ฉินอวี่ยืนอยู่ตรงปากถ้ำ มองไปยังประตูถ้ำที่ปิดสนิท สายตาของเขาสั่นไหว และอยู่นิ่งเช่นนั้นเป็เวลานาน
แม้ว่าจะมีประสบการณ์ความเป็ความตายและความทุกข์ทรมานมาตลอดหกปี แต่ในตอนนี้ ฉินอวี่ก็ไม่อาจรักษาความสงบของตนเองไว้ได้เลย เขาได้เห็นผู้แข็งแกร่งจำนวนนับร้อยของเผ่าหยาจื้อถูกตอกตรึงเอาไว้ที่นี่ สภาพที่โชกไปด้วยเืนั้นทำให้ทุกคนที่ได้พบเห็นต่างต้องตกตะลึง สำหรับเื่ของคนในเผ่าหยาจื้อแล้ว ฉินอวี่ย่อมไม่รู้สึกอะไรแน่นอน แต่ตอนนี้...มันกลับแตกต่างออกไป
เขามีความแค้นอยู่กับเผ่าหยาจื้อ แต่ในถ้ำแห่งนี้อาจจะกำลังกักขังอาจารย์หวงถิงของตนเองเอาไว้...เมื่อนึกถึงภาพอาจารย์ของตนเองถูกตอกตรึงเอาไว้ในถ้ำเช่นเดียวกับคนของเผ่าหยาจื้อ มีตะขอเกี่ยวเอาไว้ตรงจุดตันเถียนแบบนั้น จะให้ฉินอวี่สงบใจนิ่งอยู่ได้อย่างไร?
แม้ว่าฉินอวี่และอาจารย์หวงถิงยังมีวาสนาได้พบหน้ากันเพียงครั้งเดียว... แต่เมื่อเป็อาจารย์แล้วหนึ่งวันก็เป็อาจารย์ของตนตลอดไป หากอาจารย์หวงถิง บุกเข้ามาในเหวลึกเพื่อช่วยตนเองจริง หากฉินอวี่ไม่ช่วยเขาออกไป ก็คงจะเป็ความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต จนอาจกลายเป็ปีศาจคอยกวนใจก็ได้!
ดูเหมือนว่าผู้าุโจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของฉินอวี่ ผู้าุโที่อยู่ด้านข้างก็พูดขึ้น “ทำไมหรือ? เ้าตื่นเต้นมากหรือไม่?”
ฉินอวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และระงับความรู้สึกในใจเอาไว้ ก่อนถามกลับไป “หรือว่าผู้าุโไม่ตื่นเต้น?”
ผู้าุโผงะไปครู่หนึ่ง ความสงสัยของเขาหายไปทันที พลางเดินก้าวออกมาก้าวหนึ่ง และผลักประตูถ้ำทันที
ขณะที่ประตูถ้ำกำลังเปิดออกนั้น ฉินอวี่ก็กลั้นหายใจ ดวงตาทั้งสองจ้องตรงไปยังภายในถ้ำ
“เอ๊ะ?” ฉินอวี่ตกตะลึง ภายใต้แสงสลัวภายในถ้ำ ฉินอวี่มองเห็นเงาร่างที่กำลังนอนแข็งทื่อราวกับเจดีย์เหล็กอยู่ในถ้ำ เมื่อเห็นดังนี้ ฉินอวี่ก็นิ่งไปทันที กวาดสายตามองไปอย่างละเอียดด้วยความกังวลและตื่นเต้น ใบหน้าของเขาดูเกร็งขึ้นมาทันที ค่อยๆ เดินเข้าไปในถ้ำอย่างช้าๆ และเมื่อเขาได้เห็นเงาร่างภายในถ้ำ ฉินอวี่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ในใจก็เหมือนจะรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย
หลังจากที่คาดเดาอยู่เป็เวลานาน รอคอยมาเป็เวลานานเช่นนี้... แต่นึกไม่ถึงว่า... คนที่แอบบุกรุกเข้ามาในเหวลึกกลับไม่ใช่คนที่ตนเองคาดเดาเอาไว้ แม้ว่าฉินอวี่จะเคยพบเจออาจารย์หวงถิงเพียงครั้งเดียว แต่เขาก็สามารถยืนยันได้ว่า คนที่ถูกคุมขังอยู่ไม่ใช่อาจารย์หวงถิง อย่างน้อยที่สุด รูปร่างก็ไม่ใช่คนเดียวกัน
ฉินอวี่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ดูเหมือนว่าตนเองจะคิดมากเกินไป
ช้าก่อน ไม่น่าจะถูกต้องนะ!
ฉินอวี่ตกตะลึงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าหลัวชิงเยว่เป็คนพูดว่าคนนอกที่บุกรุกเข้ามาเป็คนของสำนักยุทธ์ว่านจ้ง และด้วยเหตุผลนี้เอง ฉินอวี่จึงคิดว่าจะต้องเป็อาจารย์ของตนเอง... เมื่อคิดเช่นนี้ในใจ ฉินอวี่ก็เดินตรงเข้าไปหยุดตรงหน้าคนที่ถูกจองจำ เพื่อดูรูปลักษณ์ของเขาให้แน่ชัด
ชายคนนี้สวมเสื้อผ้าขาดรุ่ย ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยาแและรอยเืราวกับว่าเขาเพิ่งผ่านการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดมา ทั้งยังมีตะขอเหล็กสีดำเกี่ยวเข้าไปยังระหว่างคิ้วของชายคนนี้ และรั้งศีรษะเขาให้เชิดขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่น่าเกลียดและหยาบกร้าน
“วานรยุทธ์?” ฉินอวี่อาศัยแสงสลัวมองไปยังใบหน้าที่หยาบกร้าน แต่แล้วเขาก็ต้องตกตะลึง
“นี่มันวานรยุทธ์จริงด้วย? แล้วทำไมหลัวชิงเยว่จึงกล่าวว่าคนที่บุกเข้ามาเป็คนของสำนักยุทธ์ว่านจ้ง?
“ใช่ผู้มอบโอกาสสำคัญที่ตามหาหรือไม่?” ขณะที่ฉินอวี่กำลังมีสีหน้าจริงจัง ผู้าุโก็ถามขึ้นมา
หลังจากมองดูจนแน่ใจแล้วว่าคนผู้นี้ไม่ใช่อาจารย์หวงถิง ฉินอวี่ก็รีบส่ายหน้าทันที ในใจของเขารู้สึกทุกข์จนไม่อาจพูดออกมาได้ เื่นี้... ดูเหมือนจะเป็งานใหญ่แล้วจริงๆ!
ในเวลานี้ ฉินอวี่รู้สึกอึดอัดเป็อย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะคิดว่าอาจารย์หวงถิงถูกจับมาที่นี่ ตนเองจะเดิมพันครั้งใหญ่กับเหล่าศิษย์อัจฉริยะเ่าั้ไปทำไม? เหตุใดต้องสร้างศัตรูให้ตนเองมากมายเช่นนี้?
หลังจากผ่านไปกว่าครึ่งวัน ทั้งหมดตนเองคงคิดมากเกินไป!
“ไม่ใช่?” ผู้าุโถามย้ำกลับไปอีกครั้ง
“แน่นอน!” ฉินอวี่พยักหน้าอย่างขมขื่น
“เ้ายังไม่ได้ถามอะไรเลย แล้วรู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่?” พูดจบ ผู้าุโก็ปัดมือข้างหนึ่งออกไปตบหน้าวานรยุทธ์ที่กำลังหมดสติ
วานรยุทธ์ที่มีาแทั่วทั้งร่างแสดงสีหน้าอันเ็ปอย่างสุดขีดออกมา ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างขึ้น แต่เพราะอาการาเ็ที่มีอยู่อย่างสาหัส ทำให้เปลือกตาของเขาปิดต่ำลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
เมื่อฉินอวี่เห็นดังนี้ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก หากวานรยุทธ์นี้ลืมตาขึ้นมาและเกิดจำตนเองได้คงจะยุ่งไม่น้อย หลังจากละอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดแล้ว ฉินอวี่ก็พูดออกไปสองคำ วานรยุทธ์กำลังเ็ปกับาแ ไหนเลยจะได้ยินคำพูดของฉินอวี่?
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
ฉินอวี่ส่ายหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ และพึมพำขึ้นมา “ไม่ใช่ เขาไม่ใช่โอกาสสำคัญที่ตามหา เป็แบบนี้ได้อย่างไร? เป็แบบนี้ได้อย่างไร? แล้วโอกาสสำคัญที่พูดถึงอยู่ที่ไหนกันแน่?” เขากำลังงุนงงอย่างมาก คนผู้นี้คือวานรยุทธ์อย่างเห็นได้ชัด เพราะอะไรหลัวชิงเยว่จึงบอกว่าเป็คนของสำนักยุทธ์ว่านจ้ง? หากไม่ใช่เพราะเหตุผลข้อนี้ ตนเองก็คงไม่หาเื่ทำให้พวกเหลยจั๋วเยว่ต้องขุ่นเคืองอย่างไม่มีเหตุผล?
เพียงแต่ สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่รู้สึกลังเลใจคือ ขอเพียงอาจารย์ไม่ได้เข้ามาในที่แห่งนี้ เขาคงไม่มีอะไรในแดนต้าโหมวเทียนให้ต้องสนใจอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่จะออกไปจากแดนต้าโหมวเทียน ตนเองจะต้องเป็คนของแดนต้าโหมวเทียนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับสำนักยุทธ์ว่านจ้ง เมื่อเป็เช่นนี้ต่อไป ก็จะไม่มีอะไรที่ต้องเป็กังวลอีก
“ไม่ใช่? จะไม่ใช่ได้อย่างไรกัน เ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าโอกาสสำคัญที่พูดถึงอยู่ในคุกโหมวเทียน?” ผู้าุโพูดอย่างเคร่งขรึมเคล้าไม่พอใจว่าเื่โอกาสที่พูดถึงมาตลอดเป็เื่โกหก ในแดนต้าโหมวเทียน ใครๆ ก็้าหนีออกไปจากที่แห่งนี้ เดิมทีคิดว่าหากพบตัวโอกาสสำคัญแล้ว จะสามารถออกไปจากที่แห่งนี้ได้เร็วขึ้น แต่สุดท้ายกลับไม่มีอะไรเลย?
“ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น! ช่างเถอะ ผู้าุโพวกเราไปกันเถอะ!” ฉินอวี่เริ่มไม่มีจิตใจจะอยู่ในคุกโหมวเทียนอีกแล้ว
“อาจารย์ของเ้าให้เ้าสอบถามอะไรกันแน่?” ผู้าุโเริ่มพูดอย่างเฉียบคม
ฉินอวี่เหลือบมองไปทางผู้าุโด้วยใบหน้าที่ดิ้นรน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉินอวี่จึงตอบออกไป “ข้าบอกตามตรงเลยนะ อาจารย์แค่ให้ข้าพูดเพียงสั้นๆ เพียงสองสามคำนี้เท่านั้น ดูเหมือนจะเรียกว่า... ‘ความลับทั้งเก้า’ ข้าเองก็เคยถามอาจารย์นะว่ามันคืออะไร แต่อาจารย์ก็ยังปากแข็ง”
นับั้แ่ผู้าุโคอยตามตนเองมาตลอด ก็มองออกทันทีว่าเขายังไม่เชื่อว่าตนเองจะเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้ และที่เขาพูดเื่ “ความลับทั้งเก้า” ออกไปก็เพราะคิดว่าผู้าุโน่าจะเคยได้ยินเื่วิชาลับทั้งเก้าแห่งจูเทียน และเขาก็น่าจะรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิชาลับทั้งเก้าแห่งจูเทียนและสำนักสำนักจูเทียนเต้า
นี่เป็การพิสูจน์ว่าเขาคือศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้
แม้ว่าเขาจะคาดเดาว่าผู้าุโน่าจะรู้จักความลับนี้ แต่ฉินอวี่กลับมีความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาลับทั้งเก้าแห่งจูเทียนเล็กน้อยยิ่งนัก บางทีอาจกล่าวได้ว่า เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในแดนต้าโหมวเทียนเรียกวิชาลับทั้งเก้าแห่งจูเทียนว่าเป็ความลับ และมีผู้รู้เื่นี้น้อยยิ่งนัก
และอาจพูดได้ว่า ตลอดหลายปีมานี้ ผู้แข็งแกร่งจำนวนมากของแดนต้าโหมวเทียนต่างเคยเข้าโจมตีผู้เฒ่าร้องไห้ และเหตุผลเกินกว่าครึ่งก็เพื่อวิชาลับทั้งเก้าแห่งจูเทียน เพื่อให้ผู้เฒ่าร้องไห้ยอมบอกความลับทั้งเก้าแห่งจูเทียนออกมา
“ความลับทั้งเก้า?” ดวงตาขุ่นมัวของผู้าุโจ้องตรงไปยังฉินอวี่อย่างเปล่งประกาย หากแม้ก่อนหน้านี้ผู้าุโอาจสงสัยเื่สถานะของตนเองในความเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้ แต่ถึงอย่างไร ตอนนี้ความสงสัยในใจของผู้าุโได้อันตรธานไปแล้วทั้งสิ้น
ความลับทั้งเก้า!
ความลับทั้งเก้าแห่งจูเทียน!
นั่นเป็ยอดแห่งวิชาลับที่เหล่าบรรพชนนับไม่ถ้วนล้วนแต่คลั่งไคล้และใฝ่หา!
“กลวิชาของความลับทั้งเก้านั้นมีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้มอบโอกาส?” หลังจากระงับความตื่นเต้นไว้ ผู้าุโก็ถามอย่างลึกล้ำ ไม่ใช่เพราะเขาไม่เชื่อฉินอวี่ แต่เป็เพราะเขายังไม่เข้าใจว่าความลับทั้งเก้าเกี่ยวอะไรกับโอกาสที่จะช่วยให้ออกไปจากการกักขังนี้ได้ หรือว่าเคล็ดวิชานั้นจะเป็ความลับทั้งเก้า? เป็เคล็ดวิชาของความลับทั้งเก้าแห่งจูเทียน
“เื่นี้ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” ฉินอวี่แสร้งทำเป็ครุ่นคิด พูดขึ้นมาพลางส่ายหน้า เมื่อเห็นท่าทีของผู้าุโ ฉินอวี่ก็มั่นใจว่าผู้าุโเชื่อเขาแล้ว ส่วนเื่คำอธิบายอื่นๆ ฉินอวี่ก็ี้เีจะไม่สนใจมากนัก เอาไว้ให้ผู้าุโเก็บไปคิดเอาเองจะดีกว่า
ผู้าุโละสายตาจากฉินอวี่ และไม่ได้ถามอะไรต่อไป ในใจกลับรู้สึกว่าผู้เฒ่าร้องไห้ไม่มีทางเปิดเผยความลับทั้งเก้าแห่งจูเทียนออกมาอย่างแน่นอน จากนั้น ผู้าุโก็พูดอย่างเฉยเมย “ไปกันเถอะ ข้าจะส่งเ้ากลับไป!”
“ผู้าุโ... มีใครที่ไม่ใช่คนจากเผ่าหยาจื้อบุกรุกเข้ามาในแดนต้าโหมวเทียนหรือไม่?” ก่อนจะออกไป ฉินอวี่ก็้าตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้ง ในเมื่อผู้าุโเชื่อแล้วว่าตนเองเป็ศิษย์ของผู้เฒ่าร้องไห้ ฉินอวี่จึงไม่กลัวว่าผู้าุโจะคิดอะไรอีก
“ไม่ใช่เผ่าหยาจื้อ?” ผู้าุโที่เดินออกมาจากถ้ำส่งเสียงถามขึ้น สายตาของเขาดูแปลกไป ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรออกมา กลับได้ยินเสียงะโที่รุนแรงดังขึ้น ะเิออกเป็สายฟ้าส่งเสียงกัมปนาท
“เด็กน้อยโหมวเทียน เหล้าของข้าล่ะ?”
ร่างกายของฉินอวี่สั่นสะท้าน เงยหน้าขึ้นมองในอากาศทันที เมื่อได้เห็นเงาร่างบนอากาศ เขาก็ผงะไปทันที...
