เยวี่ยเจาหรานที่วิ่งไปราวกับม้าป่าพยศ แม้ว่าจะสวมชุดของสตรี แต่งตัวเฉกเช่นสตรีทั่วไป แต่หากเ้าเห็นประกายในแววตาคู่นั้น ราวกับเป็ชายหนุ่มที่กำลังไล่ตามหญิงสาวในดวงใจของตนก็ไม่ปาน ชุ่ยเชี่ยวที่ยืนนิ่งอยู่กับที่กลอกตาทีหนึ่ง ในใจแอบจิกกัดเ้านายของตนว่าเมื่อไรโรคชอบยุ่งเื่ชาวบ้านอะไรนั่นถึงจะหายขาดได้เสียที?
ถึงอย่างไรนักปรัชญาอาจารย์ต้าจางเหว่ย [1] ก็เคยพูดเอาไว้มากกว่าหนึ่งครั้งแล้วว่า โดนแอร์มากไปจะไม่สบาย ยุ่งเื่ชาวบ้านมากไปจะชีวิตจะบรรลัยเอาได้นะ!
แต่เยวี่ยเจาหรานนายของตนนั้นไม่ได้สนใจเลยว่ายามนี้จะเป็หญิงเป็ชายหรือเป็กะเทย ไม่ว่าอย่างไรก็จะยุ่งเื่ของคนอื่นให้ได้ ทั้งชาตินี้คงไม่มีทางไม่ยุ่งได้แล้ว…
เหล่ากองทัพกวาดถูของเยวี่ยเจาหรานที่เดินตามอยู่ข้างหลังมาตลอดเมื่อเห็นว่าผู้นำของตนวิ่งทะยานไปหาสาวใช้คนหนึ่ง ทั้งหมดก็เกิดความสับสนงุนงงไปพร้อมกัน โชคดีที่ชุ่ยเชี่ยวออกมาอธิบายควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง เมื่อนั้นจึงทำให้เหล่ากองทัพกวาดถูที่มองหน้ากันไปมาอย่างประหลาดใจเริ่มกลับเข้าสู่ภารกิจที่ตนควรใส่ใจอีกครั้ง
ชุ่ยเชี่ยวพลันถอนหายใจ ในที่สุดก็โยนไม้กวาดด้ามใหญ่มหึมาซึ่งแต่เดิมเป็ของเยวี่ยเจาหรานไปบนพื้นที่ว่างข้างๆ อย่างยอมรับชะตากรรม ก่อนจะก้มหน้าถืออุปกรณ์ทำความสะอาดในมือของตนไว้แน่น แล้วเริ่มการทำความสะอาดของตนอย่างกระตือรือร้น…
เยวี่ยเจาหรานที่อยู่อีกด้านหนึ่งวิ่งโร่เข้าไปอย่างะโโลดเต้น ในที่สุดก็สกัดข้อมูลเอาไว้ได้ที่มุมทางเดิน อ้อไม่สิ สกัด... สกัดแม่นางอาเชวี่ย ผู้เก็บข้อมูลเอาไว้อีกทั้งยังกำลังร้องไห้น้ำตาไหลพรากจนดวงตาแดงก่ำเอาไว้ได้
ชั่วขณะที่สายตาของอาเชวี่ยและสายตาของเยวี่ยเจาหรานสบกันนั้น ต้องบอกว่า ณ ที่นั้นได้จุดชนวนบรรยากาศอันน่าอึดอัดขึ้นมาแล้ว ถึงอย่างไรเ้านายของอาเชวี่ยกับเยวี่ยเจาหรานก็เป็ ‘อริเก่า’ กันในจวนเยี่ยนนี้ เ้าว่าสาวใช้ที่เพิ่งจะถูกนายของตนต่อว่ามา จะยังสามารถปั้นยิ้มรับหน้า ‘อริเก่า’ ของเ้านายตนได้อีกหรือ?
แต่เยวี่ยเจาหรานนั้น เห็นว่าอารมณ์ด้านลบของสวี่ชิวเยวี่ยเป็เพียงความเป็ปรปักษ์ฝ่ายเดียวอันเรียบง่าย อีกทั้งยังเป็ความปรปักษ์ที่หากเ้าไม่ล่วงเกินข้า ข้าก็ไม่ล่วงล้ำเ้า สำหรับผู้ไร้ความผิดคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายสวี่ชิวเยวี่ยนั้น เดิมทีก็ไม่เคยข่มขู่คุกคามอะไรเยวี่ยเจาหรานมาก่อน ดังนั้นเยวี่ยเจาหรานจึงคร้านที่จะคิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขามากมายนัก
สถานการณ์ในยามนี้จึงเปลี่ยนเป็ความน่าอึดอัดอย่างที่เห็น นั่นก็เพราะรอยยิ้มเป็มิตรของเยวี่ยเจาหรานได้ปะทะกับสายตาที่หลบเลี่ยงของอาเชวี่ย ความรู้สึกของคนทั้งสองฝ่ายไม่สมดุลกัน นั่นย่อมไม่นำพาซึ่งจุดจบที่ดีนัก และชั่วชีวิตนี้คงไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่
“นะ น้อมคารวะฮูหยินน้อย...”
เมื่อเห็นว่าเยวี่ยเจาหรานเอาแต่ยิ้มอยู่นานแล้ว คำพูดสักคำก็ไม่เอ่ยออกมาเลย ถึงกับยิ้มจนอาเชวี่ยขนลุกขึ้นมา ผ่านครู่หนึ่งจึงเอ่ยกับเยวี่ยเจาหรานขึ้นอย่างช้าๆ อย่างไรก็นับว่าเป็การทักทาย อย่างน้อยก็คงไม่ถูกอีกฝ่ายด่าว่าไม่มีมารยาทหรอกใช่หรือไม่?
“ดี ดีเลย!” เยวี่ยเจาหรานนั้นกลับตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแป้น สุดท้ายคำพูดนั้นไม่ต่อความก็แล้วไป แต่พอเอ่ยออกไปก็ทำให้อาเชวี่ยอกสั่นขวัญแขวน
อาเชวี่ยครุ่นคิดอยู่ในใจไม่หยุด ไม่กี่วันมานี้สวี่ชิวเยวี่ยเองก็ไม่ได้ออกจากห้องไม่ได้ให้ร้ายป้ายสี ‘เยวี่ยเยียนหราน’ กับ ‘เยี่ยนอวิ๋นเฟย’ เลย เหตุใดยามนี้ ‘เยวี่ยเยียนหราน’ ผู้นี้ถึงทำตัวแปลกๆ ราวกับซ่อนมีดดาบเอาไว้ในรอยยิ้มเช่นนี้กัน?
แม้ว่าในใจอาเชวี่ยจะหวาดกลัว แต่ก็ยังอดถามขึ้นไม่ได้ “ท่าน ท่านมีเื่อะไรหรือเ้าคะ?”
......
เ็ป ช่างน่าเ็ปใจจริงๆ เยวี่ยเจาหรานขมวดคิ้ว คิดไม่ตกอย่างยิ่งว่าท่าทีของตนเหมือนกับจะมาหาเื่หรืออย่างไร? ตนยอมลำบากลำบนมามอบความอบอุ่นให้เลยนะ เหตุใดจึงทำให้แม่นางน้อยผู้นี้ใกลัวเช่นนั้นได้เล่า!
ช่างเข้าใจยากยิ่งนัก!
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพียงแค่... ข้าเพียงแค่พาบ่าวรับใช้เ่าั้มาทำความสะอาดเรือนนะ ข้าเห็นเ้าดวงตาแดงก่ำ ถูกรังแกมาหรือ?” เยวี่ยเจาหรานเองก็ไม่รู้ว่าเรือนอื่นๆ รู้หรือไม่ว่าเขาถูกฮูหยินเยี่ยนทำโทษให้มาทำความสะอาด แต่จะให้ตนพูดออกมาเองก็รู้สึกว่าค่อนข้างน่าขายหน้าไปสักหน่อย ดังนั้นเขาจึงได้เลือกที่จะเอ่ยคำโกหกเล็กๆ น้อยๆ ที่ไร้พิษภัย
เมื่อมองไปยังสีหน้าของเยวี่ยเจาหรานแล้ว อาเชวี่ยเองก็แยกไม่ออกจริงๆ ว่านั่นคือความใส่ใจจริงๆ หรือว่าคำพูดจอมปลอมตามมารยาท แน่นอนว่านางไม่กล้าพูดตามตรงมากเกินไป เพียงแค่ก้มหน้าส่ายไปมาสุดชีวิต ราวกับว่ากินยาส่ายมาอย่างนั้น... บางทีอาจเพราะความเร็วในการส่ายหัวนั้นรวดเร็วมาก จึงทำให้ดูเหมือนรุนแรงเป็พิเศษ
“ขอบคุณฮูหยินน้อยที่ใส่ใจเ้าค่ะ บ่าวไม่เป็อะไร”
คำตอบของอาเชวี่ยนั้นเยวี่ยเจาหรานก็พอจะคาดเดาได้อยู่บ้างเช่นกัน ถึงอย่างไร... ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ของตนกับสวี่ชิวเยวี่ยก็ย่ำแย่โดยที่ใครๆ ก็รู้กันทั่ว หากวันนี้จู่ๆ สวี่ชิวเยวี่ยมาใส่ใจชุ่ยเชี่ยวน้อยของตนบ้าง เช่นนั้นตอนแรกชุ่ยเชี่ยวเองก็คงจะนึกว่าสวี่ชิวเยวี่ยคิดอะไรไม่ดีจะมาทำร้ายตนอีกเป็แน่เช่นกันกระมัง
แต่เยวี่ยเจาหรานเองคิดว่าภาพลักษณ์ของตนเองกับสวี่ชิวเยวี่ยนั้นก็แตกต่างกันอยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ั้แ่ผ่านเื่ที่เขาชิงเฉวียนมา ในใจของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานทั้งสองก็หลงเหลือความรู้สึกผิดและเสียใจต่อสวี่ชิวเยวี่ยอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
ยิ่งกว่านั้น ั้แ่สวี่ชิวเยวี่ยกลับมาจากเขาชิงเฉวียน ก็สงบเสงี่ยมไปไม่น้อย ดังนั้นเยวี่ยเจาหรานจึงตั้งใจสนับสนุนให้นางสงบเสงี่ยมต่อไป ถึงอย่างไรเช่นนี้ก็เป็เื่ดีต่อตนและเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่ใช่หรือ
“โธ่เอ๊ย เ้าจะเกรงใจอะไรกับข้ากันเล่า!” เยวี่ยเจาหรานเอ่ยขึ้นอย่างไม่คิดมาก แต่คำที่เอ่ยออกมานั้นกลับทำให้อาเชวี่ยสะดุ้งด้วยความใ “เ้ามีอะไรทุกข์ใจก็พูดมาเถอะ บอกมาแล้วข้าจะช่วยเ้าแก้ไขเองนะ”
อาเชวี่ยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเยวี่ยเจาหรานอย่างประหลาดใจยิ่ง ในใจคิดว่า คำที่พูดมานั้นคงไม่ได้หมายความว่าข้ามีอะไรทุกข์ใจก็พูดออกมาให้เ้าได้อภิรมย์อย่างนั้นหรอกนะ?
ที่จริงแต่เดิมอาเชวี่ยนั้นตัดสินใจมั่นแล้วว่าจะไม่พูดความจริงกับเยวี่ยเจาหรานเด็ดขาด ทว่ามองเห็นท่าทีเช่นนั้นของเยวี่ยเจาหราน ที่เหมือนกับไม่มีแผนร้ายอะไรจริงๆ ก็นึกไปถึงเส้นตายสามวันที่สวี่ชิวเยวี่ยให้กับตนอีกครั้ง น่ากลัวว่าหากไม่อาจบรรลุภารกิจเื่ขนนกกระจอกเทศได้ นางคงจะถูกไล่ออกจากจวนเยี่ยนจริงๆ
แทนที่จะนั่งรอความตายปล่อยชะตากรรมนำพา ไม่สู้ยืมมือของคนตรงหน้า วางเดิมพันสักครั้ง บางทีอาจจะมีทางดึงกู้สถานการณ์กลับมาก็ได้ ใครจะไปรู้?
อาเชวี่ยที่ฮึดสู้ในใจอย่างเด็ดเดี่ยว เงยขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ในที่สุด นางมองเยวี่ยเจาหรานแล้วคำนับ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ขอพูดอย่างไม่ปิดบังต่อฮูหยินน้อย วันนี้บ่าวเจอปัญหามานิดหน่อยจริงๆ เ้าค่ะ...” พูดจบอาเชวี่ยก็เกิดกลัวขึ้นเล็กน้อย ที่สำคัญก็คือนางกลัวว่าเยวี่ยเจาหรานจะพลิกหน้ามือเป็หลังมือแล้วหัวเราะเยาะตน หรือขอให้ตนไปช่วยเยวี่ยเจาหรานโจมตีสวี่ชิวเยวี่ยให้ย่อยยับก็ได้
ทว่าว่าโชคยังดี ยามนี้เยวี่ยเจาหรานเอ่ยขึ้นมันกลับเป็เพียงคำถามที่เรียบง่ายประโยคหนึ่งเท่านั้น “แล้วมันเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เมื่อนั้นอาเชวี่ยถึงนับว่าวางใจลงได้ แล้วพูดเื่ที่สวี่ชิวเยวี่ยร้องขอต่อตนออกมาอย่างหมดเปลือกด้วยท่าทีที่ดีขึ้น เพียงแค่ปิดบังจุดประสงค์ที่แท้จริงที่สวี่ชิวเยวี่ย้าขนนกกระจอกเทศนี้เอาไว้เท่านั้น
อย่างไรเสียจุดประสงค์ที่สวี่ชิวเยวี่ย้าของก็คงเพื่อประจบเอาใจ ‘เยี่ยนอวิ๋นเฟย’ สามีของ ‘เยวี่ยเยียนหราน’ อาเชวี่ยเองก็ไม่ใช่คนโง่ นางย่อมรู้ว่าเื่นี้หากบอกให้ ‘เยวี่ยเยียนหราน’ รู้เข้า ขนนกกระจอกเทศของตนนี้น่ากลัวว่าคงจะหมดหนทางจะได้มาถึงมือแล้วไม่ใช่หรือไร?
“ที่แท้ก็เพราะเื่นี้นี่เอง!” เยวี่ยเจาหรานพยักหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ในใจเองก็มีแผนอะไรอยู่บ้างเช่นนั้น ขนนกกระจอกเทศนับว่าค่อนข้างล้ำค่า คิดดูแล้วที่สวี่ชิวเยวี่ย้ามันก็คงไม่ใช่เพื่อเย็บกระเป๋าเสื้อให้ตัวเอง เื่นี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหรือว่าฮูหยินเยี่ยนแปดถึงเก้าในสิบส่วนแน่
แต่ว่าถึงให้สวี่ชิวเยวี่ยได้ขนนกกระจอกไปแล้วมันอย่างไรล่ะ? นางคงจะไม่สามารถใช้ขนนกกระจอกนั่นมารัดคอฆ่าใครหรือใช้เป็เชือกแขวนคอฆ่าตัวตายหรอกกระมัง?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เยวี่ยเจาหรานถึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ก็ไม่นับว่าเป็เื่ยากอะไร เ้าวางใจได้เลย เื่นี้ไว้ให้ข้าจัดการเอง!”
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากเยวี่ยเจาหราน อาเชวี่ยจึงพยักหน้าด้วยความดีอกดีใจ แล้วเอ่ยคำขอบคุณไม่หยุด พูดเสียจนเยวี่ยเจาหรานรู้สึกเก้อเขินขึ้นมานิดหน่อยเลยทีเดียว
เชิงอรรถ
[1] ต้าจางเหว่ย (大张伟) หรือ Wowkie Zhang เป็นักร้องนักแต่งเพลงและนักดนตรีชาวจีน ซึ่งมักจะมีประโยคคำคมของตนมากมาย จนในใจของแฟนคลับหลายคนมองว่าเขามีความเป็นักปรัชญาชีวิตอยู่ในตัว
