“ข้าจะพานางกลับตอนนี้” เสียงโวยวายดังเล็ดลอดเข้ามา นาเซียลืมตาขึ้นมองไปยังประตู ก่อนที่มิกาเอลจะเปิดประตูเข้ามา แววตาของอารอนดูเศร้าราวกับรู้สึกผิด ส่วนอานิชโตที่เดินเข้ามาทีหลังกำลังคว้าไหล่อารอนไว้
“ข้ารู้ดีว่าข้ามีส่วนทำให้ท่านพี่ได้รับาเ็ แต่ท่านพี่บอกข้าแล้วว่าจะอยู่เป็เพื่อนข้าระหว่างที่ข้าหยุดพักร้อน” ใบหน้าของอารอนดูแดง ทั้งอานิชโตยังพยายามรั้งตัวอารอนไว้
“แต่ถ้าหากเกิดเื่เช่นนี้ ข้าไม่อาจปล่อยภรรยาของข้าไว้ได้” มิกาเอลสบถเสียงดังอย่างเสียอารมณ์ นาเซียนั่งมองภาพคนทั้งสามที่กำลังถกเถียงกันอยู่
“มิกาเอล” นาเซียเอ่ยเรียกขึ้นเบา ๆ เธอพยายามยันกายตนเองลุกนั่ง ท่าทางต่าง ๆ ของเธอถูกคนทั้งสามจับจ้องก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะพุ่งตรงมาที่เธอเพียงคนเดียว
“เซีย/ท่านพี่” มิกาเอล และอานิชโตกล่าวขึ้นพร้อมเพียง อารอนเองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาพุ่งตรงมาที่เธอ แววตากลมจ้องหน้าบุรุษทั้งสามก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา
“ฮา ฮา ฉันไม่เป็อะไรแล้วค่ะ” แม้จะยังนึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิด แต่พอได้เห็นพวกเขาดูร้อนร้นเพราะเธอก็รู้สึกว่าไม่เป็ไรขึ้นมาทันที
“ได้ยังไง ถึงอย่างไรเ้าก็ต้องกลับกาบริเอลกับข้า” มิกาเอลรีบบอก
“ไม่ได้ ข้าเพิ่งจะได้อยู่กับท่านพี่ไม่เท่าไหร่เอง” อารอนรีบแทรก
“เื่นี้ให้เซียเป็คนตอบดีกว่าท่านดยุก” อานิชโตคือผู้ตัดสินทุกอย่าง คนทั้งสองที่แย้งกันอยู่ก่อนหน้าก็หันมาจ้องเธอ
“ฉัน.....ฉัน”
“ข้าให้เวลาเ้าได้อีกเพียงวันเดียวเท่านั้น” ยังไม่ทันที่นาเซียจะเอ่ยเสียงออกมา มิกาเอลก็ตัดบทขึ้นแทน
“ทำไมทันถึงใจแคบเช่นนี้กัน” อารอนบ่นทั้งยังทำสีหน้าไม่พอใจ
“หากคุณชายอยากอยู่กับพี่สาว งั้นก็ตามไปอยู่ที่ปราสาทกาบริเอลละกัน” นาเซียไม่สามารถโต้เถียงใด ๆ ได้
ก่อนที่จะถูกรับตัวกลับอาณาเขตกาบริเอลห้องลับถูกเปิดโดยเธออีกครั้ง นาเซียพยายามมองทั่วทั้งบริเวณห้องนอนโอ่อ่า ที่คิดว่ากุญแจลิ้นชักนั้นอาจจะตกอยู่ หรือซ่อนอยู่ที่ใด มือเรียวค่อย ๆ เริ่มลงมือคลำหาตามซอกเครื่องชั้นต่าง ๆ แต่ห้องโอ่อ่าเช่นนี้เครื่องเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ได้มากมายนัก มีเพียงชั้นหนังสือเล็ก ๆ เท่านั้นที่ดูซับซ้อน แม้ไม่อยากบอกให้ตัวเองถอดใจ แต่ร่างบางก็ต้องเดินออกมาตรงโถงกลางคฤหาสน์ นาเซียหยุดยืนดูเพียงพักก็เห็นว่าใช้ฐานฮาร์ปสีทองตัวใหญ่มีชั้นเล็ก ๆ ที่พอจะเปิดออกได้ ความสนใจทำให้เธอค่อย ๆ ดึงมันออกมาใบหน้าที่เคยสิ้นหวังในตอนแรกกลับยิ้มออกมาอย่างดีใจ เมื่อกุญแจตัวเล็กวางอยู่ตรงหน้า
“เจอแล้ว” นาเซียเอ่ยกับตัวเอง เธอไม่รอช้าที่จะคว้ามันและกลับไปยังห้องลับอีกครั้งทันที
สองมือที่ค่อย ๆ สอดกุญแจและเปิดมันออกอย่างใจจดใจจ่อ เธอมองกล่องหนังสีดำสนิทก่อนเปิดมันออกดู พบว่ามันคือโอปอลสีขาวมุกดูเปล่งประกายเมื่อกระทบแสงด้านนอก มือเรียวบรรจงประคองหยิบโอปอลนั้นขึ้นมาพิจารณามองดู มันก็ดูเหมือนเครื่องประดับทั่วไปไม่มีสิ่งใดที่จะดูว่าพิเศษหรือแตกต่าง นาเซียวางโอปอลกลับลงที่เดิมแต่เสียงหนึ่งกลับทักขึ้น
“นั่นคือ...หินเวทที่ท่านแม่สลักพลังมานาของท่านไว้ พี่ว่าจะมอบให้เ้าอยู่พอดี เซีย” อานิชโตที่เดินเข้ามาทักขึ้น เขาจ้องมองโอปอลที่อยู่ในมือเธอ มันคือสิ่งเดียวที่มารดาเขาเคยให้ดูและฝากมันไว้ให้เขาเพื่อมอบให้บุตรีเพียงหนึ่งเดียวของนาง อานิชโตเดินมาหยุดข้างตัวเธอก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ
“ท่านพี่รู้หรือว่าคือสิ่งใด?”
“มันคือหินเวทมนตร์ที่สามารถย้อนเวลาได้ แต่ท่านแม่ได้สลักพลังมานาของท่านไว้ที่โอปอร์นี้ มันจึงสามารถใช้ได้ถึงสองครั้ง” นาเซียพิจารณามองดูโอปอลสีขาวมุกอีกครั้ง แต่เธอก็ยังไม่เขาใจอยู่ดีว่าเพราะอะไรกันเคาร์เตสดาร์เรลจึงคิดที่จะมอบสิ่งของวิเศษเช่นนี้ให้เพียงบุตรีของนางเพียงผู้เดียว แทนที่จะมอบให้กับอานิชโตบุตรชายคนโตของตระกูลที่มีบรรดาศักดิ์ในการที่จะเป็ผู้สืบทอดตระกูลได้
“แล้วทำไมท่านพ่อจึงไม่ใช้มันเพื่อช่วยท่านแม่ละ” นาเซียสงสัย เพราะเธอรู้ดีว่าเอิร์ลดาร์เรลนั้นรักภรรยาเขามากแค่ไหน
“ก็เพราะท่านแม่ห้ามไว้ ทั้งยังบอกอีกว่าไม่ช้าเ้าก็จะต้องใช้มัน” ยิ่ง อานิชโตเอ่ยเธอก็ยิ่งสงสัย ดูเหมือนเคาเตสดาร์เรลจะรู้อะไรบางอย่าง นาเซียปิดกล่องหนังนั่นลงก่อนจะถือกลับมาที่ห้อง เธอจะนำมันกลับไปที่ปราสาทดยุกในวันพรุ่งนี้ อารอนทำท่ากระฟัดกระเฟียดเดินเข้ามา สีหน้าเขาดูไม่พอใจนัก
“เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันอารอน”
“ท่านพี่อานิชโตไม่ยอมให้ข้าติดตามท่านพี่ไป บอกว่าข้ายังต้องเรียนการฟันดาบอีก” เด็กชายนั่งลงที่โซฟากลางห้อง สาวใช้ที่เพิ่งเดินตามมารีบวางขนมหวานไว้ข้าง ๆ ทันที
“แล้วนี่อะไร” นาเซียมองไปที่ชุดของหวานและน้ำชาที่วางไว้มากมาย
“เหลือเพียงวันนี้แล้ว ข้าก็จะมาอยู่กับท่านพี่ในห้องท่านยังไงละ” อารอนไม่เอ่ยเปล่าเขายังเดินไปยังระเบียงด้านนอก ก่อนจะเปิดมันกว้างขึ้น
“ท่านพี่ดูนี่ซิ ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ท่านพี่ชื่นชอบ ถูกดยุกปีศาจนั่นทำลายไปแค่ไหน เขาทำให้สวนที่ท่านพี่รักทั้งสวนหายไป แล้วยังให้คนมาปลูกใหม่เพื่อตบตาท่านพี่” น้ำเสียงโมโหบ่นอู้อี้ นาเซียหลุดกลั้นขำไว้ไม่ได้ หากอารอนรู้ว่าสวนที่เขากำลังบ่นอยู่นั้นถูกมิกาเอลยกไปไว้ที่ปราสาทกาบริเอล อารอนคงพูดว่าเขาไม่ออกแน่ ๆ
“แต่พี่ชอบแบบนี้เหมือนกันนะ” นาเซียลุกเดินมาที่ระเบียงด้านข้างเขา ก่อนจะมองดูสวนลาเวนเดอร์กว้างทั้งยังมีลานน้ำพุตั้งประดับไว้ดูสวยงาม
“ท่านพี่ลืมองค์รัชทายาทไปแล้วแน่นะ” อารอนถามอย่างไม่แน่ใจ นาเซีย มองก่อนจะยิ้มออกมา
“ลาฟาซเองเขาก็มีคนที่รักเขาอย่างแท้จริงแล้วเ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก อารอน” นาเซียเอ่ยขึ้นมา ทั้งยังจ้องไปที่น้ำพุกลางลานกว้าง โชคดีที่เธอเลือกหนีคนทั้งสองออกมา ทำให้ชีวิตนาเซียในตอนนี้ยังคงปลอดภัย
นาเซียมองอัศวินทั้งสองอย่างงง ๆ เป็ครั้งแรกที่มิกาเอลไม่ได้มารับเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ที่จะตำหนิเขาหรอกนะ เพราะเขาเองก็มักจะถูกจักรพรรดิเรียกเข้าพระราชวังบ่อยครั้ง เขาอาจไม่สะดวกที่จะมารับเธอด้วยตัวเอง นาเซียโบกมือให้พี่ชาย และน้องชายของเธออีกครั้ง โดยที่ไม่ลืมจะหยิบโอปอลชิ้นนั้นติดมาด้วย เพียงเวลาไม่นานรถม้าก็วิ่งเข้ามายังปราสาทกาบริเอล นาเซียมองสตรีร่างบางที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่เรือนกระจกสวนของเธอ ใบหน้าด้านข้างของนางช่างดูคุ้นเคยนัก
‘ดัชเชสนิโกลา?’ นาเซียหยุดยืนมองเพียงครู่ก่อนจะเดินเข้าไป
“สวัสดีค่ะ” อีเนส ลูซี่ ดัชเชสแห่งนิโกลากล่าวทักขึ้นเมื่อนางเห็นว่าเธอ ที่กำลังเดินเข้ามายังเรือนกระจก
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้พบอีกครั้งนะคะ” นาเซียตอบรับอย่างมีมารยาท แม้ในสมองของเธอตอนนี้จะมีแต่ความสงสัยก็ตาม นาเซียทักทายเพียงครู่ก็เอ่ยขอตัวเข้าไปด้านใน อันที่อยู่ด้านในวิ่งตรงมาที่เธอด้วยความคิดถึงทันที
“มาดาม...ข้าคิดถึงท่านมากเหลือเกิน” อันวิ่งเข้ามาคว้ามือเธอกอดอย่างลืมตัว แต่นาเซียก็ไม่ได้ใส่ใจตรงนั้น ซ้ำยังหัวเราะยิ้มร่าท่าทางตลก ๆ ของอัน
“เราไม่อยู่นาน มีผู้ใดกล้ารังแกเ้าอีกไหมอัน” นาเซียกล่าวถามทั้งยังเดินไปยังห้องทำงานตนเองก่อน
“ไม่มีผู้ใดกล้าทำร้ายดิฉันหรอกค่ะ แต่มีสิ่งที่ทำให้ดิฉันไม่พอใจอยู่บ้างค่ะ” อันตอบทั้งสีหน้าง้ำงออย่างไม่พอใจ
“ไม่พอใจ เ้าไม่พอใจเื่อะไรกัน” นาเซียเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“ดัชเชสไม่รู้สึกเลยหรือคะ”
“รู้สึก”
“ใช่ค่ะ” อันพยักหน้าหงึด ๆ
“มาดามลูซี่มาที่นี้ได้สองวันแล้ว ท่านดยุกเป็ผู้พานางมา ทีแรกดิฉันคิดว่ามาดามกลับมาแล้วเสียอีก แต่พอนางเดินลงจากรถม้าข้าใมาก”
“ท่านดยุกก็คงมีเหตุผลที่พานางมา” นาเซียบอกตัด เธอไม่อยากคิดให้มากมาย เพราะสิ่งที่เธอควรต้องสนใจคือการหาวิธีที่จะบอกลาโลกแห่งนี้เพื่อจะได้กลับไปยังโลกแห่งความจริงของเธอเสียที ไม่แน่ตอนนี้ร่างกายของเธอจริง ๆ อาจกำลังนอนเป็ผักอยู่โรงพยาบาลไหนสักแห่ง
“แต่มาดามไม่ทราบหรือคะว่า นางเป็คนรักเก่าท่านดยุกนะคะ แล้วถ้านาง....”
“ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เ้าก็อย่างคิดมากสิอัน แล้วนี้ท่านดยุกไปไหน” นาเซียรีบขัดท่าทางกังวลของอันก่อนจะกวาดสายตามองออกไปด้านนอกผ่านทางหน้าต่างของปราสาท
“ท่านดยุก ออกไปที่เหมืองกับเลดี้อีวอนและลอร์ดเฮนรี่ค่ะ” อันก้มหน้าตอบเสียงแ่ นาเซียมองต้นสนสูงที่อยู่ไกลออกไป มันคือเส้นทางไปยังเหมืองหินเวท นาเซียหยิบโอปอลขึ้นมาอย่างไม่คลายความสงสัย ‘ย้อนเวลางั้นเหรอ’