ครั้นในห้องไม่มีใครแล้ว กู้อวี้มองไปยังหลินจือเลอะดินโคลนที่กองอยู่บนเตียงอย่างเหม่อลอย เขาเป็รักคนสะอาด ทว่าครานี้กลับไม่มีทีท่ารังเกียจหลินจือสกปรกเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะพวกมันได้แสดงให้เห็นถึงจิตใจอันบริสุทธิ์ของเ้าหก ทำให้เขาไม่รู้จะตอบแทนนางอย่างไร
สิ่งที่เด็กหญิงตัวน้อยให้มา เขามิอาจรับไว้ได้ และไม่รู้ว่าหากรับมาแล้วจะสามารถหาทางตอบแทนคืนให้นางอย่างไร เพราะตนเองเป็เพียงคนพิการผู้หนึ่ง
กู้อวี้นึกถึงสภาพตอนที่เ้าหกวิ่งเข้ามาในห้อง อีกฝ่ายเนื้อตัวมอมแมมผมเผ้ายุ่งเหยิง ทั้งยังมีฝุ่นดินเศษหญ้าติดตามผมเต็มไปหมด ไม่รู้ว่านางต้องลำบากมากเพียงใดกว่าจะนำโสมและหลินจือเหล่านี้กลับมาได้
เวลานี้หัวใจของเขาคล้ายถูกใครคนหนึ่งเอามือมาบีบขยำจนเ็ปไปหมด เขาหยิบหลินจือดอกหนึ่งขึ้นมาปัดดินที่เลอะเทอะออก ท่านพ่อกล่าวได้ถูกต้อง เ้าหกมิรู้ความ แต่เขาจะไม่รู้ความตามไปด้วยมิได้ เขาต้องเก็บโสมและหลินจือเหล่านี้ไว้ให้นาง
ตกเย็น กู้เอ้อร์หลางนำอาหารเย็นเข้ามาให้กู้อวี้ในห้อง พลางเอ่ยว่า “ท่านพี่ นางแม่เสือผู้นั้นช่างใจกล้าเสียจริง ถึงกับกล้าจับงูกลับมา ข้าเห็นกับตาว่าในตะกร้าของนางมีงูเขียวอยู่หนึ่งตัว ท่านป้าเจียงซึ่งล้วงมือเข้าไปในตะกร้ากลับถูกงูตัวนั้นกัดเข้าแล้วเลื้อยหนีไป ท่านลองทายดูว่าเื่ราวเป็อย่างไรต่อ นางแม่เสือได้บอกให้ท่านป้าเจียงชดใช้งูคืนแก่นาง ดูท่าคงคิดจะนำงูตัวนั้นมาทำเป็อาหารกินเป็แน่ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ท่านพี่ต้องอยู่ให้ห่างจากนางนะขอรับ ไม่แน่วันหนึ่งนางเกิดบ้าขึ้นมา…”
“กู้ซี!” กู้อวี้เรียกชื่อน้องชายเพื่อตัดบทด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว กู้ซีพลันสะดุ้งใ เมื่อใดที่ท่านพี่เรียกชื่อเต็ม นั่นแสดงว่ากำลังรู้สึกไม่พอใจ เขาแย่แน่แล้ว!
“เ้าทำให้ข้าผิดหวังเหลือเกิน ท่านพ่อท่านแม่ป่วยหนัก ท่านหมอบอกว่าอาการของพวกท่านจำเป็ต้องใช้โสมในการรักษา ตอนนั้นเ้ากำลังทำอันใดอยู่! เ้าหกอุตส่าห์ขึ้นเขาไปเก็บโสมกับหลินจือมาให้ท่านพ่อท่านแม่ของพวกเรา แต่เ้ากลับพูดลับหลังถึงนางอย่างไม่ดี ความรู้เื่มารยาทที่เ้าอ่านมาเอาไปให้สุนัขกินหมดแล้วหรือไร!”
กู้เอ้อร์หลางมีสีหน้าน้อยอกน้อยใจ ไฉนท่านพี่ถึงเอาเขาไปเปรียบเทียบกับเ้าหก เ้าหกผู้นั้นหรือจะสู้เขาได้ วันๆ เอาแต่ขึ้นเขาไปเล่นซนทั้งวัน
“ขงจื๊อกล่าวไว้ว่า สุภาพชนพูดด้วยการกระทำ ทว่าคนพาลพูดด้วยลิ้น ในเมื่อเ้าลืมไปแล้ว เช่นนั้นก็กลับไปคัดมาหนึ่งร้อยรอบ!”
“หนึ่งร้อยรอบ!” กู้เอ้อร์หลางอุทานอย่างตกตะลึง นี่เขายังใช่น้องชายของท่านพี่อยู่หรือไม่?
กู้อวี้ขมวดคิ้ว “ทำไมหรือ หรือน้อยเกินไป?”
กู้เอ้อร์หลางรีบส่ายหน้าโดยพลัน “มากเกินไปต่างหากขอรับ!”
“ข้าจะให้เวลาเ้าสองวัน หากยังคัดไม่เสร็จภายในสองวันนี้ ข้าจะให้เ้าคัดเพิ่มเป็สองเท่า!” กู้อวี้กล่าวเสียงเ็า
กู้เอ้อร์หลางได้ยินเช่นนั้นก็วิ่งร้องไห้ออกจากห้องไปทันที แล้ววันคืนหลังจากนี้เขาจะผ่านมันไปได้อย่างไร!
กู้เอ้อร์หลางวิ่งสวนทางกับเ้าหกซึ่งเพิ่งกินข้าวเสร็จและกำลังวิ่งตรงไปยังห้องของกู้อวี้พอดี เด็กหญิงหันไปมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย เป็อันใดไป? ไฉนถึงร้องไห้?
นางนำความสงสัยนี้เดินเข้าไปในห้องของพี่ชาย ทว่าพอได้เห็นหน้าตาหล่อเหลาของคนตรงหน้าแล้วก็กลับโยนเื่เ้าอ้วนกู้ซีทิ้งจากสมองไปทันที
“พี่ชาย รีบกินข้าวเถิด” นางมองถ้วยข้าวซึ่งยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่มีร่องรอยของการถูกแตะต้องแล้วจึงเอ่ยเร่ง
“พี่ชาย ท่านต้องกินข้าวให้มากๆ จะได้โตไวๆ” นางกล่าวประหนึ่งกำลังสอนเด็กก็มิปาน “และห้ามเลือกกินเป็อันขาดรู้หรือไม่”
“ข้ารู้แล้ว” กู้อวี้กระแอมสองสามทีเพื่อปิดบังความรู้สึกภายในใจ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบถ้วยโจ๊กขึ้นมาแล้วเริ่มลงมือกิน
เ้าหกจ้องมองกู้อวี้ที่กำลังกินโจ๊ก มือที่กำลังถือถ้วยโจ๊กของคนตรงหน้าช่างดูดีเหลือเกิน ท่าทางตอนกินโจ๊กก็ดูดี ไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็ดูดีไปเสียหมด เสียอยู่แค่อย่างเดียวคือในโจ๊กไม่มีเนื้อ!
สกุลกู้ช่างยากจนข้นแค้นเหลือเกิน! พี่สาวสุนัขจิ้งจอกเคยบอกนางว่า ‘ในโลกมนุษย์นั้นเห็ดมีค่าอย่างมาก’ หรือนางจะนำมันไปขายดี ไฉนก่อนหน้าถึงได้ลืมนึกถึงเื่นี้ไปเสียสนิทใจ ถึงยกให้พี่ชายไปเสียหมด หรือจะขอแบ่งเขามาสักสองดอก? แล้วครั้งหน้ายามที่นางขึ้นเขาอีกครั้ง ค่อยนำมาใช้คืนให้หลายๆ ดอก เอาเช่นนี้แหละ!
“พี่ชาย ท่านให้ข้ายืมเห็ดสักสองดอกได้หรือไม่ ข้าจะนำมันไปขายแล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อเนื้อมาให้ท่านกิน” เ้าหกเอ่ยด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน นางเพิ่งยกให้พี่ชายไปแท้ๆ แต่เวลานี้กลับขอยืมกลับมา
พี่สาวสุนัขจิ้งจอกเคยบอกนางว่า ‘เป็สตรีต้องใจกว้าง สิ่งใดที่ให้ไปแล้วห้ามขอคืน มันจะดูไม่ดี’
แม้นางจะบอกว่าขอยืม แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็การเอากลับคืนมาอยู่ดี ยามนั้นนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดมันถึงดูไม่ดี ทว่ายามนี้นางรู้แล้วว่ามันดูไม่ดีจริงๆ เด็กหญิงเลยหน้าม่อยคอตกอย่างรู้สึกผิด
กู้อวี้ในเพลานี้อยากยื่นมือไปลูบศีรษะเ้าหกเหลือเกิน ยังดีที่ห้ามตัวเองไว้ได้ทัน
“ได้สิ” เขาอนุญาต เดิมทีของเหล่านี้ก็เป็ของนางอยู่แล้ว เหตุใดต้องขอยืมจากเขาด้วยเล่า
“แต่หลังจากนี้เ้ารับปากข้าได้หรือไม่ว่า ต่อไปหากข้าไม่อนุญาตห้ามแอบหนีขึ้นเขาอีก”
เ้าหกถูกหน้าตาหล่อเหลาของคนตรงหน้าล่อลวงจนเผลอพยักหน้าตอบตกลงโดยมิรู้ตัว ครั้นพยักหน้าไปแล้วนั่นละถึงค่อยได้สติคืนมาว่านางเพิ่งรับปากเื่ใด คิดในใจว่ามันมิใช่ปัญหาแต่อย่างใด อย่างไรเสียถ้าขาของพี่ชายหายดีเมื่อไร นางค่อยพาเขาขึ้นเขาไปเที่ยวเล่นด้วยกันก็ใช้ได้แล้ว
บ้านสกุลหยวน
หยวนเหล่าเอ้อร์มองภายในห้องครัวซึ่งถูกทำความสะอาดจนเอี่ยม บนโต๊ะแปดเซียน[1] ก็ถูกทำความสะอาดเช่นกัน ทว่าไม่มีอาหารวางไว้แม้แต่จานเดียว จะมีก็แต่ผักดองซึ่งเหลืออยู่แค่เล็กน้อยเท่านั้น
หยวนเหล่าเอ้อร์เค้นเสียงฮึขึ้นจมูกอย่างเ็า ก่อนจะสั่งให้จ้าวซื่อไปจุดไฟ ส่วนตนเองวิ่งไปหลังบ้านจัดการฆ่าแม่ไก่สองตัวที่ใกล้จะออกไข่เพื่อเตรียมนำมาประกอบอาหาร
“เย็นนี้พวกเราจะทำไก่ตุ๋นหนึ่งตัวและไก่ย่างอีกหนึ่งตัว!”
จ้าวซื่อพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นรีบไปต้มน้ำเตรียมลงมือทำอาหาร ระหว่างที่ทำอยู่นั้นทั้งคู่ตั้งใจส่งเสียงให้ดังเป็พิเศเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนในบ้าน
คนของบ้านใหญ่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่มีใครลุกออกมาดูแม้สักคนเดียว
ท่ามกลางความมืดภายในห้อง เ้าใหญ่นอนอยู่บนเตียง นางลืมตามองเพดานพลางยกยิ้มเ็าขึ้นที่มุมปาก
ระหว่างกินมื้อเย็นนางจงใจแกล้งพูดกับคนในครอบครัวว่า คนสกุลกู้ต้องรั้งให้พวกท่านอารองอยู่กินข้าวที่บ้านเป็แน่ เลยทำให้คนในครอบครัวรู้สึกโมโหอย่างยิ่ง จึงมิได้เก็บอาหารไว้ให้สามีภรรยาบ้านรอง
เมื่อไม่มีอาหารบ้านรองจะต้องออกไปขโมยเป็แน่ ไปขโมยสิดี พรุ่งนี้เช้าบ้านใดที่อาหารถูกขโมยก็จะมาเอาเื่พวกเขา ถึงตอนนั้นท่านปู่ท่านย่าจะได้ขับไล่บ้านรองออกไป!
กลับชาติมาเกิดใหม่ครานี้ทำให้นางรู้ถึงหนทางที่จะทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น เ้าใหญ่ไม่มีทางยอมให้บ้านรองได้ดีกว่าตนเป็อันขาด ชาตินี้นางจะคอยดูวันที่บ้านรองตกต่ำ รอวันที่พวกเขามาคุกเข่าอ้อนวอนขอความสงสารจากนาง หลังจากดูจนพอใจแล้วค่อยปฏิเสธ ให้เหมือนกับชาติก่อนที่พวกเขาเคยทำกับนางไว้!
ชาติที่แล้วหลังจากกู้อวี้เสียชีวิต คนในหมู่บ้านต่างเล่าลือกันว่า ผู้ที่มีบุญวาสนาสูงส่งหาใช้นางไม่ แต่เป็เ้าหก! หลังจากเ้าหกหมั้นกับหลิ่วเหวินไฉ ฝ่ายนั้นก็สามารถสอบเข้ารับราชการได้สำเร็จราบรื่น ในขณะที่เ้าใหญ่กลายเป็ม่าย เช่นนี้แล้วนางจะเป็คนมีบุญวาสนาสูงส่งได้อย่างไร!
นับแต่นั้นชีวิตของนางก็มีแต่ความทุกข์ระทม ทว่าชาตินี้ผู้ที่มีบุญวาสนาสูงส่งจะต้องเป็นางคนเดียวเท่านั้น! และตำแหน่งฮูหยินราชเลขาธิการก็จะต้องเป็ของนางแต่เพียงผู้เดียวเช่นกัน! ใครก็อย่าฝันว่าจะแย่งจากนางไปได้เลย!
-------------------------------------
[1] โต๊ะแปดเซียน คือโต๊ะที่ล้อมรอบด้วยม้านั่งยาวสี่ตัว สามารถนั่งได้แปดคนจึงถูกเรียกว่าโต๊ะแปดเซียน เป็โต๊ะยอดนิยมของคนจีนในชนบท
