“อ๊าาาาา! แรงขึ้นอีกหน่อยท่านพี่ ข้ากำลังจะเสร็จแล้ว! เร่งอีกหน่อย!” ยอดอกอวบ เคลื่อนไหวสั่นคลอนเพราะแรงโยกของบุรุษที่อยู่เหนือร่าง เรียวขาขาวผ่องเกี่ยวกระหวัดเอวสอบเพื่อควบคุมจังหวะร้อน
“อ่าาาาา ไม่ไหวแล้วน้องหญิง พี่เสร็จแล้ว! พี่เสร็จแล้ว!” ร่างผอมสูงกระแทกแรงๆ อีกสองสามที ก่อนจะฟุบลงบนกายเปลือยเปล่าของหญิงสาวอย่างหมดแรง
ร่างบางพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา เพราะวันนี้เขาปล่อยให้นางค้างเติ่งอยู่ในอากาศอีกแล้ว ความรู้สึกเช่นนี้มัน...ช่างกลืนไม่ลงจริงๆ
หญิงสาวผลักผู้เป็สามีออกห่าง ขาเรียวก้าวลงจากเตียงอย่างไม่พอใจ ทว่าก็เพียงเท่านั้น เพราะนางเป็สตรีไหนเลยจะกล้าเอ่ยเื่น่าอายเช่นนี้กับสามี
แม้ความ้าจะมากมายเพียงใด ก็จำต้องเก็บงำ กระทำตนเป็สตรีผู้สูงส่ง อยู่แต่เพียงในกรอบที่สามีวางเอาไว้ ส่วนเื่ความ้าของตนนั้น...ช่างหัวมันเถอะ
กว่าห้าปี ที่เนี่ยนเมี่ยวชิงแต่งเข้ามายังตระกูลไป๋ และเป็ห้าปีที่นางรู้สึกอัดอั้นเป็ที่สุด เพราะไม่ว่าเมื่อใด...สามีของนางก็เป็เช่นนี้ นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ก็หมดแรงไปเสียก่อน
ในครั้งที่แต่งงานเข้ามาแรกๆ ก็พอถูกไถ สองสามวันครั้ง หลังนางตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายคนแรกออกมา สามีของนางแทบไม่แตะต้องตัว
แม้ชายหนุ่มจะไม่มีทีท่าว่าจะรับอนุ ทว่า...กลับไม่เคยแสดงความ้าต่อร่างกายของนางแม้แต่น้อย ทำให้เนี่ยนเมี่ยวชิงเริ่มรู้สึกว่า ทั้งหมดอาจเป็ตนเองที่บกพร่องในหน้าที่
สาวใช้ที่เฝ้าหน้าห้องนอนมองหน้ากันไปมา ห้าปีที่พวกนางทำงานที่จวนตระกูลไป๋ ต่างรู้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับฮูหยินน้อยของตน แม้จะยังไม่เคยแต่งงานมีสามี แต่ก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นไม่รู้ว่า...คุณชายของตนนั้นไร้ความสามารถ
“ยกน้ำอุ่นเข้ามาให้ข้า ข้า้าชำระกาย”
เสียงหวานดังขึ้นแ่เบาจากด้านใน
“เ้าค่ะฮูหยินน้อย”
สองเสียงดังประสานจากด้านนอก ส่วนไป๋มู่เฟิง...ยามนี้หลับไปแล้ว และไม่คิดจะลุกขึ้นมาทำความสะอาดตนเอง
เขาก็เป็เช่นนี้เสมอ...อ้างว่าตนเองอ่านตำราจนเหน็ดเหนื่อย สิ่งใดก็ไม่อยากจะทำ รวมถึงเื่บนเตียง ครั้งนี้หากเพราะไม่ใช่เนี่ยนเมี่ยวชิงรบเร้า มีหรือเขาจะกลับมานอนกับนาง และเพราะเป็บุตรชายคนเล็ก จึงถูกฮูหยินใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่าตามใจจนเคยตัว
“ฮูหยินน้อยเ้าคะ”
“อืมมม” เนี่ยนเมี่ยวชิงหลับตาทั้งที่ยังแช่ตัวอยู่ในถังไม้ ด้านหลังคือเถาเถา สาวใช้ข้างกายที่กำลังบีบนวด
“ท่านว่า...ควรพาคุณชายไปตรวจที่โรงหมอดูสักครั้งดีหรือไม่”
สาวใช้วัยยี่สิบที่เกิดและเติบโตมาพร้อมกับเนี่ยนเมี่ยวชิง อีกทั้งยังเป็สาวใช้สินเดิมของนาง ทำให้...ไม่ว่าเื่ใด ทั้งสองก็ไม่เคยมีความลับระหว่างกัน
“เ้าก็คิดเช่นนั้นหรือ” หญิงสาวหันไปถามอาหม่าน สาวใช้สินเดิมอีกคนของตน
อาหม่านโตกว่าหญิงสาวทั้งสอง และยังเคยทำหน้าที่แทนเนี่ยนเมี่ยวชิงในคืนเข้าหอ นั่นก็เพราะ...เพื่อปกปิดเื่ที่หญิงสาวไม่บริสุทธิ์แล้ว อีกทั้งในคืนนั้น...ไป๋มู่เฟิงเองก็เมาหนัก แม้แต่ใบหน้าของฮูหยินตนเองก็จดจำไม่ได้
“บ่าวก็เห็นด้วยเ้าค่ะ คืนเข้าหอ...ยังไม่ถึงครึ่งก้านธูป คุณชายก็เสร็จไปก่อนแล้ว” หญิงสาวตอบอย่างเฉยเมย
เนี่ยนเมี่ยวชิงเองก็คิดถึงเื่นี้อยู่หลายครั้ง ทว่าสามีเป็บัณฑิตมีหน้ามีตา หากให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่า...ความสามารถทางด้านนั้นของเขาอ่อนด้อย เห็นทีเ้าตัวคงจะอับอายจนไม่กล้าออกไปไหน
“ช่างเถอะ เื่นี้ก็ไม่ต้องพูดถึงอีก ท่านพี่เป็คนรักหน้าตายิ่งกว่าสิ่งใด พวกเ้าก็รู้ หากข้าพูดเื่นี้กับเขา เกรงว่าจะทะเลาะกันเสียเปล่าๆ”
หญิงสาวลุกขึ้นก้าวออกจากถังไม้ ยืนรอให้สาวใช้ทั้งสองช่วยตนเองแต่งกาย ร่างบอบบางทว่าอวบอิ่มได้สัดส่วน ชายใดมาเห็นย่อมต้องอดใจไม่ไหว แต่กับไป๋มู่เฟิง...กลับไร้ปฏิกิริยาอื่นใด นางต้องพยายามปลุกเร้าอยู่นาน กว่าจะทำให้มันแข็งตัว
“ท่าน้าให้บ่าวช่วยหรือไม่” อาหม่านถามอย่างใจเย็น
“ไม่ต้องหรอก คืนนี้ดึกแล้ว...พวกเ้าสองคนไม่ต้องเฝ้าหน้าห้อง กลับไปนอนเถอะ” หญิงสาวตอบเรียบๆ
คำว่า “้าให้ช่วยหรือไม่” หมายถึง ช่วยให้นางเสร็จสม ซึ่งเื่นี้...อาหม่านช่ำชองยิ่งนัก
เพราะนางช่วยเหลือเนี่ยนเมี่ยวชิงมาถึงห้าปีแล้ว และยังเป็คนรักกับเถาเถา ทั้งสองปกปิดเื่นี้กับคนทั้งจวน ทว่ากับเนี่ยนเมี่ยวชิง...ทุกอย่างถูกเปิดเผยอย่างหมดเปลือก
เช้าตรู่วันต่อมา
หลังไป๋มู่เฟิงตื่นขึ้น เขาก็รีบแต่งกายออกจากจวนไปทันที เพราะครั้งนี้มีนัดหมายสำคัญกับสหายเก่าผู้หนึ่ง อีกทั้งเขายังเป็บุรุษที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงในยามนี้
ผู้คนต่างกล่าวขานถึงความสามารถของเขาในการสอบครั้งก่อน ว่าโดดเด่นเหนือบัณฑิตจี่ว์เหรินที่ได้อันดับหนึ่งคนอื่น
เสียงเกือกม้าย่ำแ่บนถนนหินกรวด ไป๋มู่เฟิงยกชายเสื้อขึ้นเล็กน้อย ขณะก้าวขึ้นรถม้าที่รออยู่หน้าจวน แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดกระทบใบหน้านิ่งสงบ เผยให้เห็นรอยยิ้มบางเบาที่เผยออกมา หลายปีแล้ว...ที่มิได้พบสหายเก่าผู้นี้
ร่างสูงโปร่งนั่งละเลียดชิมชาอยู่ภายใต้ศาลาหกเหลี่ยม ด้านหลังคือบึงบัวขนาดเล็ก ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เข้ากับศาลาหลังนี้ แม้จวนนี้จะไม่ใหญ่โตนัก ทว่าสิ่งที่ควรมีก็มี ไม่ด้อยไปจากจวนหลังใหญ่ของเหล่าขุนนาง
“อาเจ๋อ...ข้ามาแล้ว” ชายหนุ่มผู้มาใหม่ส่งเสียงทักทายมาแต่ไกล หลังได้รับจดหมาย ว่าสหายรักเดินทางมาเมืองหลวง เขาก็รีบเตรียมเรือนหลังนี้เอาไว้เพื่อเขาโดยเฉพาะ
“ไยรีบร้อนเพียงนั้น” ชายหนุ่มเอ่ยถามยิ้มๆ
“ไม่รีบได้อย่างไร ข้าน้อยไหนเลยจะกล้าปล่อยให้ท่านจี่ว์เหรินรอนาน” ไป๋มู่เฟิงเอยเย้าสหายเก่า
“ฮ่าาาา!! เ้าล้อข้าเล่นแล้ว ที่มาเมืองหลวงก็เพราะบิดาข้าบังคับ ไม่เช่นนั้น...ความสามารถเพียงเท่านี้ คงไม่มาสอบให้ลำบาก”
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างถ่อมตน
“เ้าพูดเกินไปแล้ว ความสามารถเท่านี้อันใดกัน ข้ายังหวังพึ่งพาเ้าในการสอบครั้งนี้อยู่นะ” ไป๋มู่เฟิงตัดพ้อเสียงเศร้า
“เรือนหลังนี้เป็อย่างไร บรรยากาศดีใช่หรือไม่ ข้าเองก็หลบมาอ่านตำราที่นี่บ่อยๆ”
“ดีก็ดีอยู่หรอก แต่จะสู้จวนตระกูลไป๋ได้อย่างไร ตัวเ้ามีฮูหยินผู้งดงามข้างกาย มีบุตรชายที่น่ารัก ยัง้าที่นี่อยู่หรือ”
“ฮ่าาาา สหายเ้าอิจฉาหรือ เช่นนั้นไยไม่แต่งฮูหยินสักคนเล่า เอาแต่ใช้ชีวิตลำพัง ไม่เช่นนั้น...บิดาเ้าคงไม่ส่งเ้าเข้าเมืองหลวงมาสอบ” ชายหนุ่มตบหัวไหล่สหายของตนเบาๆ
“พูดถึงเื่นี้...ข้าเองก็มีสตรีในใจ ทว่านางกลับแต่งงานให้คนอื่นไปแล้ว ตอนนี้จึงยังไม่คิดถึงเื่นั้น”
“จริงหรือ! หญิงสาวจากตระกูลใด!” ไป๋มู่เฟิงถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
“ช่างเถอะน่า...เ้ามาที่นี่มิใช่้าให้ข้าแนะนำหรือ มาเถอะ ข้าจะบอกสิ่งที่รู้ทั้งหมดแก่เ้า ครั้งนี้...รับรองว่าสหายข้าต้องสอบผ่านอย่างแน่นอน”
ชายหนุ่มทั้งสองใช้เวลาที่ศาลาริมสระบัวอยู่ครึ่งวัน กระทั่งบ่าวรับใช้เข้ามารายงานว่า ฮูหยินน้อยมาส่งอาหาร พวกเขาจึงวางมือจากการอ่านตำรา
“ท่านพี่ ข้ามาส่งอาหารเ้าค่ะ วันนี้มีของว่างที่ท่านชอบ”
ร่างอรชรในชุดผ้าไหมผืนบางก้าวเข้ามาด้านในศาลาอย่างเชื่องช้า เมื่อดวงตาคู่งามสบเข้ากับชายอีกคนที่นั่งอยู่ด้านใน เนี่ยนเมี่ยวชิงพลันชะงักงัน
“น้องหญิง ลำบากเ้าแล้ว”
ไป๋มู่เฟิงเดินเข้าไปประคองฮูหยินของตนเข้ามานั่งเคียงข้าง ก่อนแนะนำสหายรักให้แก่นางได้รู้จัก
“คนผู้นี้คือสหายของพี่ เป็คนที่กำลังดังที่สุดในเมืองหลวงยามนี้ ชื่อของเขาคือ หยวนโม่เจ๋อ” ชายหนุ่มแนะนำสหายด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“ข้าน้อย หยวนโม่เจ๋อ คารวะฮูหยินน้อยไป๋” ชายหนุ่มลุกขึ้นคำนับให้สตรีผู้มาใหม่ ทว่าสายตาที่มองมานั้น โลมเลียทั่วร่าง ราวกับเขากำลังเปลื้องผ้านางต่อหน้าธารกำนัล
ความฉ่ำแฉะพลันบังเกิด ส่วนล่างของเนี่ยนเมี่ยวชิงรู้สึกเต้นตุบๆ ราวกับตนเองกำลังถูกบุรุษตรงหน้าลูบคลำ
“คะ...คารวะคุณชายหยวน” หญิงสาวรีบตั้งสติ ก่อนตนเองแสดงท่าทีน่าอายออกมา
“ไยใบหน้าของฮูหยินน้อยไป๋ ถึงได้แดงก่ำเช่นนั้น หรือว่าท่านกำลังรู้สึกไม่สบาย” เขาเอ่ยถามออกมาตรงๆ ราวกับมองทะลุความคิดของนาง
“ขะ...ข้าไม่ได้เป็อะไร วันนี้อากาศคงร้อนเกินไป” หญิงสาวยกมือขึ้นโบกเบาๆ ราวกับตนเองรู้สึกร้อน ทว่าสิ่งที่ร้อนคือร่างกายที่กำลังวูบวาบของนาง
