หมอเทวดาชวีเป็คนพูดคุยง่าย อีกอย่างเขาเองก็อยากเก็บสมุนไพรด้วยเช่นกัน จึงพร้อมพาครอบครัวหยวนและองครักษ์ไปหาสมุนไพรในละแวกนี้
บริเวณที่แวะในยามนี้อยู่ในส่วนของป่าลึก ไม่มีร่องรอยของผู้คนที่เคยเข้ามาก่อน สมุนไพรจึงยังอุดมสมบูรณ์ คนสกุลหยวนขุดสมุนไพรด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่หมอเทวดาชวีนึกอะไรบางอย่างขึ้นมา เจินเจินเพิ่งจะอายุแค่สี่ขวบ เข้ามาในป่าลึกตัวคนเดียวเช่นนี้ได้อย่างไร และเมื่อดูจากท่าทางของคนสกุลหยวนแล้ว เหมือนไม่เคยเข้ามาที่นี่เลย ด้วยความสงสัยจึงรั้งตัวเจินเจินซึ่งกำลังวิ่งไล่จับแมลงเพื่อถามไถว่านางมาแถวนี้กับผู้ใด
“ข้าเข้ามากับเสี่ยวไป๋” เจินเจินก้มเด็ดดอกไม้ ใช้ก้านแกล้งมดที่เดินเรียงเป็แถวอยู่บนพื้น
“เสี่ยวไป๋? เขาอาศัยอยู่ในป่าหรือ อาศัยอาชีพล่าสัตว์ในการดำรงชีพ?” หมอเทวดาชวีเอ่ยถามอีกครา
เจินเจินพยักหน้า คำถามนี้พี่ชายก็เคยถามนางเช่นกัน เด็กหญิงยังคิดเลยว่าจะพาพี่ชายเข้ามาเล่นกับเสี่ยวไป๋ในสักวัน เพียงแต่ต้องรอให้ขาของเขาหายดีเสียก่อน อย่างไรเสียเื่นี้ก็ยังไม่รีบ
“เช่นนั้นเ้าตามให้เขามาช่วยได้หรือไม่” หมอเทวดาชวีกล่าวต่อ
“เสี่ยวไป๋ไม่ชอบคนแปลกหน้า อีกอย่างท่านมีข้าคอยนำทางอยู่แล้วมิใช่หรือ” เจินเจินเอียงคอถามอย่างสงสัย
หมอเทวดาชวียิ้มออกมา “นั่นสิ เป็ข้าที่เื่มากไปเอง” ูเาที่อยู่ตรงหน้าทั้งสูงและชัน ขนาดหลิ่วตี๋ก็ไม่แน่ว่าจะมีวิธีที่จะปีนไปในจุดที่มีสมุนไพรชนิดนั้นได้ หรือแม้แต่นายพรานซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่ซึ่งอาจคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมเป็อย่างดีก็ไม่แน่ว่าจะมีวิธีเช่นกัน
“เจินเจิน สมุนไพรอีกสองชนิดอยู่ที่ใดหรือ” หมอเทวดาชวีเตรียมตัวเตรียมใจั้แ่ก่อนออกเดินทางแล้วว่า ดอกฉีซิงเซียนเหลียนจะขึ้นอยู่ในที่ซึ่งเก็บได้ยาก เมื่อสิ่งของที่อยากได้มาอยู่ตรงหน้า ทว่าไม่อาจได้มา ช่างทำให้รู้สึกทุกข์ทรมานใจเหลือเกิน
เจินเจินนิ่งครุ่นคิดอยู่สักครู่ กล่าวว่า “อยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกล ท่านอยากจะไปดูหรือไม่”
หมอเทวดาชวีพยักหน้า “พรุ่งนี้พวกเราค่อยไป”
ชายชราคิดว่าไม่มีความจำเป็ต้องให้ทุกคนอยู่ที่นี่เพื่อคิดหาวิธีจัดการกับูเาตรงหน้า เพราะจะเป็การสิ้นเปลืองกำลังโดยใช่เหตุ เช่นนั้นแล้วจึงนำเื่นี้ไปปรึกษากับหลิ่วตี๋ ชายหนุ่มขบคิดตามคนชราอยู่ชั่วครู่แล้วถึงพยักหน้าเห็นด้วย
วันต่อมาหลิ่วตี๋แบ่งองครักษ์ออกเป็สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่จัดการกับูเาตรงหน้า อีกกลุ่มแยกไปขุดสมุนไพรอีกสองชนิดกับหมอเทวดาชวี
“หัวหน้า พวกมันแยกกันแล้ว พวกเราจะลงมือตอนนี้เลยหรือไม่” รอจนกลุ่มของหมอเทวดาชวีลงจากเขาไปแล้ว ในป่าพลันปรากฏคนชุดดำหลายคน
คนชุดดำผู้เป็หัวหน้าส่ายศีรษะ “หมอเทวดาชวีตั้งใจเข้ามาในป่าแห่งนี้ แสดงว่าต้องมาหาสมุนไพรสำคัญเป็แน่ รอให้ได้สมุนไพรมาก่อนแล้วค่อยลงมือ แบ่งคนของเราออกเป็สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งติดตามหมอเทวดาชวีไป ส่วนอีกกลุ่มติดตามกลุ่มของหลิ่วตี๋”
“รับทราบ!”
แม้ว่าสมุนไพรอีกสองชนิดจะหายาก ทว่าการเก็บนั้นง่ายดายกว่าดอกฉีซิงเซียนเหลียนนัก คิดหาวิธีเพียงไม่นานก็สามารถเก็บมาได้แล้ว ถึงระหว่างนี้จะมีคนได้รับาเ็ แต่หากมีหมอเทวดาชวีอยู่ เื่นี้จึงไม่นับเป็เื่ใหญ่
หนึ่งในสมุนไพรสองชนิดนี้หลังจากได้มาต้องนำไปโดนความร้อนในทันที เมื่อหมอเทวดาชวีจัดการเก็บสมุนไพรจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งหมดก็เตรียมตัวเดินทางกลับไปหาพวกหลิ่วตี๋ ยามนี้ล่วงเลยมาสี่วันแล้ว กว่าจะเดินทางไปสมทบกับพวกหลิ่วตี๋ก็เป็วันที่ห้า
“ได้สมุนไพรอีกสองชนิดมาแล้วหรือ” หลิวตี๋ถามหมอเทวดาชวีทันทีที่พบหน้า
หมอเทวดาชวีพยักหน้า “ได้มาแล้ว ทางฝั่งท่านมีความคืบหน้าบ้างหรือไม่”
หลิ่วตี๋พยักหน้า “มีความคืบหน้าบ้างแล้ว คาดว่าอีกสองวันน่าจะเก็บได้มา ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าตอนเก็บมีข้อควรระมัดระวังอย่างไรบ้าง”
หมอเทวดาชวีส่ายศีรษะ “ไม่มีข้อควรระวังอันใดมาก เพียงแต่ตอนขุดต้องขุดขึ้นมาพร้อมกับดินที่รากฝังอยู่เท่านั้น”
“ข้าจดจำได้แล้ว”หลิ่วตี๋รับคำพร้อมกับคิดวางแผนในใจว่าตัวเขาจะเป็คนขุดขึ้นมาเอง
แต่ทว่าวิธีการที่พวกเขาคิดได้เป็วิธีการที่โง่เขลาอย่างหนึ่ง นั่นคือใช้ค้อนทุบหินเพื่อทำเป็รูบริเวณตีนูเา จากนั้นตั้งแท่งไม้ลงไป แล้วค่อยให้คนเหยียบปีนขึ้นไป หากเป็คนธรรมดางานนี้นับว่ายากทีเดียว ทว่าหลิ่วตี๋และองครักษ์ต่างมีวรยุทธ์ เื่นี้จึงมิใช่เื่ยาก
เจินเจินซึ่งนิ่งฟังอยู่รู้สึกว่าวิธีนี้ไม่เลว เหตุใดยามนั้นนางถึงคิดไม่ได้นะ เพียงแต่สำหรับนางแล้ว ถึงแม้ดอกไม้บนหน้าผาจะสวยงามมากเพียงใด แต่ก็ไม่ได้คิดอยากได้มา เมื่อคิดเช่นนี้นางจึงไม่สนใจมันอีก ก่อนจะออกไปวิ่งเล่นซนตามประสา
ขณะที่จ้าวจินจู้ไม่กล้าให้เจินเจินอยู่คนเดียวในป่าอันตรายเช่นนี้จึงรีบตามเด็กหญิงไป
สองวันต่อมาองครักษ์ของหลิ่วตี๋ก็สามารถตั้งแท่งไม้สูงจนไปถึงไหล่เขาได้สำเร็จ ทว่าชายหนุ่มยังไม่ยอมให้หยุดเพียงเท่านี้ เขา้าให้ตั้งแท่งไม้สูงจนไปถึงยอดเขา ขนาดบนไหล่เขายังมีดอกฉีซิงเซียนเหลียนซึ่งเป็สมุนไพรล้ำค่าหายาก ไม่แน่ว่าบนยอดเขาอาจมีสมุนไพรล้ำค่าหายากยิ่งกว่านี้ก็เป็ได้
หลังชายหนุ่มเสนอข้อเสนอออกไป หมอเทวดาชวีเห็นด้วยในทันที ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงต้องพักแรมในป่าต่ออีกหลายวัน ระหว่างนี้หยวนเหล่าเอ้อร์ขุดหาสมุนไพรที่อยู่รอบๆ บริเวณที่กระโจมที่พัก โดยมีหมอเทวดาชวีคอยให้คำแนะนำในการเก็บหา และบอกถึงวิธีจัดการกับสมุนไพรนั้นๆ เจินเจินเห็นว่าน่าสนุกจึงร่วมขุดด้วย
ครั้นท่อนไม้สูงไปถึงยอดเขา หลิ่วตี๋พกอุปกรณ์สำหรับขุดสมุนไพรติดตัวก่อนจะใช้วรยุทธ์ปีนป่ายขึ้นไป ทุกคนมองด้วยความระทึก กำแพงหินรอบด้านมิได้เรียบ มีบางแห่งนูนขึ้นมาบางแห่งเว้าลงไป แม้จะมีแท่งไม้ในการเกาะก็นับว่าอันตรายมากอยู่ดี ขณะที่หลิ่วตี๋ปีนขึ้นไปเก็บสมุนไพร คนด้านล่างก็รอคอยอย่างประหวาดหวั่น
ถึงแม้ว่าภาพตรงหน้าจะดูน่าตื่นใไปบ้าง ทว่าหยวนเหล่าเอ้อร์คิดอย่างทอดถอนใจว่า วรยุทธ์ของคนผู้นี้ช่างสูงส่งเหลือเกิน “คุณชายหลิ่วผู้นี้เก่งกาจไม่น้อย เช่นนี้แล้วคนยากจนอย่างพวกเราจะใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร เฮ้อ”
จ้าวจินจู้คิดในใจ ‘มาครั้งนี้เขาทำเงินได้สองร้อยตำลึง พี่เขยยังบอกว่าตัวเองฐานะยากจนอยู่อีกหรือ?’
หลังได้ดอกฉีซิงเซียนเหลียนมาแล้ว หลิ่วตี๋นำมาให้หมอเทวดาชวีพิจารณาดู พอมั่นใจว่าใช่ดอกไม้ที่ตามหาอยู่ไม่ผิดแน่ ก็นำไปจัดการแยกก้าน ใบ และดอกตามที่ตำราเขียนบอกเอาไว้ ยิ่งเป็สมุนไพรหายากมากเท่าใด หลังจากได้มาแล้วก็ต้องนำไปรีบจัดการให้เร็วเท่านั้น หาไม่แล้วจะสูญเสียสรรพคุณทางยาไปได้
หมอเทวดาชวีที่ดีอกดีใจเป็ยิ่งนัก เขายุ่งวุ่นวายกับการจัดการดอกฉีซิงเซียนเหลียน ในขณะที่หลิ่วตี๋สั่งให้คนของตัวเองทำกระเช้าขนาดใหญ่จากไม้ ส่วนตัวเองหาเถาวัลย์มา เด็ดใบออกแล้วทำเป็เชือก ครั้นเห็นว่าเชือกเถาวัลย์แข็งแรงดีแล้ว จากนั้นนำด้านหนึ่งผูกกับกระเช้า อีกด้านผูกกับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนยอดเขา
การเข้าป่าในครั้งนี้คนสกุลหยวนมิได้รู้สึกเบื่อกับการต้องรอคอยเลยแม้แต่น้อย พวกเขาตั้งหน้าตั้งตาขุดหาสมุนไพรซึ่งขึ้นอยู่บริเวณรอบๆ กระโจมให้ได้มากที่สุด ด้วยเพราะองครักษ์ได้เดินตรวจตราบริเวณรอบๆ หมดแล้ว ทั้งยังโรยผงขับไล่แมลงและงูพิษ ดังนั้นรอบด้านพื้นที่ตั้งกระโจมจึงค่อนข้างปลอดภัย อีกอย่างไม่ว่าสกุลจะหยวนจะทำสิ่งใดก็ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ
มีกำลังคนมากมายเช่นนี้นับว่าสะดวกอยู่ไม่น้อย ส่วนวัตถุดิบตัวอื่นที่ใช้ในการทำยา เหล่าองครักษ์จะเป็คนขน มีเพียงแค่วัตถุดิบที่ใช้กับดอกฉีซิงเซียนเหลียนเท่านั้นที่หมอเทวดาชวีจะพกติดตัวเอาไว้เอง
ก่อนเครื่องเคลื่อนย้ายคนขึ้นไปบนยอดเขาจะทำเสร็จ หมอเทวดาชวีก็ได้ทำยาลูกกลอนสามเม็ดเสร็จสิ้น เป็สามเม็ดที่มีสรรพคุณแตกต่างกัน ชายชรานำยาลูกกลอนทั้งสามเม็ดนี้บรรจุในขวดสามใบและพกติดตัวเอาไว้
“ท่านหมอเทวดาชวี ยามนี้สามารถขึ้นไปบนยอดเขาได้แล้ว” หลิ่วตี๋ะโบอกชายชราจากบนยอดเขา เจินเจินที่วิ่งนำสมุนไพรมาเก็บได้ยินเข้าพอดี พลันวิ่งเข้าไปในกระเช้าอย่างอยากรู้อยากเห็น
‘ว้าว นางยังไม่เคยเล่นเ้าเครื่องนี้มาก่อนเลย ต้องสนุกมากเป็แน่!’
“เจินเจิน เื่นี้ไม่ใช่เื่เล่นๆ มันอันตราย…” หมอเทวดาชวีกล่าวเตือน
“ไม่เป็ไร ให้นางคอยตามข้า ข้าจะดูนางเอง” หลิ่วตี๋กล่าว
เจินเจินรีบพยักหน้าเห็นด้วย “วางใจเถิด ข้าจะเชื่อฟัง จะไม่ดื้อไม่ซน”
หลิ่วตี๋ซึ่งอยู่้าออกแรงดึงเชือก กระเช้าค่อยๆ ลอยขึ้นสูงเรื่อยๆ ขณะที่เจินเจินส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้นตลอดเวลา ทันทีที่เท้าของทั้งคู่เพิ่งจะแตะยอดเขา บริเวณตีนเขาก็มีคนชุดดำปรากฏตัวขึ้น
