พลันหลินซื่อหานกลับชะงัก
เสียงฝีเท้าหนักเบาไม่เป็จังหวะดังขึ้นจากนอกตำหนักเย็น ก่อนร่างอรชรในอาภรณ์งดงามจะก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ บรรยากาศที่เพิ่งอบอุ่นจากการร่ำลาของพ่อลูกพลันสลาย เยว่จื่อเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาเห็นกลุ่มสตรีหลายคนเดินเรียงตามกันเข้ามา นำหน้าด้วยสตรีผู้หนึ่ง งดงาม หยิ่งผยอง และแววตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง นางคือสนมเอกตัวจริง ผู้ครองอำนาจในฝ่ายใน
"โอ้ นี่หรือ สนมต้องโทษที่กำลังจะถูกเนรเทศไปชายแดน ห๊ะสนมอ้วนเ้าเองหรือ ฮะฮ่าาาอ้วนเพียงนี้ยังกล้าหือกับฝ่าากล้าหือกับบิดาข้าใต้เท้ากรมคลังวันนี้ข้าจะช่วยสั่งสอนเ้าเอง"
เสียงนั้นนุ่ม แต่แฝงคมมีด
หลินซื่อหานรีบประสานมือ
“ถวายพระพรพระสนม”
เหมยจิ้งย่อกายลง เยว่จื่อเองก็ย่อกายตามอย่างสงบ นิ่ง และเงียบ
"ถวายบังคมพระสนมเอกเพคะ"
สนมเอกปรายตามองเยว่จื่อจากศีรษะจรดเท้า ก่อนหัวเราะเบาๆ อย่างดูแคลน
"ช่างน่าสงสารจริงๆ ส่งลูกสาวเข้าวัง หวังจะไต่เต้า สุดท้ายกลับถูกไล่ไปอยู่เมืองอี้ร้างๆ ป่านนี้คงไม่มีแม้แต่หลังคาดีๆ ให้ซุกหัวนอน"
สนมและนางกำนัลด้านหลังหัวเราะคิกคักตาม บางคนยกแขนเสื้อปิดปาก บางคนมองเยว่จื่อราวกับสิ่งสกปรก
"ได้ยินว่าที่เมืองอี้นั้น ลมแรง ฝุ่นหนา อาหารก็ขาดแคลน"
"เหมาะดีนะ สำหรับสนมที่ชอบกินไม่เลือกแบบนี้"
"ไปถึงที่นั่น คงผอมสมใจเสียที ว่าแต่นางชื่ออะไรนะ สนมอันดับที่เท่าไหร่นะ"นางกำนัลบรีบมากระซิบชื่อแซ่ของเยว่จือ
คำพูดแต่ละคำเหมือนหนามแหลมทิ่มแทง หลินซื่อหานกำมือแน่น เส้นเืที่ขมับเต้นตุบๆ แต่เขากลับไม่อาจเอ่ยคำใดได้ นอกจากยืนนิ่ง ก้มหน้า และกลืนความโกรธลงคอ
เยว่จื่อยืนตัวตรง หลังเหยียด ใบหน้านิ่งสงบเกินคาด แม้หัวใจจะถูกเหยียบย่ำ นางก็ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา นอกจากแววตาที่เงียบงัน
"เ้ารู้หรือไม่"
สนมเอกก้าวเข้ามาใกล้จนแทบชน
"หญิงอ้วนขี้เหร่อย่างเ้า ต่อให้ไปตายที่เมืองอี้ ก็ไม่มีใครจดจำ"
เยว่จื่อก้มตาลงช้าๆ ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย แต่เสียงยังคงนิ่ง
"ข้าน้อมรับชะตาเพคะ พระสนมไม่ต้องห่วง"
คำตอบนั้นทำให้กลุ่มสนมชะงักไปชั่วครู่ ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้นอีกครั้ง
"ดูสิ ยังทำท่าเป็ผู้ดีอีก เ้าอ้วนแบบนี้ควรอยู่ในคอกหมู"
"อีกไม่นานก็จะกลายเป็หญิงบ้านป่าแล้วยังทำท่าราวกับสตรีชั้นสูง"
หลินซื่อหานเม้มปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ แต่ยังคงเงียบ เขารู้ดีว่าหากเอ่ยคำใดออกไป ลูกสาวของเขาจะลำบากยิ่งกว่าเดิม
เยว่จื่อรับรู้ถึงความเ็ปของหลินซื่อหานตำแหน่งต่ำต้อยแค่ฉงจิ่วผิ่นจะกล้าหือกับสนมเอกอย่างนั้นหรือ นางจึงยืนนิ่งยิ่งกว่าเดิม ยอมให้คำดูถูกถาโถมเข้ามาเหมือนสายฝน ยอมให้ความอัปยศปกคลุมร่างกาย เพื่อแลกกับความปลอดภัยในตอนนี้
สนมเอกยกยิ้มบางๆ
"จำเอาไว้ดีๆ จากวันนี้ไป เ้าไม่ใช่คนของวังหลวงอีกแล้ว"
บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมตำหนักเย็น กลุ่มสตรีเ่าั้ยังคงยืนอยู่ สีหน้าดูสนุกสนานราวกับยังไม่หนำใจ และดูเหมือนว่า… เื่ราวนี้ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้
สนมเอกเสวียนซียกชายแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย ท่าทางสง่างามราวหงส์ แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ นางเดินวนรอบเยว่จื่อช้าๆ สายตากวาดมองั้แ่ปลายผมจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินสิ่งของไร้ค่าในตลาด
"เ้าคงจำไม่ได้กระมัง ว่าเมื่อก่อนตัวเองเป็อย่างไร"
เสียงนั้นแ่ แต่แฝงแรงกดดันจนบรรยากาศในตำหนักเย็นหนักอึ้ง หลินซื่อหานยืนนิ่ง สีหน้าซีดเผือด หัวใจเ็ปแต่ทำได้เพียงกำหมัดแน่น
"วันๆ เอาแต่กิน เอาแต่ร้องไห้ เอาแต่ทำตัวน่าสมเพชเดินก็เดินไม่ได้ วิ่งก็วิ่งไม่ไหวยังกล้าฝันจะเป็ที่โปรดปรานของฝ่าาอีกหรือ"
เสียงหัวเราะเยาะดังแทรกมาจากสนมและนางกำนัลด้านหลัง
"ข้าอุตส่าห์ทำให้เ้าไม่ได้เจอฝ่าาแล้วนะ"
สนมเอกหยุดยืนตรงหน้าเยว่จื่อ เอียงศีรษะเล็กน้อย
"แต่ดูเหมือนเ้าจะไม่สำนึก เอาแต่ทำเื่โง่ๆ หวังเรียกร้องความสนใจ ไม่เลิกคิดว่าทำแบบนี้แล้วฝ่าาจะสนใจเ้าหรือ"
เยว่จื่อเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตานิ่งงัน แต่ในใจกลับปั่นป่วน ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางไหลทะลักเข้ามาไม่หยุด ภาพหญิงอ้วนที่ถูกผลัก ถูกหัวเราะเยาะ ถูกตัดชื่อออกจากรายชื่อเข้าเฝ้า ถูกสั่งให้กลับตำหนักทุกครั้ง และสุดท้ายถูกคนพวกนี้รุมทำร้ายเนื้อตัวเขียวช้ำไปทั่วตัว
"คิดว่าฝ่าาจะสงสารหรือ หรือคิดว่าการทำตัวน่ารังเกียจจะทำให้ถูกเรียกเข้าเฝ้า"สนมเอกเสวียนซีหัวเราะเบาๆ
"น่าสมเพชสิ้นดี"
คำพูดเ่าั้เหมือนมีดกรีดลงกลางอก
เยว่จื่อเม้มริมฝีปากแน่น
ที่แท้… ไม่ใช่แค่ถูกเมิน แต่ถูกกีดกันั้แ่ต้น และยังถูกทำร้ายซ้ำๆ มิน่าละเยว่จื่อนางถึงอยากจะตาย
"ที่ผ่านมานี้"
สนมเอกยิ้มเย็น
"ไม่ใช่ว่าเ้าไม่ได้รับโอกาส แต่เป็ข้า…ที่ไม่ให้เ้าได้เข้าใกล้ฝ่าาแม้แต่ก้าวเดียว "
กลุ่มสนมหัวเราะพร้อมกันอย่างไม่ปิดบัง
"รายชื่อเข้าเฝ้า ข้าเป็คนขีดชื่อเ้าออกเอง ป้ายชื่อเ้าถูกคัดออก
ทุกครั้ง"
"จดหมายถวายฎีกาของบิดาเ้าไม่เคยถึงมือฝ่าาสักฉบับ"
หลินซื่อหานสะดุ้ง ตัวสั่นเล็กน้อย รู้สึกเหมือนเืในกายเย็นเฉียบ
เยว่จื่อหลับตาลงชั่วครู่
ในหัวผุดภาพหญิงสาวในร่างนี้ นั่งกอดเข่าในตำหนักเงียบงัน กินไม่หยุด ร้องไห้ไม่หยุด ปล่อยตัวเองทรุดโทรม เพราะไม่เห็นทางออกไม่ใช่เพราะอ่อนแอแต่เพราะถูกปิดทางทุกทาง
"เ้าคงไม่รู้สินะ"
สนมเอกก้มลงกระซิบใกล้หู
"คำพูดดูถูกนั่น คำซุบซิบพวกนั้น… ล้วนมาจากข้าทั้งสิ้น"
เยว่จื่อขนลุกวาบ
"พวกข้าทำให้เ้ากลายเป็ตัวตลกในวัง ทำให้ไม่มีใครคบ ทำให้เ้าไม่มีที่ยืนจนในที่สุด…เ้าก็คิดสั้น แต่เ้าเปลี่ยบนไปแบบนี้ ยิ่งเป็ภัย เช่นนั้นไปแล้วไปลับอย่ากลับมาอีก ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้ไม่อยากอยู่เหมือนก่อนนั้น..ดีไหม"
หัวใจเยว่จื่อกระตุกแรง
ในเสี้ยววินาทีนั้น นางเข้าใจทุกอย่าง นี่เอง…ต้นเหตุของความตาย
ไม่ใช่อาหาร ไม่ใช่ความอ้วน ไม่ใช่ฝ่าาไม่เหลียวแลแต่เป็การถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า และความโหดร้ายของวังหลัง
หลินซื่อหานกัดฟัน น้ำตาคลอ แต่ยังคงก้มหน้า
เขารู้… ว่าตอนนี้พูดอะไรไป ลูกสาวจะยิ่งลำบาก สนมเอกยืดตัวตรง ยกคางสูง
"แต่ถึงลุกขึ้นสู้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว ต่อให้เ้าอยากเจอฝ่าา ต่อให้เ้าจะเปลี่ยนตัวเองเ้าก็ไม่มีวันได้เจอฝ่าาอีกแล้วเพราะพรุ่งนี้…เ้าจะถูกส่งไปเมืองร้าง เ้ารู้ไหมเพราะอะไรข้าถึงจ้องจะจัดการกับเ้า"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นอีกครั้งเยว่จื่อค่อยๆ ลืมตา แววตานั้นไม่สั่น ไม่ร้องไห้
มีเพียงความนิ่ง…ก็เื่ทั้งหมดมันคือความทุกข์ของเ้าของร่าง
“เพราะเ้ามันงดงามเกินใครอย่างไรเล่าจึงสมควรตาย”
นางกำมือแน่น
ดี…ดีมาก…อย่างน้อยข้าก็รู้แล้วว่า ใครควรชดใช้ให้กับผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้
กลุ่มสนมยังไม่จากไป ยังคงยืนล้อม เย้ยหยัน ดูิ่ ราวกับรอชมการพังทลายของเยว่จื่อ
แต่พวกนางไม่รู้เลยว่าสิ่งที่กำลังพัง… ไม่ใช่หัวใจของนางหากเป็โซ่ตรวนสุดท้าย
ที่ผูกนางไว้กับความอ่อนแอของร่างเดิมต่างหาก
“เด็กๆ จับนางมัดไว้แล้วโบยให้หนัก ก่อนจะจับโยนเข้าไปในเกี้ยว ส่งนางเมืองอี้ ส่วนบิดานาง รัดนิ้วให้หนักต่อไปจะได้ไม่กล้าร่างฎีกาถึงฝ่าาอีก”
เยว่จือดิ้นรน ตามสัญชาตญาณแต่ช้าไปแล้วองครักษ์สองสามคนและขันทีร่างใหญ่นางกำนัลตัวั์ช่วยกันจับเยว่จือคว่ำหน้า เหมยจิ้งที่ทำท่าจะวิ่งก็ถูกลากตัวมามัดไว้
“พระสนมได้โปรดๆๆๆๆๆ พระสนมได้โปรดอย่าทำร้ายลูกข้าเลย”
