ้มพลางยกคัมภีร์ในมือขึ้น “ก็บอกแล้วว่าข้าสวดมนต์อยู่”
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ สตรีวัยกลางคนจึงตบมือ แล้วะโออกไปนอกประตู “เข้ามา!”
สาวใช้หลายคนถืออ่างน้ำร้อนเข้ามา พวกนางรินน้ำร้อนในอ่างลงในถังอาบน้ำขนาดใหญ่หลังฉากทีละอ่าง เมื่ออ่างว่างเปล่าก็ออกไปตักน้ำร้อนมาเติมในถังอาบน้ำอีก จนกระทั่งถังอาบน้ำครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยน้ำร้อนที่ส่งควันสีขาวขึ้นมา พวกนางจึงรินน้ำเย็นลงไปเพื่อปรับอุณหภูมิ
สาวใช้คนสุดท้ายลองััอุณหภูมิน้ำด้วยมือ เมื่อแน่ใจว่าอุณหภูมิพอเหมาะแล้ว จึงโรยกลีบดอกไม้สีแดงลงบนผิวน้ำ ก่อนกลับมารายงานสตรีวัยกลางคนด้วยความเคารพ “นายหญิง น้ำร้อนเตรียมเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
สตรีวัยกลางคนพยักหน้า “อืม ดีมาก พวกเ้าออกไปได้”
“เ้าค่ะ” สาวใช้คำนับแล้วจากไปพร้อมกัน
เรียกได้ว่ามาเร็วไปเร็ว ในชั่วพริบตา ภายในห้องก็เหลือเพียงเสี่ยวอวี้กับสตรีวัยกลางคน
อีกฝ่ายให้นางเดินมาหา แล้วพูดขึ้นอย่างกะทันหัน “ถอดเสื้อผ้า”
“เอ๊ะ” เสี่ยวอวี้ตระหนกโดยพลัน “ทำไมหรือ”
“เหลือเวลาอีกสามวัน ทุกคืนเ้าต้องอาบน้ำที่นี่เพื่อรักษาความสะอาดของร่างกาย” สตรีวัยกลางคนกล่าว “ข้าจะตรวจสอบว่าเ้าอาบน้ำสะอาดหรือไม่”
ถึงแม้จะเป็ผู้หญิงด้วยกัน แต่อาบน้ำต่อหน้าคนอื่นก็รู้สึกแปลกๆ อยู่ดี
“เร็วเข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะอาบน้ำให้เ้าเอง” สตรีวัยกลางคนเร่ง
เสี่ยวอวี้เดินไปหลังฉากอย่างไม่เต็มใจ นางถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นแล้วแขวนไว้บนฉากกั้น และใช้มือทั้งสองข้างปิดส่วนสำคัญของร่างกายเอาไว้ด้วยความเขินอาย สัดส่วนอันงดงามปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อปลดอาภรณ์ออก
ในขณะที่นางกำลังจะก้าวลงไปในถังอาบน้ำ สตรีวัยกลางคนก็เดินมาหานางด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ยังมีอีกเื่ที่ข้าต้องยืนยัน”
มือขวาของนางเอื้อมไปยังจุดสำคัญของเสี่ยวอวี้ เสี่ยวอวี้ร้องด้วยความเ็ป แล้วผลักอีกฝ่ายออกไป “ท่านจะทำอะไร!”
สตรีวัยกลางคนใช้ผ้าเช็ดมือขวา พลางกล่าวด้วยความพึงพอใจ “เป็ร่างกายบริสุทธิ์จริงๆ ลงไปได้!”
เสี่ยวอวี้ก้าวลงไปในถังอาบน้ำอย่างไม่เต็มใจ แช่ตัวอยู่ในน้ำร้อนที่สูงท่วมไหล่ เบื้องหน้าคือทะเลดอกไม้สีแดง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก
อารมณ์ที่แย่ก็ดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้แช่น้ำร้อน หากไม่มีสตรีวัยกลางคนอยู่ด้วยก็คงจะดีกว่านี้
น่าเสียดายที่นางไม่ได้ดังใจหวัง สตรีวัยกลางคนไม่เพียงแต่ไม่จากไป แต่ยังเดินไปที่ข้างถังอาบน้ำ หยิบขวดเล็กสีดำออกมา เปิดฝาขวดแล้วหยดน้ำมันหอมระเหยสีเขียวลงไปในถังหลายหยด
ในชั่วพริบตา น้ำใสในถังอาบน้ำก็กลายเป็สีเขียวอ่อน กลิ่นหอมแปลกประหลาดผสมผสานกับกลิ่นหอมของดอกไม้เย้ายวนใจให้ผู้คนอยากสูดดมไม่หยุด
เสี่ยวอวี้แช่ตัวอยู่ในน้ำสีเขียว รู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างยิ่ง ทันใดนั้นสตรีวัยกลางคนก็วางมือลงบนไหล่นวลเนียนของนาง
อีกฝ่ายนวดไหล่ให้นางพลางกล่าวว่า “ผ่อนคลายหน่อย”
ตอนแรกนางไม่ได้ใส่ใจ แต่เมื่อได้กลิ่นก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่เพียงแต่รู้สึกอ่อนเพลียไปทั่วร่างเท่านั้น เปลือกตายังหนักอึ้ง รู้สึกง่วงนอนอย่างบอกไม่ถูก
น้ำมันนี่...มีอะไรพิกล!
เสี่ยวอวี้พยายามดิ้นหนีออกจากถังอาบน้ำ แต่กลับถูกสตรีวัยกลางคนขัดขวาง มือที่นวดไหล่เมื่อครู่ บัดนี้กลับกดนางไว้ในน้ำแน่น
นางคิดจะขัดขืน แต่ก็สายไปเสียแล้ว ทั่วสรรพางค์กายล้วนอ่อนล้า มิอาจต้านทานได้ เสี่ยวอวี้ดิ้นไปมาเหมือนคนจมน้ำ “ปล่อย...ข้า...”
สตรีวัยกลางคนยังคงอยู่ในท่าเดิม จนกระทั่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในถังอาบน้ำอีก ใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉย
***
ในเวลาเดียวกัน ลู่เต้าหนีบเสี่ยวไฉไว้ใต้รักแร้ แล้ววิ่งหนีออกจากศาลเ้าเซียนอย่างรวดเร็ว เพียงะโเบาๆ ก็พาเสี่ยวไฉปีนข้ามกำแพงไปได้อย่างง่ายดาย เขาร่อนลงพื้นอย่างมั่นคงแล้ววิ่งต่อไป
แต่เสี่ยวไฉกลับไม่ยอมอยู่นิ่ง เขาพยายามดิ้นเพื่อกลับไปช่วยเสี่ยวอวี้
คนในศาลเ้าพบว่ามีคนหมดสติไป จึงเริ่มตีฆ้องตีกลองแล้วะโว่า “มีคนสลบ! ระวังตัวด้วย!”
ทั่วทั้งศาลเ้าเซียนที่ตกแต่งอย่างวิจิตรโอ่อ่าพลันสว่างไสวด้วยแสงไฟ ทุกคนต่างถือคบเพลิงค้นหาไปทั่ว
“ปล่อยข้านะ! ข้าจะไปช่วยพี่ข้า!”
เสียงะโอย่างบ้าคลั่งนั้นดึงดูดความสนใจของคนในศาลเ้า ลู่เต้าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากใช้วิธีที่ทำให้องครักษ์หลับกับเสี่ยวไฉเช่นกัน ทำให้เขาสงบลงในทันที ทั้งสองคนจึงจากไปอย่างเงียบๆ
เมื่อลู่เต้าแบกเสี่ยวไฉที่หมดสติกลับไป เขาก็พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งมารวมกันอยู่หน้าประตูร้านโทรม และกำลังชะเง้อมองเข้าไปอย่างลับๆ
เมื่อเดินเข้าไปใกล้จึงได้รู้ว่าเป็ลูกค้าประจำ พอพวกเขาเห็นทั้งสองคนปรากฏตัวขึ้นก็รีบกรูเข้ามาถาม “ข้าได้ยินมาว่าเสี่ยวอวี้ถูกเลือกให้ขึ้นเขา เื่นี้เป็ความจริงหรือ”
ลู่เต้าพยักหน้าอย่างจนใจ ทุกคนต่างก็ตกตะลึง หรือไม่ก็ร้องไห้คร่ำครวญ
“ทำไมเป็เช่นนี้ไปได้! นางอายุครบสิบแปดปีเดือนหน้า ไม่เข้าเกณฑ์แล้ว แค่เดือนเดียวเท่านั้นเอง!”
“เสี่ยวอวี้! ชีวิตของเ้าน่าสงสารยิ่งนัก!”
“หากเ้าตกลงแต่งงานกับข้า วันนี้ก็ไม่ต้องขึ้นเขาเช่นนี้แล้ว!” ชายผู้หนึ่งที่เคยมาขอเสี่ยวอวี้แต่งงานทุบตีอกร้องไห้ด้วยความเสียใจ
แม้ว่าคนพวกนี้จะไม่ได้มาที่ร้านโทรมๆ แห่งนี้ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ แต่ความรักที่มีต่อเสี่ยวอวี้ไม่ต้องสงสัยเลยสักนิด
ซากวงโถวก้าวออกมาจากฝูงชน ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับเด็กหญิงตัวน้อยพลางกล่าวกับลู่เต้า “วางใจเถอะ! พวกเราจะดูแลเสี่ยวไฉให้ดี! ส่วนร้านโทรมๆ แห่งนี้ข้าก็จะมาอุดหนุนทุกวัน จนกว่าเสี่ยวอวี้จะลงจากเขามา!”
“อืม” ลู่เต้ายิ้มพลางส่งตัวเสี่ยวไฉที่หมดสติไปให้ซากวงโถว ก่อนจะหันหลังจากไป
ซากวงโถวอุ้มเสี่ยวไฉวิ่งตามหลังไปพลางถาม “น้องชาย เ้าจะไปที่ใดหรือ ข้ารู้ว่าเ้ามีฝีมือ แต่ก็อย่าคิดใช้กำลังเข้าขัดขวาง หากทำให้เซียนโกรธแค้น ผลที่ตามมาจะยากจะคาดเดา!”
ลู่เต้าชี้ไปที่เขาเซียนในความมืดไกลออกไปพลางยิ้ม “มีบางอย่างบนเขานั่นที่ข้าสนใจมาก ข้าอยากขึ้นไปตรวจสอบให้แน่ใจ วางใจเถอะ ข้าไม่ทำเื่โง่เขลาหรอก”
ร่างของเขาค่อยๆ เลือนหายไป จนกระทั่งลับสายตาไปแล้ว ซากวงโถวก็เอ่ยด้วยความกังวล “ได้แต่หวังว่าจะเป็เช่นนั้น”
