เล่มที่ 6 บทที่ 152 ัพยศ
หลังจากปีศาจกระบี่เข้าสู่ค่ายกลแล้ว จากเดิมที่ไอิญญาอยู่ในสภาพสงบนิ่ง ก็กลับหมุนวนอย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังทุ่มหินั์ลงในน้ำนิ่ง ทว่าไอิญญาที่พุ่งชนอย่างบ้าคลั่งนั้นกลับถูกแท่งหยกทั้งแปดดูดกลืนไปทั้งหมด ปีศาจกระบี่ที่ยังคงมึนงงก็ถูกกระแทกเข้ากับแท่งหยกพอดี…
ทันใดนั้นแท่งหยกที่มีอักขระประหลาดสลักอยู่ ก็กลายเป็สัตว์ร้ายที่มีลำตัวสีดำขนาดมหึมา บนหัวก็มีเขางอก ตัวยาวนับร้อยจ้างมีลักษณะคล้ายงู แต่แท้จริงแล้วมันคือัร้าย พอมันเห็นปีศาจกระบี่ ก็ใช้ลำตัวยาวของมันตวัดเพื่อโอบรัดทันที ก่อนจะอ้าปากอันใหญ่โตกลืนกินปีศาจกระบี่เข้าไป
ปีศาจกระบี่ที่อยู่ในท้องัร้ายก็พุ่งชนไปทั่ว พอสบโอกาสก็สะบั้นกรีดเข้าที่ผนังท้องมันออกมา จากนั้นนั้นก็มีกรดน้ำย่อยทะลักออกมาจากท้องของมัน นอกจากนี้ยังมีนกปีกทองขนาดใหญ่ ทั่วทั้งตัวของมันมีกระแสไฟฟ้าไหลวนขณะที่สยายปีกซึ่งเพียงพอที่จะบดบังแม้กระทั่งแสงตะวันแล้ว ปีศาจกระบี่เห็นดังนั้นก็ใบินหนีไปในทันที แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่า หลังจากหันหลังกลับไปได้ไม่นานมันก็ชนเข้ากับแผลขนาดใหญ่ที่ถูกกรีดเอาไว้เมื่อครู่ ในใจก็เอาแต่รำพันถึงตนเองที่ถูกขนาบทั้งหน้าหลังราวกับหมาจนตรอก…
ขณะที่กำลังพยายามตั้งสติเพื่อรับมือสัตว์ร้ายทั้งสองตน จู่ๆหยกแท่งที่สามก็สั่นไหวขึ้นมา…
จากนั้นก็ตามมาด้วยแท่งที่สี่ แท่งที่ห้า แท่งที่หก…
กระทั่งหยกทั้งหมดแปดแท่งกลายสภาพเป็สัตว์ร้ายตัวั์ และปิดล้อมปีศาจกระบี่เอาไว้อย่างแ่า
“บ้าเอ๊ย นี่มันอะไรกันเนี่ย!” ปีศาจกระบี่แทบจะร้องไห้ออกมา มันเอาแต่พุ่งชนไปทั่วบริเวณอย่างไม่คิดชีวิต หวังจะฝ่าวงล้อมของสัตว์ร้ายทั้งแปดออกมาได้ ระหว่างที่พุ่งชนก็เอาแต่ะโด่าหลินเฟยที่ยืนอยู่นอกค่ายกลไปด้วย
“ไหนบอกไม่อันตรายไม่ใช่หรือ เ้าคนโกหก!”
“ก็ไม่อันตรายนี่…” หลินเฟยยืนดูปีศาจกระบี่ที่ถูกไล่ล่า ก่อนจะเอ่ยออกมา
“ถ้ามนต์สะกดทั้งยี่สิบเจ็ดสายไม่ดับสูญ ต่อให้ตายเป็ร้อยครั้ง ก็ยังฟื้นคืนชีพได้ จะกลัวอะไรเล่า…”
“บ้าเอ๊ย…”
ปีศาจกระบี่ยังไม่ทันด่าจบ ก็ถูกัร้ายกัดเข้าเสียก่อน ครั้งนี้เ้าัได้เรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งที่แล้ว มันจึงขบกัดปีศาจกระบี่หลายครั้งก่อนจะกลืนลงท้อง…
“บ้าจริง…” ไม่นานปีศาจกระบี่ก็บินออกมาอย่างทุลักทุเล มันฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งจากอักขระที่ใหญ่ที่สุดใต้แท่งหยกทั้งแปด ทั่วทั้งตัวของมันในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยแรงฮึกเหิมขึ้นมา
“อ๋องอย่างข้าไม่ปล่อยพวกเ้าไว้แน่!”
และเสียงที่ตอบกลับมาก็คือเสียงคำรามลั่นของสัตว์ร้ายทั้งแปด…
จากนั้นปีศาจกระบี่ก็ตะลุมบอนเข้ากับแปดสัตว์ร้ายกันอย่างอุตลุด
ฝ่ายหนึ่งคือสัตว์ทั้งแปดที่เกิดจากค่ายกล ส่วนอีกฝ่ายคือปีศาจกระบี่ที่มีเจินหลิงคอยบงการค่ายกล หากมนต์สะกดทั้งยี่สิบเจ็ดสายยังไม่ดับสูญไป มันก็จะสามารถฟื้นคืนชีพได้ตลอดเวลา ทั้งสองฝ่ายยังฟาดฟันกันอย่างดุเดือดแทบไม่รู้เดือนรู้ตะวัน
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ปีศาจกระบี่ถูกเหล่าสัตว์ร้ายโจมตีจนแตกสลาย แต่มันก็ยังฟื้นคืนชีพได้ทุกครั้ง…
สุดท้ายหลังจากสะบั้นหัวของอสุรกายูเาตนหนึ่งขาด สัตว์ร้ายทั้งแปดก็ถูกสยบลงไปทันที พริบตานั้นแท่งหยกทั้งแปดก็มีแสงเรืองรองสว่างออกมา ก่อนลำแสงเ่าั้จะสาดส่องไปที่ปีศาจกระบี่ จากนั้นมนต์สะกดทั้งยี่สิบเจ็ดสายก็ทะยานเพิ่มขึ้นเป็สามสิบสายทันที พลังอันกล้าแกร่งที่ไม่เคยััก็หลั่งไหลเข้ามาจนทำให้ปีศาจกระบี่ถึงกับต้องหวีดร้อง
“อ๋องอย่างข้าไร้เทียมทานแล้ว!”
“ใช่ๆ เ้าน่ะ ไร้เทียมทานจริงๆ…” หลินเฟยหัวเราะเบาๆอยู่นอกค่ายกล มนต์สะกดถึงกับเพิ่มมาถึงสามสิบสายเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็อาวุธชิ้นใด ก็เรียกได้ว่าพลังมีพลังเพิ่มขึ้นต่างจากเดิมลิบลับ สมควรแล้วที่เ้านี่จะคลั่งขึ้นมา
ตอนนี้เจียงหลีก็เข้ามาที่หลังร้านพอดี หลังจากมองปีศาจกระบี่ที่เปล่งแสงอยู่ในค่ายกลชั่วครู่ เขาก็วางกระบี่สิบเล่มที่นำมาไว้บนพื้น
“นี่คือกระบี่ที่เพิ่งหลอมเสร็จ” พูดจบเจียงหลีก็ยังรู้สึกไม่วางใจ จึงเอ่ยเสริมต่อ
“แต่ครั้งนี้มีแค่เก้ามนต์สะกดเท่านั้น แบบนี้คุณภาพอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไร…”
“ไม่ต้องห่วง สบายมาก”
เมื่อพูดจบ หลินเฟยก็หยิบกระบี่บนพื้นขึ้นมาเล่มหนึ่ง ก่อนจะโยนเข้าไปในค่ายกล
และบริเวณที่โยนเข้าไปนั้น ก็มีอักขระขนาดใหญ่ปรากฏออกมา และจุดนี้ก็คือที่ที่ปีศาจกระบี่ฟื้นคืนชีพครั้งแล้วครั้งเล่านั่นเอง แต่สำหรับครั้งนี้ สัตว์ร้ายทั้งแปดกลับถูกปีศาจกระบี่สยบไว้ได้แล้ว เมื่อโยนกระบี่เข้าไป แท่งหยกทั้งแปดก็สั่นะเืขึ้น พลังจากใต้พิภพอันยิ่งใหญ่ก็ถูกค่ายกลสูบออกมาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็รวมตัวกันจนกลายเป็ัร้ายตนหนึ่ง
ทว่าัร้ายที่ปรากฏออกมาในครั้งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยไอสังหารเช่นเดิม ภายใต้การบงการของปีศาจกระบี่นั้น ทำให้ัร้ายค่อยๆสลายกลายเป็ลำแสงสายหนึ่ง และแทรกซึมเข้าสู่อักขระขนาดใหญ่
จากนั้นก็มีลำแสงหนึ่งพวยพุ่งขึ้น อักขระขนาดใหญ่ค่อยๆแตกออกเป็เก้าตัว จากนั้นก็ค่อยๆสลักลงบนกระบี่…
“บ้าน่า!” เจียงหลีเห็นเช่นนั้นก็ตกตะลึงจนตาค้าง อักขระทั้งเก้าผสานเข้ากับเก้ามนต์สะกดได้อย่างพอดิบพอดี บัดนี้มนต์สะกดทั้งเก้านั้น ได้กลายเป็ัสีดำเก้าตนแล้ว พลังของพวกมันวนเวียนไปรอบๆเล่มกระบี่ กลิ่นอายแห่งความโเี้ก็แผ่ออกมาไม่ขาดสาย จนร่างกายเจียงหลีเองก็อดไม่ได้ที่จะสั่นเทาไปด้วยความกลัว
ไม่นานลำแสงนั้นก็จางหายไป ก่อนจะเห็นกระบี่วางสงบนิ่งลงบนพื้น แม้จะมีมนต์สะกดเก้าสายเหมือนเดิม แต่กลับมีสภาพที่แตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ในตอนนี้ตัวกระบี่มีขนาดยาวสามฉื่อสามชุ่น มีสีดำสนิทแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโเี้ ต่อให้วางนิ่งๆ ก็ยังรู้สึกราวกับปีศาจากำลังจะตื่นขึ้นมา
“อะ…อาจารย์อา นี่คือกระบี่อะไรหรือ?” เจียงหลียืนมองตาค้าง ราวกับว่าทุกอย่างเป็เพียงความฝัน
“ว่ากันว่าเมื่อสามร้อยปีก่อน สำนักกระบี่หลีซานได้จับัร้ายอายุพันปีได้ตนหนึ่ง ในตอนแรกคิดจะเลี้ยงเอาไว้เป็สัตว์คุ้มกันสำนัก ทว่ามีคืนหนึ่งเ้าัร้ายหนีดันหนีรอดออกมาได้ มันกลืนกินศิษย์สำนักกระบี่หลีซานนับร้อยคนภายในคืนเดียว ทำให้ปรมาจารย์กระบี่อู๋โกรธเป็อย่างมาก จึงกักขังจิติญญามันไว้ที่ถ้ำเปลวไฟิ เพื่อให้มันทนทุกข์ทรมานจากการที่จิติญญาของมันถูกเปลวไฟหยินแผดเผา ส่วนลำตัวก็ถูกนำมาหลอมเป็กระบี่ และนั่นก็คือหนึ่งในเจ็ดกระบี่หลีซานที่ชื่อัพยศนั่นเอง…”
จู่ๆหลินเฟยก็เล่าขึ้นมาเองอย่างดื้อๆ เจียงหลีที่ฟังอยู่ก็มึนงงเป็ที่สุด สุดท้ายเขาจึงมองหลินเฟยด้วยแววตาเหลือเชื่อ…
“ไม่หรอกมั้ง อย่าบอกนะว่านี่คือกระบี่ัพยศ?”
“ย่อมไม่ใช่อยู่แล้ว…”
หลินเฟยหัวเราะน้อยๆก่อนจะส่ายหน้า เจียงหลีเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าเพิ่งจะถอนหายใจได้เพียงครึ่งเดียว หลินเฟยก็เอ่ยต่อขึ้นมาเสียก่อน
“จะพูดให้ถูกก็คือ นี่คือกระบี่ัพยศที่มีมนต์สะกดเก้าสายต่างหาก…”
“…”
เจียงหลีตกตะลึงจนอ้าปากตาค้าง ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี สุดท้ายหลินเฟยก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามมา
“เอาไปขายซะ ตั้งราคาไว้ที่สามพันหินิญญา”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
