ไป๋เซียงจู๋เดินนำตู้เจวียนก้าวเข้าเรือน ทันทีที่พ้นประตูก็ถูกต้อนรับด้วยสายตาไม่ประสงค์ดีของอวี๋ซื่อ
“ดูข้าสิ พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา” อวี๋ซื่อหัวเราะและเดินเข้าไปหา คว้ามือของไป๋เซียงจู๋ขึ้นมาแล้วยิ้มกว้างอย่างเปี่ยมไมตรี “ท่านยายบ่นถึงเ้านานเชียวล่ะ น้องเ้าออดอ้อนฉอเลาะจนปากแทบถลอก [1] ก็ไม่ทำให้ท่านยายเ้าเบิกบานเลย”
ความหมายโดยนัยก็คือนางเด็กนี่ไม่จดจำคำพูดของฮูหยินเฒ่าไป๋นำไปใส่ใจแม้แต่น้อย เอาดีเอาเด่นเข้าตนเหลือเกินนะ คนตั้งมากมายขนาดนี้ต้องคอยเ้าเพียงผู้เดียว
“ท่านยายมีเมตตา ย่อมรักใคร่เอ็นดูหลานสาวทุกคนอยู่แล้ว จู๋เอ๋อร์มาสาย ขอให้ท่านยายไม่ถือโทษตำหนิด้วยเ้าค่ะ”
ไป๋เซียงจู๋เบี่ยงกายหันข้างเล็กน้อย มองไปที่ฮูหยินเฒ่าไป๋แล้วคารวะทักทาย
“ท่านยาย ท่านแม่”
ฮูหยินเฒ่าพยักหน้ารับ เมื่อเห็นรอยช้ำเขียวใต้ตาไป๋เซียงจู๋ก็ขมวดคิ้ว “จู๋เอ๋อร์ รอยช้ำใต้ตาเ้ามันอะไรกันน่ะ”
“โอ๊ะ นี่นอนไม่ค่อยหลับหรือ” อวี๋ซื่อกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด ประหนึ่งกลัวว่าทุกคนในที่นี้จะไม่ได้ยิน
ไป๋ชิงโหรวยิ้มเบ้ปาก “ท่านพี่นอนเก่งจริงๆ ตอนนี้เลยเวลามื้อเช้ามาแล้ว นอนมากเช่นนี้ไม่ดีนะเ้าคะ อาจารย์เคยบอกไว้ เช้าตรู่ควรจะคัดลายมือหรือฝึกฉิน [2] อย่าเอาแต่นอนเพลินจนเสียเวลาอันดีไป”
ไป๋ชิงโหรวแสนกระตือรือร้นพัฒนาตน มีท่าทีมุ่งมั่นเพื่อสร้างเกียรติยศแด่จวนไป๋ ทำให้สายตาที่มองไป๋เซียงจู๋ของทุกคนค่อยๆ กลายเป็ความดูแคลน
ใช่ คุณหนูใหญ่หน้าตาสวยแล้วมีประโยชน์อย่างไรเล่า ในเมืองเหลียงแห่งนี้ แผ่นดินใต้พระบาทโอรส์ [3] มีสาวงามอยู่ถมเถไป ทว่าหญิงที่ทั้งเก่งและงามด้วยช่างหายากราวกับขนหงส์ไฟเขากิเลน [4] สุดท้ายคุณหนูใหญ่ผู้นี้ก็อ่อนด้อยน่าขายหน้าสาธารณชน
ฮูหยินเฒ่าไป๋ยังไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา แต่ทว่าคิ้วก็ผูกเข้าหากันเล็กน้อยแล้ว แม้ตระกูลไป๋ยังไม่เคยเข้าวังรับราชการ ทว่าก็เป็วาณิชหลวงที่มีความสำคัญ นอกจากนี้บุตรชายคนที่สามไป๋ฉางอวิ๋นยังได้รับความโปรดปรานยิ่ง จะปล่อยให้หญิงเกียจคร้านไร้ความสามารถอย่างไป๋เซียงจู๋ทำให้จวนไป๋อับอายมิได้เป็อันขาด นางเห็นแก่ชื่อเสียงมากเช่นเดียวกับนายท่านไป๋
ขณะที่นางกำลังจะเอ็ดไป๋เซียงจู๋เสียหน่อยก็กลับถูกดึงดูดใจด้วยกลิ่นชาหอมสดชื่นเสียก่อน
ไป๋ชิงโหรวเห็นสายตาของฮูหยินเฒ่าที่ให้ความสนใจกับถ้วยชาที่แม่เฒ่าจางยกมา ไม่รีรอเอ่ยปากถามโดยพลัน “แม่เฒ่าจาง ชงปี้หลัวชุนที่ข้าให้ใช่ไหม”
แม่เฒ่าจางไม่ตอบ เพียงแต่ยกมาให้ฮูหยินเฒ่าไป๋ลิ้มรสด้วยตนเอง
ฮูหยินเฒ่าไป๋สูดกลิ่นหอมเย็นของน้ำชา พลันรู้สึกแช่มชื่นสบายใจขึ้นมา พอเปิดฝาออก ใบชาสีเขียวหยกลอยอยู่บนน้ำชาร้อนระอุ มีกลิ่นไม่เหมือนชาทั่วไปเท่าไรนัก
นางจิบลิ้มลองทันทีอย่างอดใจไม่ได้ กลิ่นหอมแผ่ซ่านไปทั่วปาก รสหวานจางๆ ติดปลายลิ้น
นี่คือ… ต้าหงเผา [5] อันผลิตได้มากในพื้นที่แถบเจียงหนาน
แน่นอนว่านางเคยดื่มหลายครั้งแล้ว ทว่าครั้งนี้พิเศษเหลือเกิน ทั้งที่ต้าหงเผาจัดเป็ชารสค่อนข้างเข้ม แต่รสชาติชาถ้วยนี้กลับไม่ขมฝาดแม้แต่นิดเดียว กลายเป็ว่าััได้ถึงรสหวานซึ่งต่างไปจากปกติ
“ในใบชานี้มีรสหวานด้วย?” ฮูหยินเฒ่าไป๋ชี้ถ้วยชาในมือด้วยใบหน้าอัศจรรย์ใจ
“นายหญิง นี่คือต้าหงเผาที่คุณหนูใหญ่นำมาให้เ้าค่ะ ใช้น้ำค้างยามรุ่งสาง เติมใบสะระแหน่ลงไปต้มพร้อมกัน คุณหนูใหญ่นั่นแหละเ้าค่ะที่ไปเก็บหยาดน้ำค้างั้แ่เช้ามาเยอะแยะเชียว” แม่เฒ่าจางไม่ได้ผูกขาดผลงานไว้คนเดียว ยิ้มไปพลางเล่าเื่ทั้งหมดไปพลาง ถ้อยคำบ่งบอกว่าชื่นชมไป๋เซียงจู๋เป็อย่างยิ่ง
เด็กคนนี้ไปไกลกว่าแค่เอาใจใส่แล้ว คนอื่นๆ ประจบประแจงเพราะมีจุดประสงค์แอบแฝง เพียงเสแสร้งทำทีภายนอกเท่านั้น ทว่าคุณหนูใหญ่ไม่เหมือนกัน นางอยากทำดีต่อนายหญิงจากใจจริง
ในจุดนี้ คนเป็บ่าวอย่างนางดูออก และเชื่อว่าฮูหยินเฒ่าไป๋ย่อมดูออกเช่นเดียวกัน
อย่างที่คิดไว้ พอฮูหยินเฒ่าไป๋ได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็ชัดเจนขึ้น สายตาที่มองไป๋เซียงจู๋แสดงออกว่าแสนจะโปรดปราน
นางโบกมือเรียกไป๋เซียงจู๋มาหาด้วยความเอ็นดู “คนดีมาหายายซิ หลานตั้งใจดีจริงๆ ่นี้กลางดึกน้ำค้างลงหนัก ตอนเช้ามืดก็หมอกหนา หลานตัวแค่นี้ไม่นอนซุกอยู่ในผ้าห่ม กลับเทียวไปตรงโน้นตรงนี้เก็บน้ำค้างให้คนแก่อย่างยาย ต่อไปให้พวกสาวใช้จัดการเถอะนะ ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ หน่อย”
นางมองใบหน้าผอมแห้งของไป๋เซียงจู๋ รวมถึงร่างกายบอบบางนี้ด้วย ทั้งที่อายุมากกว่าชิงโหรวถึงสองปี แต่หลานคนนี้ตัวสูงกว่าชิงโหรวนิดเดียวเท่านั้น แค่มองแวบแรกก็รู้ว่าร่างกายไม่แข็งแรง ต้องบำรุงดูแลอย่างเหมาะสม
“หลัวเอ๋อร์ สั่งห้องเครื่องตุ๋นพวกซุปไก่รังนกให้จู๋เอ๋อร์บำรุงร่างกายทีนะ ลูกดูตัวนางสิ เด็กคนนี้ลำบากมามากแล้วนะ” ฮูหยินเฒ่าจับมือน้อยๆ ที่เหมือนไร้กระดูกของไป๋เซียงจู๋ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิดต่อหลานสาวคนนี้ที่ถูกตนละเลย ความสงสารในใจทวีคูณ
“เ้าค่ะท่านแม่ ลูกรับทราบ” ไป๋ฉีหลัวพยักหน้า นางรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งไม่แพ้กัน ลูกสาวคนนี้ตกระกำลำบากหนักหนา นางเป็แม่ได้ไม่สมหน้าที่เอาเสียเลย
อวี๋ซื่อหน้าซีดแล้วซีดอีก นางไม่สบอารมณ์เต็มทน คำพูดของฮูหยินเฒ่าหักหน้านางทางอ้อม ความหมายแท้จริงของมันก็คือนางดูแลไป๋เซียงจู๋ได้ไม่ดี
ไป๋ชิงโหรวชิงชังจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่มิกล้าเอะอะอะไรออกมา
“ขอบคุณท่านยายเ้าค่ะ” ไป๋เซียงจู๋นั่งน่ารักน่าเอ็นดูขนาบข้างกายฮูหยินเฒ่า เมื่อเห็นแววตาพยาบาทที่ไป๋ชิงโหรวส่งมา เซียงจู๋ก็กะพริบตาให้นางเล็กน้อย
ไป๋ชิงโหรวโมโหโทโส ขณะกำลังจะแผลงฤทธิ์ก็ถูกอวี๋ซื่อรั้งไว้อย่างแเี อวี๋ซื่อขยิบตาส่งสัญญาณให้นาง ไป๋ชิงโหรวข่มโทสะในใจ มุมปากกระตุกแรง เดินอิหลักอิเหลื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าฮูหยินเฒ่าไป๋และคารวะ
“ท่านย่าเ้าคะ โหรวเอ๋อร์ไม่ได้นำชาที่ทำให้ท่านย่าชื่นชอบมา แต่โหรวเอ๋อร์ช่วยนวดบ่าให้ท่านย่าสบายตัวได้ ดีไหมเ้าคะ”
ฮูหยินเฒ่าไป๋มองไป๋ชิงโหรวที่ตอนนี้ทำตัวน่ารักว่าง่าย อย่างไรเสียนางก็เป็เด็กดีกับตน อีกทั้งนี่คือหลานสาวแท้ๆ จะไม่เอ็นดูได้อย่างไรกัน จึงจับมือนางให้มานั่งข้างตนทันที กล่าวชมหน้าระรื่น “ได้สิ หลานสาวทั้งสองคนของข้าวิเศษที่สุด”
ไป๋ชิงโหรวได้รับคำชมชอบจากฮูหยินเฒ่าไป๋สมใจปรารถนา นางกระหยิ่มยิ้มย่องยิ่ง ไป๋เซียงจู๋ััถึงความภาคภูมิใจในตาของไป๋ชิงโหรวได้อย่างว่องไว
ลูกไม้กระจอกแค่นี้ก็กล้าภูมิใจงั้นหรือ
ไป๋เซียงจู๋ยิ้มหยัน หันหน้ามองไปยังไป๋ชิงโหรว จู่ๆ ก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงอิจฉา “กระโปรงของน้องช่างงามจริงๆ ผ้าไหมนี่สีสันสดสวยมาก ลายผ้าประณีต ดูท่าทั่วทั้งเมืองเหลียงจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ปิ่นหยกที่เ้าปักอยู่นี้ก็ยิ่งงาม ส่งเสริมเ้าให้โสภาโดดเด่นเหลือเกิน”
ไป๋ชิงโหรวชอบคำสรรเสริญเยินยอจากผู้อื่นเป็ที่สุด และบัดนี้คนที่สรรเสริญตนยังเป็ไป๋เซียงจู๋ผู้งดงามกว่านางอีกด้วย นางย่อมรู้สึกภาคภูมิใจมากเป็ธรรมดา เชิดหน้าตอบรับคำชมอย่างผึ่งผาย “แน่นอน นี่คือผ้าที่ท่านพี่ลู่เลือกเฟ้นให้ข้าด้วยตนเอง มันคือผ้าไหมชั้นดีที่สุดเชียวล่ะ ราคาพันตำลึงทอง…”
พอไป๋ชิงโหรวพูดจบก็รีบปิดปากตนทันควัน นางรู้ตัวว่าเผลอติดกับดักเข้าแล้ว!
“พี่ชายอุบาทว์อะไรกัน! ผ้าไหมที่ท่านปู่กับอาสามของเ้าอุตส่าห์เดินทางไปเลือกสรรมายังไม่เข้าตาเ้าหรือไร! ราคาพันตำลึงทองหรือ ไยเ้าไม่ขายตัวเองไปด้วยเสียเลย!” พอฮูหยินเฒ่าไป๋ได้ยินเกี่ยวกับลู่ชางหลง ความโกรธเกรี้ยวพลันปะทุออกมา แม้เื่ของไป๋เซียงจู๋จะเป็เพียงอุบัติเหตุ ทว่าภาพที่ลู่ชางหลงตีหลี่ฟู่กุ้ยตายกับมือยังคงปรากฏซ้ำไปซ้ำมาในหัวของนาง
หากจิตใจไม่มีอกุศลแฝง จะลงมืออย่างอำมหิตเช่นนั้นไปทำไมกัน
เชิงอรรถ
[1]磨破嘴皮子 พูดจนปากถลอก หมายถึง พยายามพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ท้อถอย
[2]琴 ฉิน คือ เครื่องดนตรีประเภทพิณชนิดหนึ่ง มีเจ็ดสาย
[3]天子脚下 แผ่นดินใต้พระบาทโอรส์ หมายถึง เมืองหลวง เนื่องจากฮ่องเต้เปรียบเหมือนโอรสของ์
[4]凤毛麟角 ขนหงส์ไฟเขากิเลน หมายถึง หายากมาก เพราะทั้งหงส์ไฟกับกิเลนเป็สัตว์ในตำนาน ไม่มีอยู่จริง
[5]大红袍 ต้าหงเผา คือ ชาชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในประเภทชาอู่หลง มีราคาสูง
