คุณหนู?
หลิวหยูถงมีความดื้อรั้นฝังอยู่ในกระดูก ไม่อย่างนั้นชาติก่อนตอนโดนจ้าวซูกับพวกบูลลี่ เธอคงไม่ใจแข็งไม่ยอมหลั่งน้ำตาออกมาสักหยดเดียวแบบนั้น
พอดีคาบนี้เป็วิชาประวัติศาสตร์ของอาจารย์ที่ปรึกษา แต่่นี้ใกล้สอบแล้วอาจารย์เลยไม่ได้สอนจริงจัง ปล่อยให้นักเรียนทำจดหมายเวียนศึกษาด้วยตัวเอง ส่วนตัวอาจารย์ก็นั่งจิบชาอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนแท่นหน้าห้องอย่างสบายอารมณ์
เวลาผ่านไปทีละนิด หลิวหยูถงก้มหน้าก้มตาทำโจทย์ในกระดาษอย่างขะมักเขม้น จ้าวซูที่นั่งอยู่แถวหลังเริ่มรอไม่ไหว อาศัยจังหวะที่อาจารย์ยกหนังสือพิมพ์ขึ้นบังหน้า โยนกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งข้ามมา
หลิวหยูถงเก็บกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน แล้วก็สอดมันเข้าใต้โต๊ะเงียบๆ โดยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้อื่นใด
“พี่ซู หลิวหยูถงมันเล่นแง่กับพวกเราป่ะเนี่ย?”
“นั่นดิ ฉันว่ามันไม่ได้คิดจะช่วยพวกเราจริงๆ หรอก”
“เลิกเรียนแล้วลากมันไปสั่งสอนในห้องน้ำสักรอบดีไหม?”
“......”
ในขณะที่พวกนั้นกำลังซุบซิบวางแผนจัดการหลิวหยูถง อวี๋ซินก็ยกมือขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำ พอจ้าวซูเห็นดังนั้นก็รีบยกมือตามทันทีโดยใช้เหตุผลเดียวกัน
ตอนที่จ้าวซูเดินผ่านโต๊ะหลิวหยูถง เธอจงใจเตะขาหลิวหยูถงอีกครั้งเป็การข่มขู่ ผ่านไปประมาณเจ็ดแปดนาที จ้าวซูก็เดินกลับมาคนเดียว แต่อวี๋ซินยังไม่กลับมา หลิวหยูถงเดาได้ทันทีว่าอวี๋ซินคงโดนรังแกในห้องน้ำอีกแน่ๆ
พอจ้าวซูนั่งลงที่โต๊ะปุ๊บ…
หลิวหยูถงก็ตัดสินใจเด็ดขาด เธอใช้นิ้วล้วงคอตัวเองทันที!
ท่ามกลางความเงียบสงบในห้องเรียน จู่ๆ เธอก็อาเจียนออกมาเสียงดังลั่นจนเลอะพื้นไปหมด เรียกความสนใจจากเพื่อนทั้งห้องและอาจารย์ได้ในพริบตา
จ้าวซูเห็นดังนั้นก็แอบสะใจ คิดในใจว่ายัยหลิวหยูถงนี่มันใจถึงดีว่ะ เธอรีบวิ่งเข้าไปหาพร้อมลูกน้อง แสร้งทำเป็เป็ห่วงเป็ใย
“หลิวหยูถง เธอเป็อะไรมากไหม?”
“อาจารย์คะ หลิวหยูถงดูท่าจะอาการหนัก พวกหนูขออาสาพาเธอไปส่งโรงพยาบาลนะคะ”
อาจารย์เดินเข้ามาดู เห็นกองอาเจียนบนพื้นบวกกับใบหน้าซีดเซียวของหลิวหยูถง จึงอนุญาตทันที ไม่นานนักจ้าวซูและลูกน้องก็หิ้วปีกหลิวหยูถงออกจากโรงเรียนไป
พอเดินพ้นสายตาของยามหน้าประตู พวกนั้นก็สะบัดมือออกทันที พร้อมสำทับว่า “หลิวหยูถง ตราบใดที่พวกฉันยังไม่กลับโรงเรียน แกก็ห้ามกลับ เข้าใจไหม?”
“แล้วพวกเธอจะกลับตอนไหน?” หลิวหยูถงถาม
“ตอนบ่าย เดี๋ยวแกไปเจอพวกฉันที่ร้านเน็ต แล้วค่อยกลับพร้อมกัน” จ้าวซูสั่ง
ช่างระแวดระวังดีจริงๆ...
หลิวหยูถง “ก็ได้”
จ้าวซูพอใจมาก: “แกนี่ว่านอนสอนง่ายกว่าอวี๋ซินเยอะ ทำตัวดีๆ แบบนี้ต่อไป บางทีฉันอาจจะเลิกซ้อมแกก็ได้นะ”
หลิวหยูถงคิดในใจ: เหอะ งั้นฉันต้องขอบใจเธอสินะ
ก่อนที่จ้าวซูกับพวกจะเรียกสามล้อไปร้านเน็ต หลิวหยูถงแบมือขอเงิน “ฉันให้เงินพวกเธอไปหมดแล้ว อย่างน้อยก็เหลือค่าข้าวให้ฉันบ้างสิ”
จ้าวซูเห็นว่าวันนี้หลิวหยูถงดู "เชื่อง" เป็พิเศษ เลยยอมควักเงิน 5 หยวนโยนให้ “ไปหาซื้อซาลาเปากินซะ แล้วจำไว้ ถ้าแกแอบกลับโรงเรียนก่อน ฉันเอาแกตายแน่!”
ลับหลังพวกนั้น หลิวหยูถงหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาอวิ๋นเฉิงให้มารับทันที
ในขณะที่เธอกำลังรออยู่ตรงสี่แยก เธอก็เห็นเงาร่างของเด็กสาวคนหนึ่งเดินโซซัดโซเซออกมาจากโรงเรียน มือกุมท้องท่าทางเ็ป
นั่นอวี๋ซินนี่? ทำไมเธอถึงออกมาได้ล่ะ? หรือว่าโดนจ้าวซูซ้อมจนเป็อะไรไป?
ด้วยความสงสัย เธอจึงแอบตามไปและพบว่าอวี๋ซินไม่ได้ไปโรงพยาบาล แต่กลับเดินมุ่งหน้าไปยังเขื่อนกั้นน้ำหลังโรงเรียน หลิวหยูถงหน้าถอดสีทันที
ข้างล่างเขื่อนนั่นคือแม่น้ำ!
อวี๋ซินเดินไปทางนั้นในสภาพแบบนี้ คงไม่ได้ไปรับลมเล่นแน่ๆ
ความทรงจำในชาติก่อนพุ่งวาบเข้ามา... ในชาติก่อน อวี๋ซินะโน้ำฆ่าตัวตายก่อนสอบเกาเข่าไม่กี่วัน ภายหลังมีการพบจดหมายลาตายเขียนด้วยเืซ่อนอยู่ในสมุดเรียน บรรยายถึงความชั่วร้ายที่พวกจ้าวซูทำกับเธอ ถึงแม้จะมีการสอบสวน แต่เพราะไม่มีหลักฐานมัดตัวชัดเจน และบ้านจ้าวซูเปิดร้านอาหารพอมีเงิน พวกเขาแค่จ่ายเงินชดเชยให้จบๆ ไป เื่ก็เงียบหาย
จ้าวซู... คนที่รังแกผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย กลับใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย เข้าสังคมหรูหรา ได้ไปเรียนต่างประเทศชุบตัว และแต่งงานกับสามีรวยๆ มีความสุขบนกองน้ำตาของคนอื่น
น่าหัวเราะไหมล่ะ? แต่นี่แหละคือความจริงที่แสนโหดร้าย
หลิวหยูถงตามอวี๋ซินไปจนถึงริมน้ำ อวี๋ซินยืนอยู่ใต้ต้นหลิวริมตลิ่ง มองดูสายน้ำที่ไหลเชี่ยว น้ำตาไหลรินอาบแก้ม ในขณะที่เธอกำลังจะพุ่งตัวลงไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
“อวี๋ซิน เธออยากจบชีวิตตัวเองจริงๆ เหรอ?”
อวี๋ซินหันกลับมามองทั้งน้ำตา พอเห็นว่าเป็หลิวหยูถง กำแพงในใจของเธอก็พังทลายลง เธอะโออกมาอย่างสุดกั้น “แล้วฉันจะทำยังไงได้ล่ะ! เธอเองก็รู้ว่าพวกนั้นมันปีศาจชัดๆ!”
“ฉันไม่มีวันลืมที่พวกมันซ้อมฉัน ราดน้ำหมึกใส่ตัว วาดหน้าฉันเป็เต่า หรือแม้แต่เอาเศษข้าวที่มีน้ำลายพวกมันมาเทใส่จานข้าวฉัน...”
“บางทีฉันอาจจะเกิดมาแค่เพื่อให้ชีวิตที่น่าเบื่อของพวกมันมีสีสันขึ้นมาบ้าง แต่ฉันทนไม่ไหวแล้ว! ฉันพอแล้ว!!!”
หลิวหยูถงฟังแล้วรู้สึกะเืใจ เพราะครั้งหนึ่งเธอเองก็เคยคิดสั้นเหมือนอวี๋ซินนับครั้งไม่ถ้วน
“หลิวหยูถง ขอบใจนะที่มาดูฉันเป็ครั้งสุดท้าย” อวี๋ซินพูดจบก็หันหน้ากลับไปทางแม่น้ำ
หลิวหยูถงรีบพูดขัด “อวี๋ซิน เธอไม่อยากเห็นจุดจบของพวกจ้าวซูเหรอ? ในเมื่อความตายเธอยังไม่กลัว แล้วทำไมไม่ลองมาร่วมมือกับฉันดูล่ะ!”
“ถ้าเธอไม่อยากสู้ ก็เชิญโดดลงไปเลย แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะว่าฉันว่ายน้ำไม่เป็ และจะไม่ลงไปช่วยเธอด้วย”
“ลองคิดดูให้ดี เรามาร่วมมือกันทำให้พวกมันชดใช้อย่างสาสม! อย่าลืมสิว่าฉันกับเธอก็ตกที่นั่งเดียวกัน!”
อวี๋ซินชะงักไป เธอเริ่มลังเลเมื่อนึกได้ว่าหลิวหยูถงก็คือเหยื่ออีกคนที่โดนรังแกเหมือนกัน แต่พอคิดถึงภูมิหลังของจ้าวซูและความน่ากลัวของ "ลูกพี่" นอกโรงเรียนที่เป็พี่บุญธรรมของจ้าวซู เธอก็ขวัญผวาขึ้นมาอีก
ที่จ้าวซูซ่าได้ขนาดนี้ นอกจากลุงที่เป็อาจารย์แล้ว ยังมีพี่ชายบุญธรรมที่เป็นักเลงคุมร้านเน็ตตรงจัตุรัสชิงเหนียนคอยหนุนหลัง ใครมีเื่กับเธอเป็ต้องโดนลูกน้องพี่ชายเธอตามไปซ้อมจนน่วมทุกราย
“ไม่หรอก... เราทำอะไรพวกมันไม่ได้หรอก เดี๋ยวพี่ชายมันก็พาคนมาดักรอเรานอกโรงเรียน...”
อวี๋ซินยังพูดไม่ทันจบ เธอก็เห็นชายฉกรรจ์สิบกว่าคนปรากฏตัวขึ้นบนสันเขื่อนแล้วเดินตรงมาทางพวกเธอ คนกลุ่มนี้แผ่รังสี "นักเลงของจริง" ออกมาจนอวี๋ซินตัวสั่นงันงก เธอคิดว่าจ้าวซูส่งคนมาเก็บงานพวกเธอแน่ๆ
“หลิวหยูถง เธอรีบหนีไป! หนีไปเร็ว!” อวี๋ซินพยายามดันหลิวหยูถงให้หนี ทั้งที่ตัวเองก็กลัวจนแทบก้าวขาไม่ออก
ทว่า เมื่อกลุ่มนักเลงเ่าั้เดินมาหยุดอยู่เื้ัหลิวหยูถงในระยะสิบก้าว...
หลิวหยูถงกลับหันไปบอกอวี๋ซินนิ่งๆ ว่า “ถ้าเธอห่วงว่าจ้าวซูจะพาคนมาดักเราข้างนอกล่ะก็... เลิกห่วงได้เลย”
“จ้าวซูมีคนของเธอ... ฉันเองก็มีคนของฉันเหมือนกัน!”
สิ้นคำพูดของหลิวหยูถง
เหล่านักเลงพวกนั้นก็ก้มหัวลงพร้อมกันอย่างนอบน้อม แล้วะโทำความเคารพเสียงดังสนั่น
“คุณหนู!”
“คุณหนู!!!”
“.........”
