ซุนเฟยรู้สึกเบิกบานใจขึ้นมาทันที
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเอเลน่าถึงไม่สามารถฝึกคัมภีร์คลื่นพลังที่ซุนเฟยสร้างขึ้น และไม่อาจฝึกคัมภีร์คลื่นพลังที่เผยแพร่มานานในอาเซรอทได้ ที่แท้ก็เป็เพราะว่า เส้นทางการพัฒนาของทหารรับจ้างในโลก Diablo ได้ถูกกำหนดไว้นานแล้ว แถมยังเป็เส้นทางที่ไม่เลวเลยทีเดียว
“แล้วควรจะเลือกคุณสมบัติใดในเจ็ดอาชีพนี้ดีล่ะเนี่ย?”
ซุนเฟยครุ่นคิด แต่ดูเหมือนว่าเอเลน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซุนเฟยรู้ว่าเอเลน่าไม่ได้ยินในสิ่งที่ NPC อาเชียร่าพูดกับเขา อีกทั้งมองไม่เห็นภาพเงาทั้งเจ็ดที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าซุนเฟย ดังนั้นเขาจึงอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้นางฟังทั้งหมดอีกรอบหนึ่ง ซุนเฟยอยากฟังความคิดเห็นของเอเลน่า แน่นอนว่านี่เกี่ยวพันกับชีวิตของนาง เอเลน่ามีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเลือกเส้นทางนักรบในอนาคตของตัวเอง
เอเลน่ากำคันธนูที่อยู่ในมือแน่น ก่อนจะดึงสายธนูเบาๆ นิ้วมือเรียวยาวดุจหยกไร้ตำหนินั้นไม่มีร่องรอยาแที่เกิดจากการยิงธนูมาหลายปีเลย กลับกันมันยังขาวเนียนและสวยงามอย่างบอกไม่ถูก นางยืนนิ่งๆ ฟังคำอธิบายจากซุนเฟยเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของอาชีพทั้งเจ็ด เมื่อเอเลน่าเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของซุนเฟยก็หัวเราะเสียงใสออกมา “อเล็กซานเดอร์ เ้าช่วยข้าเลือกหน่อยเถอะนะ”
นี่เป็ครั้งแรกที่เอเลน่าพูดหยอกล้อกับซุนเฟย
เมื่อเห็นเทพธิดานักรบที่มักจะโลดเเล่นอยู่ท่ามกลางฝูงมอนสเตอร์ในโลก Diablo ด้วยสีหน้าไร้ความหวาดกลัว จู่ๆ ก็ฉีกยิ้มทะเล้นใส่จนซุยเฟยยืนตะลึงไปชั่วขณะ เขารู้สึกว่าความสวยงามที่ไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังเจิดจ้าอยู่ในดวงตาของเขา ทำให้าาแห่งแซมบอร์ดรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูด้อยค่าลงไปในทันที
สุดท้าย ซุนเฟยได้เลือกอาชีพพาลาดินเป็คุณสมบัติสายเืที่สองให้กับเอเลน่า
ในบรรดาอาชีพทั้งเจ็ดนี้ ถึงแม้พาลาดินจะไม่มีความหลากหลายในการต่อสู้เท่ามือสังหาร หรือมีพละกำลังที่น่าสะพรึงเท่าคนเถื่อน แต่ในด้านการป้องกันแล้วกลับเหนือกว่า อีกทั้งยังมีความสามารถในการสนับสนุนด้านการต่อสู้และการรักษาที่แข็งแกร่ง จึงสามารถร่วมต่อสู้กับซุนเฟยได้ดีกว่าเดิม ส่วนทักษะการยิงธนูเวทในปัจจุบันของนางก็คล้ายคลึงกับอาชีพนักรบอเมซอนและจอมเวท ดังนั้นสองอาชีพนี้จึงถูกตัดออกไปทันที และซุยเฟยก็ไม่้าให้ผู้หญิงของตนไปเล่นนกหยอกหมาเหมือนดรูอิด และยิ่งไม่้าให้นางไปยุ่งเกี่ยวกับซากศพ เพราะฉะนั้นอาชีพเนโครแมนเซอร์และดรูอิดจึงถูกตัดทิ้งเช่นเดียวกัน คิดไปคิดมาก็เหลือแต่อาชีพพาลาดินนี่แหละที่เหมาะสมที่สุด
หลังจากตัดสินใจเลือกได้แล้ว แสงสีขาวก็ลอยออกมาจากร่างของ NPC อาเชียร่าแล้วพุ่งเข้าไปที่หว่างคิ้วของเอเลน่า
“มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนไหลเข้ามาในหัวของข้ามากมายเลย…”
ไม่ช้า เอเลน่าก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองทันที
มันเป็ความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เหมือนกับเหตุการณ์ที่ซุนเฟยมอบกล่องคลอธให้กับแลมพาร์ดและคนอื่นๆ รางวัลของเควสในครั้งนี้ได้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งพลังชนิดใหม่ไว้ในร่างของทหารรับจ้างสาว ขอเพียงหมั่นฝึกฝนและสะสมค่าประสบการณ์จากการสังหารมอนสเตอร์ไปเรื่อยๆ ในไม่ช้า เมล็ดพันธุ์แห่งพลังนี้ก็จะผลิดอกออกผลกลายเป็ต้นไม้ใหญ่ขึ้นมาเอง
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มทำเควสที่สามของ 'ท่าเรือคูแรสท์'
เควสนี้มีชื่อว่า 'ความปรารถนาของคลิมท์' เป็เควสรวบรวมสิ่งของ ซึ่งเควสนี้ยุ่งยากมากกว่าจะทำสำเร็จ เพราะมันจำเป็ต้องรวบรวมสิ่งของที่แตกต่างกันและอยู่คนละสถานที่ เพื่อเคลียร์เควส พวกเขาต้องสังหารพวกมอนสเตอร์ที่ 'แมงมุมป่า ฟรายเยอร์ จังเกอร์ ฟรายเยอร์ ดันเจี้ยน' และ 'ท่อระบายชั้นสองของท่าเรือ' ตามลำดับ ในการเก็บรวบรวมไอเทมของเควส หลังรวบรวมครบแล้ว ต้องใช้ 'ลูกบากส์ฮอราดริก' ผสานพวกมัน เพื่อให้ได้ 'คทาแห่งคลิมท์' ออกมา
'คทาแห่งคลิมท์' นี้ทรงพลังมาก สามารถทำลาย 'เกราะทรงกลม' ที่ปกป้องร่างของบอสเมฟิสโตได้ ซึ่งมันเกี่ยวพันกับเควส 'สังหารเมฟิสโต' ซึ่งเป็เควสสุดท้ายในแผนที่ส่วนที่สาม
ในระหว่างที่สังหารมอนสเตอร์เพื่ออัพเลเวลเมื่อสองสามวันก่อน ซุนเฟยได้เก็บรวบรวมไอเทมไว้บ้างแล้ว แต่เนื่องจากไอเทมที่ต้องรวบรวมมันอยู่กันคนละสถานที่ จึงต้องเสียเวลาเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างสถานที่เ่าั้ เลยต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะเคลียร์เควสนี้สำเร็จ และตอนนี้ซุนเฟยยังขาดไอเทมอีกแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น
ใกล้จะครบสี่ชั่วโมงแล้ว ซุนเฟยและเอเลน่าไล่สังหารมอสเตอร์เพื่อไอเทมชิ้นสุดท้าย ซึ่งนั่นก็คือ 'หัวใจของคลิมท์' พวกเขาทั้งสองคนตามหาไอเทมชิ้นสุดท้ายในท่อระบายน้ำชั้นสองที่มืดมิด ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยเืและเศษกระดูกของมอนสเตอร์ สุดท้ายก่อนที่จะหมดเวลานั้น พวกเขาก็ได้รับไอเทม 'หัวใจของคลิมท์' มาในที่สุด
เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว
ซุนเฟยไม่ได้เลือกกลับไปที่เมืองเพื่อผสานไอเทมให้กลายเป็ 'คทาแห่งคลิมท์' เพื่อทำเควสต่อ แต่เขาเลือกที่จะสื่อสารกับน้ำเสียงเ็าลึกลับ และใช้เงินห้าหมื่นเหรียญทองในการแลกเปลี่ยนน้ำยาอย่างเร่งด่วนเพื่อใช้ในการแข่งขันจัดอันดับวันพรุ่งนี้ เผื่อว่า หากชาวเมืองแซมบอร์ดได้รับาเ็หนักในการต่อสู้ จะได้ใช้น้ำยารักษาได้ทันท่วงที จากนั้นซุนเฟยก็ออกจากโลก Diablo
……
ตอนนี้ ในโลกแห่งความเป็จริงเป็่พลบค่ำ
ฤดูหนาวของราชอาณาจักร ่เวลากลางวันมักจะสั้นกว่า ่เวลากลางคืนก็เลยมาเร็วขึ้น ความมืดเริ่มเข้าปกคลุมทั่วแผ่นดิน
เมื่อกลับมาที่เต็นท์ของาา ราชองครักษ์ตอร์เรสได้เข้ามารายงานเื่ราวต่างๆ ใน่ที่ซุนเฟยไม่อยู่ ่บ่ายของวันนี้ แองเจล่าได้รับคำเชิญจากองค์หญิงนาตาชาให้มาเป็แขกที่วังขององค์หญิง หลังจากนั้นก็มีทหารมาส่งสารว่า ว่าที่ราชินีจะเข้าร่วมงานเลี้ยงที่องค์หญิงจัดขึ้นด้วย เลยต้องพักค้างแรมในเมืองหลวง
ซุนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพอจะเดาเจตนาขององค์หญิงออก
แต่การให้แองเจล่าเข้าร่วมงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเหล่าขุนนางชั้นสูงก็ดีเหมือนกัน ถือเสียว่าได้เปิดโลกกว้าง และถ้านางชอบงานเลี้ยงแบบนี้ ซุนเฟยก็ยินดีที่จะให้นางได้เข้าร่วมงานเลี้ยงพวกนี้บ่อยๆ สำหรับราชินีในอนาคต ซุนเฟยอยากทำให้นางมีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ต้องมีความทุกข์ใจหรือโศกเศร้าใดๆ ทั้งสิ้น
พอรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ทั้งค่ายก็จมดิ่งลงไปในความเงียบงัน ทุกคนต่างวุ่นวายอยู่กับการฝึกคลื่นพลังและวิชาของตัวเองอย่างคร่ำเคร่ง
หลังแลมพาร์ดและคนอื่นๆ ได้รับคัมภีร์คลื่นพลังใหม่มาก็เริ่มฝึกฝนแข่งกับเวลาทันที ใครๆ ก็อยากเพิ่มพลังของตัวเองให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้กวาดล้างศัตรูในการแข่งขันจัดอันดับ และแย่งชิงอำนาจในการบัญชาการกองทัพใหม่มาให้กับาาของพวกเขา
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงกลางดึก ดวงดาวนับล้านได้ส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้าไปหมด
ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดมือสังหาร' ก่อนที่ร่างจะหายวับไปเหมือนฟ้าแลบ กลายเป็ควันสีฟ้าลอยออกจากค่ายทหารอาณาจักรบริวารอย่างเงียบๆ และเหินเข้าสู่ 'หลุมั์' ในเทือกเขามอร์โร เพื่อรอคอยการมาของยอดฝีมือลึกลับ
ทุกคืนเขาจะประลองฝีมือกับยอดฝีมือลึกลับที่นี่ สำหรับซุนเฟยแล้ว นี่เป็โอกาสที่ดีมากในการสะสมประสบการณ์ด้านการต่อสู้
าาแห่งแซมบอร์ดทำเหมือนกับว่ายอดฝีมือลึกลับเป็บอสในแต่ละด่านของโลก Diablo ที่ต้องฟันฝ่า แม้ความแข็งแกร่งจะเทียบกับคู่ต่อสู้ไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พร้อมจะสู้จนสุดความสามารถ สำหรับซุนเฟยแล้ว การต่อสู้กับบอสในโลก Diablo เป็เหมือนการอุ่นร่างกายและกระตุ้นความสามารถทั้งหมดในตัวของซุนเฟย
คืนนี้ไม่รู้ว่าทำไม ยอดฝีมือลึกลับคนนั้นถึงไม่ปรากฏตัวออกมาสักที
ซุนเฟยใน 'โหมดมือสังหาร' ใช้เวลาไม่เกินห้านาทีก็สามารถข้ามผ่านวงเวทที่แข็งแกร่งตรงรอบนอกของ 'หลุมั์' เข้ามาได้ คราวนี้เขาเสียพลังจิตไปหนึ่งในสามเท่านั้น
ความแข็งแกร่งของซุนเฟยพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการฝึกฝนพลังตามวิธีในหนังสือทักษะสีม่วง ทำให้พลังจิตของเขารุดหน้าขึ้น จนถึงตอนนี้ วงเวทป้องกันหลายสิบวงที่ติดตั้งอยู่ด้านนอก 'หลุมั์' ก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับซุนเฟยอีกต่อไป เขาสามารถข้ามผ่านพวกมันไปได้อย่างสบายๆ ในขณะเดียวกัน นั่นก็หมายความว่า วิธีการฝึกฝนด้วยการข้ามวงเวทต่างๆ เพื่อผลาญพลังจิตให้ถึงขีดจำกัดไม่มีผลอะไรอีกแล้ว เพราะ 'หลุมั์' ในเวลานี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของซุนเฟยอีกต่อไป
ถ้าไม่ใช่เพราะยอดฝีมือลึกลับแล้วล่ะก็ ซุนเฟยคงไม่มา 'หลุมั์' นี้นานแล้ว
สองชั่วโมงผ่านไป ในขณะที่ซุนเฟยกำลังคิดว่ายอดฝีมือลึกลับอาจจะเบี้ยวนัดอยู่นั้น ก็มีเงาร่างเย็นะเืปรากฏขึ้นมาทันที
เหมือนกับครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา ยอดฝีมือลึกลับคนนี้ได้โยนหนังสือทำมือมาให้ซุนเฟยเป็ของขวัญที่เจอกัน
ซุนเฟยรับไว้แล้วเปิดอ่านอย่างคร่าวๆ เขาพบว่าหนังสือทำมือเล่มนี้ได้บันทึกทักษะการต่อสู้ระดับสูงอยู่หลายสิบประเภท ในทุกๆ กระบวนท่าล้วนอธิบายอย่างละเอียดและชัดเจน ทั้งยังบอกถึงข้อดีข้อเสียและส่วนที่สามารถพัฒนาต่อได้ และเื่ที่ทำให้ซุนเฟยตื่นเต้นยิ่งขึ้นนั้น คนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ก็คือองค์จักรพรรดิยาซิน เมื่อเทียบกับคัมภีร์คลื่นพลังทั่วไปแล้ว เล่มนี้มีคุณค่ามากกว่าหลายเท่านัก เพราะทักษะคลื่นพลังระดับสูงบางประเภทก็เป็ทักษะวิชาที่ทรงพลังและหายสาบสูญไปนานแล้ว บางทักษะก็สามารถช่วยให้นักรบระดับต่ำข้ามขั้นมาท้าทายกับนักรบระดับสูงได้
แต่สำหรับซุนเฟยแล้ว หนังสือทำมือเล่มนี้ช่วยให้เขามีความกระจ่างทางด้านการต่อสู้มากยิ่งขึ้น และยังหมายความว่า เขาสามารถใช้ทักษะการต่อสู้ระดับสูงนี้มาเป็บรรทัดฐานในการสร้างคัมภีร์คลื่นพลังระดับสูงให้เหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์ใช้
“ขอบคุณผู้าุโ” ซุนเฟยพูดอย่างยิ้มแย้ม
หลายคืนก่อนซุนเฟยจงใจพูดลอยๆ ข้างหูยอดฝีมือลึกลับว่า “เฮ้อ ถ้าไม่มีทักษะคลื่นพลังระดับสูง ข้าจะไปรอดได้กี่น้ำกันนะ” หรือ “ถ้าข้ามีคัมภีร์คลื่นพลังระดับสูงบ้างก็คงจะดี…” หลังจากที่พูดลอยๆ แบบนี้แล้ว ยอดฝีมือลึกลับก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แต่พอผ่านไปหนึ่งวันเท่านั้น เขาก็กลับมาพร้อมหนังสือทักษะคลื่นพลังระดับสูงที่เป็หนังสือทำมือ โดยที่ด้านในได้บันทึกวิชาการต่อสู้อย่างน้อยสิบหกกระบวนท่าพร้อมคำอธิบายอย่างละเอียด
หลังจากที่ได้รู้จักกันมาสักระยะหนึ่ง ความเกรงใจใน่แรกๆ ที่ได้พบกันก็หายไปอย่างรวดเร็ว เพราะเขาพบว่า ถึงแม้ยอดฝีมือลึกลับจะตีสีหน้าเคร่งขรึม แต่เขาเป็ ‘คนดี’ ที่แข็งนอกอ่อนในอย่างแน่นอน ดังนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือลึกลับคนนี้ ซุนเฟยจะแสดงท่าทีสนิทสนมและผ่อนคลายออกมา ประหนึ่งอยู่กับผู้าุโที่ตัวเองสนิทด้วยก็ไม่ปาน
สิบกระบวนท่าผ่านไป
ท่ามกลางกลุ่มควันที่ฟุ้งตลบไปทั่วอากาศ ซุนเฟยก็ถูกยอดฝีมือลึกลับคนนี้ต่อสู้พัวพันจนวุ่นวายไปหมด ทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่นผง ยอดฝีมือลึกลับคนนี้พยายามไม่ทำให้แขนขาซุนเฟยหัก หรือแม้แต่กระอักเืออกมา
สิบนาทีต่อมา ซุนเฟยก็เหนื่อยเหมือนหมาหอบแดด สองมือยันหัวเข่าตัวเองไว้แล้วหอบหายใจอย่างรุนแรง
ตอนนี้เขาเลิกคาดเดาความแข็งแกร่งของยอดฝีมือลึกลับคนนี้ไปแล้ว เพราะไม่ว่าความแข็งแกร่งของซุนเฟยจะพัฒนาขึ้นเยอะแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ถูกยอดฝีมือลึกลับคนนี้ทุบตีจนน่วมอย่างง่ายดายอยู่ดี เห็นได้ชัดว่าช่องว่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนยังห่างไกลมาก ซุนเฟยยืนยันได้เลยว่า ยอดฝีมือลึกลับคนนี้น่าจะอยู่ในระดับจันทรา แต่จะอยู่ในระดับไหนนั้น เขาเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน
“เจอกันคืนพรุ่งนี้”
หลังการต่อสู้จบลง ทุกอย่างก็ไม่ได้แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ เมื่อยอดฝีมือลึกลับได้ชี้แนะจุดบกพร่องของซุนเฟยเสร็จก็เตรียมจะจากไป
ซุนเฟยหัวเราะอย่างทะเล้น เขาฉีกยิ้มกว้างแล้วเริ่มพูดลอยๆ ขึ้นมาอีกครั้งว่า “เฮ้อ ไม่รู้ว่าท่าไม้ตายที่มีชื่อเสียงขององค์จักรพรรดิยาซินที่ชื่อว่า 'หมัดั' จะมีความลับอะไรอยู่ในนั้นกันนะ เฮ้อ ข้าอยากเห็นคัมภีร์คลื่นพลังของ 'หมัดั' จริงๆ เลย…”
----------------------------------
