ท่ามกลางความร้อนที่อบอ้าว และอากาศแห้ง ‘หลิน’ลืมตาขึ้นมาพบกับเพดานมุงด้วยหญ้าคาเก่าๆ ที่มีแสงแดดลอดผ่านรอยแยกของหญ้า ลงมาแยงตา
“โอ๊ย!ทำไมถึงเจ็บตัวไปหมดแบบนี้ ปวดร้าวระบมไปหมด หรือเป็เพราะว่า ตอนที่เราเดินข้ามถนน แสงไฟจากรถบรรทุกและเสียงเบรคที่ดังสนั่น แต่ทำไมไม่อยู่ ในห้องของโรงพยาบาลสักแห่งหนึ่งล่ะ”
‘มันคือที่ไหนกัน หรือว่าพวกเขาเ้าของรถ กลัวความผิด เลยแอบเอาเรามาโยนไว้ที่บ้านร้างกลางป่า’
‘แต่บ้านนี้มันก็เก่าเสียจริง ห้องนอนไม้ผุๆที่ดูเหมือนจะทรุดโทรมมาก หรือมันอยู่ในที่รกร้าง จนรู้สึกถึงอากาศแห้งและอบอ้าวแบบนี้’
ด้วยร่างกายที่เ็ปและอ่อนเพลีย ถึงแม้จะร้อนเพียงใดหลินหลับไปนาน จนกระทั่งรู้สึกว่ามีคนเคลื่อนไหว อยู่ข้างเตียงเก่าที่นางนอนอยู่ จึงลืมตาขึ้นมา
“ตื่นแล้วหรือหลินซี…ดื่มน้ำข้าวก่อนเถอะ”เสียงแหบพร่าของหญิงชราคนหนึ่ง ดังขึ้นข้างเตียงไม้เก่า
หลินยกมือขึ้นมา บังแสงที่แยงตา เพื่อที่จะมองเ้าของเสียง นางมองมือของตัวเอง ที่ผอมบางและหยาบกร้าน กว่าที่เคยเป็ ‘นี่คือสิ่งใดกัน ทำไมมือที่ทาครีมทุกวันถึงได้ กระด่างกระดำแบบนี้’
“ไม่ใช่! นี่ไม่ใช่ร่างกายของข้า!”หลินหันมองหญิงชรา ที่ถือถ้วยใบเก่ายืนอยู่ข้างเตียง
“ยายฉันอยู่ที่ไหนกัน แล้วทำไมยายถึงแต่งตัวแบบนี้”นางกัดฟันทนความเ็ปลุกขึ้นนั่ง
“หลินซี! เ้าหัวกระแทกเตียงจนลืมไปแล้วหรือ ลืมจนกระทั่งว่าอยู่ที่ไหน แล้วข้าแต่งตัวยังไง เราอยู่ที่นี่มาสิบสี่ปีแล้ว เป็ข้าและสามี ที่เลี้ยงเ้ามาั้แ่ ยังเป็ทารกตัวน้อย”
“หัวกระแทกเตียงได้ยังไง! ฉันไม่ได้ถูกรถชน ตรงทางแยกตอนข้ามถนนหรือ”
“เฮ้อ! สงสัยเ้าจะความจำเสื่อม จริงๆด้วย ร่างกายยังอ่อนแอ ไข้ก็ยังมีกินน้ำต้มข้าวไปก่อน จะได้กินยาตาม ถ้าหายป่วยความจำอาจจะกลับคืนมา”
“ยายมียาแก้ปวดไหม ฉันปวดหัวมาก”
“เ้ากินน้ำต้มข้าวเข้าไปก่อน เดี๋ยวยายจะยกยามาให้กิน”
หลินเอื้อมมือไปยกถ้วยน้ำข้าว มาดื่มกินเพราะความรู้สึกหิว ‘ให้ตายเถอะ! มันไม่ต่างอะไรกับน้ำต้มเปล่า นี่เรามาอยู่ที่ไหนกัน ยังมีถิ่นทุรกันดารที่ไม่มีอาหารกิน ต้องมากินน้ำต้มข้าวแบบนี้อีกหรือ มันอยู่ที่จังหวัดไหนกัน’
แต่ด้วยความหิว ถึงแม้รสชาติจะเหมือนน้ำเปล่า หลินก็ดื่มกินจนหมดถ้วย สายตาก็มองไปรอบตัว ‘กระท่อมกลางสวน ต้องเป็กระท่อมกลางสวน ที่คนขับรถเอาเรามาโยนไว้เป็แน่ ยายคนนี้น่าจะเป็คนเฝ้าสวน’
‘จำได้ว่า เราติดฝนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แต่รถไม่มี โบกเรียกแท็กซี่ก็ไม่รับ โทรศัพท์แบตเตอรี่เหลือแค่ 1% จึงคิดจะข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง เพื่อเรียกรถแท็กซี่ พร้อมกับอีกหลายคน มีแสงไฟหน้ารถบรรทุกคันใหญ่ เรารู้ว่าถูกชนแต่ไม่รู้สึกเจ็บ เหมือนมีบางอย่างที่อบอุ่น โอบอุ้มร่างกายไว้ เสียงแห่งความวุ่นวายบนท้องถนนค่อยๆเงียบลง แล้วเรามาโผล่ที่นี่ได้ยังไงกัน’
“หลินซี!ยาต้มมาแล้ว กินให้หมดอาการปวดหัวจะได้หายลง”หลินรับถ้วยยาที่ยังร้อน แค่ได้กลิ่นหลินแทนสลบ ทั้งฉุนและเหม็นเขียว นางจึงใช้มือปิดจมูก แล้วกลั้นใจกินทีเดียวให้หมดถ้วย
ความพะอืดพะอมกับรสชาติขมฝาด นางกำลังจะสำรอกออกมา “กลืนลงท้องไปเสีย! มีแค่ถ้วยเดียวเท่านั้น สมุนไพรหายาก”เสียงหญิงชราที่ดูเข้มขรึมดังขึ้น เมื่อเห็นนางกำลังจะคาย ยาที่ต้มก็ยาก ราคาที่แสนแพงออกมา
หลินยังรู้สึกว่า เหมือนมีพลังบางอย่าง กระแทกมาทีหลังจนนางต้องกลืนยาลงท้อง “โอ๊ย!ยายทุบหลังทำไม ฉันยังาเ็อยู่นะ”
“ยายต้องใช้สมุนไพรด้วยหรือ พวกยาแก้ปวดแก้ไข้ ยาพาราเซตามอลก็ไม่มีหรือ อยู่กลางป่าแบบนี้ ยายต้องมียาสามัญประจำบ้านติดไว้บ้างสิ แล้วสมุนไพรอะไรมันถึงได้ขมขนาดนี้ กลิ่นก็แย่!”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่นางก็กลืนกินยาลงท้องไปหมดแล้ว ั้แ่โดนทุบหลัง
“พูดอะไรของเ้า มีสมุนไพรมีให้กินก็ดีแล้ว นอนพักผ่อนสักสองวันอาการคงดีขึ้น”
หลินทำอะไรไม่ได้เนื่องจากร่างกาย ปวดระบมไปหมด ได้แต่เอนกายลงนอน บนที่นอนที่แข็งเหมือนนอนกับไม้กระดาน มีผ้าห่มเก่าหนึ่งผืน ที่แห้งและแข็งไม่ต่างกัน เหมือนกับชาตินี้มันยังไม่เคยเจอน้ำยาซักผ้ามาก่อน
‘พวกเขาไม่คิด จะซักผ้าบ้างหรือยังไง อยู่กันไปได้ หรือว่ายายแก่แล้วไม่มีแรงจะซัก’
หลินหลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ หลังจากตื่นขึ้นมา ก็นอนแน่นิ่งอยู่บนที่นอน ทบทวนความฝัน ที่ยาวนานก่อนที่จะลืมตาตื่นขึ้นมา ‘เราคงตายไปแล้ว ิญญาถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วหญิงสาวที่ฝันถึงก็คือเ้าของร่างนี้หรือ’
หลินนอนหมดอาลัยตายอยาก ‘มาอยู่ที่แบบนี้ ให้ตายไปอีกรอบยังดีกว่า ความรู้ความสามารถไม่มี ทำกับข้าวก็ทำไม่เป็ ไม่มีทักษะใดๆทั้งสิ้น ให้ตายเถอะ! โชคร้ายทับซ้อน ไม่อยากต่อสู้ดิ้นรนต่อไปแล้ว’
‘เ้าของร่างก็น่าสงสาร ตายเพื่ออาหารกับข้าวสารไม่กี่เม็ด ที่ถูกคนชั่วมาแย่งชิง ถูกทุบตีโดนผลักหัวไปกระแทกกับเตียงไม้ ชื่อของนางคล้ายกับของเราอีกด้วย’
นอนจนปวดหลัง ท้องเริ่มหิวทำให้หลินลุกนั่ง ‘นอนไปกี่วันกันเนี่ย ทำไมถึงได้หิวแบบนี้ ลองไปดูข้างนอกเผื่อจะมีอะไรรองท้อง แก้หิวไปก่อน’
ร่างอันผอมบางของเด็กสาววัยสิบสี่ เดินโซเซมาที่ประตูทางออกของกระท่อม ‘มันคือที่ไหนกันแน่ ทำไมถึงดูแห้งแล้งแบบนี้ ห้องครัวอยู่ที่ไหน’
กระท่อมหลังเล็ก มีหนึ่งห้องนอนและห้องเก็บของ ที่นางนอนอยู่ ข้างบ้านไกลออกไปมีคอกหมู ที่ว่างเปล่ามีแต่ ท่อนไม้ทำฟืนกองไว้ ด้านข้างมีกองฟาง และหญ้าแห้ง
“หลินซี!เ้าเป็ยังไงบ้าง จำอะไรได้ไหม เห็นยายเหมย บอกว่าเ้าได้รับาเ็ที่ศีรษะ แล้วจำอะไรไม่ได้เลย ตอนนี้ล่ะจำอะไรได้เหมือนเดิมไหม”ชายชราวัยห้าสิบกว่า ร้องทักขึ้นเมื่อเห็นเด็กสาว เดินออกมาหน้ากระท่อม
“คือ…ฉัน เออคือว่า ข้าจำได้แต่ว่าถูกกลุ่มคนชั่ว ที่มาแย่งชิงอาหารข้าวสารไป ต่อสู้กันพวกมันมี หลายคนโดนผลัก จนหัวไปกระแทกเตียง จำได้แค่นี้”
“บ้านเมืองแห้งแล้งลำบากกันไปทั่ว ขโมยก็เยอะ ถ้าเ้ายอมให้พวกมันขนไปเสีย ก็ไม่เจ็บตัว เ้าจำเอาไว้ชีวิตสำคัญกว่าสิ่งใด”
“คงหิวละสิ มากินข้าวกันเถอะ เป็น้ำต้มข้าวเหมือนเดิม เ้าก็เห็นพื้นดินตรงหน้า มันแห้งแล้งจนปลูกอะไรไม่ขึ้น ที่ปลูกแล้วก็รอวันตาย”
‘แย่ละ!กินแต่น้ำข้าวแบบนี้ จะเอาแรงที่ไหนมา อาการป่วยจะหายไหมเนี่ย ยังรู้สึกมึนหัวอยู่เลย มองไปทางไหนก็แห้งแล้งไปหมด’เด็กสาวเดินอย่าง หมดอาลัยตายอยากในชีวิต เดินกลับเข้าไปในกระท่อมเพื่อกินน้ำต้มข้าว
ตอนนี้นางรู้แล้วว่า ิญญาได้มาสิงร่างของผู้อื่นอยู่ ก็คือนางทะลุมิติมานั่นเอง มาอยู่ในบ้านเมืองไหนก็แล้วยังไม่รู้ ทุกอย่างแปลกตาไปหมด จะถามตายายก็กลัวว่าพวกเขาจะรู้ ว่าเป็ิญญาอื่นมาอยู่ในร่างนี้
หลังจากกินน้ำต้มข้าว ที่เหมือนกับน้ำเปล่าได้สามวัน อาการป่วยของนางก็ดีขึ้น เพราะได้ยาขม ถ้าไม่รีบหายต้องทุกข์ทรมานกับการกินยาขม มีทางเดียวคือต้องรีบทำให้ตัวเองหายป่วย
“หลินซี! วันนี้ไม่มีข้าวเหลือสักเม็ดแล้ว ร่างกายเ้าก็ดีขึ้นแล้ว เ้าลองไปขุดหาหัวมัน ที่ข้างลำธารตรงโน้นดู เผื่อจะโชคดี”หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงอันเศร้าสร้อย ขณะยื่นจอบเก่าๆ ให้กับเด็กสาวร่างผอม พร้อมกับกระบอกน้ำไม้ไผ่
“ห้ะ!ให้ไปขุดหาหัวมัน ชาตินี้จะได้กินไหมเนี่ย”ถึงจะพูดแบบนั้น นางก็ยอมรับจอบและกระบอกน้ำ มาจากหญิงชรา เดินออกจากกระท่อม
หลินพยุงร่างกายที่อ่อนแอ เดินไปที่ลำธาร ตอนนี้แห้งขอด จนเห็นแต่โขดหิน ‘เฮ้อ!จะไม่เสียเวลาเปล่าหรือ เดินมาตั้งไกล แรงยิ่งมีน้อยอยู่ จะได้อะไรไปกินไหม’
‘ทำอาหารไม่เป็ งานฝีมือก็ไม่มี เื่เกษตรนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง…จะรอดไหมเนี่ยเรา แล้วที่แบบไหนมันถึงจะมีหัวมันล่ะ’
‘สงสัยตรงไหนก็ขุดไว้ก่อนก็แล้วกัน หัวมันก็ต้องเป็เครือเถาวัลย์’เด็กสาว ขุดอยู่หลายต้น เจอแต่รากหญ้าแห้งเก่าเท่านั้น หมดแรงต้องมานั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่มีแต่กิ่งก้านไม่มีใบติดต้นสักใบ
‘มันคือที่ไหนกัน แต่งตัวเหมือนจีนโบราณ แต่ทำไมถึงแห้งแล้งแบบนี้ ไม่ใช่ว่าโลกโบราณอุดมสมบูรณ์ ทั้งทรัพยากรและป่าไม้หลอกหรือ แล้ววันนี้จะได้อะไรกลับไปกินไหมนี่ เฮ้อ!’
‘ลองขุดอีกสักตั้ง เผื่อจะเจอ ร่างกายนี้ก็อ่อนแอเสียจริง ขุดไม่กี่ทีก็เหนื่อยแล้ว ไม่มีพละกำลังเสียเลย กลับไปต้องไปถามให้ได้ ว่าที่นี่คือที่ไหน เมืองอะไรอยู่ราชวงศ์ไหน ซีรี่ส์จีนก็เคยดู เผื่อจะรู้จักบ้าง แต่ส่วนมากดูแต่พระเอกหล่อเท่านั้น’
หลินซีขุดไปบ่นไป ‘แห้งแล้งขุดตรงไหนก็เจอแต่หิน เป็แบบนี้ต้องให้เทพเซียนมาช่วยแล้วล่ะ พวกท่านไปบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ไหน ถึงไม่ผ่านมาทางนี้บ้าง’
เสียงขุดหินดัง ‘แก๊ก’หลินซีรีบดู กลัวจะทำให้จอบของหญิงชราบิ่นเสียหาย
‘เอ๊ะ!นั่น หินสีเขียว หรือว่าเป็หินหยกกัน’หลินซีวางจอบลงรีบเข้าไปดูหินสีเขียว เผื่อจะขายได้
‘มันกลมเหมือนไข่ไก่ ต้องเอาไปให้ตายายทั้งสองคนดู ไม่ได้อะไรได้หินสีก็ยังดี ลองเอาน้ำล้างให้สะอาด เผื่อสีจะสวยกว่านี้’หลินซีเทน้ำในกระบอกไม้ไผ่ มาล้างหินก้อนสีเขียวที่ขุดเจอ
‘เอ๊ะ! เกิดอะไรขึ้น ทำไมน้ำหยดลงพื้นดิน ต้นหญ้าที่แห้งกับฟื้นขึ้นมาได้ล่ะ หรือว่านี่คือก้อนหินวิเศษ ไม่ได้แล้วต้องเอาไปลอง หลังบ้านเห็นมีต้นพริกอยู่หลายต้น ลองเอาไปรดดู ไม่แน่วันนี้อาจจะเป็ ไอเทม!จาก์ก็ได้’
หลิวซีแบกจอบรีบเดินกลับบ้าน ที่อยู่ไม่ไกล นางตรงไปยังหลังบ้าน เดินไปหาต้นพริก ที่เหลืองแห้ง แต่หญิงชรายังเอาน้ำล้างจานมารด
ถึงจะแห้งแล้งแต่ว่าน้ำ ในหมู่บ้านยังพอมีบ่อน้ำ ให้ชาวบ้านได้กิน ได้ใช้อยู่ ถึงจะมีไม่มาก แต่ก็ยังพอแบ่งจากกัน ตอนนี้
‘ทดลองกับต้นนี้แหละเล็กสุด’นางเอาก้อนหินสีเขียว ออกมาแล้วเทน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ ราดตรงก้อนหินให้ไหลลงไปหาต้นพริก
“เอาละนะ…ถ้าเป็ก้อนหินวิเศษจริง ก็แสดงปาฏิหาริย์ให้ดูหน่อย!”
พริบตาดินที่เคยแตกระแหงรอบโคนต้นพริก กับชุ่มชื้นขึ้นมาทันที ราวกับได้รับน้ำมหาศาล
กิ่งที่เคยแห้งหักกลับคืนรูป ท่อลำเลียงน้ำภายในต้นขยายตัว จนต้นพริกดูอิ่มเอิบ หลินซียังยืนอ้าปากค้างด้วยความใ “โอ้!เกิดอะไรขึ้นกัน!”
ใบพริกสีเขียวสด พุ่งทะลุกิ่งมานับร้อยใบ และตามด้วยดอกสีขาวที่ผลิบานในชั่วพริบตา
“ห้ะ! มีใบงอกขึ้นมาเพิ่ม มันสูงขึ้นเรื่อยๆจนจะถึงหน้าอกอยู่แล้ว!”
“โอ๊ะ!มีดอกออกมาเยอะเลย! มันต้องเป็หินวิเศษอย่างแน่นอน ต้นพริกถึงกับออกดอกออกผลแบบนี้”
“เฮ้ย...นี่มันเร็วกว่าใส่ปุ๋ยเร่งโต ยี่ห้อไหนๆอีกนะเนี่ย!”หลินซีอุทานเสียงดัง ออกมาด้วยความใ จนหญิงชราที่เดินผ่านมาถึงกับชะงัก มองมาตรงที่หลานสาวยืนอยู่ ด้วยความแปลกใจ ให้ไปขุดหัวมัน ทำไมถึงมาอยู่ท้ายสวนได้
