เซวียนอวิ๋นซีจำได้ว่าเธอกำลังตรวจงานอยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง และได้ยินเสียงเตือนว่าให้ระวังจากหัวหน้าคนงาน แต่เธอยังก้าวเท้าวิ่งได้ไม่เท่าไหร่สติก็ดับวูบลง และตอนนี้เธอก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ รอบ ๆ ตัวมีแต่ควันจาง ๆ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีใคร
“โธ่ ชีวิตอันน่าสงสารของคุณหนูอย่างฉันทำไมถึงได้อายุสั้นนักนะ ยังไม่ได้กินเที่ยวให้หนำใจกับเงินที่หามาได้ แฟนเฟินก็ยังไม่มีดันมาตายั้แ่ยังสาวน่าหดหู่ชะมัด
ฮือ ๆ ๆ ทำไมต้องเป็ฉันที่ต้องตายด้วย เงินทองมากมายที่หามาได้ไหนจะมรดกของคุณพ่อกับคุณแม่อีก ฉันยังใช้เงินไม่คุ้มกับตำแหน่งทายาทคนรองของมหาเศรษฐีเลยนะ”
“แต่นี่เป็โชคชะตาของเ้าที่ต้องกลับมายังโลกนี้นะนางหนู ดังนั้นเ้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงเื่ที่เกิดขึ้นได้”
ขวับ! “หือ คุณปู่เป็ใครคะแล้วมาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่ โชคชะตาอะไรกันถึงทำให้หนูต้องตายในวัยสาวสะพรั่ง แถมยังไม่ได้มีซัมติงกับผู้ชายเลยนะ แฟนหนุ่มสักคนก็ยังไม่ทันมีเหมือนคนอื่น งานแต่งงานในฝันก็ไม่มีแล้ว” เซวียนอวิ๋นซีคร่ำครวญถึงสิ่งที่ตนเองยังไม่ได้ทำอีกหลายอย่าง
ชายชราแปลกหน้าถอนหายใจให้กับความคิดของดวงิญญาหญิงสาว “เฮ้อ นางหนูเ้าจะกลัวอันใดความสามารถของเ้าจากที่นั่น หากนำมาใช้ให้เป็ประโยชน์เ้าไม่ลำบากแน่นอนข้ารับประกัน”
เซวียนอวิ๋นซีจ้องมองชายชราด้วยแววตาเรียบนิ่ง เพราะไม่คิดจะเชื่อใจคนผู้นี้แม้แต่น้อย “นี่คุณปู่หนวดยาวหนูไม่ใช่เด็กสามขวบนะอย่ามาหลอกกันเสียให้ยากเลย เอางี้เพื่อเป็หลักประกันว่าชีวิตใหม่จะไม่ลำบาก คุณปู่ต้องมอบสิ่งที่ควรเป็ของหนูในชาติที่แล้วมาด้วย หนูถึงจะยอมเชื่อคำพูดของคุณปู่ว่ายังไงคะ”
ชายชราทำสีหน้าครุ่นคิดว่าหญิงสาวที่ตนพามา นาง้าสิ่งใดจากโลกแห่งนั้นบ้างจึงลองแบ่งรับแบ่งสู้ไม่กล้ารับปากได้เต็มที่ “เ้าลองว่ามาสิ่งที่เ้า้าจากโลกเดิมมีสิ่งใดบ้าง หากไม่ยากเกินไปข้าอาจมอบมันให้เ้าได้”
เซวียนอวิ๋นซีแอบยิ้มเ้าเล่ห์ก่อนจะบอกถึงสิ่งที่้า “ก็ไม่มีอะไรมากนะคะคุณปู่ สิ่งที่หนูอยากได้มีแค่บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ครบวงจร บริษัทติดตั้งไฟฟ้าโซล่าเซลล์ โรงพยาบาล ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต ระบบซื้อองครักษ์ฝีมือเก่งกาจ สุดท้ายบริษัทผลิตรถไฟฟ้าสุดไฮเทค ไม่ว่าจะเป็คนหรือสิ่งของสามารถนำออกมาใช้ในโลกนี้ได้ทุกอย่าง นี่คือสิ่งที่หนูบอกว่าอยากได้ค่ะไม่เยอะเลยนะคะคุณปู่”
'ไม่เยอะบ้านเ้าสิ! นางหนูคนนี้เ้าเล่ห์จริง ๆ แต่ถ้าไม่ให้ก็ไม่อาจส่งนางไปเกิดใหม่ได้สำเร็จ ฮ้าย นี่ข้าเจอโจรในคราบหญิงสาวหน้าตาดีหรือนี่'
“ก็ได้ ๆ ข้ารับปากแต่ทุกสิ่งที่เ้าบอกกับข้า จะอยู่ในปานดอกเทียนฮวาอิ่นซึ่งจะติดตัวเ้าทันทีที่เ้าฟื้นคืนสติ ทุกอย่างที่เป็มรดกของเ้าสามารถใช้ได้ไม่จำกัด เพียงแต่เ้าไม่อาจใช้สิ่งของที่ข้ามอบให้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เช่นนี้เ้ารับได้หรือไม่เล่านางหนู”
เซวียนอวิ๋นซีเดินวนไปมาเพื่อคิดทบทวนให้ดี เกี่ยวกับข้อแลกเปลี่ยนที่ชายชราตรงหน้าได้บอกกับเธอ เมื่อคิดตกว่าถึงจะมีปัญหาแต่เธอต้องผ่านไปให้ได้ เพียงแต่เธอเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงลองหยั่งเชิงขอกับท่านเทพอีกเล็กน้อย
“การไม่ทำร้ายคนดีย่อมเป็เื่หนูสมควรทำ เพียงแต่ว่าคุณปู่พอจะอนุโลมบางอย่างให้หนูอีกสักนิดได้ไหมคะ”
‘เ้าเด็กคนนี้จะมาไม้ไหนกับข้าอีกนะ’ “เ้าพูดมาสิว่าจะให้ข้าอนุโลมเื่อันใด”
“คือว่าสิ่งของต่าง ๆ ในมิติเหล่านี้ในกรณีเร่งด่วน คุณปู่ให้หนูใช้พลังในการสร้างบางสิ่งบางอย่างได้รวดเร็วทันใจ และจะให้คนอื่นเห็นก็ต่อเมื่อหนูตรวจสอบแล้วว่าถึงเวลาที่เหมาะสม ได้ไหมคะคุณปู่”
ท่านเทพถึงกับพูดไม่ออกกับสิ่งที่อวิ๋นซีต่อรองกับตน แต่สิ่งที่อยู่ในมิติมีความแตกต่างการที่นางขอเช่นนี้ใช่ว่าไม่มีเหตุผล “เฮ้อ ก็ได้ ๆ ๆ ข้าอนุญาตตอนนี้เ้าพร้อมจะลงไปอยู่ในร่างใหม่ของเ้าหรือยังล่ะ”
“เย้! ขอบคุณคุณปู่มากค่ะถึงไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้วค่ะคุณปู่ ฮึ่ม! เอาล่ะไปตะลุยโลกยุคโบราณกันเล้ยยยย...”
พรึบ ฟิ้ววว
เซวียนอวิ๋นซีถูกเทพชะตาส่งดวงจิตของเธอลงมาในร่างของเด็กหญิงวัยแปดหนาว ที่รูปร่างบอบบางแสนอ่อนแอขี้โรค นื่องจากไม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เด็กน้อยเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าเด็กคนอื่น ๆ
เมื่อถูกญาติผู้พี่กลั่นแกล้งจนตกน้ำร่างเล็ก ๆ ก็ล้มป่วยจนสิ้นใจโดยที่บิดามารดาไม่อาจรับรู้ถึงเื่นี้
เพราะบิดาเป็บุตรชายคนกลางของครอบครัว ท่านปู่กับท่านย่าลำเอียงรักบุตรชายคนโตและบุตรชายคนเล็กมากกว่า งานทุกอย่างของบ้านเป็ครอบครัวของนางที่รับผิดชอบทั้งหมด
เมื่อตื่นลืมตาในร่างใหม่ที่เป็เด็กหญิง เซวียนอวิ๋นซีได้รับความทรงจำอันน้อยนิดและเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว เมื่อลืมตาขึ้นมาพบกับความเป็จริงตรงหน้า ถึงกับต้องะโถามเทพชะตาอยู่ในใจอย่างโกรธเคือง
“อ๊ายยย!! ไหนบอกว่าไม่ลำบากไงคุณปู่ นี่มันสบายตรงไหนเนี่ยต้องมาอยู่ในครอบครัวลำเอียงรักลูกไม่เท่ากันแบบเน้!”
‘เอาน่าเื่นั้นก็เป็แค่อุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เ้าต้องช่วยครอบครัวข้าเชื่อว่าเ้าสามารถผ่านมันไปได้แน่นอน ข้าไปก่อนนะนางหนูจากนี้ไปขอให้เ้าโชคดี’
“อุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ของท่านคนเดียวนะสิ ร่างนี้เพิ่งจะแปดขวบเองจะไปทำอะไรได้ โถ ชีวิตใหม่ของฉันน่าอนาถเกินไปแล้ว”
‘เ้าอยากได้ตัวช่วยข้าก็มอบให้แล้วนี่นา ต่อไปก็เพิ่งพาความสามารถของเ้าให้ดี กิจการของเ้าในชาติก่อนพบเจอผู้คนมามากมาย ย่อมมองออกว่าผู้ใดจริงใจผู้ใดหวังเพียงผลประโยชน์ ต่อไปในภายหน้าก็ใช้สิ่งที่มีดูแลครอบครัว เ้าเป็คนขยันขันแข็งเื่การทำงานมิใช่หรือ คิดทบทวนให้ดีเถิดนางหนู ข้าไปละ’
“เดี๋ยวสิคุณปู่...เฮ้อ งานใหญ่ั้แ่เกิดใหม่เลยไหมล่ะซีซี แต่ตอนนี้ยังไม่มีแรงขอบำรุงตัวเองให้แข็งแรงก่อนก็แล้ว ว่าแต่ป่านนี้แล้วท่านพ่อท่านแม่กับพี่ชายของเด็กคนนี้ เหตุใดยังไม่กลับจากการทำงานหรือจะอยู่ด้านนอกลองไปดูหน่อยก็แล้วกัน”
เซวียนอวิ๋นซีหย่อนขาสั้น ๆ ของร่างใหม่ลงจากเตียง จากนั้นค่อย ๆ พาร่างเล็ก ๆ ไปยังหน้าประตูห้องนอนแห่งนี้อย่างช้า ๆ ด้วยเรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิด กว่าจะเดินไปถึงห้องครัวเล่นเอาหยุดไปหลายครั้ง แต่ในที่สุดก็นางมาถึงจุดหมายและได้ยินเสียงการพูดคุย ที่ฟังแล้วรู้สึกสงสารคนที่ร่ำไห้จับใจ
“ท่านพี่ท่านได้รับาเ็หนักแต่ท่านพ่อท่านแม่ไม่ยอมให้ข้าไปตามท่านหมอมารักษา หากขาของท่านไม่รีบรักษาอาจเดินไม่ได้อีกแล้วนะ ฮึก ๆ”
หลิ่งเฟิงหยางสงสารภรรยาของตนจับใจ ั้แ่นางแต่งงานกับตนก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตดี ๆ เลยสักวัน
“อาเหยาข้าขอโทษเ้าจริง ๆ ที่พามาตกระกำลำบากกับตระกูลเช่นนี้ มิหนำซ้ำยังมาขาหักกลายเป็ภาระให้กับเ้าอีกคน ข้ามันไม่ได้เื่ปกป้องพวกเ้าสามคนแม่ลูกก็ไม่ได้”
“ท่านพี่อย่าได้กล่าวโทษตนเองเช่นนั้นเลย ข้าจะพยายามหาทางอื่นเพื่อรักษาขาของท่านให้ได้เ้าค่ะ”
เซวียนอวิ๋นซีน้ำตารื้นอย่างช่วยไม่ได้ทั้งที่ตระกูลหลิ่งมีฐานะดีกว่าชาวบ้านคนอื่น ๆ อยู่มาก แต่กลับละเลยและไม่สนใจบุตรชายคนกลางอย่างบิดาของตน ความรักทั้งหมดมีให้เพียงบุตรชายคนโตกับบุตรชายคนเล็กเท่านั้น
เมื่อเป็เช่นนี้นางจะไม่ยอมให้ครอบครัวต้องทนลำบากอีกแล้ว ร่างน้อย ๆ จึงก้าวไปหาบิดามารดาอย่างแน่วแน่ เพื่อบอกความ้าของตนกับทั้งสอง แต่การกระทำของเซวียนอวิ๋นซีกลับสร้างความใให้สองสามีภรรยาเสียมากกว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่”
จางซูเหยาผละจากตัวสามีเข้าไปหาบุตรสาว เมื่อได้ยินเสียงเล็ก ๆ เรียกนางกับสามีอย่างไม่เต็มเสียงนัก “ซีซี!! ลูกแม่เ้าฟื้นั้แ่เมื่อใด รู้สึกเ็ปที่ใดอยู่หรือไม่รีบบอกแม่เร็วเข้า”
“ท่านแม่ซีซีแค่รู้สึกเพลียเล็กน้อยเท่านั้นเ้าค่ะ”
ก่อนที่ซูเหยาจะเอ่ยถามบุตรสาวอีกครั้ง กลับเป็สามีของนางที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าไม่อยากเชื่อ “อะ อะ อาเหยา สะ สะ ซีซีพูดได้ชัดและยังเป็ประโยค ๆ ด้วยนะ”
ขวับ! “จริงด้วย! ซีซีลูกแม่เ้าพูดได้คล่องแล้วจริง ๆ ฮือ ๆ ๆ”
เซวียนอวิ๋นซีเพิ่งนึกได้ว่าก่อนหน้าเด็กน้อยคนนี้พูดเป็คำ ๆ เพราะบิดามารดาต้องทำงานทุกวันไม่มีเวลาในการสอนเื่นี้นัก จึงพยายามคิดหาวิธีมาอธิบายให้บิดามารดาได้ฟัง
“เอ่อ การพูดของซีซีอาจเกี่ยวกับเื่ตกน้ำก็ได้ เพราะความกลัวจึงร้องะโขอความช่วยเหลือ จิตใต้สำนึกถึงได้สั่งให้ซีซีพูดเป็ประโยคได้เ้าค่ะ”
“นี่คงเป็ความโชคดีในความโชคร้ายก็ว่าได้ ต่อไปพ่อคงได้ฟังเสียงอันไพเราะของซีซีทุกวันแล้วสินะ”
เซวียนอวิ๋นซีเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าข้าง ๆ บิดาพร้อมกับถามไถ่ถึงอาการาเ็ รวมถึงคำถามที่สร้างแรงกระเพื่อมขึ้นในใจของผู้เป็บิดาอย่างยิ่ง และมันยังเป็คำถามที่จางซูเหยาไม่กล้าถามสามีมานาน
“ท่านพ่อเจ็บมากไหมเ้าคะ?”
“แผลแค่นี้ทำอันใดพ่อไม่ได้หรอกลูกรัก” แม้รู้ดีว่านี่เป็คำตอบที่ไม่น่าเชื่อถือแต่เขาก็ยังเลือกตอบกับบุตรสาว
“ท่านพ่อพวกเราไปจากที่นี่ได้หรือไม่ ซีซีไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้วเ้าค่ะ”
คำถามนี่ของบุตรสาวที่เพิ่งฟื้นจากอาการเจ็บป่วยหมาด ๆ ทำเอาหลิ่งเฟิงหยางถึงกับน้ำตารื้นอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าบุตรสาวของตน จะเอ่ยเื่การออกจากตระกูลออกมาได้
เมื่อนึกทบทวนเื่ราวที่ผ่านมาของตนเองแล้ว ั้แ่เล็กจนโตล้วนถูกครอบครัวกระทำประหนึ่งว่าตนเป็คนมาขออาศัย มิใช่บุตรชายแท้ ๆ ของบิดามารดาเลยสักนิด ยิ่งวันนี้ตัวของหลิ่งเฟิงหยางได้รับาเ็ ครอบครัวของเขาย่อมได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน
จางซูเหยาตัดสินใจพูดกับสามีอย่างที่บุตรสาวตั้งคำถามเช่นกัน “ท่านพี่ตลอดเวลาที่ผ่านมาในใจของข้าก็เคยคิดอย่างซีซี พวกเราออกไปจากครอบครัวที่รักบุตรหลานลำเอียงนี้ดีไหม ถึงอย่างไรตระกูลจางของข้าถึงแม้ฐานะไม่ดีเท่าบิดาท่าน แต่ท่านพ่อท่านแม่ของข้ามิใช่คนใจดำเช่นนี้แน่ เราพาลูก ๆ ไปเริ่มต้นใหม่ที่หมู่บ้านของข้าในตำบลกู่ซานเถิด ที่นั่นน้ำท่าล้วนอุดมสมบูรณ์กว่าที่แห่งนี้หลายเท่า ลูก ๆ จะได้มีอาหารดี ๆ ให้กินบ้างนะเ้าคะ”
หลิ่งเฟิงเหยาที่นั่งนิ่งคิดทบทวนกับคำถามของบุตรสาว พอหันไปมองทางภรรยาคู่ชีวิตในดวงตาของนางไม่ต่างจากบุตรสาว แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบคำถามนี้กลับเป็บุตรชายคนโตอย่างจื่อหาน ที่เอ่ยขึ้นสนับสนุนเื่การออกไปจากตระกูลที่ลำเอียงแห่งนี้
“ข้าเห็นด้วยกับซีซีขอรับท่านพ่อ เหตุใดพวกเราต้องยอมอดทนเช่นนี้ ท่านก็เป็บุตรชายของท่านปู่ท่านย่า แต่กลับไม่เคยได้รับสิ่งดี ๆ ตอบแทนความกตัญญูที่ท่านทำมาตลอดหลายสิบปีเลยสักครั้ง”
หลิ่งจื่อหานบุตรชายคนโตที่อายุมากกว่าน้องสาวสามปี แม้ปีนี้เขาจะมีอายุครบสิบเอ็ดหนาวแต่ร่างกายที่ขาดการบำรุงย่อมเติบโตได้ช้า แตกต่างกับญาติผู้พี่บุตรชายบุตรสาวของลุงใหญ่อย่างมาก
“พี่ใหญ่ท่านก็อยากไปจากที่นี่ใช่ไหมเ้าคะ”
จื่อหานเดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ กับน้องสาวที่น่ารักของตน และพูดกับนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเช่นทุกครั้ง “พี่ใหญ่อยากไปจากที่นี่เช่นกันซีซี ยิ่งท่านพ่อได้รับาเ็ไม่สามารถทำงานได้ ย่อมเป็ท่านแม่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงงานทุกอย่าง ถ้าท่านแม่ล้มป่วยไปอีกคนครอบครัวของเรา คงไม่พ้นถูกไล่ออกไปเหมือนหมูเหมือนสุนัขเป็แน่”
จางซูเหยาที่ยามนี้หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ก็เรียกสามีด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนเป็ครั้งแรก “ท่านพี่ ฮึก ข้าไม่อยากให้ลูกของเราต้องทรมานอีกแล้ว พรุ่งนี้เช้าหากท่านแม่กับพี่สะใภ้เห็นซีซีฟื้นคืนสติ คงไม่พ้นโดนพวกนางสองคนมาลากไปช่วยทำงานบ้านเป็แน่”
หลิ่งเฟิงหยางจ้องมองภรรยากับบุตรทั้งสอง ก็นึกถึงแต่ภาพที่ทั้งสองถูกกดขี่ข่มเหงจากญาติพี่น้อง ในเมื่อคนในตระกูลนี้ไม่ยุติธรรมกับพวกตน ย่อมไม่มีความจำเป็ต้องทนอยู่เหมือนทาสอีกต่อไป
“ได้! ครอบครัวของเราจะขอแยกบ้านและไม่จะอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้อีก รอให้ซีซีร่างกายแข็งแรงกว่านี้สักสองสามวัน แล้วเราค่อยเก็บของไปตายเอาดาบหน้า”
“ขอบคุณท่านพ่อที่ตัดสินใจทำเพื่อข้ากับซีซีขอรับ”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พวกท่านไม่ต้องห่วงนะเ้าคะมีซีซีคนนี้อยู่ ต่อไปครอบครัวของเราจะร่ำรวยมีกินมีใช้ไม่ลำบากอีกต่อไปแน่นอนเ้าค่ะ” เซวียนอวิ๋นซีใช้มื้อเล็ก ๆ ตบไปที่หน้าอกของตนอย่างมั่นใจ การกระทำนี้ของนางทำเอาสามคนที่มองอยู่ถึงกับกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหว
