เขยบำเรอกาม

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     หลวงพ่อคำแปงเป็๲คนเจออลังค์ครั้งแรกในตอนเช้ามืดของวันหนึ่ง เพราะได้ยินเสียงเด็กร้องดังลั่นมาจากหน้ากุฏิ ครั้นเมื่อเปิดประตูออกมาดู ตอนนั้นจึงได้รู้ว่ามีทารกแรกเกิดซึ่งก็คืออลังค์ ถูกเอามาทิ้งไว้ที่กุฏิพระ

    ครั้งแรกที่เห็น อลังค์อยู่ในสภาพน่าเวทนามาก มีผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวห่อตัวเอาไว้ และชื่อ ‘อลังค์’ ก็มีที่มาจากตอนที่หลวงพ่อเปิดผ้าขนหนูแล้วสายตาสะดุดเข้ากับพวงเพศใหญ่เบ้อเริ่มสุดอลังการของทารกเพศชาย จึงตั้งชื่อให้ว่า ‘อลังค์’ นับแต่นั้นมา

    “เธอเหมือนฝรั่งมาก”

    ศรีออนจ้องมองใบหน้าคมสันของอลังค์

    “ครับ… พลวงพ่อสันนิษฐานว่าแม่ผมน่าจะเป็๲ผู้หญิงไทยที่ตั้งท้องกับฝรั่ง”

    อลังค์เล่าเ๹ื่๪๫ราวในอดีตของตนอย่างไม่คิดจะปิดบัง ด้วยไม่เคยคิดว่าตัวเองมีปมด้อย หลวงพ่อคำแปงมักจะบอกอยู่เสมอว่าบางครั้งชาติกำเนิดก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า ‘เราจะเติบโตขึ้นมาเป็๞คนดีของสังคมได้อย่างไร?’ นั่นต่างหากที่สำคัญกว่า

    “จริง… ฉันเห็นด้วยค่ะ”

    ตองนวลเสริมขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ ทุกคนรู้สึกประทับใจในตัวอลังค์ เขามีบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ หล่อเหลากระชากใจสาว ทั้งการพูดคุยก็ฉะฉาน สายตาจริงใจ

        “เธอเรียนจบมานานแล้วหรือ”

    ตองนวลถามพลางยกแก้วสุราขึ้นดื่ม

    “เพิ่งเรียนจบครับ… ตอนนี้ผมกำลังหางานทำ”

    อลังค์กล่าว เขาเพิ่งรับปริญญามาหมาดๆ

    “เรียนจบมาด้านไหนคะ”

    คำแก้วรีบถามต่อ

    “เกษตรครับ”

    อลังค์ตอบ

    “ช่างบังเอิญ… ที่นี่กำลัง๻้๵๹๠า๱ผู้ชายแข็งแรง ยิ่งมีความรู้ทางด้านเกษตรจะยิ่งดี เพราะว่าเรามีไร่องุ่นและกาแฟเกือบพันไร่… เรากำลัง๻้๵๹๠า๱คนดูแล”

    ศรีออนรีบเสริม สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลา หล่อนชอบหัวไหล่ใหญ่ๆ ปั้นไหล่หนาๆ และกล้ามอกแน่นๆ และต้นแขนที่ปกคลุมไว้ด้วยเส้นขนแบบนี้แหละเข้าตำรา… เขาว่าแซ่บนัก

    “อยากมาอยู่กับเราไหม?”

    ตองนวลถาม สายตาจับจ้องอยู่ที่แผงหนวดสีดำเป็๞แพหนาเหนือริมฝีปากของอลังค์ แค่มองเส้นหนวดหยาบแข็ง หล่อนก็รู้สึกร้อนวูบวาบ ความสยิวแล่นพล่านเข้ามาที่ยอดอก ทำเอาหัวนมแข็งโด่เสียดสีอยู่ภายใต้เนื้อผ้ามัสลินพลิ้วบางๆ เมื่อแอบจินตนาการไปถึงตอนที่ร่างกายเปล่าเปลือยของหล่อนโดนจูบไซ้ด้วยหนวดเคราของชายหนุ่มตรงหน้า

    “จะจ้างผมทำงานที่นี่ใช่ไหมครับ”

    อลังค์ถาม เพราะสงสัยกับคำว่า ‘มาอยู่กับเรา’ ที่นายใหญ่ของบ้านกล่าวออกมาเมื่อครู่นั้นมีความหมายยังไง?

    “ที่ว่ามาอยู่กับเรา… ฉันหมายถึงมาเป็๲เขยของบ้าน… ถ้าเธอไม่ขัดข้องที่จะแต่งงานกับยัยฝ้ายหลานสาวของฉัน”

    ตองนวลเฉลยข้อสงสัย สิ่งที่ได้ยินทำเอาอลังค์๻๷ใ๯ คุณพระช่วย… จู่ๆ เขาก็จะได้แต่งงานกับผู้หญิงสวยที่ผู้ชายทั้งโลกต้องอิจฉา

    “เอ่อ… นี่พูดเล่นใช่ไหมครับ”

    อลังค์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เพราะคิดว่าจะได้ยินข้อเสนอนี้

    “พูดจริง… บอกตรงๆ ว่าพวกเราอยากได้เธอมาเป็๲เขย... ”

    สุ้มเสียงจริงจัง นายใหญ่ของบ้านกล่าวกับชายหนุ่ม หากแต่สายตาก็เหลือบมองไปยังฝ้ายคำผู้เป็๞หลานสาวเหมือนขอความเห็น

    “ว่ายังไงล่ะยัยฝ้าย… ตอบให้ชัดๆ ว่าหนูอยากได้ผู้ชายคนนี้มาเป็๲สามี”

    ตองนวลจ้องหน้าหลานสาว ฝ้ายคำไม่เคยขัดใจผู้เป็๞ย่า หล่อนพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนในบ้านมีความสุขร่วมกัน

    “ค่ะ… ย่าตอง… หนูอยากได้ผู้ชายคนนี้มาเป็๲สามีค่ะ”

    หญิงสาวกล่าวโดยไม่ต้องคิด ราวกับว่าทุกอย่างได้ถูกชะตากำหนดไว้แล้ว

    “เอ่อ… นี่เอาจริงหรือครับ”

    อลังค์ดีใจและตื่นเต้น แบบนี้เค้าเรียกว่าหนูตกถังข้าวสารชัดๆ หากแต่อีกใจก็ยอมรับว่ารู้สึกกลัวว่าค่าสินสอดที่ครอบครัวของฝ้ายคำเรียกร้อง อาจจะมากมายเกินรับไหว เพราะว่าอลังค์เพิ่งเรียนจบ เ๹ื่๪๫เงินเก็บออมก็ยังไม่มี

    และดูเหมือนว่าตองนวลจะล่วงรู้ถึงความกังวลของชายหนุ่ม หล่อนจึงกล่าวออกมาให้เขาสบายใจ

    “อย่ากังวลเ๹ื่๪๫สินสอด พวกเราไม่ได้๻้๪๫๷า๹เงิน แต่สิ่งที่พวกเรา๻้๪๫๷า๹ก็คือความซื่อสัตย์… ความสุข… การปรนเปรอ ถ้าเธอคิดว่าไม่มีปัญหา… สามารถทำได้ทั้ง ‘งานในไร่’ และ ‘งานในเรือน’ พวกเราก็พร้อมรับเธอเข้ามาเป็๞เขยโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น”

    ตองนวลกล่าวจริงจัง อลังค์ยัง๻๠ใ๽ไม่หาย ทว่าไม่ทันที่เขาจะกล่าวอะไร ตองนวลก็ถามขึ้นอีกประโยค

    “ว่ายังไง… เธอจะตกลงไหม เรา๻้๪๫๷า๹คำตอบตอนนี้เลย”