“ไม่เป็ไรเลยครับ แต่ถ้าอยากให้ผมรู้สึกดีช่วยเรียกผมว่าพี่โฮชิได้ไหมครับ”
“หา...!! วะ...ว่าไงนะคะ”
ฉันถึงกับใส่งเสียงออกมาดังลั่นหลังจากไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“ผมบอกว่าผมอยากให้คุณลูกจันเรียกผมว่า...พี่...โฮ...ชิ...ครับ” (^-^)
สิ้นคำบอกที่ย้ำออกมาอีกครั้งของผู้ชายตรงหน้าทำให้ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใ ก่อนที่สมองจะรีบสั่งการให้มือรีบโบกปฏิเสธออกไปอย่างไวพร้อมกับปากที่พร่ำปฏิเสธไม่หยุด
“ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ๆๆ ไม่ได้เลย ดิฉันไม่กล้าจะเรียกท่านแบบนั้นหรอกค่ะ”
และท่าทางลนลานของฉันยิ่งทำให้คนตรงหน้ามองด้วยสายตาเอ็นดู
“ไม่รู้แหละครับ ถือว่านี่คือคำสั่งของท่านประธานอย่างผมแล้วกันนะ เอาเป็ว่าต่อแต่นี้ไปคุณลูกจันต้องเรียกผมว่าพี่โฮชิส่วนผมก็จะเรียกคุณลูกจันว่าลูกจัน โอเคนะครับ” (^_<)
คนพูดพูดอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รอฟังคำตอบรับจากคนฟัง ก่อนที่คนตัวโตจะคว้าเอาคีย์การ์ดลิฟต์แล้วเดินจากไปเพื่อพักผ่อน
และถ้าหากว่าพรุ่งนี้เขาไม่มีประชุมบอร์ดผู้บริหารแต่เช้าแล้วล่ะก็ เขาเองก็ตั้งใจจะอยู่คุยกับหญิงสาวที่เขาเฝ้าคะนึงหามานับั้แ่เจอกันครั้งสุดท้ายไปจนกว่าเธอจะเลิกงาน แต่ในเมื่อตอนนี้เธอเองก็เป็พนักงานของโรงแรมเขาแล้วเพราะฉะนั้นเขาเองก็ไม่รีบร้อนที่จะทำความรู้จักกับเธอให้มากกว่านี้...
กระทั่งเมื่อแผ่นหลังใหญ่ไหล่กว้างที่ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกันได้ลับตาไปแล้ว ฉันที่แม้ว่าอยากจะะโเรียกให้เขากลับมาเพื่อรับฟังคำปฏิเสธของฉันเสียก่อน แต่ด้วยเพราะเรียวขายาวของคนตัวสูงที่ก้าวไวทำให้ฉันเองได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ กินลมอยู่อย่างนั้น
และแม้ว่าฉันจะรู้สึกเบาใจขึ้นอีกทั้งยังนึกขอบคุณในมิตรไมตรีที่คนตัวสูงมอบให้เพียงแต่ด้วย ณ เวลานี้สถานะที่ต่างกันระหว่างฉันกับเขาที่ไม่ว่ามองมุมไหนก็ดูไม่เหมาะสมที่เราจะสนิทกัน ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเอาไว้ว่าฉันจะไม่ก้าวข้ามกำแพงที่กั้นระหว่างเราสองคนไปโดยเด็ดขาด
จากนั้นเมื่อความรู้สึกว้าวุ่นใจที่ได้เกิดขึ้นหลังจากได้เจอคุณหมอโฮชิพลันสงบลง ฉันที่นั่งประจำอยู่ยังเคาน์เตอร์ต้อนรับของโรงแรมก็รอเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงเวลาเลิกงานแล้ว...
ลมหายใจถูกพ่นออกมาอีกครั้งหลังจากคิดไปถึงคำพูดของคุณหมอหน้าหล่อ แม้จะรู้ดีว่าที่เขาพูดแบบนั้นเพราะเขามีไมตรีจิตที่ดีให้กับฉันก็ตาม เพียงแต่ฉันเองก็อดกังวลไม่ได้ถ้าหากเขาเกิดเรียกฉันอย่างสนิทสนมต่อหน้าพนักงานคนอื่นขึ้นมามันอาจจะทำให้ฉันทำงานที่นี่ได้ยากและอาจถูกเพ่งเล็งได้
แต่พอมานั่งคิดว่าฉันคงไม่ได้เจอกับคุณหมอโฮชิอีกแล้วนับจากวันนี้เพราะฉันต้องเข้างานกะดึก และการเป็ผู้บริหารของเขาที่ต้องทำงานใน่เช้ามันก็พอจะทำให้ฉันเบาใจได้ว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีกสักพัก อีกทั้งเมื่อถึงวันนั้นเขาก็อาจจะกลับไปที่เมืองใหญ่แล้วก็ได้ พอคิดได้แบบนั้นฉันเองก็รู้สบายใจมากขึ้นก่อนจะเก็บกระเป๋าแล้วเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านทันที
ฉันใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็กลับมาถึงบ้านเช่า ทันทีที่มาถึงฉันก็ตรงเข้าไปช่วยงานพี่นิดอย่างที่ทำเหมือนเช่นเคยเวลาที่เข้างานกะดึกแล้วกลับมาบ้านตอนเช้า และแม้ว่าพี่นิดมักจะพูดปฏิเสธฉันทุกครั้งเพราะไม่อยากให้ฉันเหนื่อยมากเกินไป แต่เป็ฉันเองที่อยากช่วยพี่นิดให้ได้มากที่สุดเพราะอย่างน้อยฉันก็พอที่จะตอบแทนความดีมีน้ำใจของพี่นิดได้บ้าง
“มาช่วยพี่อีกแล้ว คุณลูกจันกลับมาเหนื่อย ๆ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะค่ะ หรือถ้าอยากกินข้าวก่อนนอนก็ตักทานได้เลยนะคะพี่ทำออกไปได้หลายอย่างแล้ว” (^-^)
พี่นิดพูดประโยคเป็ห่วงเป็ใยที่มักจะพูดกับฉันเสมอยามที่ฉันกลับมาถึงบ้าน
“พี่นิดอ่ะ...ลูกจันบอกแล้วไงคะว่าลูกจันอยากช่วยพี่นิดไม่ต้องห้ามลูกจันเลย” (^-^)
ฉันทำเป็พูดน้ำเสียงน้อยใจ ก่อนเข้าไปกอดพี่นิดจากทางด้านหลังเพราะรู้สึกรักและเคารพพี่สาวต่างสายเืคนนี้เหลือเกิน
“เฮ้อออออ ~~ อย่าว่าพี่เลยนะคะพี่เองก็เป็ห่วงคุณลูกจันเหมือนกันทำงานหักโหมมันจะเสียสุขภาพเอานะคะ แล้วอีกอย่างตอนนี้บ้านเราก็เข้าที่เข้าทางมากขึ้นแล้วด้วยพี่เองก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยค่ะออกจะสนุกด้วยซ้ำ” (^-^)
พี่นิดพูดด้วยแววตาและน้ำเสียงเปี่ยมสุข จริงอยู่ที่แม้ว่าทุกอย่างมันจะไม่ได้สะดวกสบายเหมือนตอนที่อยู่บ้านหลังใหญ่โต แต่ถ้าเทียบกับใน่หลายเดือนที่ผ่านมา ณ เวลานี้ก็ดูจะสบายขึ้นกว่าเดิมมากเลยทีเดียว
จากนั้นฉันก็ช่วยพี่นิดเหมือนที่ทำอยู่ทุกครั้งยามที่ได้เข้ากะดึกแล้วกลับมาถึงบ้านในตอนเช้า กระทั่งเมื่อพี่นิดขายของหมดแล้วฉันจึงขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และหลังจากป้อนข้าวเช็ดตัวให้คุณพ่อเสร็จฉันถึงสามารถเอนตัวลงนอนได้อย่างสบายใจ...
หลายวันต่อมา ~~
วันเวลาของการทำงานในกะดึกของฉันยังคงผ่านพ้นไปเหมือนเฉกเช่นเดิมทุกวัน จะมีก็เพียงแต่บางอย่างที่เปลี่ยนไปจากปกตินั่นก็คือบุคคลใบหน้าคุ้นเคยที่มักจะมาคอยอยู่คุยกับฉันเสมอเสมือนกับเป็พนักงานคนหนึ่งที่เข้ากะดึกเหมือนกัน
“ลูกจันกินอะไรหรือยังครับ”
เสียงคุ้นยืนพูดหน้าเคาน์เตอร์เหมือนกับที่เขาทำในหลายวันที่ผ่านมา
“ทะ...ท่านประธาน” (O_O)
ส่วนฉันที่สะดุ้งอดตกไม่ได้แม้จะเจอกับเสียงที่ทักทายในเวลาเดิมทุกครั้งก็ตาม จนเผลออุทานเรียกยศเต็มของเขาออกไป
“ท่านประธานอีกแล้วนะ ไหนเราตกลงกันแล้วไงว่าจะเรียกพี่ว่าพี่โฮชิ”
คนตัวสูงพลันค้อนใส่ให้ทันที เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมหญิงสาวถึงไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่สักที
“ก็ดิฉันบอกแล้วไงคะ ว่ามันไม่เหมาะสมด้วยสถานะและตำแหน่งของเราสองคนยิ่งไม่สมควรใหญ่เลยค่ะ”
“ใครเป็คนกำหนดงั้นหรอครับว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม”
และด้วยคำท้วงของเขาก็ยิ่งทำให้ฉันลำบากใจ
“นะครับ เรียกพี่ว่าพี่โฮชินะ”
คนตัวโตยังคงดื้อดึง้าให้ฉันเรียกเขาว่าพี่
“เฮ้อออออ ~~ ก็ได้ค่ะแต่ดิฉันขอเรียกตอนที่เราอยู่กันแค่สองคนพอนะคะ”
ฉันที่จนใจด้วยเพราะหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่เฝ้าเว้าวอน้าให้ฉันเรียกว่าพี่มาโดยตลอด
“ทำไมล่ะ...??”
“ดิฉันไม่อยากให้ใครมองว่าดิฉันลามปามไม่ให้เกียรติทั้งที่ท่านเป็ถึงประธานโรงแรมอีกอย่างดิฉันกลัวว่าจะมีปัญหากับเพื่อนที่ทำงานด้วยค่ะ” ฉันบอกไปตามความจริงที่ฉันกลัว
“ใครจะกล้า...ถ้า...หา...ก”
และในจังหวะที่คนตรงหน้ายังพูดไม่จบฉันก็รีบพูดสวนไปก่อน
“นะคะ ถือว่าดิฉันขอร้อง”
สีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่อยากลำบากใจมากกว่านี้แล้วของฉันทำให้คนตัวสูงไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ
“ถ้างั้นก็ได้ แต่ว่าลูกจันก็ต้องแทนตัวเองว่าลูกจันด้วยนะพี่ไม่ชอบเลยเวลาลูกจันแทนตัวเองว่าดิฉันมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้”
คนตัวโตยังไม่วายเอ่ยต่อรอง
“ก็ได้ค่ะ...แต่ลูกจันก็ขอยืนยันคำเดิมนะคะว่าลูกจันขอเรียกเฉพาะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันสองคนเท่านั้น”
“ตกลงครับ” (^-^)
นับจากวันนั้นความเป็กันเองระหว่างฉันกับพี่โฮชิก็ดูจะสนิทสนมกันมากขึ้น ความสบายใจที่เขามีให้ฉันในหลายวันที่ผ่านมาและไม่มีทีท่าที่จะคุกคามฉันเลยสักนิด นั่นจึงทำให้่ที่ฉันเข้างานกะดึกในครั้งนี้ฉันไม่เหงาเหมือนดั่งที่ผ่านมา...
