เมื่อมองตามร่างที่หายไปของหลงเหยียน หลิงเทียนอวี่ก็รับรู้ได้ทันทีว่าหลายวันนี้ หลงเหยียนสร้างความประหลาดใจและตกตะลึงแก่ตนได้มากมายจริงๆ ทว่าในครั้งนี้ เขาจะทำสำเร็จหรือไม่? แอบแฝงตัวเข้าไปในสำนักมารเพียงลำพัง เื่เช่นนี้ ไม่ว่าใครก็คงไม่กล้าทำแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้แน่
ระหว่างทาง หลงเหยียนเจอศิษย์แห่งสำนักมารหลายคน พวกเขาพูดคุยกันพลางหัวเราะไปด้วย ดูเหมือนจะตื่นเต้นกับพิธีบูชาโลหิตในวันรุ่งขึ้นมาก ซึ่งการปรากฏตัวของหลงเหยียนก็ทำให้คนเหล่านี้ใกันอย่างถ้วนหน้า
“เ้าหนุ่มนี่เป็ใครกัน ทำไมถึงกล้ามาที่นี่”
หลงเหยียนโดนพวกเขาสงสัยอย่างรวดเร็ว เพราะเขาไม่มีกลิ่นอายแห่งพลังที่เยือกเย็นและชั่วร้ายเหมือนพวกกเขานั่นเอง
ทว่าคำตอบของหลงเหยียนช่างเยือกเย็นเหลือเกิน “ก็มาเพื่อเอาชีวิตพวกเ้าน่ะสิ”
เขาสังหารคนทั้งหลายเพียงชั่วลมหายใจเท่านั้น แน่นอนว่า เขาไว้ชีวิตหนึ่งในนั้นเอาไว้ เพื่อพิสูจน์ว่าข่าวที่ตนสืบรู้มาเป็ความจริงหรือไม่ เมื่อพบว่าเป็ความจริงก็วางใจขึ้นไม่น้อย
น่าเสียดายที่เขาไม่มีกลิ่นอายแห่งพลังที่ชั่วร้ายเหมือนกับคนเหล่านี้ หลงเหยียนเก็บศพทั้งหลายเข้าไปในถุงผ้าเฉียนคุน แค่นี้ก็มีกลิ่นอายของพวกเขาติดตัวแล้ว
เพื่อให้การปลอมตัวสมจริงมากขึ้น หลงเหยียนผ่าหัวใจของชายคนสุดท้ายออก จากนั้นก็นำชีพมนุษย์ของเขามาซ่อนติดตัว เท่านี้กลิ่นอายแห่งพลังอันเป็เอกลักษณ์ของสำนักมารในร่างของเขาก็เข้มข้นขึ้นแล้ว
หลงเหยียนกระจายพลังจิตออกไปจนหมด เ้าสิงโตน้อยเองก็เริ่มระแวดระวังมากขึ้นเช่นกัน บนเขามิวายชนม์มีตำหนักจอมมารนับร้อยแห่ง แล้วพวกคนที่ถูกจับตัวเอาไว้ พวกเขาถูกขังเอาไว้ที่ใดกันแน่?
“พี่เหยียน ยังจำที่ข้าบอกได้หรือไม่? หากเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากจริงๆ อย่างมากข้าก็แค่หลอมหญ้าวิเศษเพิ่มอีกสักหน่อย เท่านี้พลังของข้าก็จะเลื่อนขึ้นไปอยู่ในระดับมายาขั้นที่ห้าได้ในทันที เพียงแต่ หากทำเช่นนั้น ข้าคงต้องกลับไปเป็เหมือนเดิมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้าจะช่วยฆ่าผู้นำแห่งสำนักมารให้ท่านเอง”
“เ้าสิงโตน้อย หากยังมีทางเลือก เ้าก็อย่าลงมือเลย เข้าใจหรือไม่?” หลงเหยียนรู้ว่าเ้าสิงโตน้อยก็เป็เหมือนกับหลงหลิง ตอนที่ยังอยู่ในตระกูล หลงหลิงทิ้งพลังจิตแก่หลงเหยียนถึงสามระลอกด้วยกัน ซึ่งมันก็ช่วยชีวิตหลงเหยียนเอาไว้หลายครั้งหลายครา
หากฝืนร่างกายด้วยการเลื่อนพลังขึ้นอย่างกะทันหัน ต้องถูกพลังสะท้อนกลับมาเล่นงานแน่ อีกอย่าง เ้าสิงโตน้อยก็มีร่างกายอ่อนแอ จำต้องพักผ่อนและรักษาตัวอีกสักระยะ เพราะภายในถุงผ้าเฉียนคุนมียาที่ช่วยบำรุงและรักษาร่างกายเป็จำนวนมาก หลงเหยียนจึงรู้สึกวางใจไม่น้อย
หลงเหยียนเดินไปที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง จากนั้นก็ใช้วิชาฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ ซึ่งเป็วิชาการต่อสู้ที่เพิ่งฝึกมา ปีนขึ้นไปซ่อนในจุดที่ลับสายตาได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้หลงเหยียนหลอมพลังสายฟ้าได้ถึงสิบเจ็ดระลอกแล้ว กายแห่งสายฟ้าก็แข็งแกร่งขึ้นมาก ทั้งยังมีวิชาระดับมายาขั้นกลางติดตัวอีกด้วย
‘วิชาลับสยบเทพ’ เป็วิชาที่มีกระบวนท่าที่แข็งแกร่งถึงสองกระบวนท่าด้วยกัน ได้แก่กระบวนท่าที่มีนามว่า ‘นิ้วเหมันต์ไร้เงา’ กับ ‘นิ้วมลายมาร’ นั่นเอง เกรงว่าทั้งสองกระบวนท่าต้องทรงพลังมากแน่ๆ
ยามนี้หลงเหยียนสามารถแสดงกระบวนท่าเ่าั้ออกมาได้อย่างคร่าวๆ แล้ว ทั้งยังจำคำอัญเชิญวิชาและหลักการเกี่ยวกับพลังได้อย่างคล่องแคล่ว ระหว่างการฝึกพลัง อยู่ๆ หลงเหยียนก็เบิกตาขึ้นอย่างกะทันหัน พลังอันแข็งแกร่งพลันรวมตัวกันที่ปลายนิ้ว ทำให้นิ้วมือของเขาอัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจที่น่าเกรงขาม
“วิชานิ้วเหมันต์ไร้เงา” หลงเหยียนส่งพลังที่น่าหวาดกลัวออกมาจากนิ้วมือ ทว่าพลังนั้นกลับพุ่งออกไปได้อย่างไร้ร่องรอย เพียงพริบตาเดียว พลังที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจนี้ก็พุ่งทะลุต้นไม้ขนาดั์นับหลายสิบต้นแล้ว
ส่งพลังไปที่นิ้วมือ จากนั้นก็ส่งพลังออกไปอย่างรวดเร็ว การโจมตีเช่นนี้แข็งแกร่งเป็อย่างมาก มันสามารถสร้างความเสียหายแก่ศัตรูได้มากจนคิดไม่ถึงเลยก็ว่าได้
“แข็งแกร่งมากจริงๆ ด้วย มาลองกันดีกว่าว่าพลังของวิชานิ้วทลายมารจะเป็อย่างไรบ้าง?”
วิชานิ้วทลายมารมีพลังโจมตีที่รุนแรงระดับทำลายล้างเลยก็ว่าได้ นอกจากจะพุ่งทะลุร่างกายของศัตรูได้แล้ว ยังช่วยให้ร่างของศัตรูเน่าสลาย และหายไปได้ด้วยเวลาเพียงไม่นานเท่านั้น
หลงเหยียนฝึกฝนจนมีฐานพลังที่มั่นคงมากแล้ว เพราะมีเวลาน้อย หลงเหยียนจึงไม่อาจชักช้าได้อีก เขาทะยานขึ้นไปกลางอากาศพลางมองไปที่เขามิวายชนม์ตรงหน้า
“สำนักมาร รอได้เลย การปรากฏตัวของข้าต้องทำให้พวกเ้าทุกคนตกตะลึงได้แน่นอน”
ในเวลานี้ ท่านแม่อาจกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้วก็ได้ แม้กระทั่งเย่ซีหนานก็ยังปรากฏตัวที่นี่ เช่นนั้น พวกพี่ชายของเขาก็ต้องมาที่นี่ด้วยแน่
“เข้าไปสำรวจเส้นทางข้างในก่อนก็แล้วกัน รอให้พวกเขามาถึงแล้วค่อยเริ่มบุกเข้าไปพร้อมกันก็ได้”
คิดเสร็จ หลงเหยียนก็มุ่งตรงไปที่เขามิวายชนม์ต่อ
ไม่นานก็ถึงที่ตีนเขาแล้ว หลงเหยียนรับรู้ได้ถึงพลังมารที่เข้มข้นในนั้นอย่างชัดเจน มันปกคลุมูเาทั้งลูกเอาไว้ แม้กระทั่งห้วงอากาศก็อัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวของโลหิต
หลงเหยียนมุ่งตรงไปที่ทางเข้าของสำนักมาร ด้านหน้ามีศิษย์ของสำนักมารกลุ่มหนึ่งขวางอยู่ พวกเขามีกันอยู่ประมาณสิบกว่าคน หลงเหยียนนำป้ายยืนยันตัวตนของอี้เซียวเหยียวออกมา ศิษย์สองคนเดินเข้ามาสูดดม พบว่าหลงเหยียนมีกลิ่นอายแห่งพลังมารที่เข้มข้นมาก หลังบอกสัญญาณลับกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชายคนนั้นก็พูดด้วยท่าทางประหลาดใจ “ที่แท้ก็เป็หัวหน้ากลุ่มเซียวเหยียวเองหรือ? รีบเข้าไปเถิด”
หลงเหยียนเชิดหน้าขึ้น จงใจเดินเข้าไปด้วยท่าทีผยองและเย่อหยิ่ง
สิ่งแรกที่เห็นก็คือถ้ำนับร้อยที่ตั้งอยู่กลางเขา ถ้ำเหล่านี้ก็คือตำหนักจอมมารที่พวกเขาพูดถึงนั่นเอง มีทั้งตำหนักเล็กและใหญ่แตกต่างกันออกไป ูเาขนาดใหญ่ตรงหน้ามีรูพรุนมาก ปานดั่งรังผึ้งไม่มีผิด
หลงเหยียนนึกทอดถอนใจ ‘กว่าจะสร้างที่นี่ได้ คงต้องเสียเงินและเสียแรงไปอย่างมหาศาล’ ที่ใต้ถ้ำเ่าั้มีบันไดเรียงรายอยู่ ซึ่งสามารถใช้บันไดนี้เพื่อเดินเข้าที่กลางูเานั่นเอง
เมื่อเข้าไปในถ้ำแล้ว หลงเหยียนถึงพบว่าพื้นที่ภายในถ้ำกว้างใหญ่เป็อย่างมาก พื้นที่ด้านในของูเาถูกขุดจนกลายเป็อุโมงค์กว้าง ทั้งยังมีเส้นทางสลับซับซ้อน ที่นี่มีตำหนักจอมมารมากมายเหลือเกิน พวกคนที่ถูกจับมาจะถูกนำไปขังเอาไว้ที่ใดกัน?
หากถูกเปิดโปงฐานะที่แท้จริงออกไป ผลกระทบที่ตามมาคงรุนแรงไม่ใช่เล่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น หลงเหยียนเองก็กลัวว่าจะเจอกับคนที่รู้จักกับอี้เซียวเหยียวเช่นกัน หากอีกฝ่ายมาขอตรวจป้ายชื่อเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เขาต้องจบเห่แน่ อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็ถึงสำนักมาร หลงเหยียนจึงรู้สึกตื่นตระหนกอย่างอดไม่ได้ เขาเดินไปข้างหน้าพลางสำรวจโครงสร้างของตำหนักแห่งนี้อย่างระมัดระวังไปด้วย
ที่นี่เป็ศูนย์รวมของพลังมาร อีกทั้งคนที่นี่ก็เป็ผู้ฝึกพลังมารทั้งนั้น โชคยังดีที่หลงเหยียนไม่ต้องกล่าวทักทายทุกคนที่เห็นหน้า ซึ่งช่วยลดปัญหาให้เขาได้มากทีเดียว
หลงเหยียนใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง ในที่สุดก็เดินสำรวจสถานที่แห่งนี้จนทั่วเสียที ถึงกระนั้น เขาก็ยังหากลุ่มคนที่ถูกจับตัวมาไม่เจออยู่ดี แค่คิดว่าคนพวกนั้นจะถูกนำไปบูชายัญ แค่คิดว่าโลหิตของพวกเขาจะถูกเทลงไปจนเต็มบ่อโลหิต พิธีที่อำมหิตนี้ก็ทำให้หลงเหยียนกำหมัดแน่นด้วยความโมโหแล้ว
“พี่เมิ่งเหยา ท่านถูกขังอยู่ที่ไหนกันแน่?”
ในตอนที่หลงเหยียนกำลังกลัดกลุ้มอยู่นั้น เขาพบว่าเบื้องหน้ามีชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นในจุดที่ไม่ไกลออกไป ร่างกายของเขาโซซัดโซเซ คล้ายจะดื่มสุราไปไม่น้อย หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ
หวังว่าจะหลอกถามข้อมูลที่มีประโยชน์จากปากของเขาได้บ้าง
“พี่ชาย ทำไมถึงอยู่ที่นี่คนเดียวเล่า พรุ่งนี้พวกเราก็จะได้อาบบ่อโลหิตแล้ว นั่นเป็โอกาสที่จะได้เลื่อนพลังเลยนะ ทุกคนในสำนักต่างก็ดีใจมาก แล้วทำไมท่านถึงดื่มจนเมามายเช่นนี้ มีเื่อะไรที่ไม่สบายใจหรือ ไหนลองบอกมา ให้น้องชายคนนี้สบายใจขึ้นหน่อยสิ”
ดูเหมือนชายคนนี้จะดื่มจนเมามายแล้ว โดยส่วนใหญ่ ผู้ที่ดื่มสุราจนเมาเพียงลำพังมักจะเป็ผู้ที่อารมณ์ไม่ดี หรือมีเื่ไม่สบายใจนั่นเอง
เขามองหลงเหยียนอย่างประหลาดใจ “เ้าหนุ่มนี่โผล่มาจากไหนเนี่ย ถึงกล้ามาคุยกับข้าเช่นนี้? ไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเ้าหรือ?”
แม้บุรุษผู้นี้จะมีร่างกายกำยำและสูงใหญ่ ทว่าหลงเหยียนรับรู้ได้ว่าอย่างดีว่าอีกฝ่ายก็มีพลังอยู่ในระดับชีพัขั้นที่เก้าเท่านั้น
“พี่ชาย หากท่านมีเื่อะไรที่ไม่สบายใจก็ระบายกับน้องชายคนนี้ได้ เผื่อข้าจะช่วยอะไรท่านได้บ้าง”
ร่างสูงใหญ่โอนเอนไปมา “ฮึๆ เ้าช่วยอะไรข้าไม่ได้หรอก พรุ่งนี้พิธีบูชาโลหิตก็จะเริ่มขึ้นแล้ว ข้ามันเลวเสียยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเลยว่าหรือไม่ ถึงได้ส่งคนที่รักของตัวเองไปบูชายัญได้ หากนางไม่บอกข้าว่านางเกิดเดือนหยินปีหยิน ข้าจะส่งนางไปเป็เครื่องบูชายัญแบบนั้นได้อย่างไร”
“ว่าอย่างไรนะ? แท้จริงแล้ว สาเหตุก็คือเื่เล็กๆ แค่นี้น่ะหรือ?” หลงเหยียนกำหมัดแน่น เ้าบ้านี่สารเลวและน่ารังเกียจเหลือเกิน ถึงหักหลังได้แม้กระทั่งภรรยาของตน
คนแบบนี้ต้องไม่ตายดีแน่ แม้จะคิดเช่นนั้น ทว่าหลงเหยียนกลับพูดระคนหัวเราะออกไป “พี่ชาย ภรรยาของท่านได้สละร่างกายเพื่อสำนักมารของเรา นางควรจะรู้สึกภูมิใจมากกว่า ข้าเพิ่งเข้าร่วมสำนักมารแค่ไม่ถึงเดือนเท่านั้น แค่คิดว่าพรุ่งนี้จะได้อาบบ่อโลหิตและจะได้เลื่อนพลังขึ้นไปอีกขั้น ข้าก็ตื่นเต้นจนทนไม่ไหวแล้ว”
หลงเหยียนแสดงท่าทีตื่นเต้นและได้ใจออกมา
--------------------
