ค้างคาวพวกนี้เป็อสูรสัตว์ร้ายระดับสาม ... ค้างคาวมืด
ปกติค้างคาวจะอาศัยอยู่ในที่มืดและอับชื้นเพื่อดูดซับพลังหยิน ดังนั้น นิสัยของมันจึงมีความดุร้าย โเี้ ขอแค่พวกมันมองเห็นสิ่งมีชีวิตก็จะบินพุ่งเข้ามาโจมตีในทันที
ิอวี่ใช้มีดบินเก้าเล่มลอยวนหมุนรอบตัวเพื่อตัดปีกค้างคาวทิ้ง แต่ค้างคาวมืดก็ยังหาช่องเข้ามากัดเขาได้อยู่ดี
“ไปให้พ้น!”
ิอวี่ปล่อยแรงสั่นะเืออกมา ลมปราณของเขาพลุ่งพล่านขึ้นมาทั่วตัวทำให้ค้างคาวมืดใหนีกระเจิงไป เขาประสานมือและท่องคาถา ครั้งนี้ใช้เวลาไม่ถึงอึดใจก็สามารถสร้างค่ายกลระฆังทองที่มีเปลวเพลิงกว่าครึ่งรอบวงออกมาต้านค้างคาวมืดได้แล้ว
เพราะอุณหภูมิของค่ายกลระฆังทองนั้นสูงมาก ทำให้ค้างคาวมืดถูกไฟเผาตายทั้งเป็
ซึ่งในระหว่างนั้น ร่างของิอวี่ก็ยังตกลงไปด้านล่างอย่างต่อเนื่อง แรกเริ่มเดิมทีความเร็วในการตกลงสู่เบื้องล่างไม่ได้เร็วมากนัก แต่ต่อมาภายหลังระดับความเร็วก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และค้างคาวมืดก็น้อยลงด้วย ส่วนอากาศรอบตัวของเขาก็เริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ
ทันใดนั้นเอง ิอวี่ก็เหมือนถูกดูดเข้าไปในกระแสน้ำวน เขารู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังทะลุทะลวงกลางอากาศอย่างบ้าคลั่ง เป็อย่างนี้อยู่ราวสิบอึดใจเขาถึงได้หลุดออกจากวังวนนั้น พลันดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น
ที่นี่คือใต้พื้นดิน โขดหินรอบๆ ปล่อยแสงสีเขียวจางๆ ออกมา ทำให้พื้นที่อันกว้างใหญ่แห่งนี้สว่างไสวมากขึ้น
้าเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยและน้ำที่หยดลงมาอย่างต่อเนื่อง ผนังและพื้นดินโดยรอบนั้นขรุขระวาววับด้วยแสงสีเขียวอ่อนๆ ซึ่งมีลักษณะที่แปลกมาก
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ภายในพื้นที่แห่งนี้ บริเวณพื้นนั้นเต็มไปด้วยเื แต่กลับไม่มีศพอยู่เลยแม้แต่ศพเดียว!
พื้นที่ในนี้มีขนาดหนึ่งร้อยเมตร ดูกว้างขวางมาก แต่ิอวี่ใช้พลังจิตสำรวจดูแล้วกลับพบว่ามันเป็มิติพื้นที่ปิด ราวกับว่ามันไม่มีทางออก
แต่ไม่นานนัก เขาก็พบพิรุธบริเวณผนังกำแพงด้านหน้า
มันเป็หินที่มีลักษณะนูนออกมาเหมือนรูปทรงของประตูหิน ด้านหลังประตูหินทรงเหลี่ยมนี้คือทางออก
ิอวี่ใช้พลังทั้งหมดที่เขามีปล่อยพลังเทียบเท่าราชสีห์หกพันกว่าตัวออกมาเพื่อเปิดประตูหินที่ผนังออกจนเกิดเสียงขึ้น แต่ว่า เขากลับทำได้แค่ทิ้งรอยหมัดเอาไว้เท่านั้นเอง
ผนังหินช่างแข็งมากจริงๆ ในเมื่อตรงนี้มีประตูแต่ทำไมถึงเปิดมันไม่ได้ล่ะ?
ต้องทำอย่างไรถึงจะเปิดมันได้นะ? อีกอย่าง ทำไมบนพื้นถึงมีรอยเืมากมายขนาดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของิอวี่อย่างต่อเนื่อง แต่ในเวลานี้เอง พื้นที่้าก็เกิดหลุมดำและมีเงาสีดำของคนหล่นลงมาจากเบื้องบน
เป็ชายวัยกลางคนหนึ่งคนและชายแก่อีกสามคน พวกเขาก็คือผู้กล้าที่เข้าตามหลังิอวี่มา และสามารถต้านทานฝูงค้างคาวมืดที่พุ่งกัดจนมาถึงที่นี่ได้
แต่ว่า สีหน้าของพวกเขาดูคลุกฝุ่นมาก ดูสภาพไม่ค่อยดีเท่าไร
ิอวี่กวาดสายตามองไป ด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่งของเขาก็เดาได้ว่าทั้งสี่คนนี้มีพลังฝีมือเช่นไร ชายแก่สามคนมีขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่เจ็ดระดับสูงสุด อีกแค่นิดเดียวก็จะไปถึงขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่แปดระดับประสานเป็หนึ่งแล้ว
ส่วนชายวัยกลางคน ถึงแม้จะอายุจะน้อยที่สุดแต่พลังฝีมือของเขากลับสูงที่สุด เขามีขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่แปดระดับประสานเป็หนึ่ง เพียงแต่ิอวี่มองออกว่าเขาเองก็มีร่างกายที่หลอมรวมกันแบบธรรมดามาก ไม่ได้ลึกซึ้งเท่าไรนัก
ชายวัยกลางคนนั่นมองสำรวจไปรอบๆ ก่อนและได้พบประตูห้องลับ เขาเกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นมาเช่นกัน
จากนั้นเขาก็พบว่าิอวี่ก็อยู่ตรงนั้นด้วย เขาและคนที่เหลือเลยมองมาที่ิอวี่
“นี่ เ้าน่ะ เ้ารู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” ชายแก่คนหนึ่งชี้และเอ่ยปากถามิอวี่ขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน เหมือนว่าเขากำลังสอบสวนศิษย์ของเขา เขากำลังแสดงความน่าเกรงขามของตัวเองออกมา
ิอวี่เหลือบไปมองชายแก่คนนั้นแล้วพูดว่า “เ้าไม่มีตาหรืออย่างไร ทำไมไม่ดูเองล่ะ?”
คำพูดแบบนี้ดูไม่มีความเกรงใจเลย ชายแก่คนนั้นจึงตะคอกอย่างตำหนิกลับไปว่า “คนหนุ่มเดี๋ยวนี้ช่างไม่มีการอบรมเลย เจอผู้าุโกลับเสียมารยาทขนาดนี้”
ชายแก่คนนี้มีชื่อว่าฉินซง เป็ผู้าุโใหญ่ของตระกูลฉินแห่งเมืองหนานหลิงที่ตั้งอยู่ในราชวงศ์ต้าิ มีขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่แปดระดับประสานเป็หนึ่ง มีพลังเทียบเท่าราชสีห์สามพันกว่าตัว ในตระกูลฉิน เขาถือเป็ผู้กล้าอันดับต้นๆ เลยทีเดียว
ดังนั้น เขาถึงได้มีสิทธิมาชิงกระบี่หวงฉวนได้
ท่าทางของิอวี่ดูเหยียดหยามมาก และพูดขึ้นมาอย่างไร้ความปราณีว่า “เ้าปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างไร คนอื่นก็จะปฏิบัติเช่นนั้นต่อเ้า อย่ามาทำตัวเป็ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนต่อหน้าข้าเลย”
“เ้า!”
ฉินซงจ้องไปที่ิอวี่ กำลังจะพูดอะไรต่อก็ถูกชายวัยกลางคนปรามเอาไว้ เขาหันไปส่งสายตาให้กับฉินซงแล้วพูดว่า “ท่านผู้เฒ่าซง พูดจาดีหน่อย”
ฉินซงกำลังคิดจะโต้ตอบ แต่พอเห็นสายตาของชายวัยกลางคนนั้นก็เลยเก็บคำพูดที่เขากำลังจะเอ่ยกลับเข้าไป
“น้องชาย ผู้าุโตระกูลฉินของข้าพูดจาเสียมารยาทไป อย่าได้ถือสาเลยนะ”
ชายวัยกลางคนแนะนำตัวว่า “ข้าชื่อว่าฉินเคอจวิน เป็นายใหญ่ของตระกูลฉิน ไม่ทราบว่าน้องชายชื่ออะไรหรือ?”
“ข้าชื่อิอวี่”
ฉินเคอจวินเหมือนจะหยุดคิดไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยความใว่า “เ้าก็คือิอวี่ ... องค์ชายสิบเจ็ดที่ชนะอันดับหนึ่งในงานประลองของราชสำนักเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อนอย่างนั้นหรือ?”
ิอวี่เองก็ไม่คิดอยากจะปิดบัง ที่เขาเปิดเผยฐานะที่แท้จริงออกมาก็เพื่อเตือนพวกเขาเหล่านี้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะมีเื่ด้วยได้ ิอวี่ไม่อยากใช้พลังยุทธ์ไปพิสูจน์ยืนยันอะไรอีก เพราะการทำแบบนั้นมันจะเหนื่อยมาก
สายตาของฉินเคอจวินเกิดประกายขึ้น หลายปีที่ผ่านมา สายตาในการมองคนของเขาเฉียบขาดมาก ตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาถึง เขาเห็นชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าสายตาดูไม่ตื่นตระหนกแตกตื่นเลยแม้แต่น้อยก็รู้ทันทีว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
แล้วฉินเคอจวินยังรู้สึกว่าิอวี่เหมือนหลุมที่ไม่มีก้นบ่อ เขาอ่านอีกฝ่ายไม่ออกเลย
ยิ่งอ่านไม่ออกมากเท่าไร แสดงว่าคนๆ นี้ยิ่งอันตราย!
พอรู้ว่าิอวี่คือองค์ชายสิบเจ็ดแห่งราชวงศ์ต้าิ ในใจของฉินเคอจวินก็ยิ่งแน่ใจว่าเขาและคนของเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของิอวี่แน่นอน!
สายตาของเขาดูคลุมเครือแต่ก็เก็บมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด เขายกมือคำนับแล้วพูดว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าองค์ชายสิบเจ็ดจะเป็ชายหนุ่มรูปงามมีความสามารถ ถึงขนาดมาชิงกระบี่หวงฉวนในดินแดนลับเช่นนี้ด้วย ไม่แน่ว่าท่านอาจจะชิงกระบี่หวงฉวนเล่มนั้นมาได้จริงๆ ”
พวกผู้าุโตระกูลฉินที่เหลือได้ยินดังนั้นก็ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร หากไม่ใช่เพราะฉินเคอจวินอยู่ตรงนี้ด้วย พวกเขาคงสั่งสอนิอวี่ไปแล้ว!
“เหอะๆ ใช้ความสามารถของแต่ละคนเอาแล้วกัน หากเ้ามีความสามารถ กระบี่หวงฉวนก็เป็ของเ้าแน่นอน” ิอวี่พูดไปตามตรง
“องค์ชายสิบเจ็ดพูดถูก”
ฉินเคอจวินมีประสาทััที่แข็งแกร่งมากกว่าฉินซง เขารู้อยู่แล้วว่าิอวี่มีพื้นฐานตื้นลึกหนาบางอย่างไร เขาลำบากพาผู้าุโที่มีฝีมือเดินทางไกลมาทดสอบดู แต่พอิอวี่ปรากฏตัวก็ทำให้เขารู้สึกได้ทันทีว่ากระบี่หวงฉวนมันห่างไกลตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ ...
ทันใดนั้นเอง ในพื้นที่ก็เกิดเสียงเบาๆ ดังขึ้น มันเบามากแต่ทุกคนก็ยังคงรู้สึกได้ ราวกับว่ามันดังมาจากสถานที่ไกลออกไป
ิอวี่เปิดััแห่งิญญาขึ้นทันที พลังจิตของเขาแผ่ออกไปทั่วและรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ เขารู้สึกได้ว่าพื้นที่ด้านล่างเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังลอยพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็วและใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ...
“ระวัง!”
ิอวี่ะโแล้วถอยหลบไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ฉินเคอจวินได้ยินิอวี่ะโเตือนก็รีบพุ่งไปด้านเดียวกับิอวี่ในทันที
หลังจากนั้นก็มีกรงเล็บสีดำผุดขึ้นมาจากพื้นแล้วค่อยๆ จับขาของผู้าุโคนหนึ่งเอาไว้อย่างแน่น
“นี่มันอะไรกัน?”
ผู้าุโรู้สึกใมาก เขาชักกระบี่ออกมาแล้วฟันลงไปที่กรงเล็บสีดำนั่นในทันที แต่ว่า กรงเล็บสีดำนั่นเป็เหล็ก กระบี่ฟันลงปะทะกันจนเกิดประกายไฟขึ้นแต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย
ผู้าุโคนนั้นกำลังจะโจมตีอีกครั้ง แต่คราวนี้พื้นกลับมีการเคลื่อนไหวอีกระลอกใหญ่ เงาสีดำขนาดใหญ่มุดออกมาจากพื้นดิน!
มันอ้าปากอย่างกระหายเืและพยายามออกแรงงับที่ทรงพลังออกมา ทุกคนเห็นแค่เงาของมัน แต่ครึ่งตัวบนของผู้าุโคนนั้นกลับหายไปเพราะถูกปากขนาดใหญ่กัดขาดไปแล้ว!
แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันยังไม่จบแค่นี้ ยังมีปากที่กระหายเือีกสองปากส่งเสียงคำรามขึ้นมาแล้วงับกินร่างส่วนที่เหลือของผู้าุโคนนั้นเข้าไปอีก!
คนที่เหลือใจนเข่าอ่อน พวกเขาเพิ่งจะเข้ามาในโพรงมรณะนี้ไม่นานแต่กลับมาประสบกับเื่ที่น่ากลัวเช่นนี้!
ถ้ารู้แบบนี้แต่แรก พวกเขาไม่มีทางตัดสินใจเดินทางมายังสถานที่แบบนี้แน่นอน!
ตอนที่ปากั์ทั้งสามกินร่างของผู้าุโคนนั้นเข้าไป ทุกคนก็อาศัยแสงสีเขียวจางๆ มองเห็นลักษณะของอสูรั์อย่างเลือนราง
อสูรั์ตนนี้มีความสูงสิบเมตร ขนสั้น ตัวหนา มีสีเข้มทั้งตัว และมีสีเขียวอ่อนๆ สะท้อนออกมารอบตัว
มันมีทั้งหมดสามหัว มีดวงตาสีเขียวหกดวงที่กำลังจับจ้องมาที่พวกของิอวี่!
เขี้ยวของมันเรียงตรง คมกริบ แต่ละซี่ทั้งหนาและยาว เมื่อปากปิดอยู่มันดูเหมือนกำลังยิ้มแสยะ ส่งประกายแสงสีเขียวอ่อนๆ ออกมา ดูดุร้ายมาก!
“นี่มัน ... สุนัขนรกสามหัวนี่นา!” ฉินเคอจวินปลายตากระตุก เมื่อเขามองไปที่อสูรั์เหงื่อก็ไหลออกมาท่วมตัวจนเสื้อผ้าเปียกไปหมด
ิอวี่เห็นสายตาที่ดุร้ายของอสูรั์ สายตาของเขาเองก็เริ่มมีความกังวล
สุนัขนรกสามหัว ก็เป็ไปตามชื่อ มันมีสามหัว แต่ละหัวก็มีความนึกคิดของตัวเอง แต่ก็ถือเอาหัวตรงกลางเป็สมองที่ใหญ่ที่สุด
ตามตำนานกล่าวว่าสุนัขนรกสามหัวเป็อสูรร้ายระดับแปดที่น่ากลัวมากและอาศัยอยู่ในดินแดนอันมืดมิดเท่านั้น แต่ตอนนี้พวกเขาไม่กี่คนกำลังเผชิญหน้ากับตัวเป็ๆ ของอสูรร้ายตนนี้
ปกติแล้วผู้กล้าขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่แปดระดับประสานเป็หนึ่งแทบจะไม่สามารถสู้กับสุนัขนรกสามหัวนี้ได้เลย เพราะหัวใจของมันมีพลังงานอยู่มหาศาลมากและทำการส่งพลังเ่าั้ไปยังหัวทั้งสาม
เพราะได้พลังงานที่แข็งแกร่งแบบนี้จากหัวใจ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็พลังงาน ความเร็ว หรือว่าปฏิกิริยาของสุนัขนรกสามหัว ก็ล้วนแต่มีความแข็งแกร่งอย่างมาก!
อสูรตั้วนั้นอ้าปากทั้งสามของมันแล้วส่งเสียงคำรามออกมา ทำให้พวกฉินเคอจวินฟังแล้วรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนไปหมด
แต่ตอนนี้พวกเขากลับไม่มีทางที่จะหนีได้เลย เลือกที่จะสู้ได้อย่างเดียว!
“ดูท่า ในโพรงหวงฉวนนี่จะมีการตั้งกลไกลเอาไว้ แล้วด่านแรกก็คือการให้คนห้าคนต่อสู้รับมือกับสุนัขนรกสามหัวนี่ ใครโชคดีรอดไปได้ ประตูหินถึงจะเปิดออก!” ิอวี่พูดเสียงเข้ม
พูดจบ สุนัขนรกสามหัวก็พุ่งเข้ามาโจมตีทันที!