บทที่ 6 สัญญาหมั้นหมายในวัยเยาว์
"คืนนี้ทุกคนจงนอนพักผ่อนให้เต็มที่"
รัญจวนออกคำสั่ง น้ำเสียงของนางลดความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย
"พรุ่งนี้เส้นทางยังอีกยาวไกล ใครที่ร่างกายไม่พร้อม จะกลายเป็ภาระ และข้าไม่้าคนอ่อนแอไว้ข้างกาย"
แม้คำพูดจะฟังดูตัดรอน แต่เหล่านางสิบสองต่างรู้ดีว่านี่คือความห่วงใยในแบบขององค์อสุรี พสุธาเริ่มใช้พลังสั่งการให้รากไม้ใหญ่โอบล้อมรอบค่ายเป็ปราการธรรมชาติที่แ่า พร้อมกับเนรมิตเตียงนุ่ม ๆ จากใบไม้ทองคำหนานุ่มให้แก่สตรีทุกนาง อัคนีหรี่เพลิงสีนิลลงให้เหลือเพียงแสงสลัวอุ่น ๆ ที่ช่วยขับไล่ความหนาวเย็น ส่วนกาฬทมิฬเลือนหายไปในเงามืดเพื่อทำหน้าที่เป็ยามระวังภัยที่ไร้ตัวตน
รัญจวนเอนกายพักผ่อนใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้และการรีดเร้นพลังอสูรมาตลอดทั้งวันทำให้นางเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
...และในความมืดมิดนั้นเอง ประตูแห่งความทรงจำที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนานพลันเปิดออก...
ในฝัน... นางเห็นตัวเองในวัยสิบเจ็ดปี วรัญณี ในวันนั้นช่างงดงามและเจิดจ้าประดุจดอกทานตะวันที่ผลิบานรับแสงทิพย์แรกของวัน รอยยิ้มของนางมีความสดใสและพลังชีวิตที่แผ่ซ่านจนทำให้โลกที่เต็มไปด้วยหมอกมนตราของอสุราดูสว่างไสวขึ้นทันตา นางมีดวงตากลมโตเป็ประกายซุกซน ผิวพรรณนวลลออสะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ ดูสูงส่งประดุจเทพอัปสรที่จุติลงมาท่ามกลางสายเือสุรีที่เข้มแข็ง
นางสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีทองอร่ามที่ทอจากใยไหม์ โบกสะบัดพริ้วไหวตามจังหวะการวิ่งเล่นอย่างเริงร่าบนลานกว้างของปราสาทอสุราที่ยิ่งใหญ่ เื้ัคือหน้าผาสูงชันที่ทอดตัวลงสู่มหาสมุทรเมฆขาวโพลนดูอลังการเหนือคำบรรยาย แสงอาทิตย์ที่นี่ไม่เคยร้อนแรง แต่นุ่มนวลและอบอุ่นประดุจััจากทิพย์วิมานที่คอยโอบอุ้มธิดาผู้เป็ดั่งดวงใจของเผ่าพันธุ์
"วรัญณี! ระวังล้ม"
เสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมไปด้วยความอาทรดังมาจากเื้ั
เด็กสาวหันไปฉีกยิ้มกว้างให้แก่เด็กหนุ่มร่างกำยำผู้หนึ่ง เขาคือ เทวราช คู่หมั้นผู้มีสายเืพญาั์บริสุทธิ์เข้ม้นที่สุดในเผ่าพันธุ์ ดวงตาของเขาคมเข้มทว่ายามมองมาที่นางกลับอ่อนเชื่อมประดุจน้ำผึ้ง ในมือของเขาถือดอกมณฑา์สีขาวบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่งบนยอดเขาสูง
"เ้าไปเก็บมาให้ข้าจริง ๆ หรือเทวราช!"
นางหัวเราะร่าพลางะโเข้าไปหา
"เพื่อเ้า... ต่อให้ต้องบุกฟ้าฝ่าไฟ ข้าก็ไม่เคยลังเล"
เขากล่าพลางบรรจงทัดดอกไม้ลงบนเส้นผมของนาง
"จำสัตย์สาบานั์ของข้าไว้ วรัญณี... ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปเพียงใด ข้าจะปกป้องเ้าด้วยิญญาของข้า"
ภาพในฝันเปลี่ยนไป เป็วันที่นางตัดสินใจละทิ้งทุกอย่าง
นางเห็นตัวเองในวัยสิบเจ็ด ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความโกรธแค้นของเหล่าขุนพลอสูร เบื้องหน้าของนางคือบุรุษสองคนที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
ชัยเสน ยืนอยู่บนราชรถทองคำ รูปร่างของเขาโก้เก๋โปร่งบาง ผิวพรรณขาวสะอาดหมดจดราวกับบุตรชายตระกูลสูงจากเมืองกรุง ท่วงท่าสำอางอ่อนช้อยในชุดผ้าไหมราคาแพงดูสูงส่งและละมุนละไมในสายตาของสตรีผู้หลงใหลในความศิวิไลซ์ของมนุษย์ แววตาของเขามีเสน่ห์เย้ายวนที่ทำให้วรัญณีในตอนนั้นถึงกับลืมสิ้นทุกอย่าง
ตรงข้ามกับ เทวราช ที่ยืนตระหง่านอยู่บนพื้นดิน ผิวกายของเขาเป็สีทองแดงเข้มก่ำประดุจเหล็กกล้าที่ผ่านการตีท่ามกลางเปลวไฟ ร่างกายกำยำสูงใหญ่ดั่งขุนเขาที่แผ่กลิ่นอายอสุราอันทรงพลังจนบรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยว ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมเข้มดุจงานประติมากรรมหินสลักชั้นเลิศ สันกรามคมกริบและดวงตาที่ลึกซึ้งทว่าแฝงไปด้วยความดุดัน
ทว่าวรัญณีในวันนั้นกลับสะบัดมือของเทวราชออกอย่างรุนแรง นางมองดูฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยรอยกร้านจากการตรากตรำศึกของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
"ข้าไม่้าเป็เมียั์อัปลักษณ์เช่นเ้า! ข้า้าเป็มเหสีผู้ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรของมนุษย์!"
นางะโใส่หน้าเขาด้วยถ้อยคำที่บาดลึก
"เทวราช... เ้ามันก็แค่ก้อนหินที่ไร้หัวใจ ข้าเกลียดกลิ่นอายอสูรในกายเ้า! อย่าได้มาแตะต้องตัวข้าอีก... เ้าดำ!"
นางเรียกเขาด้วยฉายาที่เหยียดหยามผิวพรรณที่เข้มแข็งของเขา ก่อนจะหันหลังวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของชัยเสน บุรุษที่นางคิดว่าคือความงดงามและเกียรติยศที่แท้จริง
นางยังจำแววตาของเทวราชในวินาทีนั้นได้ดี มันไม่ใช่ความโกรธ แตมันคือความแตกสลายที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่สิ่งมีชีวิตหนึ่งจะรู้สึกได้ เขายืนนิ่งประดุจหินผาที่ถูกพายุซัดจนปริแตก หยาดเืสีชาดไหลซึมออกจากฝ่ามือที่เขากำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ
"หากนั่นคือความ้าของเ้า ข้าก็จะถอยออกไป"
เสียงของเขาที่เคยสั่นเครือทว่าเด็ดเดี่ยว
"แต่จำไว้ วรัญณี ในวันที่โลกของมนุษย์ทอดทิ้งเ้า ในวันที่หัวใจเ้าแหลกสลาย เงาของข้าจะยังคงอยู่ตรงนี้เสมอ"
นางไม่สนคำเตือนนั้น นางหันหลังกลับอย่างใยดีและวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของชัยเสน ชายที่นางคิดว่าคือรักแท้ ชายที่สัญญาจะมอบยอดมงกุฎให้นาง แต่สุดท้ายเขากลับมอบคมดาบและลานปะาให้เป็รางวัลแห่งความภักดี
เฮือก!
รัญจวนสะบัดตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าหิมพานต์ หยาดน้ำตาอุ่น ๆ สายหนึ่งไหลผ่านร่องแก้มที่เย็นชืด นางยกมือขึ้นแตะมันด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย
'วรัญณี... เ้าคนโง่' รัญจวนสบถด่าเ้าของร่างเดิมในใจ ความรู้สึกเ็ปที่หน้าอกซ้ายนั้นมิใช่ของนาง แต่มันคือเศษเสี้ยวความรู้สึกที่เพิ่งตื่นรู้ว่าตนเองได้ขว้างเพชรแท้เม็ดงามทิ้งเพื่อไปคว้าเอาเพียงก้อนกรวดเคลือบทองจอมปลอม
"ยัยตาถั่วเอ๊ย!"
นางพึมพำลอดไรฟันพลางนึกถึงภาพใบหน้าของเทวราชเปรียบเทียบกับชัยเสน
"ผู้ชายเกรดพรีเมียมระดับห้าดาว... ทั้งซิกซ์แพ็กแน่นปั๋ก ส่วนสูงแบบนายแบบ ไหล่กว้างน่าซบ แถมยังหล่อคมเข้มดุดันขนาดนั้น ดันกล้าทิ้งเขาไปหาเ้าแห้งชัยเสนที่หน้าตาซีดเซียวราวกับคนอดนอนแถมยังตัวบางยังกับไม้เสียบลูกชิ้นเนี่ยนะ!"
รัญจวนแทบอยากจะกุมขมับให้กับรสนิยมสุดจะเพลียของวรัญณี ในโลกปี 2099 ของนาง ผู้ชายแบบเทวราชน่ะคือสมบัติชาติชัดๆ! แต่แม่คุณเ้าของร่างดันเรียกเขาว่าเ้าดำแล้วไปหลงใหลความสำอางจอมปลอมของไอ้กษัตริย์หูเบานั่น
"เสียของชะมัด ของดีระดับTopขนาดนั้น เ้าดันเขี่ยทิ้งเหมือนขยะข้างทาง"
รัญจวนแค่นหัวเราะอย่างสมเพช
"แต่ก็ดีแล้ว ที่เ้าชัยเสนนั้นเผยตัวตนออกมา มิเช่นนั้นเ้าคงจะยังโง่งมหลงใหลเ้าแห้งนั้นไม่เปลี่ยน และก็ให้ถือเป็บทเรียนของเ้า ในการทิ้งเพชรไปคว้าก้อนกรวดน่ะ มันต้องได้รับบทเรียนยังไง"
"นายหญิง.." เสียงของเมรีดังขึ้นเบา ๆ จากมุมมืด
"ท่านเป็อะไรหรือเปล่าเ้าคะ? ข้าเห็นท่านบ่นพึมพำเื่... กุ้งแห้ง อะไรสักอย่าง?"
รัญจวนปาดน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็ว แววตาที่สับสนเมื่อครู่กลับมาเย็นเยียบและคมปลาบประดุจใบมีดอีกครั้ง นางลุกขึ้นยืนตระหง่านภายใต้แสงจันทร์สีนวลของป่าอาถรรพ์
"ไม่มีอะไร... ข้าก็แค่ฝันเห็น 'ขยะ' ที่ข้าเคยเก็บมาไว้รกรกหูรกตาเท่านั้น"
นางหันไปมองลึกเข้าไปในป่าที่มืดมิด ััอสูรในกายเตือนให้นางรู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังเฝ้ามมองนางอยู่จากเงามืด... สายตาที่มั่นคงและคุ้มครองนางมาตลอดหลายปีที่นางถูกทอดทิ้ง
"นอนพักผ่อนเถอะ พวกเรายังต้องเดินทางอีกไกล"
รัญจวนประกาศก้อง ทว่าแววตาของนางกลับฉายแววอ่อนโยนลงยามมองไปยังเหล่าสตรีผู้บอบช้ำที่บัดนี้เริ่มมีความหวัง
"ที่นั่นไม่ใช่เพียงฐานทัพลับ แต่มันจะเป็บ้านหลังใหม่ของพวกเรา บ้านที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่ำ บ้านที่พวกเ้าจะมีศักดิ์ศรีและอำนาจเหนือกว่ามเหสีในวังโสโครกนั่น ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นของการล้างบางบัลลังก์ศิขรินทร์ และคือที่ที่เราจะสถาปนาอาณาจักรพิภพอสูรขึ้นมาใหม่ให้โลกต้องจารึก!"
รัญจวนประกาศอย่างเด็ดเดี่ยว ทว่าในใจลึก ๆ นางกลับเริ่มอยากจะเจอเ้าดำเกรดพรีเมียมคนนั้นขึ้นมาเสียแล้วสิ!
เช้าวันต่อมา...
เมื่อแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วป่าหิมพานต์ ม่านหมอกหนาทึบพลันสลายกลายเป็ละอองทิพย์ระยิบระยับ รัญจวนลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน กลิ่นอายของป่าอาถรรพ์ยามเช้านั้นช่างบริสุทธิ์และเปี่ยมไปด้วยพลังงานชีวิตที่พร้อมจะผลักดันให้นางก้าวไปข้างหน้า
อัคนีขยับปลายนิ้วเบา ๆ จุดเพลิงสีนิลขึ้นอีกครั้งเพื่ออุ่นเนื้อกวางทองมรกตที่ย่างทิ้งไว้ั้แ่เมื่อคืน แม้จะเป็เนื้อที่ค้างคืนทว่าด้วยคุณสมบัติพิเศษของสัตว์เทพหิมพานต์และเครื่องเทศชั้นเลิศที่รัญจวนสกัดไว้ เนื้อนั้นยังคงความนุ่มฉ่ำและส่งกลิ่นหอมหวลยั่วยวนประประสาทรับรสประดุจเพิ่งยกออกจากเตาใหม่ ๆ เหล่าเนตรอสูรทั้งสิบสองนางที่บัดนี้ดูมีเืฝาดขึ้นกว่าเมื่อวาน ต่างพากันจัดการอาหารเช้าด้วยความปิติ พวกนางรับรู้ได้ถึงพลังปราณที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในกระแสเืจากการกินอาหารทิพย์เหล่านี้
ในขณะที่ทุกคนกำลังสะสมพลังงาน พสุธาก็เดินกลับเข้ามาในค่ายพัก ท่วงท่าของเขามั่นคงดั่งขุนเขา ในมือทั้งสองถือใบบัวั์ที่ถูกพับเป็ภาชนะอย่างประณีต รองรับน้ำค้างทิพย์ใสบริสุทธิ์ที่ทอประกายระยิบระยับประดุจเพชรเม็ดงามซึ่งเขาเพิ่งรวบรวมมาจากยอดหญ้าทิพย์ศิขรินทร์ที่มีอยู่มากมายในบริเวณนั้น
"น้ำค้างทิพย์นี้จะช่วยชำระล้างความสกปรกและเสริมฐานปราณให้แก่พวกท่าน"
พสุธากล่าวพลางยื่นน้ำค้างถวายแก่รัญจวนและส่งต่อให้เหล่าเนตรอสูร
น้ำค้างนั้นมีความเย็นจัดทว่ากลับนุ่มนวลประดุจััจากทิพย์ไหม ทันทีที่รัญจวนดื่มเข้าไป ความรู้สึกปรอดโปร่งก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับเซลล์ทุกส่วนในร่างกำลังขานรับการเยียวยาขั้นสูงสุด และเมื่อพวกนางใช้มันชำระล้างใบหน้าและร่างกายที่บอบช้ำ คราบเืที่แห้งกรังและเขม่าควันจากอดีตที่โสมมก็หลุดออกไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นผิวพรรณที่ผุดผ่องสว่างไสวภายใต้เนตรอสูรสีม่วงเข้มที่บัดนี้วาวโรจน์ด้วยความกระหายที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่
รัญจวนนั่งตระหง่านอยู่บนหลังม้าสีนิล ท่วงท่าองอาจประดุจขุนศึกที่กำลังจะออกไปพิชิตแผ่นดิน เื้ัคือกองทัพเนตรอสูรที่พร้อมจะติดตามนางไปทุกหนแห่ง
ทว่าป่าหิมพานต์หาได้เป็เพียงสวน์ไว้เดินเล่นไม่!
"ระวัง!"
****เ้าดำต้องหล่อมากแน่ๆ วรัญณีตาถั่วจริงๆ ****
****ชอบใจแนวนี้หรือไม่ คอมเมนท์บอกไรท์ได้เลยนะเ้าคะ ****
