(เมื่อกี้เธอพูดว่าใครนะ!)
“พี่คะเอาไว้ฉันกลับถึงคอนโดแล้วเราค่อยคุยกันนะ”
บอกแค่นั้นแล้วเธอก็กดวางสาย ไม่คิดจะปิดบังคนของตัวเอง ว่าคนที่อยู่ด้วยคือพฤทธิ์ แต่จะให้พูดมากไปกว่านี้ก็คิดว่าไม่เหมาะนัก ช็อกโกแลตในปากละลายหมดแล้ว เปรมาจิบน้ำเย็นตามเพื่อล้างปากล้างคอ ถามอีกฝ่ายด้วยความมั่นใจว่า
“คุณรู้ข่าวเื่ที่ฉันถูกปลดจากละครแล้วใช่ไหมคะ?”
พฤทธิ์ยังแกะเปลือกช็อกโกแลตต่อไปด้วยสีหน้าปกติ
“คงรู้กันหมดแล้ว”
เปรมาครางงึมงำ “อืม” บททดสอบแรกหลังตกเป็ข่าว
คิดเป็อื่นไม่ได้จริง ๆ บางทีเธออาจรู้เป็คนสุดท้ายด้วยซ้ำ ดวงตาคู่งามหลุบมองช็อกโกแลตเนื้อเนียนที่ถูกนำมาจ่อที่ปากอีกครั้ง อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงใจดีกับเธอจังนะ เป็เพราะคุณแม่เขาชอบเธอมากเหรอถึงทำดีด้วย แต่การคิดแบบนั้นดูจะเป็การใส่ร้ายเจตนาดีของเขาไปหน่อย อย่างน้อยภาพลักษณ์ด้านลบ ไม่น่ารัก ชนิดด่ากราดจนตลาดวายป่วงเขาก็เคยเห็นกับตามาแล้ว ยังเวทนาตอนถูกผู้ชายนอกใจพาไปส่งที่คอนโด ถ้าจะอคติคงอคติแบบโจ่งแจ้งไปแล้วล่ะ ท่านประธานคนนี้เขาจำเป็ต้องแคร์ใครที่ไหน
อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเอาเื่นี้ไปขายให้นักข่าว พอทำข่าวออกมาแล้วจะมีคนเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนกันว่าผู้ชายเ็าคนนี้จะแกะช็อกโลกแลตป้อนเธอในวันที่ทราบข่าวร้ายว่าถูกปลดจากกองละครอย่างกะทันหัน
“ชอบหรือเปล่า?”
อา ทำไมเสียงเขาเซ็กซี่จังนะ นางร้ายสาวคิดอย่างเลื่อนลอย “ชอบค่ะ” ขยับริมฝีปากแดงก่ำงับช็อกโกแลต รสชาติหวานหอมที่แผ่ซ่านในปากช่วยให้เธออารมณ์ดีไม่หยอกถึงแม้ว่าจะได้รับข่าวที่ไม่น่าอภิรมย์ในค่ำคืนนี้ก่อนนอน
ดวงตาของพฤทธิ์มีความพึงใจพาดผ่าน กินช็อกโกแลตแล้วจะช่วยให้อารมณ์ดี เื่นี้เอาอะไรมาไม่จริง สักคำเดียวคนโปรดของมารดาก็ไม่ด่าคนที่ปลดเธอออกจากละครอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่ว่าเขาทนฟังไม่ได้แต่กลัวว่าเธอจะเหนื่อยเกินไปก็เท่านั้น
“ขอบคุณนะคะคุณเมฆ”
เปรมายิ้มหวานให้คนที่ขับรถมาส่ง สรรพนามที่เปลี่ยนไปเป็เพราะคล้อยตามมารดาของเขา พอลองเรียกแล้วเ้าตัวไม่ได้ว่าอะไรเธอเลยใจกล้าเรียกชื่อเล่นเขาซ้ำเรื่อยมา มองถุงร้านสะดวกซื้อที่ถูกยื่นให้อย่างไม่เข้าใจ
“จะฝากทิ้งใช่ไหมคะ?”
“เปล่า ให้คุณเก็บไว้กิน”
“หืม?” แหวกถุงพลาสติกพลางก้มมอง ด้านในมีสารพัดช็อกโกแลต ชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปจนถึงชิ้นใหญ่ “ทำไมคุณถึงซื้อมาเยอะขนาดนี้คะเนี่ย” ดาราสาวทำหน้าประหลาดใจ หรือเขาคิดว่าเธอเป็เด็กเล็ก พามาส่งบ้านแล้วต้องให้ของติดไม้ติดมือ
“กินแล้วช่วยทำให้อารมณ์ดี ผมไม่ได้บอกว่าให้กินทั้งหมดภายในคืนนี้ คุณแบ่งกินได้ คนของคุณมารอแล้ว ไปเถอะครับก่อนที่พวกเขาจะบุกมาเคาะกระจกเรียกคุณให้ลงไป” ผู้จัดการและผู้ช่วยของเปรมายืนรออยู่ด้านนอก ท่าทางกระวนกระวายทีเดียว
เปรมาหัวเราะ ยิ้มตาหยี ไม่มีวางมาดสาวงามต่อหน้าชายหนุ่มรูปงามสักนิด เหลือบมองเมธัสกับกรรณิการ์ที่ยืนอยู่ไม่สุข ไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะมีมุมขี้เล่นด้วย แต่เล่นแบบหน้านิ่งจัดนะ เธอชูถุงสีส้มขึ้นมาบอกเขาให้สบายใจว่า “ช็อกโกแลตถุงนี้ของคุณ ฉันจะทานให้อร่อยนะคะ จะไม่แบ่งใครทานด้วย บ๊ายบายค่ะ” ทิ้งท้ายเสียงเริงร่า เรียกรอยยิ้มอันเลือนรางที่แทบมองไม่เห็น บุคลิกสดใสร่าเริงของเธอถ้าไม่เห็นว่าตอนแสดงละครสมบทบาทแค่ไหนคงไม่เชื่อว่าเธอคือ นางร้ายลำดับต้น ๆ
ลงไปแล้ว ทั้งสองคนที่รออยู่ก็รีบพุ่งมารับทันที แต่ทั้งหมดยังไม่เดินเข้าไปด้านในคอนโด เพราะหญิงสาวบางคนยังไม่ยอมเข้า ดวงตากลมโตคู่งามยังมองรถยนต์ที่ยังจอดนิ่ง กระจกทางฝั่งคนนั่ง เปิดลงครึ่งหนึ่ง เท้าเรียวขาวผ่องบนรองเท้าส้นสูงเปิดเผยเล็บเท้าสีแดงและส้นเปลือยเปล่าขยับเข้าหา ก้มหน้าลงเล็กน้อย รอฟังอย่างตั้งใจว่าคนด้านในจะพูดอะไร
“ผมจะให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทประกาศออกไปว่าคุณจะเป็แขกรับเชิญคนแรกของรายใหม่เรา” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและมั่นคงมากตอนพูด พฤทธิ์ไม่จำเป็ต้องบอกเธอ ประกาศออกมาเมื่อไรเธอก็จะเห็นเอง มันควรเป็อย่างนั้นแต่เขาก็เลือกที่จะบอกเธอให้รู้ตัวก่อน
ในแววตาของเปรมามีความซาบซึ้งใจ และอ่อนหวานจนคนมองเสียอาการเพียงแต่เธอไม่ทันได้สังเกตดี ๆ รู้ทันทีว่าการที่เขาพูดแบบนี้หมายความว่าอะไร ยิ่งกำหูหิ้วของถุงช็อกโกแลตในมือแน่นขึ้น “ทราบแล้วค่ะ คุณขับรถกลับบ้านดี ๆ นะคะ อะ จริงสิคะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไรฉันขอช่องทางการติดต่อหน่อยได้ไหมคะ แต่ถ้าคุณไม่สะดวกให้ก็ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจ” ปลายเสียงมีความงุ้งงิ้งเล็กน้อย ฟังดี ๆ คล้ายจะออดอ้อน
กรรณิการ์และเมธัสไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนคุยอะไรกันเพราะเสียงเบาเกินไป พวกเขาไม่กลัวว่าเปรมาจะถูกคนสายตาอื่นค้นพบเข้า คนในรถคือใครไม่มีทางเดาได้ เพราะแม้แต่พวกเขาเองก็มองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาคนด้านใน
ถ้าไม่ระแคะระคานใครจะยอมเชื่อง่าย ๆ เล่าว่าคนที่อยู่ในรถหรูคันนั้นจะเป็คนเดียวกับที่ทุกคนในวงการบันเทิงอยากใกล้ชิดที่สุด ไหนว่าเขาหยิ่งเข้าถึงตัวยากไง หรือจริง ๆ แล้วจะถูกหลอกว่าเป็เขา?
แต่จะเป็ไปได้ยังไง เปรมาไม่มีทางล้อเล่นด้วยชื่อนี้แน่ ๆ!
