หลังจากนั้นไม่นานใบหน้าหล่อเหลาของหนานกงฉี่ก็กลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง "ไม่น่าจะเป็ไปได้ฉินอันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเป็คนฝากฝัง แต่จื่อหลิง... "
"จื่อหลิงหรือ?" เหนียนอีหลานรู้ว่า จื่อหลิงเป็สาวใช้ที่หนานกงฉี่พากลับมาจากนอกเมืองชุ่นเทียน
หนานกงฉี่ขมวดคิ้ว เงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยตามมาว่า "หาก้าความสบายใจเช่นนั้นก็คงเก็บจื่อหลิงไว้ไม่ได้"
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงไม่อยากให้เหนียนยวี่รู้ว่าการจัดเตรียมเื่เมื่อคืนนี้ทั้งหมดเป็เขาที่ลงมือควบคุม
“อืม เก็บไว้ไม่ได้"เหนียนอีหลานบ่นพึมพำ สูดหายใจลึก ราวกับพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองนางรู้ว่าเปี่ยวเกอจะจัดการกับจื่อหลิง การตายของสาวใช้เพียงคนเดียวคงมิใช่เื่ใหญ่อะไร
นางมิอาจให้เหนียนยวี่รู้ได้ว่านาง้าทำให้ชีวิตของเหนียนยวี่ไม่ราบรื่นตอนนี้นางยังต้องแสร้งทำตัวเป็พี่น้องรักใคร่กลมเกลียว
แต่เหนียนยวี่...
เหนียนยวี่ในยามนี้หลังจากออกจากตำหนักชีอู๋กับองค์หญิงใหญ่ชิงเหอก็ไปเดินเล่นในสวนยวี่ฮวาสบายอารมณ์ระหว่างทางได้พบปะกับฮูหยินและเหล่าคุณหนูตระกูลขุนนางมากมาย มองเห็นเหนียนยวี่เดินมากับองค์หญิงใหญ่ชิงเหอแรกเริ่มก็รู้สึกประหลาดใจ แล้วก็งงงวยไม่มั่นใจ คิดดูแล้วก็ไม่เข้าใจเห็นได้ชัดว่าบุตรีอนุผู้นี้สูญเสียความโปรดปรานไปแล้วเหตุใดองค์หญิงใหญ่ถึงได้ทำตัวใกล้ชิดขึ้นมาเช่นนี้
ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็เป็ได้แค่ความอิจฉา
เมื่อมาถึงสถานที่ที่ไม่มีผู้คนรอบข้างในที่สุดเหนียนยวี่ก็เอ่ยปากคุยกับองค์หญิงใหญ่ชิงเหอว่า "เื่ในตำหนักชีอู๋เมื่อครู่นี้ ยวี่เอ๋อร์ขอบพระทัยเสด็จแม่เพคะ ที่ตรัสช่วยยวี่เอ๋อร์"
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอกำลังจะพูดถึงเื่นี้พอดีเช่นกันนางเหลือบมองเหนียนยวี่ "วันเกิดปีที่สิบห้าของเ้าใช่ตอนสิ้นปีหรือไม่?"
"ใช่เพคะเสด็จแม่" เหนียนยวี่ฟังน้ำเสียงขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอ รู้แล้วว่านางมีเื่อยากจะพูดจึงประคองนางเดินต่อไป ขานรับอย่างเคารพนอบน้อม
"งานเลี้ยงเทศกาลฉีเฉี่ยวในสวนวันนี้แม้เ้ายังไม่คิดเื่สมรสก็ตาม แต่ถ้าหากมีบุรุษที่ได้ปลื้ม ก็สามารถบอกข้าได้ตลอด"องค์หญิงใหญ่ชิงเหอตบมือเหนียนยวี่เบาๆ กล่าวอย่างชัดเจน
เหนียนยวี่ใเล็กน้อย จากนั้นใบหน้าก็เบ่งบานไปด้วยรอยยิ้ม"ขอบพระทัยท่านแม่เพคะที่ช่วยเหลือทว่ายวี่เอ๋อร์ไม่มีบุรุษในดวงใจหรอกเพคะ"
"เ้าไม่ได้ปลาบปลื้มมู่อ๋องจ้าวอี้หรอกหรือ?"องค์หญิงใหญ่ชิงเหอชะงักฝีเท้าอย่างฉับพลัน จ้องมองเหนียนยวี่อย่างไม่ละสายตาราวกับอยากจะรอดูสีหน้าของนางอย่างชัดเจน
มู่อ๋องจ้าวอี้หรือ?
เหนียนยวี่นึกถึงการกระทำขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอในตำหนักชีอู๋เมื่อครู่นี้เข้าใจความกังวลของนาง ดวงตาสบสายตาสอดส่องขององค์หญิงใหญ่ชิงเหออย่างแน่วแน่ "เพคะท่านอ๋องมู่มองยวี่เอ๋อร์เป็เปี่ยวเม่ย ยวี่เอ๋อร์เองก็มองท่านอ๋องมู่เป็สหาย ไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชายหนุ่มหญิงสาวเพคะ"
“ไม่มีความสัมพันธ์เชิงชายหนุ่มหญิงสาวเลยจริงหรือ?"องค์หญิงใหญ่ชิงเหอสบตาเหนียนยวี่ตรงๆ ดวงตาคู่นั้นไม่มีแม้แต่ร่องรอยเศษเสี้ยวของการโกหก จากนั้นนางก็ยิ้มแย้มและหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอดไม่ได้ "ข้าเชื่อเ้า เ้าบอกว่าไม่มีความสัมพันธ์เชิงนั้นเลยสักนิดเช่นนั้นก็คือไม่มี ทว่าในเมื่อพวกเ้าไม่ได้ชอบพอกันเช่นนั้นก็รักษาระยะห่างระหว่างกันเสียหน่อย...ข้าแค่ได้ยินมาว่า ่นี้เ้าและมู่อ๋องใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมากเฮ้อ เ้าคงไม่รู้ เื่การสมรสของหลานข้าคนนี้ มีผู้คนมากมายจับจ้องมองมาอยู่งานเลี้ยงในสวนเทศกาลฉีเฉี่ยวครานี้ เพียงแค่มีข่าวลือเื่ฮองเฮาอวี่เหวินเลือกพระชายาให้มู่อ๋องผู้คนมากมายก็คิดหนักกันแล้ว ก่อนหน้าเ้าและอี้เอ๋อร์จะเข้าไปในตำหนักตระกูลหนานกงก็ได้เอ่ยกล่าวกับฮองเฮาอวี่เหวินว่า เหนียนอีหลานมีดีเลิศล้ำแค่ไหนเฮ้อ นั่นแค่หนึ่งในคนที่คิดอยากจะปีนป่ายเข้าไปเป็พระชายายังมีคนที่ส่งมาจากแคว้นตงหลีอีก...ทุกคนล้วนมาอย่างน่ากลัวข้ากังวลว่าการต่อสู้ในการแย่งตำแหน่งในครั้งนี้ เ้าจะพลอยถูกทำร้ายไปด้วย"
ความกังวลขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอที่มีต่อนางเหนียนยวี่เห็นทุกอย่างในสายตา ในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก"ยวี่เอ๋อร์ทำให้เสด็จแม่เป็กังวลแล้ว เมื่อสตรีสมรสกับบุรุษผู้มั่งคั่งร่ำรวยและมีอำนาจชื่อเสียงก็จะสูญเสียอิสรภาพไปการสมรสกับราชวงศ์ก็เป็เช่นนี้ ยวี่เอ๋อร์อย่างไรวันหนึ่งก็ต้องแต่งออกไป ทว่าจะไม่แต่งเข้าตระกูลที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์แน่"
คำพูดของเหนียนยวี่ทำให้องค์หญิงใหญ่ชิงเหออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองนางอีกครั้ง คาดคิดว่ามีความคิดที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้เลยหรือ
"เ้าคิดเช่นนี้ข้าก็วางใจได้แล้ว ยวี่เอ๋อร์ ในเมื่อเ้าก็กลายเป็บุตรีบุญธรรมของข้าแล้วเื่งานสมรสของเ้า ข้าก็จะเป็คนจัดการให้เ้าเอง" องค์หญิงใหญ่ชิงเหอเอ่ยอย่างอบอุ่น มองดูทิวทัศน์งดงามของสวนบุปผา ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างสายตาเหม่อลอยไปไกล
"ข้าชอบความรักและการแต่งงานระหว่างสามัญชนมากกว่าเหล่าขุนนางน่าเสียดาย ตอนนั้นที่มีโอกาส..." น้ำเสียงขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอ ฟังดูเสียใจอย่างสุดจะพรรณนาทว่าเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นางก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ
มีโอกาสงั้นหรือ?
โอกาสที่จะมีความรักและแต่งงานเฉกเช่นคนธรรมดาหรือ?
เหนียนยวี่ััอะไรบางอย่างได้จึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมององค์หญิงใหญ่ชิงเหอ อยากจะสำรวจค้นหาบางอย่างทว่าก็เห็นแค่สีหน้าปกติของนาง มือข้างหนึ่งลูบพระครรภ์ขึ้นลงอย่างเบามือ สีหน้าและแววตาเปี่ยมด้วยความรักของมารดาทำให้คนที่มองดูเหม่อลอยไปเล็กน้อย
สตรีผู้นี้ ชาติก่อนไร้บุตรแต่ชาตินี้...
เหนียนยวี่ก้มมองพระครรภ์น้อยๆขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอ ทันใดในใจนางก็ผุดความรู้สึกเชื่อมั่นขึ้นมาอย่างแน่วแน่ว่าชาตินี้ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะปกป้องเด็กในครรภ์ขององค์หญิงใหญ่ให้ได้!
เหนียนยวี่สูดหายใจลึกเฮือกหนึ่งประคององค์หญิงใหญ่เดินในสวนอย่างช้าๆ โดยไม่ได้สังเกตว่าจุดที่ทั้งสองยืนอยู่บุรุษในชุดผ้าไหมสีดำและดวงตาที่เผยให้เห็นใต้หน้ากากสีเงินกำลังจ้องมองทิศทางแผ่นหลังของคนทั้งคู่ลับหายไปอย่างครุ่นคิด
ฉู่ชิงไม่ได้คิดว่า เมื่อเขาผ่านมาทางนี้แล้วจะได้ยินเสียงของเหนียนยวี่ฝีเท้าของเขาจะหยุดชะงักโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะแอบฟังบทสนทนาของพวกนางอย่างไร้ยางอาย
อย่างไรวันหนึ่งก็ต้องแต่งออกไป ทว่าจะไม่แต่งเข้าตระกูลที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์แน่งั้นหรือ?
วงคิ้วงดงามภายใต้หน้ากากขมวดเข้าหากันอย่างอดไม่ได้ใบหน้าเมินเฉยอึมครึม ดวงตาสีนิลราวสระน้ำลึกล้ำคู่นั้น ราวกับมีระลอกคลื่นสาดซัด ทว่ากลับไม่มีผู้ใดลอบรู้ได้ว่าในใจของท่านแม่ทัพหลวงที่ยังหนุ่มแน่นและมีอำนาจมากมายผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่
ชั่วขณะหนึ่งั์ตาสีนิลนั้นแปรเปลี่ยนกลับมาสุขุมเยือกเย็นเช่นเดิม เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากบริเวณหน้าอกและยกขึ้นดมกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยแตะจมูก ใบหน้างดงามภายใต้หน้ากากของชายหนุ่มก็ผุดรอยยิ้มออกมา
ในตำหนักชีอู๋ หลังจากหลายๆ คนออกไปจากตำหนักฮองเฮาอวี่เหวินก็เรียกให้มู่อ๋องจ้าวอี้รั้งอยู่ก่อน
นอกจากจ้าวอี้แล้วก็ยังเหลืออวี่เหวินเจี๋ย สองพี่น้องจากแคว้นตงหลีที่ยังอยู่ในตำหนัก
“อี้เอ๋อร์นี่คือหรูเยียน จำได้ว่าเมื่อสี่ปีที่แล้วพวกเ้าเคยพบกันมาก่อน" ฮองเฮาอวี่เหวินกล่าวอย่างอ่อนโยนเหลือบมองจ้าวอี้ แล้วเบนสายตาหันมองสตรีรูปร่างงดงามในชุดขาวบนใบหน้าแฝงรอยยิ้มราวกับพึงพอใจค่อนข้างมาก
อวี่เหวินหรูเยียนเป็องค์หญิงจากแคว้นตงหลีแม้ฮองเฮาอวี่เหวินจะอยู่ที่เป่ยฉีทว่านางก็รู้เื่แคว้นตงหลีจากจดหมายไม่น้อยเลย สองปีมานี้ ในจดหมายได้กล่าวถึงชื่ออวี่เหวินหรูเยียนนับครั้งไม่ถ้วน ในจดหมายเขียนไว้ว่านางเป็คนใจเย็นสงบนิ่ง ตัดสินใจเด็ดขาดและมีความคิดความอ่าน
เหตุใดครานี้ราชวงศ์อวี่เหวินจึงยอมส่งอวี่เหวินหรูเยียนมาเยือนต่างแคว้นความหมายก็ชัดเจนแล้วว่าทำไม การเกี่ยวดองจากการสมรสระหว่างตงหลีและเป่ยฉีสองแคว้นสามารถทำให้สถานการณ์ของสองแคว้นมีความมั่นคงขึ้น พวกเขาอยากจะให้สถานการณ์แบบนี้ดำเนินต่อไป
และนาง...ฮองเฮาอวี่เหวินค่อยๆจิบชาช้าๆ สำหรับนางแล้ว หากคนที่จ้าวอี้สมรสด้วยคือคนของแคว้นตงหลีเช่นนั้นตำแหน่งของนางในเป่ยฉีก็จะยิ่งมั่นคงขึ้นไปอีก
นึกถึงสตรีที่กลับมาที่วังหลวงผู้นั้นคิ้วของฮองเฮาอวี่เหวินก็อดไม่ได้ที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ในบรรดาราชทูตของแคว้นหนานเยวี่ยเองก็มีสตรีอยู่คนหนึ่งเช่นกันดูแล้วความคิดของหนานเยวี่ยก็คงไม่ต่างจากตงหลีนัก
อวี่เหวินหรูเยียนลุกขึ้นและคำนับให้จ้าวอี้อย่างงดงามอ่อนช้อย"หรูเยียนยินดีที่ได้พบท่านอ๋องมู่เพคะ สี่ปีก่อนท่านอ๋องมู่มีบุญคุณช่วยชีวิตหรูเยียนไว้เพคะ"
"ช่วยชีวิตหรือ?"จ้าวอี้ขมวดคิ้ว ปรายตามองหรูเยียน ใบหน้ารางเลือนภายใต้ผ้าคลุมหน้านั้นยากจะปิดบังความงดงามไว้ได้ ดวงตาคู่นั้นอ่อนโยนสงบนิ่งดูสูงส่งมีราคามากกว่าเหล่าบุตรีขุนนางธรรมดาอย่างมาก ทำให้ผู้คนชื่นชอบ ชายหนุ่มหลงรักทว่ากับชายหนุ่มผู้นี้ เขากลับไม่ยอมรับ "จริงหรือ? คนที่เปิ่นหวางช่วยไว้ไม่ใช่น้อยๆเลย เ้าคือคนไหนหรือ?"