เหย้าหลูกู่แหวกผ้าคลุมสีดำตรงหน้าอกออก เผยให้เห็นซี่โครง แต่ภายในคือหัวใจสีดำแดงเต้น ส่องแสงสว่าง
“หัวใจดำมืดะแห่งผู้สร้างและผู้ปกปักษ์” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“หาใช่ไม่ ข้าเรียกมันว่า “หัวใจดำมืดะแห่งผู้ทำลาย!” ข้าไม่เป็ผู้สร้างผู้ปกปักษ์ที่แสนอ่อนแอและทำเพื่อคนอื่นแบบพวกเ้าหรอก ข้าจะเป็ผู้ทำลายทุกสิ่งที่พวกเ้าสร้างและหวงแหนเอาไว้ต่างหาก ฮ่าๆๆ” เหย้าหลูกู่พูดเสียงแหบก้อง
“แต่เ้าไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนดังเดิม เพราะภวังคจิตมากมายถูกทำลายลงไปหมด พละกำลังจักราภายใน ของเ้าจะต้องลดทอนลง และถึงแม้เ้าจะเป็อำมตะ แต่ถ้าเ้าไม่รักดี พวกข้าก็จะสะกดเ้าไว้ในภพที่เก้าแห่งนี้นิจนิรันด์” เ้าวั่งซูเอ่ย
“พวกเ้าคงไม่รู้สินะว่าการทำลายภวังคจิตนั้นอาจจะลดทอนพลังิญญาชีวิตของข้าในฐานะเ้าภพปีศาจลงไป แต่กว่าหมื่นปีที่ผ่านมา ภวังคจิตทั้งหมดนั้นดูดพลังจากอัญมณี ผู้คน และสิ่งทรงพลังทั้งหลายจากทุกภพและส่งตรงเข้าสู่ข้า แม้นภวังคจิตจะถูกทำลาย แต่พลังทั้งหมดนั้นได้มาอยู่ที่ตัวข้าทั้งหมดแล้วในฐานะ “ผู้ทำลาย (ราชันย์กะโหลก) ” ที่แข็งแกร่งเหนือ “ผู้สร้าง (เ้าวั่งซู) ” “ผู้ปกปักษ์ (ฮวาเฟยฟา) ” “ผู้เยียวยา (พระแม่แห่งจิติญญา) ” หรือแม้แต่ “ผู้ให้แสงสว่าง (องค์พุทธะซิงซิงเจี่ย) ” และเพื่อความสบายใจของพวกเ้า ข้าจะบอกให้ว่า ภวังคจิตแห่งข้าที่แข็งแกร่งที่สุดสามดวงสุดท้ายที่เ้าตามหาก็อยู่ในตัวข้าและ...พี่น้องที่น่ารักแห่งข้าทั้งสองนี้....”
ด้านหลังบัลลังค์ที่ตั้งตระหง่านเป็ที่นั่งของราชันย์กระโหลก อยู่บนกองหัวกะโหลกนับแสนนับล้านที่ถูกเอามาทำเป็ฐาน ปรากฏร่างสัตว์โบราณสองตัวปรากฏกายเคียงข้างบัลลังค์เหย้าหลูกู่ จิ้งจอกหยดเืเก้าหาง ขนสีแดงเพลิง และ ัดำไฟอวเจี ควบคุมพลังความมืดและเงา
“นั่นมัน เหมือนหลิ่งกวางและชิงหลง นี่แม้แต่ภูติก็เป็เหมือนพวกเรา” ทั้งหลิ่งกวาง ชิงหลง และ ัดำ จิ้งจอกหยดเื ต่างมองจ้องประจันกันอย่างไม่ลดละ
“ดูท่าสิ่งที่มันพูดท่าจะเป็ความจริง พวกเราทั้งสี่คือด้านสว่าง ส่วนพวกมันทั้งสามคือด้านมืด ของพวกเรา ทุกสิ่งมีหยินหยาง” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“เอาหล่ะหมดเวลาเล่าความจริง! และ ต่อล้อต่อเถียง!” พลังดำมืดพลุ่งพล่านออกมาจากทุกซอกทุกมุม กะโหลกศีรษะบนบัลลังค์เริ่มส่องแสงแรงขึ้น เสียงกรีดร้องของิญญาที่ติดอยู่ในนั้นดังก้องไปทั่ว ดวงตาไฟแดงของราชันย์กะโหลกจ้องมาที่ทั้งสี่ด้วยความเกลียดชังอันแรงกล้า
"ข้าใช้เวลายาวนานในการรวบรวมดวงจิต ดูดซับพลังแห่งความตายจากทุกภพ สะสมความแค้นไว้ในทุกชิ้นส่วนของกะโหลกเหล่านี้!"
ราชันย์กะโหลกยืนขึ้นจากบัลลังค์ ร่างสูงใหญ่มากจนบดบังดวงจันทร์สีเืดานหลังมิด เหลือเพียงไฟอเวจีทีโหมลุกอยู่ด้านหลัง รุนแรงแรงเฉกเช่นในดวงตาจอมมาร เสื้อคลุมปลิวไสวด้วยพลังดำมืด
"วันนี้... ข้าจะได้แก้แค้น!" เสียงแหบแห้งเปลี่ยนเป็เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัว "ข้าจะกลืนกินดวงจิตของผู้สร้างและผู้ปกปักษ์ ที่เป็ส่วนหนึ่งข้า ิญญาข้าจะดูดซับพลังแสงสว่างทั้งหมดทำให้มันดำมืด ทีนี้ก็จะเหลือแต่ผู้ทำลายหนึ่งเดียวที่จะทุกภพ”
มือกระดูกที่ยาวเหยียดเอื้อมออกมา เล็บแหลมคมเหมือนดาบปลายนิ้วส่องแสงอมเขียว พลังดำมืดเริ่มหมุนวนรอบๆ ตัวราชันย์กะโหลก กะโหลกศีรษะหลายพันดวงบนบัลลังค์เริ่มลอยขึ้นในอากาศ ดวงตาโพลงว่างของพวกมันเรืองแสงสีเขียวเข้มข้น เสียงกรีดร้องของิญญาที่ถูกขังอยู่ดังก้องไปทั่วทั้งภพปีศาจ บรรยากาศแห่งความตายและความสิ้นหวังปกคลุมไปทั่ว ราวกับว่าแสงสว่างสุดท้ายของโลกกำลังจะดับวูบลงเพื่อตลอดกาล...
ณ ภพมนุษย์
เหล่าปรมาจารย์ต่างแยกย้ายข้ามไปสู่ภพต่างๆ เพื่อแจ้งข่าวและขอความช่วยเหลือ ในการต่อสู้ที่ภพปีศาจ เ้าภพทุกคนต่างมารวมกันที่สำนักเก้าจักยุตกรา พร้อมสมาชิคที่เป็ขุมกำลังในแต่ละภพ ยกเว้นภพฝันแห่งความเงียบงัน ที่มีเพียง ถูหลัน เม่งเซี๊ยะ และหลี่เลี่ยงเฟิง
เมื่อทุกคนมารวมตัวพร้อมแล้ว กงซุนต้าเฉียน และปรมาจารย์ทั้งเก้ากระจก เรียกกระจกขึ้นปรากฏใจกลางลานพิธี และใช้มนต์ขยายตัวกระจกขึ้นใหญ่ เพื่อเปิดประตูสู่ภพที่เก้า
เก้ากระจกรวมหนึ่ง
ทะลุสู่ภพปีศาจ
ิญญาบินกระจาย
กลับสู่ต้นกำเนิด
เปิด!
เมื่อประตูสู่ภพปีศาจเปิด สมาชิคต่างๆ จากแต่ละภพพากันทยอยข้ามประตูไป
ทางด้านเหล่าเ้าภพ ล้วนพบเจอพูดคุย อยู่ ณ ลานประชุมเพื่อวางแผนในการรบที่ภพปีศาจ
“ตามตำนานบอกว่าภพปีศาจมีั์ร่างใหญ่กินทุกสิ่ง ตัวข้าและุ์จะเป็ทัพหน้าโรมรันพวกมันเอง” ปินลู่ซีเฉินเอ่ย
“พวกสัตว์นรก สัตว์ปีศาจ ปล่อยเป็หน้าที่พวกข้าเหล่าเดรัจฉาน” ฉีเทียนลู่เอ่ยสงบกังวาน
“ข้าและเหล่าภูติจะเข้าจัดการ เหล่าิญญา ภูตีผีพราย ต่างๆ” อี้เฟิงเหวิน ลอยสว่าง เสียงระฆังแก้วเอ่ยตามมา
“พวกิญญาและสิ่งมีชีวิตในภพปีศาจล้วนตายละเกิดใหม่ ไร้การเวียนว่าย พวกข้าจะผลักพวกที่ดับสูญแล้วสู่ภพนามธรรม ขังพวกมันไว้ไม่ให้ฟิ้นมาอีก ส่วนบรรยากาศอันน่าอึดอัด และ สะอิดสะเอียนของภพปีศาจ ที่สามารถทำลายร่างและลดทอนพลังทางจิติญญาของพวกเราได้ พวกเราจะเปลี่ยนมันเอง” ถูหลันและเม่งเซี๊ยะเอ่ย
