กลุ่มคนที่มากับชิงหย่งหนิงมองดูท่าทีหวาดกลัวของเด็กหนุ่ม พวกเขาอยากจะแค่นเสียงหัวเราะ แค่นี้ยังไม่กล้าแล้วยังจะมีหน้าไปท้าประลองชิงอี้เฟยอีกอย่างนั้นหรือ
พวกเขามั่นใจว่า เ้านี่จะต้องใช้ชื่อเสียงของชิงอี้เฟยมาเป็เครื่องมือทำให้ตัวเองโด่งดัง เดาว่าหลินซือซือเองก็น่าจะถูกหลอก
“อะไรกัน เ้าคงไม่ใช่ว่ากลัวหรอกนะ?” ชิงหย่งหนิงมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยความโอหัง รอยยิ้มเหยียดหยามจังคงประดับบนใบหน้าไม่จางหาย “ถ้าเ้ากลัว ตอนนี้ก็ไปข้างนอกกับข้าแล้วพูดเื่นี้ให้ชัดเจนเสีย ถ้าเ้ายอมรับผิด ข้าอาจจะให้อภัยเ้า”
“นั่นสิ ขนาดกับพี่หนิงเ้ายังไม่กล้าสู้ แล้วยังคิดจะไปสู้กับพี่เฟยอีก เ้านี่มันรนหาที่ตายเสียจริง”
“ฮึ ให้ขอโทษนั้นยังน้อยไป เ้านี่กล้ามาใช้ชื่อเสียงของพี่เฟยเป็เครื่องมือ ไม่รู้หรือว่าคำว่าตายมันสะกดอย่างไร”
“ยังไม่รีบไปอีก ไปขอโทษพี่เฟยซะ ไม่เช่นนั้นเ้าจะต้องรับคำท้าประลองของพี่หนิง” เด็กหนุ่มคนหนึ่งะโออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
เมื่อเห็นใบหน้าเยาะเย้ยของพวกเขาเ่าั้ เต้าหลิงก็กล่าวออกมาว่า “สู้ก็สู้ แต่ถ้าไม่มีของเดิมพันข้าไม่สู้ พวกเ้าลงเดิมพันมาสิ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมรับคำท้า”
“อะไรนะ เ้าอยากจะลงเดิมพันอย่างนั้นหรือ” ชิงหย่งหนิงอึ้งไป ยกมือเกาศีรษะ
ผู้คนที่อยู่ข้างๆ มองหน้ากัน พวกเขารู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก เ้านี่มาจากที่ไหนถึงได้กล้าลงเดิมพัน
“ฮึ นั่นสิ ลงเดิมพันถึงจะน่าสนใจ” หลินซือซือฉีกยิ้ม ส่งสายตาดูถูกไปให้แล้วส่ายศีรษะคล้ายเอือมระอาปรามาส “อย่าบอกนะว่าพวกเ้าไม่มีเหรียญทอง เช่นนั้นการต่อสู้ครั้งนี้คงจะน่าเบื่อแย่”
“ใครไม่มีเหรียญทอง? ข้ามีเหรียญทองอยู่เยอะมาก!” เมื่อเห็นสายตาที่มองมาของหลินซือซือ ชิงหย่งหนิงพลันเกิดโทสะขึ้น เขาหยิบบัตรหนึ่งล้านเหรียญทองใบหนึ่งออกมา ก่อนใช้สายตาเย่อหยิ่งมองเต้าหลิง “หนึ่งล้าน พอหรือไม่?"
กล่าวจบ ชิงหย่งหนิงก็โยนบัตรทองลงไปที่พื้นอย่างอวดดี วางท่าราวกับมหาเศรษฐี สายตารื่นเริงจ้องมองไปที่หลินซือซือ
“หนึ่งล้านเหรียญทอง อย่างนั้นหรือ พี่หนิงนี่ร่ำรวยเสียจริง เหรียญทองเยอะขนาดนั้นยากมากกว่าข้าจะหามาได้ คิดไม่ถึงว่าพี่หนิงจะโยนมันลงไปที่พื้น เท่สุดๆ ไปเลย” เด็กหนุ่มผู้หนึ่งเม้มปาก
สีหน้าของชิงหย่งหนิงเต็มไปด้วยความผยอง เขาแค่นเสียงฮึยามที่ถามเต้าหลิงย้ำอีกหน “ตอนนี้เริ่มได้แล้วสินะ”
“น้อยเกินไป” เต้าหลิงส่ายศีรษะพลางกล่าวนิ่งๆ
“เ้าว่าไงนะ?” ชิงหย่งหนิงเอ่ยขึ้นมาในทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เขาคิดว่าตนนั้นได้ยินผิดไป
“แค่หนึ่งล้านเหรียญทองยังจะกล้าเอามาลงเดิมพัน น่าขายหน้าเสียจริง” หลินซือซือรีบกล่าวต่อ สีหน้าดูถูกของนางเริ่มหนักข้อ ดวงตากลมโตหรี่ลงราวกับจิ้งจอกตัวน้อย
ชิงหย่งหนิงกำหมัดแน่น จนแทบจะเสียการควบคุม หนึ่งล้านเหรียญทองยังน่าขายหน้าอยู่อีกอย่างนั้นหรือ?
เด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยถามออกมาบ้าง “บอกว่าน้อย แล้วพวกเ้ามีหนึ่งล้านเหรียญทองหรือไม่”
“หนึ่งล้านเหรียญทอง? ฮึ ถ้ามีไม่ถึงสิบล้านเหรียญทอง ก็ไม่ต้องเดิมพัน ข้าไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น” เต้าหลิงหยิบบัตรทองใบหนึ่งออกมา ท่ามกลางสายตาของฝ่ายตรงข้าม ก่อนต่อประโยคว่า “ถ้าไม่มี เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน ข้ายังมีธุระที่ต้องไปทำอยู่อีก”
กลุ่มคนตกตะลึงจนตัวโยน พวกเขามองดูจำนวนเงินในบัตรทองด้วยดวงตาเต้นเร่า เ้านั่นมีบัตรสิบล้านเหรียญทองจริงๆ ความโลภสาดส่องจากแววตา ทว่าเพราะมีหลินซือซืออยู่ พวกเขาจึงไม่กล้าทำอะไร สาเหตุเพราะไม่อยากทิ้งภาพกิริยาเลวทรามเอาไว้ในความทรงจำของหญิงสาว
ชิงหย่งหนิงลังเลเล็กน้อย กระนั้นเมื่อเห็นว่าเต้าหลิงกำลังจะเดินจากไป คิ้วที่ขมวดเป็ปมของเขาก็คลี่ออก คิดปะติดปะต่อคำพูดเข้ากับท่าทีสั่นเทิ้มหวาดกลัวของเด็กหนุ่มก่อนหน้านี้ เขาก็เริ่มเข้าใจขึ้นมา เ้านั่นเอาบัตรสิบล้านเหรียญทองออกมาก็เพื่อข่มขู่ให้เขาล่าถอย
“เดี๋ยวสิ ใครบอกว่าพวกข้าไม่มีสิบล้านเหรียญทอง?” เขาโบกสะบัดมือ มุมปากแสยะยิ้มเย็น “โอกาสหาเงินนั้นมีอยู่ไม่มาก พวกเ้าเอาเหรียญทองที่มีทั้งหมดมาให้ข้า แล้วข้าจะให้พวกเ้าคืนเป็สองเท่า!”
“นี่เป็โอกาสดีที่จะหาเงิน พี่หนิงนี่คือเหรียญทองทั้งหมดของข้า” สายตาของเด็กหนุ่มประกายแสง เขานำเงินที่เก็บสะสมเอาไว้ทั้งหมดให้กับชิงหย่งหนิง
กลุ่มคนต่างก็นำเงินที่มีออกมา ทั้งยังมีสมุนไพริญญา จนสุดท้าย พวกเขาก็รวบรวมจนครบสิบล้านเหรียญทอง
“ข้ารวบรวมมาได้ครบสิบล้านแล้ว ตอนนี้จะเริ่มได้หรือยัง ข้าขอพูดอะไรอย่าง ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาจะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ นั่นไม่ใช่วิถีของลูกผู้ชาย” ชิงหย่งหนิงตะเบ็งขู่ขวัญ
ได้ยินดังนั้น เต้าหลิงก็หันหน้ากลับมา ใบหน้าอ่อนเยาว์แข็งทื่อขึ้นมาเล็กน้อย
“ฮึ แม่นางซือซืออยู่นี่” ชิงหย่งหนิงหรี่ตาลงพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะกลัวอีกฝ่ายจะถอนตัวเสียก่อน
เต้าหลิงเกาศีรษะ พลางหยิบบัตรทองอีกสองใบออกมา “สามสิบล้านเหรียญทอง ถ้าอยากประลองก็ลงเดิมพัน แต่ถ้าไม่พวกเ้าก็กลับไปเสียเถอะ”
“อะไรกัน! เ้า เ้ามีสามสิบล้านอย่างนั้นหรือ!” ชิงหย่งหนิงร้องเสียงหลงใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว สายตาจ้องมองไปที่บัตรเหรียญทองทั้งสามใบด้วยแววตาร้อนผ่าว จำนวนเงินที่อยู่บนบัตรนั้นแทบจะทำให้เขาสำรอกเืออกมา เหตุใดเ้านั่นถึงได้มีเงินเยอะขนาดนี้
หลินซือซือกลั้นหัวเราะ นางรู้ว่าเต้าหลิงได้บัตรเหรียญทองยี่สิบล้านมาจากสัตว์อสูรโบราณสองตนเมื่อไม่กี่วันก่อน ส่วนบัตรอีกใบหนึ่งได้มาจากกระเป๋าหนังสัตว์อสูรสีม่วง
สีหน้าของกลุ่มคนดูไม่ดีนัก จำนวนเงินที่ใช้เดิมพันในครั้งนี้ น่าสยองพองขนมากเกินไปแล้ว ถ้าชนะก็จะร่ำรวย ทว่าถ้าแพ้ขึ้นมาได้กลายเป็ขอทานแน่
“ถ้าไม่เดิมพัน อย่างนั้นข้าขอตัว” เต้าหลิงยิ้มพลางเก็บบัตรเหรียญทอง ฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังวิหาร
“น่าเบื่อเสียจริง ข้าก็คิดว่าจะมีการเดิมพันครั้งใหญ่” หลินซือซือกลอกตามองด้วยสายตาดูถูก
ชิงหย่งหนิงที่เห็นสายตานั่น เขาก็แทบจะะเิโทสะออกมา เขาชี้นิ้วไปที่เต้าหลิงแล้วลั่นเสียงคำราม “หยุดอยู่ตรงนั้น! เ้าพูดเองนะว่าจะเดิมพันสามสิบล้าน อย่าเสียใจทีหลังล่ะ”
“พวกเ้าไม่มีเหรียญทองนี่นะ เช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ ข้าขอตัวก่อน” เต้าหลิงหันกลับไปตอบด้วยน้ำเสียงประหม่า
“ใครบอกว่าข้าไม่มีเหรียญทอง?” สีหน้าของชิงหย่งหนิงเย็นเยียบในทันใด สายตามองท่าทีที่ประหม่าของเด็กหนุ่ม เขาก็แสยะยิ้มออกมาในใจพลางแค่นเสียงกล่าวต่อไปว่า “ข้าจะลงเดิมพัน เ้ารอข้าก่อน เดี๋ยวข้ามา”
ผู้คนหันไปมองหน้ากัน หัวใจไหวระรัว การเดิมพันคราวนี้น่าหวาดหวั่นมากเกินไป พวกเขาไม่กล้าที่จะเดิมพัน เดาว่าชิงหย่งหนิงน่าจะไปยืมเงินมาลงเดิมพันแน่
“อย่าลืมส่วนแบ่งของข้าล่ะ ไม่อย่างนั้นข้าไม่ยอมแน่” หลินซือซือขยับเข้าไปใกล้ ใช้มือดึงชายเสื้อของเขาแล้วกระซิบกระซาบ
เต้าหลิงพยักหน้า ภายในใจรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เนื่องด้วยเขากำลังขาดเงินอยู่พอดี ถ้าหามาได้อีกสักสามสิบล้านย่อมยอดเยี่ยมที่สุด
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยามผ่านไป ชิงหย่งหนิงก็กลับมาด้วยท่าทางกระตือรือร้น เหรียญทองสามสิบล้านเหรียญ ถ้าชนะจะต้องได้เงินเป็กอบเป็กำแน่
“เ้าหนู ดูซะ สามสิบล้านเหรียญทอง ตอนนี้จะสู้ได้หรือยัง?” ชิงหย่งหนิงโยนบัตรทองไปที่พื้นด้วยท่าทีหยิ่งผยอง จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาว่า “ข้าขอเตือนไว้ก่อนเลยนะ อย่าได้หาข้ออ้างอะไรอีก ถ้าเ้าสามารถรับกระบวนท่าของข้าได้หนึ่งกระบวนท่า สามสิบล้านนี้จะเป็ของเ้า”
“ฮึ พี่หนิงลงมือทั้งที ต้องใช้หนึ่งกระบวนท่าอีกอย่างนั้นหรือ ข้าว่าแค่ครึ่งกระบวนท่าก็จัดการเขาได้แล้ว”
“นั่นสิ เคยมีคนที่หาญกล้ามาท้าประลองพี่หนิง ทว่าผลสุดท้ายก็ถูกอัดจนเป็อัมพาตไปครึ่งตัว ข้าว่าจุดจบของเ้านี่ก็ไม่น่าจะต่างอะไรกับเขา”
“พี่หนิง ให้เกียรติเงินของเ้านั่นหน่อย อย่าให้เขาตายอย่างน่าอนาถมากนักล่ะ” เด็กหนุ่มหัวเราะเยาะเย้ย
กลุ่มคนหยามหยัน ตามด้วยถ้อยคำแสนใจกว้างของชิงหย่งหนิง “การต่อสู้ครั้งนี้ก็เพื่อแม่นางซือซือ ข้าจะไม่ให้เกิดการนองเืมากจนเกินไป ไม่เช่นนั้น แม่นางจะกล่าวว่าข้าได้”
“ข้าจะรอดู” มุมปากของหลินซือซือกระตุกขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มชวนหลงใหลทำให้เืภายในร่างของชิงหย่งหนิงเดือดพล่าน จากนั้นเขาก็คำรามออกมา “เริ่มล่ะนะ!”
ฝ่ามือของเขากระแทกลงพื้น ทั่วทั้งแขนกลับกลายเป็โปร่งใสดุจอัญมณี แสงหยกสะท้อนออกมา แขนของเขาเหมือนกับหินหยกเรืองแสง ทั้งยังแฝงไปด้วยพลังปราณที่แข็งแกร่ง
วิชามหาอำนาจของเขานั้นแปลกประหลาดเป็อย่างยิ่ง กล้ามเนื้อได้แปรเปลี่ยนกลายเป็หินสีเขียวกระจ่าง ทำให้พลังการต่อสู้ของเขานั้นเพิ่มขึ้นมาเท่าตัว ซึ่งนี่ก็คือวิชากายมหาอำนาจชนิดหนึ่ง ทว่าใช้ได้แค่แขนกับขาเท่านั้น
“สวยงาม มือหินหยกของพี่หนิงน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ หมัดของเขาสามารถประมือกับสัตว์อสูรโบราณได้เลย”
“ใช่แล้ว วิชามหาอำนาจของพี่หนิงนี้ ฝึกฝนได้ยากเป็อย่างมาก ทั้งพลังอานุภาพก็ยังแข็งแกร่ง แค่การโจมตีเดียวก็สามารถทำลายูเาได้ทั้งลูก”
ผู้คนโดยรอบกล่าววิพากษ์วิจารณ์กันออกมาต่างๆ นานา สายตาของพวกเขามองไปที่เต้าหลิง เพราะอยากจะรู้ว่าเต้าหลิงจะใช้กระบวนท่าอะไร
“เ้าหนู แหลกไปซะ” ชิงหย่งหนิงยื่นแขนไปด้านหน้า คลื่นพลังแข็งแกร่งพวยพุ่งออกมาจากแขนอัญมณี ในขณะเขาวาดท่อนแขนกดทับลงมา มวลอากาศแต่ละชั้นก็แหลกเป็ฝุ่นผง ก้อนหินที่อยู่ในบริเวณเขตวงกลมโดยรอบได้ถูกทำลายเป็จุณ
เต้าหลิงยื่นฝ่ามือออกไป พลางกระชับหมัดแน่น หมัดสีทองะเิพลังราวกับัเหินทะยานโผล่มาจากพื้นปฐี
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้บริเวณโดยรอบทั้งสี่ทิศสั่นคลอน คลื่นพลังมหาศาลเอ่อล้นทะลัก ทำเอาหัวใจของผู้คนสั่นสะท้าน
“สุดยอด หมัดหินหยกของพี่หนิงน่ากลัวเสียจริง แขนของเ้านั่นได้ะเิจนเละแน่”
“ใช่แล้ว ถ้าโดนกระบวนท่านี้เข้าไปไม่ตายก็ต้องพิการ” กลุ่มคนปรบมือพร้อมเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น สายตาละโมบจับจ้องบัตรทองที่อยู่บนพื้นดิน เพราะอีกไม่นานพวกมันก็จะกลายมาเป็ของพวกเขา
สายตาเร่าร้อนของพวกเขามองไปที่บัตรทอง ทว่าในตอนนั้นเอง กลับมีฝ่ามือเรียวยาวยื่นออกมาแล้วเก็บบัตรทองไป เดิมทีพวกเขาคิดว่าชิงหย่งหนิงเป็คนเก็บ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าด้วยความปีติ ทว่าไม่นานนักสีหน้าของพวกเขาก็พลันแข็งทื่อ
“ขอบคุณสำหรับของขวัญ” เต้าหลิงยิ้มให้ขณะเก็บบัตรเหรียญทอง
ใบหน้าพวกเขาแปรเปลี่ยนไปเป็ความขุ่นเคืองทันทีทันใด ก่อนสายตาของพวกเขามองไปที่ชิงหย่งหนิง และต้องใจนสะดุ้ง ร่างของชิงหย่งหนิงสั่นเทา แขนอัญมณีมีรอยแตกร้าว เืไหลอาบไปทั่วแขนคล้ายกับว่าจะแตกเป็เสี่ยงๆ
“อั่ก...” เขาสำรอกเื ร่างกระเด็นลอยออกไปนอนขดตัวทุรนทุรายอยู่กับพื้น
“นี่มัน อะไรกัน?” กลุ่มคนตื่นตระหนกเป็อย่างยิ่ง ร่างของพวกเขาสะท้าน ฝ่ายนั้นเอาชนะชิงหย่งหนิงได้อย่างนั้นหรือ อีกทั้งยังชนะและได้เงินไปสามสิบล้านเหรียญทองอีก
“เ้า เ้าหลอกพวกข้า” สีหน้าของเด็กหนุ่มพลันบิดเบี้ยว เขาะโคำราม “ไปพวกเรา ไปจัดการเขาซะ แล้วแย่งชิงเหรียญทองกลับคืนมา”
กลุ่มคนโกรธเป็อย่างมาก พวกเขาทั้งหกคนพุ่งทะยานออกไปหมายที่จะโจมตีเต้าหลิงแล้วแย่งเหรียญทองคืน
ฝ่ามือทั้งหกโจมตีเข้าใส่ที่หลังของเต้าหลิง เขาจึงกระทืบเท้าลงพื้น ส่งผลให้ผืนดินแตกร้าวเป็ทางยาว ก่อนที่จะยอบตัวลง ปล่อยให้คนทั้งหกถูกกองหินหล่นทับเข้าใส่จนจมอยู่ด้านใต้
เต้าหลิงโบกสะบัดแขนเสื้อ ปรากฏลมม้วนตัวออกมา พัดร่างของคนอีกเจ็ดคนกระเด็นลอยออกไปตกอยู่ด้านล่างเขาิญญา
