“โธ่โว้ย” ชายหนุ่มกวาดทุกอย่างตรงหน้าลงบนพื้น แล้วก้มหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นใจ ภาพรอยยิ้มและความอ่อนหวานของเธอยังประทับในความทรงจำ ยากที่เขาจะลบเลือนได้
“ลืมสิวะ ต้องลืมให้ได้” เทวทิณณ์พูดกับตัวเองซ้ำๆ พลันหวนนึกถึงคำหลอกลวงของแฟนสาวที่ยืนยัน ว่าจำเป็ต้องขายของแทนใจเพื่อมารดาที่ป่วยปางตาย
“ทำไมต้องโกหก ทำไมเธอ ไม่มีคำที่ดีกว่านี้มาบอกฉัน ทำไม ทำไม” เขากำมือแน่น แล้วพรั่งพรูความผิดหวังออกมาด้วยความเสียใจอย่างถึงที่สุด
เสียงกดกริ่งหน้าบ้านของแววดาว ทำให้หญิงสาวเดินออกมาดู พบร่างของเพื่อนรักยืนร้องไห้ ในมือถือกระเป๋าใบใหญ่ทอดมองตรงมาอย่างมีความหมาย
“พิมพ์ เกิดอะไรขึ้น” แววดาวรีบเปิดประตูให้เพื่อนรัก แล้วพาเธอเข้ามาในบ้านทันทีด้วยความเป็ห่วง
“เธอเอากระเป๋ามาด้วย หมายความว่าไง แล้วพี่ทิณณ์ล่ะ”
“พี่ทิณณ์บอกเลิกฉันแล้วล่ะ” แววดาวได้ยินดังนั้นจึงเบิกตากว้าง พลางรีบพาเพื่อนรักขึ้นไปยังห้องนอน เพื่อจะได้พูดคุยทุกอย่างได้สะดวกขึ้น
“อาทิตย์นี้พ่อกับแม่ฉันไปทำงานต่างจังหวัด เธออยู่กับฉันก่อนก็ได้ แต่ช่วยเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังได้ไหม ทำไมอยู่ ๆ ถึงเกิดเื่แบบนี้ได้” แววดาวเอ่ยถาม หลังจากพาเพื่อนรักเข้ามาในห้อง แล้วย่อตัวลงนั่งบนเตียงเพื่อรอคำตอบจากอีกฝ่าย
“ตอนนี้แม่ป่วยหนัก ฉันไม่มีทางเลือกเลยเอากำไลข้อมือที่พี่ทิณณ์ให้ไว้ไปขาย ทุกอย่างเป็ความผิดของฉันเอง เขาโกรธแล้วไล่ฉันออกมาก็ไม่แปลกหรอก” หญิงสาวปาดน้ำตาแล้วอธิบายให้แววดาวฟัง ก่อนที่อีกฝ่ายจะทำหน้านิ่ง
“เธอรักเขา เข้าแล้วใช่ไหม” พิมพ์มาดาได้ยินดังนั้นจึงปล่อยน้ำตามากมายไหลรินออกมา
“ฉันไม่รู้ความรู้สึกมากมายนี้เกิดขึ้นตอนไหน แต่ตอนนี้ฉันเ็ปเหลือเกินดาว...เหมือนมีอะไรมากรีดตรงนี้ ย้ำ ๆ อยู่ตลอดเวลา ฉันเ็ปทุกวินาที ทุกลมหายใจเลย ทำไมความรักถึงได้ทรมานแบบนี้ล่ะดาว” พิมพ์มาดาชี้มือมาที่หัวใจตัวเอง แล้วร้องไห้ออกมาด้วยความทุกข์ใจ ก่อนที่แววดาวจะคว้าตัวเพื่อนรักไปโอบกอดเพื่อปลอบโลม
“ไม่เป็ไรนะพิมพ์ เวลาจะรักษาทุกอย่างเอง” คำปลอบใจของแววดาวทำให้พิมพ์มาดาปล่อยโฮออกมา แล้วโอบรัดเพื่อนรักเพื่อรักษาแผลใจให้ตัวเอง
ในที่สุดพิมพ์มาดากลับไปอยู่บ้านของชนกันต์ ทว่าอาศัยอยู่ได้ไม่นาน ก็ถูกน้าญาธิดากดดัน ให้ต้องออกหางานทำ ด้วยความที่พิมพ์มาดาไม่อยากเป็ภาระของใคร เธอจึงตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้นมาหาห้องเช่า พร้อมหางานพาร์ทไทม์ทำระหว่างเรียน ชีวิตของหญิงสาวดำเนินมาเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งเธอกำลังนั่งรอแววดาวอยู่ในมหาวิทยาลัย เห็นเทวทิณณ์เดินผ่านมา หลังจากไม่ได้ติดต่อกันเป็เวลานาน
หญิงสาวหันมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน ที่แฝงความห่วงหาอาทรไว้ ทว่าอีกฝ่ายเลี่ยงไม่สบตา แล้วเดินผ่านไปราวกับไม่เคยรู้จัก ชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาวละเอียด หล่อเหลาราวรูปปั้นยื่นมือไปรับดาราสาวพร้อมรอยยิ้มอ่อน ทั้งสองเหมาะสมที่จะเดินคู่ ต่างจากเธอที่ไม่อาจเอื้อมไปรู้จักเขาได้อีก พิมพ์มาดาก้มหน้าลงปาดน้ำตา หัวใจของเธอยังคงเ็ปทุกครั้งเมื่อนึกถึงเื่ราวที่ผ่านมา ก่อนจะตัดสินในลุกขึ้น แล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่น
“ทิณณ์คะ เราไปกันเถอะค่ะ” หญิงสาวขมวดคิ้ว แล้วมองตามสายตาของเขาไป พบกับร่างของพิมพ์มาดาที่กำลังเดินลับเข้าตึกไป หัวใจของดาราสาวกลับเต้นด้วยแรงหึงหวง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หัวใจของเทวทิณณ์จะยังไม่อาจลืมเื่ราวที่ผ่านมา
“เราไปกันเถอะค่ะ” ในที่สุดปุยนุ่นก็รั้งตัวเขาออกมาได้ หลังจากเทวทิณณ์ประกาศตัดความสัมพันธ์กับพิมพ์มาดาแล้ว ชีวิตของชายหนุ่มก็กลับไปเ้าชู้ดังเดิม ปุยนุ่นไม่สามารถทำให้เขาหยุดที่เธอได้ตามที่หวัง แต่อย่างน้อยเธอก็อยู่ในฐานะผู้หญิงที่สนิทกับเขามากที่สุด
“พี่ทิณณ์คะ ทำไมมาร้านไอติมแบบนี้ล่ะคะ” หญิงสาวที่เขาควงเล่น เอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ พลันมองเข้าไปในร้านเล็ก ๆ ด้วยสายตาดูิ่
“พี่อยากกินไอติม”
“ไปร้านอื่นก็ได้นี่คะ ร้านนี้ไม่เหมาะกับคนอย่างพี่ทิณณ์เลย”
“พี่อยากกินร้านนี้ ทำไมล่ะ กินเป็เพื่อนพี่ไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงห้วน ๆ ของเขาตอบกลับ พร้อมก้าวเท้าเข้าไปในร้าน แล้วเดินไปจนสุดทางเพื่อเลือกที่นั่ง
“รับอะไรดีคะ” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถาม พิมพ์มาดาชะงักนิ่ง เมื่อลูกค้าที่พึ่งเข้ามานั่งเป็อดีตคนรักเก่า และนั่นทำให้ดวงตากลมสั่นระริกด้วยความรู้สึกมากมาย ก่อนจะตั้งสติแล้วรับฟังออเดอร์ด้วยความตั้งใจ ในขณะที่อีกฝ่ายทำเหมือนคนไร้ความรู้สึก เขาหันไปหาคู่ควงแล้วตามใจเธอทุกอย่าง ก่อนจะหันมาสั่งกับพิมพ์มาดา ที่ก้มหน้าจดด้วยความตั้งใจ
“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวเอาน้ำมาให้ค่ะ” ไม่นานนักหญิงสาวก็เอาน้ำสองแก้วมาเสิร์ฟ เธอและเขาทำเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน เทวทิณณ์เลื่อนสายตาจับจ้องมองกิริยาของหญิงสาว อย่างละเอียด เขาคิดถึงร่างเล็กที่เคยนอนกอด จนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ต้องหลบสายตาของอีกฝ่าย เมื่อเธอเงยขึ้นมามอง ก่อนจะเดินไปรับลูกค้าคนใหม่ที่เข้ามา
“มองอะไรคะ” คู่ควงของเทวทิณณ์เอ่ยถาม เมื่อเห็นเขาเอาแต่จับจ้องไปยังพนักงานเสิร์ฟ ดูเหมือนคนไร้ิญญาที่ไม่มีความรู้สึก
“พี่ทิณณ์คะ”
“ครับ” เขาได้สติกลับมา
“ทานสิคะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ป้อนเขาด้วยความใส่ใจ พิมพ์มาดาตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง จนเวลาล่วงเลยไป แล้วถูกเรียกเก็บเงินจากโต๊ะของเทวทิณณ์
เขายื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง ก่อนที่เธอจะชะงักแล้วเอ่ยทักเมื่อจำนวนเงินเกินราคาอาหารมามาก
“ทั้งหมดสองร้อยบาทค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเตือน
“ที่เหลือฉันให้” พิมพ์มาดาก้มมองเงิน แล้วมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
