อาหารที่เด็กหญิงสองคนชอบกินมากที่สุดคือหมูสับนึ่งแป้ง อาหารจานนี้นึ่งได้เหนียวนุ่ม มีรสเค็มหอม เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ตอนที่หลี่ชิงชิงทําอาหารจานนี้ นางตั้งใจอธิบายสูตรอาหารให้โจวซื่อฟังอย่างละเอียด ต่อไปโจวซื่อสามารถลองทําได้
ส่วนไข่ผัดพริกสับดองก็เป็ที่ชื่นชอบเช่นกัน ปริมาณอาหารจานนี้เดิมทีก็ไม่มากอยู่แล้ว ทุกคนกินเพียงสองสามตะเกียบก็หมดแล้ว ยังไม่ได้กินให้ถึงอกถึงใจเลย
หลังจากหวังเฮ่าสองสามีภรรยากินอาหารเสร็จแล้ว โจวซื่อก็นำเห็ดมาให้พวกเขาครึ่งถุง ยังมีถั่วลิสงห้าจิน ม่ายหยาถังสองจิน “ฝีมือทําอาหารของหลี่ซื่อดีจริงๆ ภายหลังหากบ้านข้าจัดงานเลี้ยงฉลอง ข้าจัดการคนเดียวไม่ไหว คงต้องให้หลี่ซื่อมาช่วยทําอาหารแล้ว”
หลี่ชิงชิงย่อมเอ่ยรับปากว่าแน่นอน
จ้าวซานหยางค่อนข้างประหลาดใจกับฝีมือการทําอาหารของหลี่ชิงชิง หัวเราะพลางเอ่ยกับโจวซื่อว่า “เช่นนั้นญาติมิตรของบ้านเราก็ลาภปากแล้ว”
“อาจารย์ อาจารย์หญิงล้วนเหนื่อยแล้ว รีบพักผ่อนยามเที่ยงเถิด อีกสามวันพวกข้าจะมาใหม่เ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงเห็นว่าหวังเฮ่าไม่ได้ปฏิเสธที่จะรับของขวัญ นางกำลังเดินไปหยิบเห็ด แต่ถูกหวังเฮ่าชิงไปก่อนหนึ่งก้าว
หวังเฮ่าจะให้ภรรยาเหนื่อยได้อย่างไร เขาถือของที่โจวซื่อให้มาทั้งหมด ก่อนจากไปยังเอ่ยเตือนอย่างใส่ใจว่า “อาจารย์ อาจารย์หญิง ตอนเย็นอย่าลืมเอาซาลาเปามาอุ่นกิน ซาลาเปาที่ภรรยาข้าทำรสชาติอร่อยยิ่ง ยังมีไข่เค็ม ต้องต้มในน้ำก่อนนำมากินขอรับ”
เมื่อก่อนหวังเฮ่ามาที่บ้านตระกูลจ้าว จ้าวซานหยางไม่ได้มาส่งที่ประตูใหญ่ด้วยตนเอง แต่ครั้งนี้เป็ข้อยกเว้น ไม่เพียงแต่เขา แม้แต่โจวซื่อก็ยังเดินมาส่งที่ประตูใหญ่ด้วย
จ้าวซานหยางสองสามีภรรยามองเงาแผ่นหลังของหวังเฮ่าสองสามีภรรยาที่เดินห่างออกไป บนใบหน้าต่างเผยรอยยิ้ม
โจวซื่อหมุนกายหันหลังกลับ เผอิญเห็นใบหน้าของจ้าวซานหยางอย่างไม่ตั้งใจ นางร้องเสียงหลงว่า “ซานหยาง เหตุใดข้าถึงคิดว่าสีของแผลเป็บนใบหน้าเ้าไม่ได้เขียวขนาดนั้นแล้ว?”
“จริงหรือ? ยาไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วปานนั้น เ้าเพียงคิดไปเอง” จ้าวซานหยางยังคงไม่สนใจเท่าไร
โจวซื่อเอ่ยเรียกบุตรชายทั้งสี่เสียงดัง ให้พวกเขาออกมาดูใบหน้าของจ้าวซานหยาง
“ท่านแม่กล่าวถูก ข้าก็รู้สึกว่ารอยแผลเป็ของท่านพ่อสีอ่อนลงแล้ว”
“ไม่เพียงเท่านั้น ข้ายังรู้สึกว่าขนาดของสีเขียวเล็กลงด้วย”
“ใช่ ข้าก็คิดเช่นกัน ทักษะทางการแพทย์ของพี่สะใภ้เหนือชั้นจริงๆ!”
“ท่านพ่อ ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาพู่กันวาดตรงที่เป็ส่วนสีเขียวบนหน้าของท่านออกมา เช่นนี้พรุ่งนี้ก็จะดูออกว่าเล็กลงหรือไม่” บุตรชายคนที่สี่จ้าวิจื้อวิ่งไปหยิบพู่กันอย่างรวดเร็วประหนึ่งสายลม
“เหลวไหล จะวาดวงกลมบนใบหน้าข้าได้อย่างไร!” จ้าวซานหยางคัดค้านเสียงดัง
จ้าวเฟิงชิงกระซิบข้างหูของจ้าวอวี้หลานสองสามประโยค จ้าวอวี้หลานก็ปรบมืออย่างมีความสุขทันทีแล้วะโว่า “วาดวงกลม โอ้ ท่านพ่อ วาดวงกลม”
โจวซื่อออกปากพูด “ซานหยาง ข้าว่าวาดสัญลักษณ์เอาไว้ก็ดี ไม่เช่นนั้นจะพิสูจน์ด้วยตาเปล่าไม่ได้ เ้าน่ะ พวกข้าล้วนหวังดีต่อเ้า เ้าไม่ได้ยินที่หลี่ซื่อพูดหรือ เ้าที่ถูกพิษดูแก่กว่าข้าเสียอีก ฟันของเ้าก็ร่วงไปหลายซี่ หากร่วงอีกก็ไม่อาจกินอาหารได้แล้ว...”
จ้าวซานหยางกลัวภรรยามาตลอด บวกกับกลัวว่าหลังจากฟันร่วงหมดแล้วจะไม่ได้กินอาหารอร่อยจริงๆ ตามที่โจวซื่อกล่าว จึงกระทืบเท้าสองทีด้วยความโกรธแล้วให้จ้าวิจื้อเล่นกับใบหน้าของเขาได้ตามใจ
บุตรชายคนรองจ้าวตงเซิงมองอยู่ข้างๆ ได้รับสายตาจากจ้าวิจื้อ เด็กหนุ่มกระแอมไอหนึ่งเสียงก่อนเอ่ย “ท่านพ่อ ลูกคิดว่าท่านวาดเพียงด้านเดียวไม่ดี อีกด้านก็วาดด้วยเถิดขอรับ”
จ้าวอวี้หลานพูดด้วยน้ำเสียงหวานๆ ของเด็กน้อยว่า “ข้าจะวาดให้ท่านพ่อเ้าค่ะ”
จ้าวซานหยางง่วงนอนเล็กน้อยและไม่ได้คิดอะไรมากจึงตกลง จากนั้นก็หลับไป ครั้นเขาตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายหวีผมแล้วส่องกระจกทองแดง
ใบหน้าด้านซ้ายของเขาถูกบุตรชายวาดวงกลมหนึ่งวงด้วยน้ำหมึก ทว่าใบหน้าด้านขวาของเขาถูกวาดวงกลมน้อยใหญ่ขนาดแตกต่างกัน สัญลักษณ์เหล่านี้รวมกันแล้วเหตุใดยิ่งดูยิ่งเหมือนกับเต่า!
เขาโมโหจนอยากทุบตีคน วิ่งออกไปด้วยผมยุ่งเหยิงแล้วะโเสียงดัง บุตรชายทั้งสี่คนยืนเรียงแถวอย่างเชื่อฟัง ต่างก้มหน้าต่ำบอกว่าวงกลมหลายวงสุดท้ายเป็จ้าวอวี้หลานวาด
จ้าวซานหยางรักใคร่จ้าวอวี้หลานมาแต่ไหนแต่ไร แล้วจะตัดใจตีนางได้อย่างไร ความโกรธนี้จึงทำได้แต่ต้องกลืนลงไปเท่านั้น
โจวซื่อหัวเราะอย่างหนักจนปวดท้อง เื่นี้ของจ้าวซานหยางสามารถทําให้นางนำมาพูดได้อีกหลายสิบปี
สามวันต่อมายามที่หวังเฮ่าสองสามีภรรยากลับมาอีกครั้ง พิษของจ้าวซานหยางก็ถูกกําจัดออกไปจนหมดแล้ว ใบหน้าด้านซ้ายไม่มีสีเขียวแม้แต่น้อย เพียงแต่สายตาของเขาที่มองหลี่ชิงชิงมีความคับแค้นใจอยู่สองส่วน
“บนใบหน้าอาจารย์ของเ้าน่ะ...” โจวซื่อถือโอกาสที่จ้าวซานหยางไปห้องสุขา รีบเล่าเื่ที่ลูกๆ วาดภาพเต่าบนใบหน้าของจ้าวซานหยางให้หวังเฮ่าสองสามีภรรยาฟัง
ครั้นจ้าวซานหยางกลับมา ก็เห็นว่าหวังเฮ่าสองสามีภรรยาหวังหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง แล้วมองสีหน้าของโจวซื่ออีกที ไหนเลยจะไม่รู้ แต่ช่างปะไร อย่างไรลูกศิษย์ก็เป็คนกันเอง จึงไม่ได้รู้สึกอึดอัดอันใด ยังเอ่ยกับหวังเฮ่าว่า “รวมสามวันนี้ อีกสี่วันข้าก็สามารถดื่มสุราได้ หลายปีมานี้ข้าอยากดื่มสุรามาตลอด ครั้งนี้ต้องขอบคุณภรรยาเ้าที่ถอนพิษที่เหลืออยู่ของข้า ทําให้ในที่สุดข้าก็สามารถดื่มสุราได้อย่างมีความสุข”
โจวซื่อฟ้องหวังเฮ่าว่า “อาจารย์เ้าอยากดื่มสุรา ถูกข้าห้ามเอาไว้แล้ว”
จ้าวซานหยางหัวเราะแล้วเอ่ย “ข้าเพียงหยอกล้อเ้าเท่านั้น”
“ท่านอาจารย์ ครั้งนี้ข้ายังนำยาขี้ผึ้งลบรอยแผลเป็มาด้วย” หลี่ชิงชิงหยิบชามยาขี้ผึ้งที่ทําให้จ้าวซานหยางโดยเฉพาะออกมา ยาขี้ผึ้งบรรจุในชามเครื่องเคลือบ เพื่อป้องกันไม่ให้ประสิทธิภาพของยาสูญเสียไป จึงใช้กระดาษน้ำมันปิดผนึกเอาไว้ “ยาขี้ผึ้งลบรอยแผลเป็นี้สามารถรักษาแผลใหม่ได้ ไม่อาจรักษาแผลเก่าได้ รอยแผลเป็ของท่านเป็แผลเก่า จึงต้องกรีดิัให้เป็แผลใหม่ แล้วทายาขี้ผึ้งลบรอยแผลเป็จึงจะได้ผล ท่านคิดว่าอย่างไรเ้าคะ?”
จ้าวซานหยางเอ่ยถามด้วยความจริงจังอย่างไม่เคยเป็มาก่อน “เ้าสามารถลบรอยแผลเป็บนใบหน้าของข้าได้หรือ?”
หลี่ชิงชิงเอ่ยอย่างลึกลับว่า “ข้ามั่นใจหกส่วนเ้าค่ะ”
สูตรขี้ผึ้งลบรอยแผลเป็สูตรลับของราชสํานักในชาติที่แล้ว ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ถูกนายแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงมากท่านหนึ่งเปิดเผยต่อชาวโลกผ่านทางอินเทอร์เน็ต
แพทย์แผนจีนชายท่านนั้นไม่ได้แต่งงาน ไม่มีทายาท ลูกหลานของตระกูลก็ไม่มีใครยินยอมเรียนแพทย์ เมื่อเขาแก่ตัวลงก็ได้เปิดเผยเทียบยาจํานวนมากที่รวบรวมไว้ เพื่อประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ
หลี่ชิงชิงและเพื่อนร่วมชั้นมหาวิทยาลัยหลายคน ได้เลือกใบเทียบยาที่น่าสนใจจํานวนมากของนายแพทย์แผนจีนและสมุนไพรที่ค่อนข้างเข้ากันได้ง่ายมาทําการวิจัย ครีมลบรอยแผลเป็ก็เป็หนึ่งในนั้น
“หกส่วน!” จ้าวซานหยางอุทานอย่างใ ยามนี้รอยแผลเป็บนใบหน้าของเขาไม่มีสีเขียวแล้ว ดูไม่ดุร้าย หากรอยแผลเล็กลงอีกก็จะตรงตามข้อกําหนดของการสอบคัดเลือกขุนนาง เขาสามารถเข้าร่วมการสอบเคอจวี่ได้ นั่นเป็เื่ยิ่งใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาของเขาได้ จึงเอ่ยถามต่อว่า “พูดจริงหรือ?”
หลี่ชิงชิงเอ่ยอย่างมั่นใจ “แน่นอนเ้าค่ะ”
จ้าวซานหยางยืนขึ้นอย่างตื่นเต้น แล้วเอ่ยว่า “เ้ารีบทายาขี้ผึ้งลบรอยแผลเป็บนใบหน้าให้ข้าเร็วเข้า!”
ท่าทีของเขาแตกต่างจากตอนถอนพิษครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง แสดงให้เห็นว่าในใจปรารถนาที่จะเข้าร่วมการสอบเคอจวี่มากเพียงใด
ในเวลานี้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนได้สติกลับคืนมา ยาขี้ผึ้งลบรอยแผลเป็มีความหมายต่อจ้าวซานหยางอย่างไร แม้กระทั่งมีความหมายต่อตระกูลจ้าวอย่างไร
โจวซื่อกล่าวขอบคุณหวังเฮ่าสองสามีภรรยาครั้งแล้วครั้งเล่า พี่น้องทั้งสี่ของตระกูลจ้าวโค้งคํานับขอบคุณหลี่ชิงชิง แม้แต่จ้าวอวี้หลานและแขกตัวน้อยอย่างกั่วกัวก็ประสานมือคารวะให้หลี่ชิงชิงด้วย
“โอ๊ย...” จ้าวซานหยางนั่งบนเก้าอี้ไม้และร้องออกมาอย่างเ็ป
หนังกําพร้าของแผลเป็เก่าบนใบหน้าเขาถูกหลี่ชิงชิงใช้กรรไกรกรีดเบาๆ แล้วฉีกหนังกําพร้าชั้นนี้ออก จากนั้นก็ทาผงห้ามเืรวมถึงยาขี้ผึ้งลบรอยแผลเป็
บนใบหน้ามีเส้นประสาทมากมาย ทรมานเช่นนี้ ไม่เจ็บถึงจะเรียกว่าแปลก
