ภายในม่านพลังสีดำสนิท โลกทั้งใบเหมือนถูกตัดขาดออกจากความเป็จริง
ร่างของหลิวหลงลอยนิ่งอยู่กลางความมืด เปลวแสงสีแดงอมทองอ่อนๆ ล้อมรอบกายเขาเหมือนประกายไฟที่กำลังค่อย ๆ ดับลง
าแทั่วร่างที่เคยฉีกขาด เืที่เคยไหลไม่หยุด ตอนนี้หายไปหมดแล้ว แขนของเขางอกออกมาใหม่อย่างเรียบเนียนราวกับไม่เคยผ่านการต่อสู้มาเลยแม้แต่นิดเดียว
เส้นลมปราณทุกสายไหลเวียนอย่างราบรื่น ลมหายใจมั่นคง ชีพจรสงบ
แม้แต่พลังชีวิตที่เคยถูกโอสถเผาชีวิตกัดกินไปอย่างโหดร้าย ตอนนี้ก็กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ ราวกับเวลาถูกย้อนกลับไปก่อนที่เขาจะกินมันเข้าไป และรากฐานของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ
หลิวหลงก้มมองฝ่ามือของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ดวงตาลึกสงบ
“โอสถเพลิงฟีนิกซ์จักรพรรดิงั้นเหรอ…”
เสียงบางอย่างดังขึ้นจากทุกทิศทาง เหมือนกระซิบอยู่ใกล้หู แต่ก็เหมือนดังมาจากไกลสุดขอบจักรวาล
“ถูกต้องแล้ว… แต่ไม่ได้มีรางวัลให้หรอกนะ”
น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาอารมณ์
“ตอนนี้หน้าที่ของเ้ามีแค่อย่างเดียว ง่ายมาก…เฝ้าดูแลทั้งสามคนเอาไว้ อย่าให้พวกนางเป็อะไรไปก็พอ ที่เหลือก็แค่รอเวลาอีกนิดหน่อย เดี๋ยวข้าจะติดต่อกลับมาอีกครั้งเพื่อให้เ้าทำอะไรบางอย่าง”
หลิวหลงเงียบและฟังอย่างตั้งใจ
เสียงนั้นพูดต่ออย่างสบาย ๆ เหมือนคุยเื่ธรรมดา
“ส่วนที่เ้าคิดจะพานายหญิงของเ้าออกไปจากสถานการณ์นี้ ข้าไม่ห้าม”
เสียงนั้นเว้น่เล็กน้อย ก่อนที่น้ำเสียงจะหนักขึ้นเพียงเสี้ยววินาที
“แต่ทุกการกระทำ…ล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ… ดังนั้นเ้าจะลองพยายามดูก็ได้”
ความเงียบปกคลุมร่างของหลิวหลงอีกครั้ง
“รออีกสักครู่ เื่ด้านนอกใกล้จบแล้ว”
ในขณะเดียวกัน
ทางตอนใต้ของทวีปลมดำ ท้องฟ้าหลายพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยฝนประหลาดที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
ในเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกล พายุฝนตกกระทบหลังคาไม้เสียงเบา ในป่าลึกหยดน้ำไหลลงตามใบไม้ ในแนวูเาหมอกบางลอยคลอเคลียสายฝน เกือบทุกสถานที่ในภาคใต้ล้วนมีฝนลงมาพร้อมกัน
ห่างออกไปไกลจากเมืองดาบ์ ม่านฝนขนาดมหึมาก่อตัวเป็กำแพงธรรมชาติที่บดบังทุกอย่างภายใน
กลางม่านฝนนั้น
จางเหวินลอยนิ่งอยู่กลางอากาศอย่างสงบ เสื้อคลุมของเขาปลิวไหวช้า ๆ หยดน้ำฝนที่ตกลงมาไม่อาจแตะต้องตัวเขาได้ เหมือนมีพลังบางอย่างผลักมันออกไปตลอดเวลา
สายตาของเขาสงบนิ่ง เมื่อเขากำลังตรวจสอบสถานการณ์ทั้งหมดอยู่อย่างใจเย็น
ตอนนี้สมาคมหนูท่อสาขาเมืองดาบ์อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว ผ่านกุ่ยอิง
หลังจากเขาได้ตรวจสอบความทรงจำของกุ่ยอิงแล้วทำให้เขารู้โครงสร้างคร่าวๆ โดยที่สมาชิกทั้งสาขานั้นจะมีอยู่เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น คนหนึ่งทำหน้าที่รับแขกส่วนอีกคนที่เป็ผู้นำสาขาจะเป็คนเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านหนูที่ถูกทำสัญญาสัตว์ิญญา
ตอนแรกเขาได้ส่งิหยวนในร่างของหวังเฉียงไปเจรจา แต่ดูเหมือนฝั่งนั้นจะไม่ค่อยอยากคุยเท่าไหร่ มันเลยทำให้เขาไม่มีทางเลือกจนต้องทำการส่งผู้บัญชาการหน่วยลับอีกาดำใหม่ทั้งสี่คนและร่างแยกน้ำไปทำควบคุมสมาคมหนูท่อทันที
ในส่วนของข้อจำกัดของสมาคมหนูท่อของกุ่ยอิงนั้นมันไม่ได้หายไปไหนมันยังคงอยู่ในจิติญญาของนาง แต่ทว่าเขาก็ได้ใช้หยดน้ำในการควบคุมข้อกำหนดและแยกส่วนมันเอาไว้ทำให้เต็มที่คนจากสาขาหลักอาจจะรู้ว่ามันทำงานไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ตอนนี้มันกลับมาใช้งานได้ปกติแล้วพร้อมกับกุ่ยอิงที่ยังไม่ตาย
จางเหวินรอเวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะค่อย ๆ ยกมือขึ้นเปิดแหวนมิติ เส้นแสงจาง ๆ แผ่ออกมาราวกับสายใยพลังที่เชื่อมต่อไปยังอีกสถานที่หนึ่ง
ภายในห้องพักที่เงียบงัน กุ่ยอิงซึ่งกำลังพักฟื้นอยู่บนเตียงพลันขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อแหวนมิติที่นิ้วสั่นเบา ๆ นางลืมตาขึ้นทันที ความระแวดระวังปรากฏในสายตา ก่อนที่เสียงของจางเหวินจะดังขึ้นในจิตสำนึกอย่างชัดเจน
“แจ้งไปที่สาขาหลักของเ้า ว่าเหตุผลที่ผนึกของเ้าถูกเปิดใช้งาน เป็เพราะเ้ากินหญ้าิญญา์เข้าไปเพื่อบ่มเพาะ แต่ว่าพลังของมันไปแตะต้องข้อจำกัดในร่างกาย ทำให้ผนึกเปิดใช้งานอย่างผิดธรรมชาติ ทว่าตอนนี้เ้าปลอดภัยดี เพราะเ้าชำระล้างผลของมันได้ทันเวลาก่อนที่ผนึกจะทำงาน”
น้ำเสียงนั้นนิ่งสงบและเรียบเฉยราวกับกำลังสั่งการเื่เล็กน้อย
“ตอนนี้ในความทรงจำของเ้าจะมีหยดน้ำของข้าที่สร้างภาพความทรงจำปลอมเอาไว้แล้ว เ้าดูก่อน แล้วค่อยติดต่อสำนักงานหลักหลังจากนั้น ให้เ้าเปิดเผยเศษเสี้ยวความทรงจำของตัวเองอย่างบริสุทธิ์ใจ”
ห้องทั้งห้องเงียบลง
กุ่ยอิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงเบาๆ
“รับทราบ”
เสียงของจางเหวินจางหายไป พร้อมกับกุ่ยอิงที่หลับตาลง ใช้จิตััแผ่เข้าไปในทะเลจิตของตนเองอย่างระมัดระวัง ไม่นานนักนางก็พบหยดน้ำใสเล็ก ๆ ลอยอยู่ลึกเข้าไปในจิติญญา มันเปล่งแสงอ่อน ๆ อย่างเงียบงัน
กุ่ยอิงรวบรวมพลัง เปิดผนึกเข้าไป
ภาพความทรงจำไหลบ่าออกมาทันที
นางเห็นตัวเองกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง กลั่นหญ้าิญญา์ พลังสีเขียวทองไหลวนรอบร่างกายของนางอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เืจะพุ่งออกจากปาก จมูก หู และตา เส้นเืทั่วร่างปูดโปนราวกับกำลังจะแตกออก
แรงกดดันมหาศาลบีบคั้นจิตใจจนแทบแตกสลาย
แต่สุดท้าย นางก็หยุดการกลั่นได้ทันเวลาพร้อมกับค่อยขับไล่พลังของหญ้าิญญา์ออกไป พลังทั้งหมดจึงค่อย ๆ สงบลง
ภาพนั้นสมจริงจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็เพียงภาพปลอม
กุ่ยอิงลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาสั่นเล็กน้อย
หากนางไม่ได้ยินคำสั่งของจางเหวินก่อนหน้านี้ นางคงเชื่ออย่างสนิทใจว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ภาพของทุกจังหวะการเคลื่อนไหว ทุกความเ็ป ทุกความรู้สึก ล้วนสมบูรณ์แบบ
ที่สำคัญดูเหมือนจางเหวินจะยังเว้น่เวลาไว้ครู่หนึ่งทำให้มันเหมือนราวกับว่านางเพิ่งฟื้นตัวจากการชำระล้างผลของหญ้าิญญา์ ก่อนจะรีบติดต่อกลับไปยังสาขาหลักเพื่อรายงานข้อผิดพลาดนี้
กุ่ยอิงถอนหายใจเบา ๆ
ความสิ้นหวังค่อย ๆ กัดกินจิตใจ
การสร้างภาพปลอมระดับนี้ นางมั่นใจว่า ความแข็งแกร่งของจางเหวินต้องไม่ต่ำกว่ากึ่งจักรพรรดิอย่างแน่นอนและเขาต้องสามารถควบคุมกฎที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงภาพบางอย่างได้แน่นอน
ในขณะเดียวกัน จางเหวินก็กำลังคำนวณบางอย่างเงียบ ๆ
ตอนนี้ สมาชิกหน่วยลับอีกาดำสิบคนที่ปลอมตัวเป็ลูกน้องของหวังเฉียงได้ไปเก็บรวบรวมทรัพยากรจากหอการค้าต่าง ๆ ทั้งหมด ยกเว้นหอการค้านกยูงเจ็ดสี
แต่ทรัพยากรจากหอการค้าแปดอันดับแรกยังไม่ได้ถูกส่งมาถึงเขาทำให้เขาเองก็ยังไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดใดๆ
จางเหวินนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า
ตอนที่คังห่าวรวบรวมกำลังจากหอการค้าต่าง ๆ นั้น มีคนที่มีพลังระดับาานักบุญสองคน นักบุญยี่สิบแปดคน และยังมีอีกหนึ่งคนที่ซ่อนตัว เนื่องจากแสร้งทำเป็ถูกพิษจนไม่สามารถต่อสู้ได้
แต่ความจริง สิบคนในกลุ่มนั้นคือสมาชิกหน่วยลับอีกาดำของเขาที่ปลอมตัวเป็คนของจวนเ้าเมือง
หลังจากเหตุการณ์นั้นทำให้ตอนนี้เขามีศพของนักบุญสิบเก้าคน และาานักบุญหนึ่งคน
ส่วนหอการค้านกยูง 7 สี… นั้นเขามีแผนบางอย่างในใจ
สำหรับหญิงสาวที่ชื่อ เฉินเหยา นางน่าจะเป็การกลับชาติมาเกิดของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หรือไม่ก็สูงกว่านั้น
และกัวหนิง… เขารู้ข้อมูลบางส่วนมาจากความทรงจำของหลิวชิงว่าพ่อของนางเป็จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
ทั้งสองคนมีการป้องกันจิติญญาระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ฝังอยู่ในตัว ทำให้เขาไม่สามารถส่งพิษหรืออาคมเข้าไปควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็มีส่งเข้าไปแล้วบางส่วนเช่นกัน
แต่ถ้าฝืนส่งเข้าไปควบคุมทั้งหมด… มันอาจแจ้งเตือนไปยังพ่อของกัวหนิงทันที
ส่วนเฉินเหยาไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่ากัวหนิง เนื่องจากตอนนี้นางยังอ่อนแอ และเขาก็พอควบคุมได้แล้ว
แต่กัวหนิง… คงต้องรอให้เขากลายเป็จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เสียก่อน
ในขณะที่เขากำลังวางแผนขั้นต่อไป
เหนือม่านเมฆสีเทาที่ปกคลุมท้องฟ้าราวกับผืนผ้าขนาดมหึมา เสียงลมคำรามต่ำ ๆ ดังต่อเนื่อง บรรยากาศทั้งฟากฟ้าหนักอึ้งเหมือนถูกแรงกดดันบางอย่างกดทับเอาไว้
ทันใดนั้น เงาขนาดมหึมาก็เคลื่อนผ่านชั้นเมฆ
