ไป๋หยุนเฟยก้มศีรษะครุ่นคิด ประกายแห่งปัญญาค่อยๆปรากฏชัดในดวงตาของไป๋หยุนเฟยอย่างแช่มช้า...
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ เดิมทีข้าไม่เข้าใจว่าไฉนทวนเปลวอัคคีและปลอกแขนถึงอัพเกรดขึ้นมาได้ แต่หากเป็ไปตามที่พี่หงยินกล่าว... นั่นก็เป็เพราะแก่นพลังธาตุไฟ แม้ข้าจะไม่ใช่ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์และไม่ทราบวิธีหลอมสร้าง... แต่ข้ามีกระบวนการอัพเกรด! ข้าอาจจะไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด แต่การคาดเดาของข้าต้องไม่ผิดพลาดแน่ ยามที่แก่นพลังธาตุไฟผสานเข้ากับวัตถุิญญา กระบวนการอัพเกรดก็เกิดการเชื่อมโยงด้วยเช่นกันจึงบังเกิดผลเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ระดับของวัตถุิญญาจะเพิ่มขึ้นเท่านั้นแต่ถึงกับเพิ่มระดับการอัพเกรดโดยที่ข้าไม่อาจควบคุม หรือนี่จะเป็... ความเร้นลับของกระบวนการอัพเกรด?”
“แต่ที่ผ่านมา กระบวนการอัพเกรดไม่เคยเกี่ยวข้องกับแก่นพลังธาตุไฟ... อาจบางทีหลังจากข้ากลายเป็ภูติญญา แก่นพลังธาตุไฟที่ควบแน่นจะมีคุณสมบัติพิเศษช่วยให้โอกาสอัพเกรดสำเร็จเพิ่มเป็สิบส่วน? ช่างน่าเสียดายนักที่ไม่มีโอกาสทดลองเพื่อหาคำตอบ หลังจากแก่นพลังธาตุไฟหลอมรวมกับร่างแล้วก็รู้สึกแตกต่างจากก่อนเป็ภูติญญาอย่างใหญ่หลวง...”
“หยุนเฟยเ้าคิดอะไรอยู่?” เสียงของหงยินที่แว่วเข้าหูดึงสติไป๋หยุนเฟยกลับคืนมา
“ไม่มีอะไร... พี่หงยิน ข้าคิดว่า...” ไป๋หยุนเฟยลังเลเล็กน้อย จากนั้นราวกับตกลงใจได้จึงกล่าวกับหงยิน “พี่หงยินขอข้าดูวัตถุิญญาทั้งหมดของท่านได้หรือไม่?”
หงยินเหม่อมองอย่างตะลึงลาน “เอ๊ะ? เ้าจะดูไปทำไม?”
“นี่...” ไป๋หยุนเฟยไม่ทราบจะตอบกลับอย่างไร แต่สุดท้ายจึงตัดสินใจได้ “ท่านก็ทราบดีว่าข้ามีความลับบางอย่างที่ไม่อาจบอกผู้อื่นได้ ที่จริงแล้วสาเหตุหลักที่สำนักธารน้ำแข็งตามล่าข้าแทบพลิกแผ่นดินก็เพราะความลับนี้ ข้าทราบว่าพี่หงยินจะไม่ผลักข้าไปสู่อันตราย และแม้ข้าจะไม่อาจอธิบายเหตุผลโดยละเอียด แต่ก็สามารถบอกต่อท่านได้ว่า ข้าสามารถ... ยกระดับสิ่งของขึ้นได้ แม้ไม่อาจยกระดับจนเทียบเท่าปลอกแขนนี้ แต่ก็อย่างน้อยก็สามารถเพิ่มพูนพลังขึ้นมาได้อีกเล็กน้อย...”
“ว่ากระไร! เป็ความจริงหรือ?” ดวงตาหงยินสาดประกายเจิดจ้ายามจับจ้องไปที่ไป๋หยุนเฟย
“อืม ข้าไม่อาจอธิบายวิธีการ แต่ข้าทำได้จริงๆ” กล่าวจบไป๋หยุนเฟยก็ไม่เอ่ยปากอีก เพียงเผยสีหน้าสงบนิ่งให้เห็น
ประกายตาเจิดจ้าของหงยินถูกรั้งกลับแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิด มันสะบัดมือขวาในมือก็มีมีดสั้นสีขาวปรากฏขึ้น หลังจากยื่นให้แก่ไป๋หยุนเฟยแล้วจึงกล่าวว่า “แม้ว่าจะเป็อาวุธเช่นนี้ก็ทำได้หรือ?”
เพียงพริบตาที่มองเห็นมีดสั้น หัวใจของไป๋หยุนเฟยก็แทบกระดอนถึงลำคอ มันัักลิ่นคาวโลหิตอันเข้มข้นจากมีดสั้นเล่มนี้ได้อย่างชัดเจน พริบตานั้นไป๋หยุนเฟยถึงกับมองเห็นภาพมายาของสุนัขป่าั์ตาสีแดงฉานกำลังขู่คำรามใส่มัน
ภาพมายานี้คงอยู่เพียงชั่วครู่ก็เลือนหายไป ยามที่ไป๋หยุนเฟยเรียกสติกลับคืนมาได้ทุกอย่างก็กลับเป็ปกติ มีดสั้นก็เป็มีดสั้นธรรมดา ไม่ --- ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็มีดสั้นธรรมดา เพราะหากพิจารณาใกล้ๆแล้ว ไป๋หยุนเฟยพบว่ามีดสั้นนี้สมควรเรียกเป็เขี้ยวของสัตว์ร้ายมากกว่า มีดเล่มนี้ถึงกับใช้เขี้ยวขัดฝนแล้วตกแต่งให้เป็มีดสั้น
เขี้ยวโลหิตนี้ร่ำลือกันว่าเป็อาวุธของราชันสุนัขป่าโลหิตที่บรรลุถึงระดับแปด มันใช้เขี้ยวของตนเองสร้างเป็อาวุธที่แหลมคมจนเหลือเชื่อทั้งยังเปี่ยมด้วยพลังมหาศาล ในโลกของผู้ฝึกปรือิญญานับเป็วัตถุิญญาที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง แต่ไป๋หยุนเฟยกลับไม่ทราบแม้แต่น้อย มันเพียงรู้สึกว่าอาวุธจัดสร้างอย่างแปลกประหลาดจึงงุนงงอยู่บ้างเท่านั้น
แม้สีหน้าไป๋หยุนเฟยจะฉายแววสับสนงุนงง แต่ยามที่รับอาวุธชิ้นนี้มาอยู่ในมือ มันก็สะท้านราวถูกสายฟ้าฟาดใส่
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับต่ำ”
“พลังโจมตี: 2257”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 113 แต้ม”
“ของวิเศษระดับต่ำ! ของวิเศษ...” ไป๋หยุนเฟยงงงันวูบ ความคิดมันสับสนไปชั่วขณะ จากนั้นมันจึงโพล่งออกมาอย่างแตกตื่น “ชั้นนภาระดับต่ำ!”
หงยินกำลังพิจารณาสีหน้าของไป๋หยุนเฟย ชั่วขณะนั้นมันเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับแสดงสีหน้าที่บ่งบอกว่า‘อย่างที่คาดไว้’ มันยิ้มพลางกล่าวว่า “อย่างที่คาดไว้ เพียงััครั้งเดียวหยุนเฟยเ้าก็สามารถบอกระดับวัตถุิญญาได้แล้ว? ไม่เลว มีดสั้นเล่มนี้เรียกว่า‘เขี้ยวโลหิต’ แม้แทบจะไม่อาจนับเป็ชั้นนภา แต่พลังของมันก็ยังร้ายกาจเหลือเชื่อ”
“แล้วเป็อย่างไร? หากว่าเป็วัตถุิญญาชั้นนภาแล้ว เ้ายังสามารถเพิ่มพลังของมันดังที่เ้าบอกได้อยู่หรือไม่?” หงยินจ้องมองไป๋หยุนเฟยที่อยู่ในภวังค์ครุ่นคิดด้วยแววตาคาดหวัง
หลังจากใคร่ครวญชั่วครู่ ไป๋หยุนเฟยก็ปลุกปลอบตนเองก่อนจะพยักหน้า “อืม ไม่มีปัญหา ข้าเพียง้าเวลาอยู่บ้าง พี่หงยินวันพรุ่งนี้ข้าค่อยคืนมีดเล่มนี้ให้แก่ท่าน”
“โอ เป็ความจริง?” หงยินยินดีอย่างยิ่ง มันยิ้มพลางกล่าวว่า “อืม ตามสบาย ไม่จำเป็ต้องเร่งมือ ต่อให้ใช้เวลาอีกหลายวันก็ไม่เป็ไร”
ไป๋หยุนเฟยยิ้มให้แก่หงยินที่แสดงสีหน้ายินดี “ฮ่า ฮ่า ไฉนพี่หงยินท่านจึงปลอดโปร่งนัก? นี่เป็วัตถุิญญาชั้นนภา หรือไม่กลัวข้านำมีดสั้นนี้หลบหนีไป? ”
หงยินเพ่งตามองไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะส่งสายตาอย่างดุดัน “เ้าดูถูกพี่ใหญ่เ้าเกินไปแล้ว หรือเ้าคิดจริงๆว่าจะสามารถหลบหนีไปจากเงื้อมมือข้าได้? ฮ่า ฮ่า...”
หลังจากสนทนากัน่สั้นๆ หงยินย้ำเตือนเื่ที่ไป๋หยุนเฟยต้องทราบหลายอย่างเกี่ยวกับคุณสมบัติพื้นฐานของิญญาตนเอง ทั้งยังห้ามไม่ให้พยายามเพิ่มพูนพลังิญญาใน่เวลานี้ อันดับแรกที่ไป๋หยุนเฟยต้องทำก็คือสร้างความคุ้นเคยกับพลังใหม่ที่ได้รับมา ยามนี้มันเป็ภูติญญาระดับกลาง แม้ร่างกายมันจะปรับสภาพเข้ากับพลังได้แล้ว แต่ยังคงต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังและร่างกาย ระดับการควบคุมของมันยังเป็วีรชนิญญาจึงจำเป็ต้องทำความคุ้นเคยกับพลังของด่านภูติญญาก่อนจึงจะสามารถฝึกปรือต่อไปได้
…………
ยามค่ำคืน ไป๋หยุนเฟยนั่งขัดสมาธิบนเตียงโดยมีเขี้ยวโลหิตอยู่ในมือ มันเพ่งความคิดจดจ่ออยู่กับการอัพเกรด
นี่เป็ครั้งแรกที่มันมีโอกาสได้อัพเกรดสิ่งของในระดับของวิเศษ ไป๋หยุนเฟยจึงไม่กล้าเลินเล่อ ผู้ใดจะทราบว่าระหว่างการอัพเกรดจะเป็เช่นเดียวกับที่อัพเกรดระดับหายากและสมบัติตกทอดหรือไม่
แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นอย่างราบรื่น สิ่งที่ไป๋หยุนเฟยกังวลกลับไม่บังเกิดขึ้น นอกจากสิ้นสูญพลังิญญาจากการอัพเกรดผิดพลาดที่มากขึ้นและโอกาสสำเร็จที่ต่ำลงแล้วก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ไป๋หยุนเฟยจึงสามารถอัพเกรดเขี้ยวโลหิตได้จนถึงระดับ +10
“ระดับไอเทม: ของวิเศษระดับต่ำ”
“ระดับการอัพเกรด: +10”
“พลังโจมตี: 2257”
“พลังโจมตีเพิ่มเติม: 1263”
“ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อจู่โจมมีโอกาส 30% ที่จะ’ข่มขวัญ’ บังคับให้พลังของศัตรูทุกด้านลดลง 20% เป็เวลา 10 วินาที”
“สิ่งจำเป็ในการอัพเกรด: แต้มิญญา 113 แต้ม”
ไป๋หยุนเฟยใช้มือซ้ายลูบศีรษะด้วยความเหนื่อยล้า “อุปกรณ์ชั้นของวิเศษยากที่จะอัพเกรดจริงๆ เพื่ออัพเกรดถึง +10 ข้าล้มเหลวไปถึงหกครั้งสูญแต้มิญญาไปถึงสองพันห้าร้อยแต้ม นี่แทบจะถึงขีดจำกัดของข้าแล้ว นั่นหมายความว่าแต้มิญญาของข้าที่เป็ภูติญญาระดับกลางสมควรมีอยู่ประมาณสามพันแต้ม...”
“อุปกรณ์ั้แ่ชั้นหายากเมื่ออัพเกรดถึงระดับ +10 จะมีพลังโจมตีเพิ่มเติมราวครึ่งหนึ่งของพลังโจมตีดั้งเดิม นี่มิใช่หมายความว่าวัตถุิญญาทั้งหมดเป็เช่นนี้หรือ? น่าเสียดายที่ข้าไม่มีวัตถุิญญามากพอจะพิสูจน์ อีกอย่างข้าก็ไม่กล้าจะอัพเกรดต่อไป! ความเสี่ยงมันมากเกินไป หากถ้าอัพเกรดล้มเหลว ข้าคงได้แต่ใช้ท่อนไม้ต่อสู้แทน ทวนเปลวอัคคีและปลอกแขนอัพเกรดได้เพราะโชคช่วย น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสเช่นนี้เป็ครั้งที่สองอีก...”
ไป๋หยุนเฟยเอียงหน้ามองเขี้ยวโลหิตด้วยความพอใจ “พลังโจมตีเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่าครึ่ง ไม่ทราบว่าพี่หงยินจะยินดีหรือไม่? ทั้งผลเพิ่มเติมก็ไม่เลว โอกาสสามส่วนนับว่าไม่น้อยและการลดพลังทุกด้านของคู่ต่อสู้ลงสองส่วน มิใช่รวมถึงความเร็วและพลังด้วยหรือ? ด้วยฝีมืออันสูงส่งของพี่หงยินรวมกับพลังจากมีดเล่มนี้ เช่นนั้น... แทบจะเรียกได้ว่ากุมชัยชนะเอาไว้แล้ว!”
หลังจากเก็บเขี้ยวโลหิตไว้แล้ว ไป๋หยุนเฟยครุ่นคิดชั่วขณะจึงนำปลอกแขนสีแดงฉานออกมา
“ผลกระทบเพิ่มเติมสำหรับ +10 ข้าทดสอบระหว่างต่อสู้กับจางเจิ้นซานแล้ว ผลของมันนับว่าร้ายกาจเหนือธรรมดา นั่นหมายถึงว่าข้าสามารถหยิบยืมพลังจากคู่ต่อสู้มาเสริมการโจมตีของตนเองได้ เมื่อผสานพลังโจมตีและป้องกันเข้าด้วยกันข้าย่อมสามารถพลิกเปลี่ยนกระแสการต่อสู้ได้! สำหรับ‘มีดสั้นปีกเพลิง’จากผลกระทบระดับ +12 นี้ ข้ากลับยังไม่ลองทดลองมาก่อน ต้องใช้แต้มิญญาเพื่อเรียกใช้งาน? หมายความว่า...”
ไป๋หยุนเฟยสวมปลอกแขนลงบนแขนขวาก่อนจะถ่ายทอดพลังิญญาลงไป ปลอกแขนก็เรืองแสงสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้อง แต่นอกจากนั้นกลับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง
“เอ๊ะ? หมายความว่าอย่างไร? ไฉน‘มีดสั้นปีกเพลิง’จึงไม่ปรากฏขึ้น...” ชั่วขณะที่ไป๋หยุนเฟยกำลังสับสน คำ ‘อัญเชิญมีดสั้นปีกเพลิง’ก็ผุดวาบขึ้นในห้วงความคิด จากนั้น...
“ปัง!”
เสียงปะทุดังทุ้มหนักสะท้านไปทั้งห้อง แสงสีแดงฉานพวยพุ่งจากปลอกแขนที่มีลูกไฟติดอยู่้า หลังจากก่อตัวเหนือแขนของไป๋หยุนเฟยแล้ว‘ก้อน’เพลิงก็เริ่มยืดยาวพ้นจากปลอกแขน จากนั้นยืดเรียวเป็รูปลักษณ์ของมีดเพลิงความยาวเชียะเศษ
ไป๋หยุนเฟยนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะสะท้านตื่นจากห้วงความคิด มันจับจ้องไปที่‘มีดสั้นปีกเพลิง’ด้วยสายตาเป็ประกาย
“นี่หรือ? กลับมีขนาดเพียงเท่านี้ ไม่ทราบว่าจะมีพลังเท่าใด...” มันสะบัดมือซ้ายก็ปรากฏมีดสั้น +9 อยู่ในมือ หลังจากกระชับมีดขึ้นมาระดับสายตาก็วาดมือขวาฟันมีดเพลิงลง
“เคร้ง!” เสียงโลหะดังสดใสพร้อมกับใบมีดครึ่งใบร่วงลงสู่พื้น ไป๋หยุนเฟยถือมีดครึ่งเล่มที่มีเหล็กหลอมเหลวหยดลงจากรอยตัด จากที่มองเห็นใบมีดราวกับถูกหลอมจนละลายแยกจากกัน!
ไป๋หยุนเฟยลอบสูดลมหายใจหนาวเหน็บก่อนจะยื่นมือหยิบเศษใบมีดขึ้นมา หลังจากมองดูมีดเพลิงที่เต้นระริกอยู่เหนือแขนขวาก็ฉีกยิ้มอย่างยินดี “เพลิงอันร้อนแรงนัก! นี่เป็เพียงแค่รูปลักษณ์ที่เล็กที่สุดเท่านั้น หากว่าข้าถ่ายทอดพลังิญญามากขึ้น...”
ไป๋หยุนเฟยชักนำพลังิญญาถ่ายทอดสู่ปลอกแขนเพิ่มเติม ส่งผลให้มีดเพลิงปะทุยืดยาวออกอีกหนึ่งเชียะ ความร้อนแผดเผาที่แผ่ออกมาถึงกับพุ่งขึ้นสูงในพริบตา
ขณะเพ่งตามองไป๋หยุนเฟยก็หยุดถ่ายทอดพลังิญญาลงไป จึงได้เห็นมีดเพลิงแตกเป็ประกายไฟสาบสูญไป
“วิเศษ วิเศษมาก! คิดไม่ถึงว่า‘มีดสั้นปีกเพลิง’จะทรงพลังถึงเพียงนี้! แม้จะสิ้นเปลืองพลังิญญาอย่างยิ่ง แต่ก็นับว่าคุ้มค่า! เมื่อเป็เช่นนี้ข้าก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก!!” หัวใจของไป๋หยุนเฟยเต้นถี่ด้วยความพลุ่งพล่าน มันมองดูปลอกแขนพร้อมกับพึมพำกับตนเอง “ถ้าเช่นนั้น ต่อไปนี้ข้าจะเรียกเ้าว่า‘ปลอกแขนมีดเพลิง’!”
หลังจากพักผ่อนชั่วครู่ ไป๋หยุนเฟยจึงนำเครื่องประดับชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนช่องมิติ
“ต่อไปสมควรอัพเกรดเครื่องประดับสักหลายสิ้น แล้วมอบชิ้นที่ดีที่สุดให้แก่อวี้เหอ เมื่อให้คำมั่นไปแล้วก็ต้องรักษาคำพูด...”
“อัพเกรด...”
