เล่มที่ 2 บทที่ 42 ปิดทางขึ้นเขา
อู๋เย่วรู้มาว่าในแร่เฮยเย่าพันก้อนนั้น จะมีเพียงก้อนเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสเปลี่ยนเป็เหล็กเฟิ่งหวงได้…
คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะได้มีโอกาสใช้เหล็กเฟิ่งหวงมาหลอมอาวุธ
เพราะการปรากฏของเหล็กเฟิ่งหวงนี้เองที่ทำให้อู๋เย่วเลิกคิดเล็กคิดน้อยเสียที ไม่ว่าจะเป็เื่ติดหนี้ หรือเื่เคล็ดวิชาลับ ก็ล้วนถูกลืมไปจนหมดสิ้น บัดนี้ในแววตาผู้าุโหุบเขาหมัวเจี้ยนนั้น เหลือแต่เพียงความกระหายและบ้าคลั่ง นี่แหละ คือท่าทีของปรมาจารย์หลอมอาวุธเมื่อได้เจอวัตถุดิบล้ำค่า
“ขอเวลาข้าสักเจ็ดวัน” น้ำเสียงที่พูดแตกต่างไปจากเดิม สายตาที่มองหลินเฟยก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
“ข้าต้องรบกวนอาจารย์อาเสียแล้ว” หลังจากคารวะอู๋เย่วเสร็จ หลินเฟยก็หันตัวออกจากเพิงหลอมไป ส่วนหลี่ฉุน หลินเฟยไม่คิดจะหันไปมองแม้แต่นิดเดียว
หลินเฟยรู้ดีว่าอีกหน่อยคงไม่ค่อยได้เจอหลี่ฉุนแล้ว…
ในฐานะศิษย์เอกของหุบเขาหมัวเจี้ยนนั้น หลี่ฉุนได้กระทำความผิดไว้หลายอย่าง แต่หลินเฟยรู้ดีว่าความผิดเดียวที่หลี่ฉุนไม่ควรทำเลยก็คือโกหกอู๋เย่ว
ทั้งการกดราคาแร่เฮยเย่า การทะเลาะเบาะแว้งที่หอว่านเป่า หรือแม้แต่หลอกหลินเฟยมาที่เพิงหลอม ล้วนไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะอู๋เย่ว้าเพียงผู้สืบทอดเท่านั้น ไม่ได้้าผู้ที่สูงส่งเปี่ยมด้วยคุณธรรมขนาดนั้น แต่เื่ที่เขาโกหกอู๋เย่ว ถือว่าเป็เื่ร้ายแรงเลยทีเดียว…
‘ผู้สืบทอดหมายถึงอะไรอย่างนั้นหรือ?’
ผู้สืบทอดก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อู๋เย่วมีทั้งหมด ซึ่งล้วนตั้งใจถ่ายทอดให้หลี่ฉุน ั้แ่เตาฟงอวี่แปดทิศ เปลวไฟแปดทิศ เชือกไฟโลกันตร์ หรือแม้แต่ตำแหน่งผู้าุโหุบเขาหมัวเจี้ยน ก็จะถูกส่งต่อให้หลี่ฉุนทั้งหมด ความสัมพันธ์แบบนี้ถือได้ว่าไว้เนื้อเชื่อใจกันยิ่งกว่าพ่อลูก หรือจะกล่าวได้อีกก็คือ หากวันใดที่อู๋เย่วเกิดทรยศสำนักเวิ่นเจี้ยนขึ้นมา คนแรกที่จะติดตามเขาไปจะต้องเป็หลี่ฉุนอย่างแน่นอน…
ทว่าผู้สืบทอดคนนี้ กลับโกหกอู๋เย่วเสียได้
‘แล้วจะให้อู๋เย่วเชื่อใจเขาอีกได้อย่างไรกัน?’
‘หรือจะให้เขาวางใจฝากฝังทุกอย่างได้หรือ?’
เื่ทุกอย่างล้วนเป็เพราะหลี่ฉุนทำตัวเองทั้งนั้น…
ทางที่ดีในตอนที่เกิดเื่ หลี่ฉุนควรจะไปรายงานความจริงกับอู๋เย่วเสีย ถึงแม้อู๋เย่วจะโกรธขนาดไหน แต่ก็คงทำได้แค่ตักเตือนเล็กน้อยเท่านั้น เขาดันกลับทำตัวเอง ทะนงตัวทำเป็ฉลาด ปั้นเื่โกหกขึ้นมา แต่ผลสุดท้าย ขณะที่หลินเฟยพุ่งตัวออกมาจากเตาฟงอวี่แปดทิศ ก็ได้ทำลายความเชื่อใจที่อู๋เย่วมีต่อหลี่ฉุนไปจนหมด…
หลังจากเดินทางออกมาจากหุบเขาหมัวเจี้ยน หลินเฟยก็ไม่รีบร้อน ค่อยๆเดินอยู่บนขั้นบันไดหินที่เคยเดินมานับครั้งไม่ถ้วน ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะถึงเชิงหุบเขาอวี้เหิง
“เอ๋?”
เพิ่งมาถึงเชิงเขาอวี้เหิงไม่นาน หลินเฟยก็อดตะลึงกับสภาพเขาอวี้เหิงในตอนนี้ไม่ได้
หุบเขาอวี้เหิงที่เดิมทีมีบรรยากาศที่แสนเงียบเหงา เพราะเหตุใดในวันนี้ถึงครึกครื้นขึ้นมาได้
พอกวาดตาสำรวจไป ก็พลันเห็นกลุ่มคนกำลังชุมนุมกันอยู่ หลินเฟยรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบเดินเข้าไป
เดิมทีทางขึ้นหุบเขาอวี้เหิงก็ลาดชันพออยู่แล้ว ตลอดสองฝั่งดันยิ่งเป็ผาสูง มีเพียงทางสายน้อยอันคดเคี้ยวนี้ที่ใช้สัญจรได้เท่านั้น เท่าที่จำความได้เมื่อชาติที่แล้ว แรกเริ่มเดิมทีแม้แต่ทางสายน้อยตรงนี้ก็ไม่มีด้วยซ้ำ ต่อมามีผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันถือกำเนิดขึ้นที่หุบเขาอวี้เหิง ปราณกระบี่ของเขาสามารถสะบั้นได้ไกลถึงสามพันลี้ จนเกิดเป็ทางเดินในที่สุด และคนผู้นั้นก็มีนามว่า “ หลินปั่นหู”นั่นเอง…
คืนนั้นในอดีต หลินเฟยเห็นกับตาตัวเองที่หอดาบ
ปราณกระบี่สามารถทำลายทุกอย่างได้ภายในรัศมีสามพันลี้ ไม่เพียงทำให้ทั่วพิภพหลัวฝูตื่นตะลึงเท่านั้น แต่ยังเกิดเป็ทางสายน้อยที่เชื่อมไปยังหุบเขาอวี้เหิงอีกด้วย…
แต่ช่างน่าเสียดายที่สำนักเวิ่นเจี้ยนในตอนนี้ ไม่มีคนอย่างหลินปั่นหูอีกต่อไปแล้ว…
ในขณะที่รำลึกอดีตอยู่นั้น หลินเฟยก็เดินมาถึงเชิงหุบเขาอวี้เหิงพอดี เวลานี้เองถึงเห็นชัดเจนว่าบนทางสายน้อยที่หลินปั่นหูสร้างนั้น ได้มีชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบสามถึงยี่สิบสี่ปียืนอยู่ ชายหนุ่มผู้นั้นหน้าตาดูเกลี้ยงเกลาหมดจด เขาสวมใส่อาภรณ์สีขาวสะอาดตา เพียงแค่ยืนอยู่นิ่งๆ ก็งดงามยิ่งกว่าดวงจันทร์บนฟ้าเสียอีก
ด้านหน้าชายหนุ่มมีกระบี่ยาวประมาณหนึ่งฉื่อจำนวนสามสิบหกเล่มกำลังบินไปบินมา ขวางทางปิดกั้นไม่ให้ผู้ใดย่างกรายเข้าทางสายน้อยแห่งนี้
“ค่ายกลกระบี่หุ้นหยวน?”
ด้านหลินเฟยเองก็ใไม่น้อย ‘หรือนี่จะตั้งใจปิดทางขึ้นเขา…’
“ตาเฒ่าก่อเื่อะไรอีกแล้วหรือ?”
และแล้วนี่ก็คือสิ่งแรกที่หลินเฟยนึกได้…
พอมาคิดดูอีกทีก็คิดว่าไม่น่าใช่…
เวลานี้เอง คนที่ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังต่อสู้อยู่ด้วยก็คือศิษย์หุบเขาอวี้เหิงหกคน ทั้งหกคนอยู่รวมกันเป็กลุ่มและกำลังเผชิญหน้ากับกระบี่สามสิบหกเล่มที่ลอยว่อนอยู่กลางอากาศ ดูแล้วคงไม่อาจเอาชนะได้ง่ายๆ หลินเฟยจำได้ว่าในหกคนนั้น คนที่ดูมีอายุมากสุดมีชื่อว่าซงหยาง หลินเฟยเข้าสำนักมาก่อนเขาหนึ่งปีได้ ขณะนี้ร่างของซงหยางมีรอยแผลอยู่เจ็ดถึงแปดจุด เืสดๆหยดเป็ทาง น่าอนาถเลยทีเดียว
“สือเหอ อย่ากำแหงเกินไปนักเลย!”
หลังจากซงหยางตวาดออกไป ใบหน้าศิษย์ที่เหลือก็ดูโกรธแค้นไปด้วยเช่นกัน ทุกคนต่างอยู่ในขั้นจู้จี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับค่ายกลกระบี่หุ้นหยวนที่เกิดจากกระบี่สามสิบหกเล่มเช่นนี้ มีแต่จะต้องตายสถานเดียว แต่ยังดีที่ชายหนุ่มที่ชื่อสือเหอยังออมมือไว้บ้าง ต่อให้เป็ซงหยางที่าเ็หนักสุด มีแผลบนลำตัวเจ็ดถึงแปดรอย แต่กลับไม่มีแผลใดเลยที่เป็อันตรายถึงชีวิต ชายหนุ่มผู้นั้นทำเพียงแค่ขวางกั้นอยู่หน้าเชิงเขา ไม่ให้ใครย่างกรายเข้าไป
สือเหอมีสีหน้าเรียบเฉย สายตาเอาแต่จดจ้องอยู่ที่กระบี่ทั้งสามสิบหกเล่ม ไม่สนใจเสียงด่าทอของซงหยางและศิษย์หุบเขาอวี้เหิง เขาไม่ได้ลงมือแม้แต่กระบวนท่าเดียว ั้แ่ต้นจนจบเขาใช้เพียงค่ายกลกระบี่หุ้นหยวนปิดทางขึ้นเขาเท่านั้น สำหรับเื่อื่นๆแล้วเขาดูไม่อยากใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“ความแค้นนั้น จะมากมายเท่าไรกันเชียว…” หลินเฟยอดส่ายหัวด้วยความเอือมระอาไม่ได้ แต่ถึงกับต้องปิดกั้นทางขึ้นเขา นี่ถือว่าไม่ไว้หน้าหุบเขาแห่งนี้เลยทีเดียว หากเป็หุบเขาเทียนสิงหรือหุบเขาหมัวเจี้ยนแล้วล่ะก็ ผู้าุโคงไม่รีรอรีบออกมาจัดการแล้ว แต่อาจารย์เขานี่ก็จริงๆเลย ทำเป็ไม่รับรู้ ปล่อยให้สือเหอเล่นสนุกอยู่ได้
ถึงแม้ตาเฒ่าไม่คิดจะสนใจ แต่หลินเฟยไม่อาจทำเช่นเดียวกันได้…
เพราะที่นี่คือหุบเขาอวี้เหิง เป็ที่ที่หลินปั่นหูเคยอยู่เชียวนะ
“ศิษย์พี่สือ…” หลินเฟยเดินมาตามทางสายน้อยมา ก่อนจะหยุดยกมือคารวะชายหนุ่มผู้ที่กำลังบงการกระบี่สามสิบหกเล่มนั้น
“หากคิดจะมาห้าม ทางที่ดีอย่าได้พูดออกมาจะดีกว่านะ ข้าเคยลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะต้องไม่ให้เ้าหกคนนี้ได้กลับหุบเขาอวี้เหิงอีก เกิดมาเป็คนต้องรักษาสัจจะ” นี่ถือว่าเป็ประโยคแรกเลยก็ว่าได้ที่สือเหอเอ่ยออกมานับั้แ่ลงมืออยู่ตรงนั้น
“ฮ่าๆ ข้าไม่ห้ามอยู่แล้ว…” หลินเฟยหัวเราะร่วนก่อนจะชี้ไปทางศิษย์หุบเขาอวี้เหิงทั้งหกคน
“ในหกคนนี้ ข้ารู้จักเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือซงหยาง แต่ก็ไม่ได้สนิทเท่าไรหรอก…”
“อ้อ?” สือเหอเลิกคิ้วทันทีเมื่อได้ยิน ก่อนจะหันไปมองหลินเฟยอย่างใคร่รู้
“ข้าแค่อยากถามศิษย์พี่สือว่า…” ขณะที่พูดหลินเฟยก็ก้มลงไปหยิบกระบี่ที่พอจะจับถนัดมือขึ้นมา ก่อนจะหันปลายกระบี่ชี้ไปทางสือเหอ และเอ่ยต่ออย่างร่าเริง
“เ้ายิ่งใหญ่มาจากที่ใดกัน ถึงกับกล้ามาปิดทางขึ้นเขาหุบเขาอวี้เหิงแห่งนี้?”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
