[เวลา: 17:00 น. | สถานที่: ชานเรือนบ้านไร่ปลายฟ้า]
ตะวันกลับมาถึงบ้านพร้อมกับข่าวใหญ่ที่ทำให้พ่อเมฆากับแม่บุษบาแทบจะลืมความเหนื่อยล้าจากการเก็บสตรอว์เบอร์รี
สัญญาซื้อขายกับ "สยามกลการ" ถูกวางลงบนโต๊ะไม้สัก ตัวเลขในสัญญาและตราประทับสีแดงดูขลังและทรงพลัง
"เดือนละ 100 ขวด... ทาร์ตอีกอาทิตย์ละ 50 ชิ้น..." แม่บุษบามือทาบอก "พ่อแก้วแม่แก้ว... นี่เราจะทำกันทันเหรอลูก? แค่ส่งป้าเพ็ญกับครูที่โรงเรียน แม่ก็นั่งกวนจนแขนจะหลุดแล้วนะ"
พ่อเมฆาพยักหน้าเห็นด้วย สีหน้ามีความกังวล "ใช่... แล้วไหนจะเื่ถ่าน เื่ฟืนอีก เตาจรวดของลูกมันดีจริง แต่มันก็ต้องมีคนนั่งเฝ้า นั่งคนตลอดเวลา"
ตะวันยิ้มบางๆ เขารู้อยู่แล้วว่าปัญหานี้ต้องเกิด
"พ่อครับ แม่ครับ... ถึงเวลาที่เราต้อง 'ขยายกิจการ' แล้วครับ"
"ขยาย?" พ่องง "จะไปกู้เงินธนาคารเหรอ? อย่าเลยลูก ดอกเบี้ยมันแพง"
"ไม่ต้องกู้ครับ เรามีเงินทุนหมุนเวียนพอสมควรแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือ 1. จ้างคน และ 2. สร้างเครื่องทุ่นแรง"
ตะวันอธิบายแผนการ
"แถวบ้านเรามีน้าๆ ป้าๆ ที่ว่างงาน่หมดหน้านาไหมครับ? คนที่ขยันๆ ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้"
แม่บุษบานึกอยู่ครู่หนึ่ง "ก็มี 'น้าจอย' เมียลุงแดงท้ายซอย แกขยันมาก แต่่นี้ไม่มีงานทำ แล้วก็ 'ยายบัว' ที่สานเข่งเก่งๆ แกบ่นว่าอยากหารายได้เสริม"
"เยี่ยมเลยครับแม่ ไปชวนมาเลย บอกว่าผมจ้างวันละ 120 บาท (ค่าแรงขั้นต่ำยุคนั้นประมาณ 100-130 บาท) แถมข้าวเที่ยงฟรี"
"120! ให้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"ให้เยอะสิดีครับแม่... ถ้าเขารักเรา เขาจะช่วยปกป้องเราจากคนที่คิดไม่ดีด้วย" ตะวันพูดเป็นัยๆ ถึงเื่เสี่ยกำพล การสร้าง "มวลชนสัมพันธ์" คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
[เวลา: 20:00 น. | โรงเก็บของ (Workshop)]
หลังจากตกลงเื่คนงานได้แล้ว ตะวันก็ปลีกตัวมาที่โรงเก็บของ เพื่อจัดการปัญหาที่ใหญ่กว่า นั่นคือ "แขนคน" ไม่สามารถกวนแยมปริมาณมหาศาลได้ตลอดทั้งวัน
เขา้า "เครื่องกวนแยมอัตโนมัติ"
แต่ในยุค 90 เครื่องจักรแปรรูปอาหารมีราคาแพงระยับหลักหมื่นหลักแสน เขาไม่มีทางซื้อไหว
"วิศวกรอย่างเรา... ไม่มีเงิน ก็ต้องมีสมอง"
ตะวันเปิดหน้าต่างระบบ เช็คแต้มสะสม
แต้มคงเหลือ: 500+ แต้ม (จากภารกิจ Skyline)
เขาเลือกหมวด [พิมพ์เขียวและชิ้นส่วน (Blueprints & Parts)]
สินค้า: พิมพ์เขียว: ชุดเฟืองทดรอบแรงบิดสูง (High Torque Gearbox Blueprint)
ราคา: 50 แต้ม
สินค้า: มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง 12V (เกรดอุตสาหกรรม)
ราคา: 100 แต้ม
ตะวันกำลังจะกดซื้อ แต่เขาก็ฉุกคิดขึ้นได้
"เดี๋ยวนะ... มอเตอร์แรงบิดสูง รอบต่ำ กินไฟ 12V... มันคุ้นๆ เหมือนอะไหล่รถยนต์เลยนี่หว่า"
เขาวิ่งไปที่กองอะไหล่เก่าที่พ่อเก็บสะสมไว้ รื้อค้นอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเจอสิ่งที่้า
มันคือ "มอเตอร์ปัดน้ำฝน (Wiper Motor)" ของรถกระบะ Datsun เก่าๆ ที่พังไปแล้ว
"ใช่เลย! มอเตอร์ปัดน้ำฝนมีเฟืองทดในตัว แรงบิดมหาศาล (เพราะต้องปัดน้ำฝนต้านลม) และรอบหมุนช้าๆ กำลังดี... เอามาดัดแปลงทำเครื่องกวนแยมได้สบาย!"
ตะวันประหยัดแต้มไปได้โข เขาใช้แต้มแค่ 50 แต้ม ซื้อ [ชุดใบพัดกวนสแตนเลส (Food Grade)] จากระบบ เพื่อความสะอาดปลอดภัย ส่วนตัวเครื่องยนต์กลไก... เขาจะสร้างมันขึ้นมาเอง!
ปฏิบัติการ D.I.Y. ข้ามสายพันธุ์
1. โครงสร้าง: ตะวันใช้เหล็กฉากเหลือใช้มาเชื่อมเป็ขาตั้ง คร่อมลงบนหม้อทองเหลือง
2. ขุมพลัง: ติดตั้งมอเตอร์ปัดน้ำฝน Datsun ไว้้า ต่อสายไฟเข้ากับ "หม้อแปลงไฟ 12V" (ดัดแปลงจาก Power Supply คอมพิวเตอร์เก่าที่ระบบหาให้ในราคาถูก)
3. ระบบส่งกำลัง: เชื่อมแกนมอเตอร์เข้ากับใบพัดสแตนเลสที่สั่งมาจากระบบ
เสียงเชื่อมเหล็กดัง จี๊ด... จี๊ด... ประกายไฟกระเด็นวูบวาบ เ้าแดงนั่งมองอยู่ห่างๆ ใส่แว่นตากันลม (ที่ตะวันเอามาครอบหัวให้เล่นๆ) ดูเหมือนผู้ช่วยช่างตัวน้อย
ผ่านไป 3 ชั่วโมง...
เครื่องจักรหน้าตาประหลาดก็เสร็จสมบูรณ์ มันดูเหมือนหุ่นยนต์ลูกผสมระหว่างเศษเหล็กกับเครื่องครัว
"เอาล่ะ... ทดสอบเดินเครื่อง"
ตะวันเสียบปลั๊ก กดสวิตช์
วื้ด... วื้ด... วื้ด...
แกนใบพัดหมุนวนอย่างช้าๆ แต่มั่นคง แรงบิดของมอเตอร์ปัดน้ำฝนเหลือเฟือที่จะกวนแยมเหนียวๆ ได้โดยไม่มีสะดุด
"สำเร็จ! เครื่องกวนแยม Re:Drive Mark I" ตะวันตั้งชื่อให้มันอย่างภูมิใจ
ด้วยเครื่องนี้ แม่บุษบาแค่เทส่วนผสมลงไป แล้วไปนั่งจิบกาแฟรอได้เลย ไม่ต้องยืนเมื่อยอีกต่อไป
[ติ๊ง!]
[นวัตกรรมสำเร็จ: เครื่องกวนระบบไฮบริด (Auto-Stirrer)]
คลาส: สิ่งประดิษฐ์ระดับ D+ (หน้าตาขี้เหร่ แต่ใช้งานดีเยี่ยม)
ประสิทธิภาพ: ลดแรงงานคน 90% / เพิ่มความสม่ำเสมอของเนื้อแยม
ได้รับ: 100 แต้มระบบ
สกิลอัปเกรด: วิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering) Lv.1
[เช้าวันรุ่งขึ้น | เวลา: 08:00 น.]
บรรยากาศที่บ้านไร่ปลายฟ้าเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ลานใต้ถุนบ้านถูกดัดแปลงเป็ "โรงงานขนาดย่อม"
"โอ้โฮ... มอเตอร์รถเก่านี่มันแรงดีจริงๆ ยายจอยดูสิ ฉันไม่ต้องทำอะไรเลย" แม่บุษบาอวด
ตะวันเดินตรวจงานเหมือนโฟร์แมนตัวน้อย
"น้าจอยครับ สตรอว์เบอร์รีลูกไหนช้ำมาก แยกไว้อีกตะกร้านะครับ เราจะเอาไปทำน้ำหมักชีวภาพ"
"ยายบัวครับ ล้างเบาๆ นะครับ เดี๋ยวผิวถลอก"
ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข เพราะตะวันเลี้ยงข้าวเช้าข้าวเที่ยง แถมมีขนมให้กินไม่อั้น
ข่าวเื่ "บ้านเมฆาจ้างงาน" แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านเริ่มมองครอบครัวนี้ด้วยสายตาชื่นชมและเกรงใจมากขึ้น
[เวลา: 10:00 น. | แขกที่ไม่ได้รับเชิญ (อีกครั้ง)]
ขณะที่สายการผลิตกำลังลื่นไหล รถกระบะ Toyota Mighty-X สีแดงคันเดิม ก็ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
เสียงเครื่องยนต์และเพลงแดนซ์ที่เปิดดังลั่น ทำให้วงสนทนาของน้าจอยกับยายบัวเงียบกริบ
ชายฉกรรจ์สองคนเดิม (ลูกน้องเสี่ยกำพล) เดินลงมาจากรถ
"เฮ้ย! ลุงเมฆา! ตกลงจะเอายังไง? เถ้าแก่ให้เวลาคิดมาหลายวันแล้วนะ!"
หนึ่งในนั้นะโข้ามรั้วเข้ามา ท่าทางคุกคาม
พ่อเมฆาหน้าซีดเผือด วางขวดแยมในมือลง
ตะวันกำลังจะเดินออกไปจัดการ แต่ทว่า... เขายังช้ากว่า "กองกำลังพันธมิตร"
น้าจอย (ผู้ขึ้นชื่อว่าปากจัดที่สุดในซอย) ลุกขึ้นยืน เท้าเอว ถือมีดคว้านผลไม้ในมือ
"อะไรของพวกเอ็งฮะ!? มาะโโหวกเหวกโวยวายหน้าบ้านคนอื่นเขา คนกำลังทำมาหากิน!"
ยายบัว (ผู้าุโของหมู่บ้าน) ลุกขึ้นบ้าง "ไอ้หนุ่ม... เอ็งลูกเต้าเหล่าใคร? มาข่มขู่คนแก่แบบนี้ พ่อแม่ไม่สั่งสอนรึไง? เดี๋ยวข้าจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน!"
ลูกน้องเสี่ยชะงัก... พวกมันเก่งกับคนอ่อนแอ แต่พอเจอ "มนุษย์ป้า" และ "ผู้าุโ" ที่รวมตัวกันเป็กลุ่มก้อน แถมมีชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาชะลอดูเหตุการณ์ พวกมันเริ่มไปไม่เป็
"เอ่อ... ป้าอย่ายุ่งน่า นี่เื่ธุระเจรจาซื้อขาย"
"ซื้อขายบ้าบออะไร!" น้าจอยชี้หน้า "ลุงเมฆาแกจ้างพวกข้าทำงาน แกเป็เสาหลักของพวกข้า ถ้าพวกเอ็งมารังแกแก ก็เหมือนรังแกพวกข้าด้วย! ไป๊! กลับไปบอกนายเอ็งเลยนะ ว่าที่นี่เขาไม่ขาย!"
ตะวันมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มมุมปาก... แผนการ "เกราะมนุษย์" ได้ผลชะงัด
เมื่อผลประโยชน์ของชาวบ้านผูกติดกับไร่ปลายฟ้า... ชาวบ้านก็จะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องไร่นี้เองโดยที่เขาไม่ต้องออกแรง
ลูกน้องเสี่ยเห็นท่าไม่ดี แถมเริ่มมีชาวบ้านมามุงเยอะขึ้น จึงถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างหัวเสีย
"ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง! อย่าให้เผลอนะเว้ย!"
แล้วก็รีบขึ้นรถขับหนีไป
"สมน้ำหน้า! ไอ้พวกหมาลอบกัด!" น้าจอยะโไล่หลัง ก่อนจะหันมาหาพ่อเมฆา "พี่เมฆาไม่ต้องกลัวนะ มีพวกฉันอยู่ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะมาแตะต้องพี่ได้!"
พ่อเมฆาน้ำตาซึม ยกมือไหว้ขอบคุณทุกคน
ตะวันเดินเข้าไปกอดแม่บุษบาที่ตัวสั่นเล็กน้อย
"เห็นไหมครับแม่... เราไม่ได้สู้คนเดียวแล้วนะ"
ตอนนี้ ไร่ปลายฟ้า ไม่ใช่แค่สวนในครอบครัว
แต่มันกลายเป็ "ศูนย์กลางชุมชน" ไปแล้ว
แต่ตะวันรู้ดีว่า... เสี่ยกำพลจะไม่หยุดแค่นี้
การพ่ายแพ้ในยกนี้ จะทำให้มันเล่นสกปรกและรุนแรงขึ้นในยกหน้า
และเป้าหมายต่อไป... อาจจะไม่ใช่ "คน" แต่เป็ "ผลผลิต"
ตะวันมองไปที่ มอเตอร์ปัดน้ำฝน ที่ยังคงหมุนกวนแยมอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
"ฉันต้องเตรียมพร้อมมากกว่านี้..."
เขาเปิดระบบร้านค้า ดูรายการสินค้าในหมวด [ความปลอดภัยขั้นสูง]
กล้องวงจรปิดระบบโซลาร์เซลล์ (ยุคอนาคต) - 300 แต้ม
โดรนลาดตระเวนอัตโนมัติ - 500 แต้ม
"แต้มไม่พอ..."
ตะวันกัดฟัน "ต้องรีบหาแต้มเพิ่ม... และวิธีหาแต้มที่เร็วที่สุดตอนนี้ คือต้อง 'สร้างชื่อเสียง' ในวงการรถยนต์ให้ดังเปรี้ยงปร้างยิ่งกว่าเดิม"
เขาเดินไปที่โรงจอดรถ มองดูเ้า C70 ที่ตอนนี้ดูเล็กเกินไปสำหรับความฝันของเขา
"ได้เวลาหา 'รถคันใหม่' แล้วสินะ... รถที่จะพาฉันไปคว้าแต้มหลักพันในสนามแข่ง"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
