ความใส่ใจที่เหอชางแยกอาหารเป็สองชุดเพื่อให้นางไม่ต้องไปนั่งรวมกับคนตระกูลเหอ ทำให้หม่าเจี่ยซินซาบซึ้งใจในความเอาใจใส่ของเขายิ่งนัก แต่เื่กลับไม่ได้ช่วยทำให้นางสามารถทำใจยอมรับเื่การแต่งงานที่ผิดปกติของคนตระกูลเหอได้
“ข้ารู้ว่าเงื่อนไขเื่แต่งงานทำให้เ้าทุกข์ใจ ซินซินข้าไม่ได้อยากทำให้เ้ารู้สึกลำบากใจ เื่ที่เ้าไม่สามารถทำใจยอมรับเงื่อนไขเื่นี้ได้ข้าเข้าใจ ตอนนี้เ้าอย่าเพิ่งได้คิดมากเลย รอให้ร่างกายของเ้าหายดีแล้ว ตอนนั้นค่อยมาว่ากันอีกครั้งเถอะ”
รอจนเขากับนางวางตะเกียบลงแล้ว เหอชางก็เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าและสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ มือหนายื่นมาคลึงแก้มของนางช้าๆ ราวกับกำลังปลอบใจ หลังจากนั้นร่างสูงจึงได้ลุกขึ้นเก็บถ้วยชามไปล้างด้านนอก
หม่าเจี่ยซินถูกทิ้งให้นั่งเหม่ออยู่ในห้องครัวครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกของคนอื่นๆ นางจึงลุกออกจากห้องครัวไปทักทายท่านปู่และบิดาทั้งสองของเหอชาง
แม้จะรู้สึกอึดอัดกับพวกเขา แต่ในเมื่อนางมาอาศัยอยู่ในบ้านของผู้อื่น เื่มารยาทพื้นฐานย่อมไม่อาจละเลยได้
“อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะท่านลุง”
“อรุณสวัสดิ์ กินมื้อเช้าหรือยัง”
เหอคังกับเหอเจาที่เพิ่งเดินออกมาจากด้านในบ้านหันมาทักทายหม่าเจี่ยซิน เหอหยวนกับเหอตงกำลังเดินตามบิดาทั้งสองออกมาพอดี หม่าเจี่ยซินจึงหันไปค้อมศีรษะให้พวกเขาเบาๆ สองครั้งเป็การทักทาย
“เรียบแล้วเ้าค่ะ”
นางพยายามที่จะยิ้มแย้มให้กับผู้อาวุธโสทั้งสองของบ้าน ส่วนเหอหยวนและเหอตงหม่าเจี่ยซินไม่กล้าหันไปมองถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีใบหน้าที่น่ามองมากเพียงใดแต่เมื่อนึกถึงเื่การแต่งงาน มันก็ทำให้หม่าเจี่ยซินรู้สึกหวาดกลัวพวกเขาขึ้นมา
“ซินซิน ข้าจะเอาข้าวไปให้ท่านแม่ เ้าจะไปกับข้าหรือไม่”
เหอชางเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับถ้วยข้าวต้ม หม่าเจี่ยซินจึงหันไปพยักหน้าให้เขาเป็คำตอบ แล้วเดินตามเหอชางเข้าไปในห้องของหลิวซื่อ
“นางดูกลัวพวกเ้าสองคนถึงเพียงนี้ การแต่งงานครั้งนี้คงยากแล้ว”
เหอเจาเอ่ยกับเหอหยวนและเหอตง
“แต่นางดูชอบน้องสี่มาก บางทีนางจะตอบตกลงก็ได้”
เหอตงกล่าวไปตามที่เห็น เพราะเขารู้สึกนอกจากน้องสี่จะชอบนางแล้ว นางก็ชอบน้องสี่ของเขาเช่นกัน แล้วในใจของเขาก็รู้สึกคันยุบยิบอยากให้สายตาของหญิงสาวผู้นั้นหันมามองเขากับพี่ใหญ่บ้าง
“รอดูไปก่อน เื่นี้ต้องให้เวลานางหน่อย ธรรมเนียมของตระกูลเรามิใช่เื่ที่จะสามารถทำใจยอมรับได้ง่ายๆ อยู่แล้ว”
เหอคังพูดกับทุกคนแล้วเดินไปหยิบมีดข้างบ้าน จากนั้นเขากับเหอเจาก็พากันเดินออกจากบ้านไปเก็บฟืนในป่า ส่วนเหอหยวนก็มองเหอตงแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร แล้วเดินกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมลงนาไปถอนวัชพืช
เหอตงที่ถูกทิ้งเอาไว้เป็คนสุดท้ายจึงเกาหัวตนเองทีหนึ่งแล้วไปเตรียมตัวลงนากับเหอหยวน
ในห้องของหลิวซื่อ เหอชางกำลังป้อนข้าวหลิวซื่อทีละคำ จนกระทั่งข้าวต้มหมดไปครึ่งจานหลิวซื่อก็ไม่ยอมกินอีก เหอชางจึงยกถ้วยยามาให้มารดาดื่ม
“วันนี้พี่ใหญ่กับพี่รองจะลงนาไปถอนวัชพืช ข้าจะไปช่วยพวกเขาสักหน่อย เ้าจะกลับห้องไปพักผ่อนหรือนั่งคุยกับท่านแม่ที่นี่”
ปรนนิบัติหลิวซื่อกินอาหารกินยาเสร็จแล้ว เหอชางก็หันมาถามหม่าเจี่ยซินที่นั่งเงียบมาตลอด หม่าเจี่ยซินจึงเหลือบขึ้นมามองเขา แล้วนางก็ถูกสายตาของเหอชางทำให้ใจลอยจนลืมสิ่งที่เขาถามไปชั่วขณะ
“ซินซิน”
เห็นนางเอาแต่จ้องเขาโดยไม่ตอบอะไร เหอชางก็เอ่ยเรียกชื่อนางยิ้มๆ
“ข้า.. นั่งคุยกับท่านป้าสักครู่แล้วกัน”
เห็นหลิวซื่อมองกันอย่างมีความหวัง หม่าเจี่ยซินก็ทำใจกลับห้องตนเองไปทั้งเช่นนี้ไม่ได้ ดังนั้นนางจึงตอบตกลงอยู่กับหลิวซื่อก่อน
“เช่นนั้นข้าไปก่อน หากมีอะไรก็ออกไปเรียกข้าด้านนอก”
“อืม”
มองนางพยักหน้าอย่างว่าง่าย เหอชางก็พลันยิ้มออกมาอีกหน แล้วลุกเดินออกจากห้องไป หม่าเจี่ยซินจึงหันไปยิ้มให้หลิวซื่อ
“ท่านป้าเป็เช่นไรบ้าง”
“อากาศในห้องอุดอู้ไปหน่อย เ้าช่วยข้าเปิดหน้าต่างหน่อยได้หรือไม่”
“ได้เ้าค่ะ”
หม่าเจี่ยซินรับคำแล้วลุกไปเปิดหน้าต่างบานหนึ่งแง้มออก เพื่อให้อากาศด้านนอกถ่ายเทเข้ามา แต่เพื่อไม่ให้อากาศในห้องเปลี่ยนเร็วเกินไปนางจึงไม่ได้เปิดออกทั้งบาน
“มานั่งนี่เถอะ”
หลิวซื่อเรียกให้หม่าเจี่ยซินกลับไปนั่งข้างเตียง หม่าเจี่ยซินก็เดินไปนั่งลงข้างเตียงอย่างว่าง่าย หลิวซื่อจึงยิ้มให้กับความว่าง่ายของสาวน้อยผู้นี้ ในใจจึงยิ่งนึกชอบหม่าเจี่ยซินมากยิ่งกว่าเดิม
“เมื่อวานข้าให้เ้าเรียกข้าว่าท่านแม่แล้วมิใช่รึ เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมาเรียกท่านป้าอีกเล่า”
คว้ามือนางไปจับ หลิวซื่อก็ตบลงบนหลังมือเบาๆ
“ข้า...”
หม่าเจี่ยซินไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไรไปชั่วขณะ เพราะเื่การแต่งงานทำให้นางไม่กล้าเรียกหลิวซื่อว่าท่านแม่อีก แต่ครั้นจะให้บอกอีกฝ่ายไปตามตรง หม่าเจี่ยซินกลับไม่อาจทำเช่นนั้นได้อย่างง่ายดายเช่นกัน จึงกลายเป็ว่านางอ้ำๆ อึ้งๆ พูดอะไรไม่ออกแทน
“พวกเขาคงบอกเื่นั้นกับเ้าแล้วสินะ”
แค่มองดูสายตาของหม่าเจี่ยซิน หลิวซื่อก็รู้ถึงสาเหตุแล้วรอยยิ้มของนางจึงจางลงเล็กน้อย แววตาที่มีริ้วรอยหลายเส้นอยู่ตรงหางตาก็ไม่ได้สดใสเช่นเดิมอีก
“...”
“เมื่อก่อน ตอนแรกเริ่มข้าก็ยอมรับเื่นี้ไม่ได้เช่นกัน”
มองรอยยิ้มอย่างเข้าใจของหลิวซื่อ แล้วั์ตาของหม่าเจี่ยซินก็พลันแดงระเรื่อขึ้นมา แต่นางพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหล เพราะไม่อยากให้หลิวซื่อต้องมากังวลเื่นี้
“มาข้าจะเล่าเื่ของข้าให้เ้าฟัง”
หลิวซื่อตบหลังมือของสาวน้อยตรงหน้าเบาๆ ด้วยความเอ็นดูแล้วเริ่มเล่าเื่ราวเมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีก่อนของนางออกมา นั่นทำให้หม่าเจี่ยซินได้รู้ว่าหญิงวัยกลางคนผู้นี้เคยมี่เวลาที่ยากลำบากไม่ต่างจากนางมาก่อนเช่นกัน
______________________________________________________
ฝากกดติดตาม กดหัวใจและคอมเม้นท์ให้ไรท์ด้วยนะคะ
