หลวงพ่อคำแปงเป็คนเจออลังค์ครั้งแรกในตอนเช้ามืดของวันหนึ่ง เพราะได้ยินเสียงเด็กร้องดังลั่นมาจากหน้ากุฏิ ครั้นเมื่อเปิดประตูออกมาดู ตอนนั้นจึงได้รู้ว่ามีทารกแรกเกิดซึ่งก็คืออลังค์ ถูกเอามาทิ้งไว้ที่กุฏิพระ
ครั้งแรกที่เห็น อลังค์อยู่ในสภาพน่าเวทนามาก มีผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวห่อตัวเอาไว้ และชื่อ ‘อลังค์’ ก็มีที่มาจากตอนที่หลวงพ่อเปิดผ้าขนหนูแล้วสายตาสะดุดเข้ากับพวงเพศใหญ่เบ้อเริ่มสุดอลังการของทารกเพศชาย จึงตั้งชื่อให้ว่า ‘อลังค์’ นับแต่นั้นมา
“เธอเหมือนฝรั่งมาก”
ศรีออนจ้องมองใบหน้าคมสันของอลังค์
“ครับ… พลวงพ่อสันนิษฐานว่าแม่ผมน่าจะเป็ผู้หญิงไทยที่ตั้งท้องกับฝรั่ง”
อลังค์เล่าเื่ราวในอดีตของตนอย่างไม่คิดจะปิดบัง ด้วยไม่เคยคิดว่าตัวเองมีปมด้อย หลวงพ่อคำแปงมักจะบอกอยู่เสมอว่าบางครั้งชาติกำเนิดก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า ‘เราจะเติบโตขึ้นมาเป็คนดีของสังคมได้อย่างไร?’ นั่นต่างหากที่สำคัญกว่า
“จริง… ฉันเห็นด้วยค่ะ”
ตองนวลเสริมขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ ทุกคนรู้สึกประทับใจในตัวอลังค์ เขามีบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ หล่อเหลากระชากใจสาว ทั้งการพูดคุยก็ฉะฉาน สายตาจริงใจ
“เธอเรียนจบมานานแล้วหรือ”
ตองนวลถามพลางยกแก้วสุราขึ้นดื่ม
“เพิ่งเรียนจบครับ… ตอนนี้ผมกำลังหางานทำ”
อลังค์กล่าว เขาเพิ่งรับปริญญามาหมาดๆ
“เรียนจบมาด้านไหนคะ”
คำแก้วรีบถามต่อ
“เกษตรครับ”
อลังค์ตอบ
“ช่างบังเอิญ… ที่นี่กำลัง้าผู้ชายแข็งแรง ยิ่งมีความรู้ทางด้านเกษตรจะยิ่งดี เพราะว่าเรามีไร่องุ่นและกาแฟเกือบพันไร่… เรากำลัง้าคนดูแล”
ศรีออนรีบเสริม สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลา หล่อนชอบหัวไหล่ใหญ่ๆ ปั้นไหล่หนาๆ และกล้ามอกแน่นๆ และต้นแขนที่ปกคลุมไว้ด้วยเส้นขนแบบนี้แหละเข้าตำรา… เขาว่าแซ่บนัก
“อยากมาอยู่กับเราไหม?”
ตองนวลถาม สายตาจับจ้องอยู่ที่แผงหนวดสีดำเป็แพหนาเหนือริมฝีปากของอลังค์ แค่มองเส้นหนวดหยาบแข็ง หล่อนก็รู้สึกร้อนวูบวาบ ความสยิวแล่นพล่านเข้ามาที่ยอดอก ทำเอาหัวนมแข็งโด่เสียดสีอยู่ภายใต้เนื้อผ้ามัสลินพลิ้วบางๆ เมื่อแอบจินตนาการไปถึงตอนที่ร่างกายเปล่าเปลือยของหล่อนโดนจูบไซ้ด้วยหนวดเคราของชายหนุ่มตรงหน้า
“จะจ้างผมทำงานที่นี่ใช่ไหมครับ”
อลังค์ถาม เพราะสงสัยกับคำว่า ‘มาอยู่กับเรา’ ที่นายใหญ่ของบ้านกล่าวออกมาเมื่อครู่นั้นมีความหมายยังไง?
“ที่ว่ามาอยู่กับเรา… ฉันหมายถึงมาเป็เขยของบ้าน… ถ้าเธอไม่ขัดข้องที่จะแต่งงานกับยัยฝ้ายหลานสาวของฉัน”
ตองนวลเฉลยข้อสงสัย สิ่งที่ได้ยินทำเอาอลังค์ใ คุณพระช่วย… จู่ๆ เขาก็จะได้แต่งงานกับผู้หญิงสวยที่ผู้ชายทั้งโลกต้องอิจฉา
“เอ่อ… นี่พูดเล่นใช่ไหมครับ”
อลังค์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เพราะคิดว่าจะได้ยินข้อเสนอนี้
“พูดจริง… บอกตรงๆ ว่าพวกเราอยากได้เธอมาเป็เขย... ”
สุ้มเสียงจริงจัง นายใหญ่ของบ้านกล่าวกับชายหนุ่ม หากแต่สายตาก็เหลือบมองไปยังฝ้ายคำผู้เป็หลานสาวเหมือนขอความเห็น
“ว่ายังไงล่ะยัยฝ้าย… ตอบให้ชัดๆ ว่าหนูอยากได้ผู้ชายคนนี้มาเป็สามี”
ตองนวลจ้องหน้าหลานสาว ฝ้ายคำไม่เคยขัดใจผู้เป็ย่า หล่อนพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนในบ้านมีความสุขร่วมกัน
“ค่ะ… ย่าตอง… หนูอยากได้ผู้ชายคนนี้มาเป็สามีค่ะ”
หญิงสาวกล่าวโดยไม่ต้องคิด ราวกับว่าทุกอย่างได้ถูกชะตากำหนดไว้แล้ว
“เอ่อ… นี่เอาจริงหรือครับ”
อลังค์ดีใจและตื่นเต้น แบบนี้เค้าเรียกว่าหนูตกถังข้าวสารชัดๆ หากแต่อีกใจก็ยอมรับว่ารู้สึกกลัวว่าค่าสินสอดที่ครอบครัวของฝ้ายคำเรียกร้อง อาจจะมากมายเกินรับไหว เพราะว่าอลังค์เพิ่งเรียนจบ เื่เงินเก็บออมก็ยังไม่มี
และดูเหมือนว่าตองนวลจะล่วงรู้ถึงความกังวลของชายหนุ่ม หล่อนจึงกล่าวออกมาให้เขาสบายใจ
“อย่ากังวลเื่สินสอด พวกเราไม่ได้้าเงิน แต่สิ่งที่พวกเรา้าก็คือความซื่อสัตย์… ความสุข… การปรนเปรอ ถ้าเธอคิดว่าไม่มีปัญหา… สามารถทำได้ทั้ง ‘งานในไร่’ และ ‘งานในเรือน’ พวกเราก็พร้อมรับเธอเข้ามาเป็เขยโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น”
ตองนวลกล่าวจริงจัง อลังค์ยังใไม่หาย ทว่าไม่ทันที่เขาจะกล่าวอะไร ตองนวลก็ถามขึ้นอีกประโยค
“ว่ายังไง… เธอจะตกลงไหม เรา้าคำตอบตอนนี้เลย”
