สตรีผู้นั้นสง่างามมากเสียจนไม่มีผู้ใดเทียบเคียง แทบจะสมบูรณ์แบบ ครานั้นมีบุรุษมากมายตกหลุมรักนาง ทว่าการดูแลให้นางอยู่ในกรอบของสกุลฉินนั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง พวกเขาแทบจะไม่ให้ฉินซูติดต่อกับผู้อื่น
ทว่านางก็ยังมีคนใกล้ชิดสนิทสนมอยู่ไม่กี่คน หนึ่งในนั้นก็มีมู่อ๋องจ้าวอี้
“ผู้อื่น? เ้าคิดว่ามู่อ๋องกับฉินซูมีความสัมพันธ์แบบบุรุษกับสตรีหรือ?” อวี่เหวินเจี๋ยหัวเราะออกมาอย่างแ่เบา “หรูเยียนเอ๋ยหรูเยียน หากมีความสัมพันธ์เช่นนั้น เมื่อปีนั้นฉินซูคงจะไม่ออกเรือนไปไกลถึงแคว้นซีเหลียง และตำแหน่งพระชายาเอก ‘มู่อ๋องเฟย’ คงมีคนไปั้แ่ตอนนั้นและเ้าคงพลาดโอกาสได้คิดถึงเื่นี้ไปนานแล้ว”
คิ้วงามของอวี่เหวินหรูเยียนขมวดมุ่นเล็กน้อย
อวี่เหวินเจี๋ยหยุดชะงักเล็กน้อย ครู่หนึ่งจึงกล่าวต่อไปว่า “วันนั้นเหนียนยวี่กับฮองเฮาเข้าไปในสวนร้อยสัตว์ด้วยกัน เหนียนยวี่ได้รับาเ็ทว่าไทเฮาไม่ได้รับาเ็แต่อย่างใด ด้วยความฉลาดเฉลียวของเ้า คงจะเดาถึงสาเหตุอาการาเ็ของเหนียนยวี่ได้ เ้ากังวลว่าฮองเฮาจะทรงโปรดปรานสตรีผู้นี้ เพราะพระนางอยู่ด้วยกันกับเหนียนยวี่ในสวนร้อยสัตว์ทั้งคืน”
อวี่เหวินหรูเยียนใเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอวี่เหวินเจี๋ยเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจนางออกมา
“ท่านพี่ช่างสมเป็ท่านพี่เสียจริง” อวี่เหวินหรูเยียนพึมพำในปาก นางสูดหายใจลึก ชะงักถ้อยคำไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยต่อไปว่า “ท่านอ๋องมู่...สำคัญสำหรับข้ามาก สำคัญยิ่งกว่าชีวิต!”
เงาร่างนั้นผุดขึ้นในหัว ภาพของบุรุษที่ยื่นมือมาให้นางเมื่อไม่กี่ปีก่อนสลักลึกลงในกระดูกนาง ผสานเป็หนึ่งเดียวชีวิตของนาง
เขาชอบเหนียนยวี่หรือ?
บางทีนางไม่เอาตำแหน่งมู่หวังเฟยก็ได้ ขอเพียงแค่นางได้อยู่เคียงข้างท่านอ๋องมู่ไปตลอดชีวิต นางก็เต็มใจลำบาก ทว่าเหนียนยวี่กับท่านอ๋องมู่จะยอมรับนางได้อย่างง่ายดายหรือ?
อวี่เหวินหรูเยียนหลับตาลง ในการแข่งขันทางความรู้สึกของหัวใจ สตรีงดงามแห่งแคว้นตงหลีผู้นี้ได้วางตัวเองบนจุดที่ไร้ค่าที่สุดเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าสิ่งที่น่าขำก็คือ แม้จะเป็เช่นนั้น นางก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตนเองจะได้สิ่งที่้าหรือไม่
ส่วนเหนียนยวี่กับจ้าวอี้ในยามนี้ พวกเขาไม่รู้เลยว่า พวกเขาในสายตาของผู้อื่นนั้นกลายเป็คู่รักไปเสียแล้ว
ณ ลานพำนักทางใต้
งานเลี้ยงตอนค่ำกำลังได้รับการจัดเตรียมไปตามลำดับ ภายในห้อง ฉางหงเยียนกำลังอาบน้ำ ร่างกายงามระหงอรชรและอวบอิ่มแช่อยู่ในถัง กลีบดอกไม้สีสวยสดลอยเหนือผิวน้ำ ในมือถือขวดกระเบื้องเคลือบลายครามงดงาม ตัวขวดมีสีแดงก่ำราวสีเื
ขวดกระเบื้องเคลือบลายครามขวดนั้นถูกนางหยิบขึ้นมาชมเล่น ฉับพลันหนึ่ง สตรีผู้ซึ่งปิดตาอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เพียงพริบตา ท่าทีพริ้มเพราเย้ายวนพลันแผ่กระจายออกมา
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ฉางหงเยียนเปิดขวดกระเบื้องเคลือบลายครามออก กลิ่นหอมแปลกประหลาดพลันพวยพุ่งออกมาจากขวดกระเบื้องขวดนั้นทันที ฉางหงเยียนเทของเหลวจากขวดลงในน้ำหนึ่งหยด เพียงพริบตา สีแดงสดไหลย้อมลงน้ำและเลือนหายไปทันใด
ฉางหงเยียนวางขวดกระเบื้องลายครามไว้ข้างๆ จากนั้นหลับตาลงและแช่ตัวในน้ำต่อไป
แรกเริ่มที่หยดลงไป กลิ่นหอมฟุ้งอบอวลรุนแรง ทว่ากลิ่นหอมนั้นกลับค่อยๆ จางลง จนไม่หลงเหลือกลิ่นในที่สุด
ทว่าฉางหงเยียนรู้ว่า กลิ่นหอมที่ดูเหมือนจะไม่ได้กลิ่นนั้นเป็ไพ่ตายของนาง
งานเลี้ยงคืนนี้ท่านอ๋องมู่จะมา นอกจากท่านอ๋องมู่แล้ว สตรีนามว่า ‘เหนียนยวี่’ ผู้นั้นเองก็มาด้วยเช่นกัน ดังนั้นนางจำต้องเตรียมการอย่างเต็มที่ หากพลาดโอกาสครั้งนี้ การจะได้พบท่านอ๋องมู่อีกในอนาคต เกรงว่าคงจะยากยิ่งกว่าเดิม
วันนี้ฉางหงเยียนตัดสินใจแล้วว่าจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด หากนางชนะ ตำแหน่งพระชายาเอก ‘มู่หวังเฟย’ ก็จะตกเป็ของนาง ‘ฉางหงเยียน’
ครั้นคิดถึงสิ่งนี้ มุมปากของฉางหงเยียนพลันผุดรอยยิ้ม ยามที่นึกถึงมู่อ๋องจ้าวอี้ นางดูราวกับปีศาจเห็นเนื้อพระถัง[1] ทั้งแววตาคู่นั้นประหนึ่งจะกลืนกินผู้คน
ยามที่ฉางไทเฮามาถึง จ้าวอี้ จ้าวเยี่ยนและเหนียนยวี่ยังคงเดินเล่นอยู่ในเขตเรือนพำนัก
ฉางไทเฮาเข้าไปในเขตเรือนพำนัก มุ่งตรงไปยังลานพำนักทางใต้ ก้าวเข้าไปในห้องหนึ่งที่ตั้งอยู่ปีกข้างของตัวเรือนพำนักในลานทางใต้
ในห้อง ทันทีที่ฉางไทเฮานั่งลง เสียงเคาะประตูพลันดังเข้ามา
ฉางไทเฮาขมวดคิ้ว ฉินกูกูเหลือบมองฉางไทเฮา จากนั้นก้าวไปข้างเปิดประตู ประตูถูกเปิดออก ครั้นเห็นหญิงชราที่ถือไม้เท้าผู้นั้น ั์ตาของฉินกูกูพลันฉายอารมณ์ประหลาดใจอย่างมิอาจปกปิด
"ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงหรือ?" ฉินกูกูเอ่ยถาม นางเป็นางกำนัลาุโในวังหลวง แน่นอนว่าย่อมจำฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงได้ ทว่าการแต่งกายของฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงในยามนี้นั้น...
ฉินกูกูพินิจมองฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงอย่างรวดเร็ว ในอดีตฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงเป็คนที่งดงาม โอ่อ่าหรูหราอย่างยิ่ง ทว่าสตรีตรงหน้าผู้นี้ ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับผม ดูราวกับหญิงชราธรรมดาเท่านั้น
ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงไม่สนใจสายตาที่พินิจมองมาของฉินกูกู นางมองไปยังสตรีในชุดเรียบง่ายสง่างามที่นั่งอยู่ในห้อง
“หม่อมฉันคารวะไทเฮาเพคะ” ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงเดินผ่านประตู ก้าวเดินเข้าไปในห้อง จากนั้นหมอบกราบลงกับพื้น
การมาเยือนเช่นนี้ของฮูหยินผู้เฒ่าหนานกง ไม่ได้ทำให้ั์ตาของฉางไทเฮาผุดอารมณ์อะไรนัก ราวกับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในความคาดหมายของนาง เกรงว่าวันนี้ทั้งวัน ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงคงจะติดตามการเคลื่อนไหวของนางกับจวนหลีอ๋องอยู่ตลอดเวลา เื่ที่นางจัดงานเลี้ยงที่เรือนพำนัก ไม่มีทางที่นางจะไม่รู้
“เหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงมาอยู่ที่นี่ได้?”
ฉางไทเฮาเอ่ยถาม ทั้งๆ ที่ใจรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่กลับไม่สั่งให้ฮูหยินลุกขึ้น
ในจวนเหนียนวันนั้น นางจงใจปล่อยให้เหนียนอีหลานกับเยี่ยนเอ๋อร์อยู่ด้วยกันและการต่อต้านของหนานกงเยวี่ย นางเห็นอย่างชัดเจน ท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงเองก็แสดงออกว่า ไม่สนับสนุนเช่นกัน แน่นอนว่านาง้าฉวยโอกาสในครั้งนี้กดดันอีกฝ่ายให้รู้เสียบ้าง
สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงสั่นเครือวาววาบ สื่อความหมายอย่างชัดเจนว่า นางกำนัลาุโผู้นั้นยังอยู่...
ฉางไทเฮาเหลือบมองฉินกูกูที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู “เ้าออกไปเถิด ไปตรวจดูว่างานเลี้ยงวันนี้ เตรียมการเป็อย่างไร”
“เพคะ ไทเฮา” ฉินกูกูย่อกายคารวะ ก้าวเดินออกจากห้องและปิดประตู
ขณะที่ปิดประตู คิ้วของฉินกูกูพลันขมวดมุ่น ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างแวบผ่านดวงตาไป
"ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงพูดออกมาได้แล้ว เรือนพำนักแห่งนี้ได้รับการคุ้มกันอย่างแ่า..." ฉางไทเฮาเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ ั์ตาสงบนิ่ง
ได้รับการคุ้มกันอย่างแ่า คุ้มกันแ่ามากจริงๆ!
ขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงหวนคิดว่า ตนเองเข้ามาได้อย่างไรนั้น ความเก้อเขินพะอืดพะอมพลันผุดขึ้นบนใบหน้า แต่แล้วไม่นาน เมื่อครุ่นคิดถึงจุดประสงค์การมาเยือนของตนเอง ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงจึงไม่คิดสนใจอะไรมากนัก พลันโขกศีรษะคำนับฉางไทเฮาอย่างหนักหน่วง
“ไทเฮาเพคะ หม่อมฉันเองก็ไม่มีทางเลือก หม่อมฉัน้าจะวอนขอต่อไทเฮาจริงๆ เพคะ จึงได้มุทะลุเข้ามาเช่นนี้...” ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงก้มหน้างุด รู้ดีอยู่แก่ใจว่า วันนี้แม้แต่ต่อหน้าฉางไทเฮาที่ไม่มีสิทธิ์อะไรผู้นี้ นางเองก็ทำได้เพียงต้องอ่อนน้อมและระมัดระวังกิริยาเท่านั้น
“วอนขอข้า?” ฉางไทเฮาขมวดคิ้ว รีบลุกขึ้นเดินไปหาฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงและพยุงนางให้ลุกขึ้น “ฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงจะกล่าวเกินจริงไปเสียแล้ว ข้าจะแบกรับ ‘คำขอ’ ของฮูหยินผู้เฒ่าหนานกงได้อย่างไร?”
[1] ปีศาจเห็นเนื้อพระถัง เปรียบเทียบมาจากหนังเื่ ไซอิ๋ว ซึ่งในเื่ พระถังซำจั๋งจะเดินทางไปยังชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญคัมภีร์พระพุทธศาสนา โดยมีลูกศิษย์ 3 คนเป็เพื่อนร่วมทาง คือ เห้งเจีย (ปีศาจลิง) หรือที่รู้จักว่า ซุนหงอคง ตือโป๊ยก่าย (ปีศาจหมู) และซัวเจ๋ง (ปีศาจปลา) และในระหว่างทางพวกเขาจะต้องพบปีศาจร้ายต่างๆ ที่หมายจับพระถังซำจั๋งมากินเนื้อเป็ยาอายุวัฒนะ